ฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป

    48




    เรือนจิ่นลี่

    “ทำไมเจ้าจึงชอบทำเรื่องเล็กๆให้กลายเป็นเรื่องใหญ่อยู่เรื่อย เจ้าอดทนทำดีกับท่านแม่ของข้าไม่ได้หรือหากเจ้าอดทนอีกนิดข้าเชื่อว่าอีกไม่นานท่านแม่ก็จะยอมรับเจ้าแล้ว”หงเวยที่พามี่เจินเข้ามาในห้องพักของนางที่เรือนจิ่นลี่หันมาเอ่ยตำหนิมี่เจินทันทีที่พวกเขาทั้งสองเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว

    “หึอดทนหรือเจ้าคะแล้วที่ผ่านมาข้ายังอดทนไม่มากพออีกหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่อดทนต่อสายตาเหยียดหยามของคนในตระกูลอินที่มองมาที่นางมานานนับปีและนางยังต้องทนรับมือกับความต้องการของพ่อและแม่ของชายตรงหน้ามาอย่างยาวนานเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชายตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเหยียดที่เขานั้นเอาแต่บอกให้นางอดทนโดยที่เขานั้นไม่คิดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือใดๆนางเลยแม้แต่น้อย

    “หากเจ้าคลอดลูกออกมาข้าเชื่อว่าท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าพวกท่านจะยอมรับเจ้าในที่สุดเอง”หงเวยที่เห็นว่าในตอนนี้มี่เจินนั้นไม่ได้มองมาที่ตนเลยเขาจึงได้แต่เดินเข้ามาใกล้มี่เจินที่ตอนนี้นางนั้นกำลังอยู่ในอาการน้อยใจ

    “ถึงท่านจะพูดอย่างไรข้าก็จะออกจากตระกูลอินเช่นเดิมเจ้าค่ะ พี่เวยท่านปล่อยข้ากับลูกไปเถอะเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ไม่คิดหันกลับมาทนทุกข์อยู่ในจวนตระกูลอินอีกครั้งเป็นแน่

    “ทำไมเจ้าจึงได้พูดยากเย็นเช่นนี้นะเจ้าต้องการให้ลูกที่เกิดมาของเจ้าเป็นลูกไม่มีพ่อหรือ”หงเวยที่ใช้สังคมมากดดันมี่เจินเขาเอ่ยถามพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาคาดคั้น และเมื่อเขาเห็นความลังเลปรากฏที่แววตาของมี่เจินรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหงเวยก็ปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของเขาในทันที

    “ไม่เจ้าค่ะข้าไม่กลัว ในแคว้นเซินแห่งนี้มีแม่หม้ายมากมายข้าก็ยังเห็นว่าพวกนางนั้นยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขดี แล้วข้าที่มีเงินทองมากมายก็คงจะพอทำให้เหล่าชาวบ้านพวกนั้นสามารถสงบปากสงบคำได้อยู่มากเลยทีเดียวเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ไม่ต้องการอยู่ในตระกูลอินอีกต่อไปเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “เงินมันจะสามารถเติมเต็มความสุขในชีวิตของลูกของเราได้หรือ”หงเวยที่ยังคงไม่ยอมแพ้เอ่ยต่อ

    “แล้วตระกูลอินจะสามารถเติมเต็มความสุขให้กับลูกของข้าได้หรือเจ้าคะตระกูลอินที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตระกูลจะสามารถเติมเต็มความสุขให้กับเขาได้หรือเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับมองสบตาของผู้เป็นสามีของตนด้วยรอยยิ้มเรียบหงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่นิ่งเงียบ

    “หึไม่ได้สินะเจ้าคะ อีกสามวันข้ากับลูกจะออกจากตระกูลอินของท่านเจ้าค่ะแต่ท่านก็ยังอยู่ในฐานะพ่อของลูกของข้าเสมอนะเจ้าคะ”มี่เจินที่ไม่คิดจะตัดสัมพันธ์ของหงเวยกับลูกในท้องของตนนางเอ่ยบอกหงเวยพร้อมกับมองสบตาของเขาด้วยสายตาจริงใจ หงเวยที่เห็นว่าตนนั้นคงไม่สามารถรั้งอะไรได้อีกแล้วเขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ในที่สุด

    “เฮ้อข้าคงไม่สามารถรั้งเจ้าให้อยู่ต่อได้อีกแล้วใช่หรือไม่”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองไปที่หญิงคนรักของตนด้วยสายตาเศร้า

    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่สามีของตนด้วยสายหนักแน่น

    ก๊อก ก๊อกยังไม่ทันที่คนทั้งสองจะได้พูดคุยเพื่อปรับความข้าใจของคนทั้งสองเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาขัดจังหวะของคนทั้งสองอย่างพอดิบพอดี

    “เจ้ามาทำไม”หงเวยที่เห็นว่าเป็นเย่จินที่เข้ามาขัดจังหวะของเขาและมี่เจินเขาจึงได้เอ่ยถามน้องชายต่างมารดาของตนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก

    “ดูเหมือนว่าพวกท่านยังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกมากเช่นนั้นแล้วข้าว่าข้าขอตัวออกไปเดินยืดเส้นยืดสายที่นอกสวนจะดีกว่านะเจ้าคะ”มี่เจินที่รู้ดีว่าเย่จินนั้นเข้ามาหาสามีของนางด้วยเรื่องอันใดนางจึงได้เร่งขอตัวออกจากห้องของนางในทันทีหงเวยที่เห็นว่ามี่เจินได้เดินจากไปในทันทีที่นางเอ่ยจบเขาก็ได้แต่หันกลับมามองที่น้องชายของตนด้วยสีหน้าสงสัยแต่เมื่อเขาได้รู้เรื่องที่เย่จินเอ่ยบอกมาเขาก็รู้สึกมึนงงขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่รู้ว่าหลิงม่านที่เขาได้มอบยาห้ามครรภ์ให้นางในทุกเช้าได้แท้งลูกของเขาเสียแล้ว

    จวนเป่าเล่อยามไฮ่ (21.00-22.59)

    “พี่ซีเออร์ไปไหนมาหรือเจ้าคะช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าท่านหายหน้าหายตาไปนานเลยทีเดียว”มี่จวนที่ออกมาต้อนรับเจียงซีที่มาหานางในยามวิกาลเอ่ยถามพี่สาวตรงหน้าของตนด้วยสีหน้าสงสัย พร้อมๆกับพาพี่สาวคนสนิทอีกคนของตนเดินเข้าจวนของตนด้วยรอยยิ้มยินดี

    “ข้าเพิ่งกลับมาจากแคว้นจินนะ”เจียงซีเอ่ยตอบพร้อมกับมองหามี่เจินด้วยสายตาเป็นกังวล

    “พี่ซีเออร์มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนที่สังเกตเห็นสายตาเป็นกังวลของเจียงซีที่กวาดตามองไปโดยรอบจวนของนางราวกับว่านางนั้นกำลังมองหาใครในจวนแห่งนี้อยู่

    “พี่มี่เจินอยู่ที่จวนนี้หรือไม่”เจียงซีที่ควบม้าแทบไม่ได้พักจากแคว้นจินมาที่เมืองฉีซานเอ่ยถามหาคนที่นางคิดว่าเขาผู้นั้นจะสามารถช่วยเหลือนางได้ในตอนนี้ด้วยน้ำสียงเคร่งเครียด

    “น่าจะเป็นวันพรุ่งนี้นะเจ้าคะที่พี่ใหญ่จะมาอยู่ที่จวนนี้กับข้า”มี่จวนเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางแต่สำหรับเจียงซีที่ยังไม่รู้เรื่องขอองมี่เจินกับหงเวยในตอนนี้นั้นนางก็แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยแต่เพราะนางนั้นยังมีเรื่องในตระกูลหลินที่รอนางจัดการอยู่อีกมากนางจึงไม่มีกระจิตกระใจมาสนใจเรื่องของมี่เจินในตอนนี้มากนักด้วยใจของนางในตอนนี้ล้วนแต่พะวงอยู่กับความปลอดภัยของบิดาที่อยู่ในตระกูลหลินเพียงเท่านั้น

    “พี่ซีเออร์มีเรื่องกังวลอะไรหรือไม่เจ้าคะ หากมีท่านสามารถบอกข้าได้นะเจ้าคะ”มี่จวนที่พอจะรับรู้เรื่องในตระกูลหลินของพี่สาวตรงหน้าอยู่บ้างเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปกุมมือของเจียงซีด้วยความเป็นห่วง

    “เจ้ารู้เรื่องภายในตระกูลของข้าด้วยหรือ”เจียงซีที่เห็นสายตาเป็นห่วงของมี่จวนที่มองมายังตนนั้นจึงทำให้นางนั้นรู้ได้ทันทีว่าเด็กหญิงตรงหน้าของนางนั้นอาจจะรู้เรื่องของนางมาไม่มากก็น้อยนั้นเอง

    “ข้าพอจะรับรู้เรื่องที่คุณชายหลินทำกับตระกูลหลินในตอนนี้อยู่บ้างเจ้าค่ะ”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับจ้องมองมาที่พี่สาวคนสนิทของตนด้วยรอยยิ้มอ่อน

    “พี่เจินเออร์บอกเจ้าหรือ”เจียงซีเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจที่มี่เจินและเย่จินนั้นได้สอนเรื่องเช่นนี้ให้กับเด็กหญิงที่มีอายุเพียงสิบสามหนาวได้รับรู้อย่างมากมายเช่นนี้

    “แล้วตอนนี้อาการของท่านพ่อของข้าเป็นเช่นไรบ้าง”เจียงซีเอ่ยถามถึงบิดาของตนในทันทีที่นางรู้ว่าเด็กหญิงตรงหน้าของนางนั้นรับรู้เรื่องในตระกูลหลินของนาง

    “ครั้งสุดท้ายที่ข้ารับรู้เรื่องนี้ดูเหมือนว่านายท่านหลินจะไม่สามารถขยับตัวได้แล้วนะเจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพราะเรื่องนี้นั้นนางก็ทำเพียงแค่รับรู้เท่านั้นโดยที่นางนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นมือเข้าไปสอดแทรกเรื่องในตระกูลหลินของพี่สาวคนสนิทตรงหน้าของนางมากนัก

    “ท่านพอของข้าป่วยหนักถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”เจียงซีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเศร้าเพราะคนที่นางนับเป็นครอบครัวของนางอย่างแท้จริงนั้นมีเพียงแค่บิดาของนางเพียงคนเดียวเท่านั้น

    “เจ้าค่ะแต่พี่ซีเออร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ ข้ายังพอมียาดีอยู่บ้าง ข้ารับรองเลยว่าหากว่าท่านสามารถลอบเข้าไปป้อนยาให้กับนายท่านหลินได้พิษที่เขาได้รับอยู่ในตอนนี้นั้นจะสลายหายไปในทันทีเลยเจ้าค่ะ”มี่จวนมียาที่พี่สาวของตนมอบให้เป็นจำนวนมากนางจึงสามารถแบ่งยางให้กับเจียงซีได้อย่างไม่เสียดายอะไรมากนัก

    “ขอบใจเจ้ามากแต่ข้ายังไม่ต้องการให้ผู้ใดรับรู้ว่าข้ากลับมาแล้วเช่นนั้นคืนนี้ข้าขอพักที่เรือนแห่งนี้ของพวกเจ้าได้หรือไม่”เจียงซีที่ยังไม่ต้องการให้เลี่ยงฉีรู้ว่านางกลับมาที่เมืองฉีซานแล้วนางจึงได้เอ่ยขอร้องกับเด็กหญิงตรงน้าของตนด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

    “ย่อมได้เจ้าค่ะเช่นนั้นหากพี่ใหญ่ของข้ากลับมาแล้ว ข้าจะรายงานเรื่องของท่านเองนะเจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับเจียงซีที่นั่งอยู่ด้านข้างของตนด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

    “แต่ข้ายังเป็นห่วงท่านพ่อของข้าอยู่นะสิ”เจียงซีเอ่ยอย่างเป็นกังวลเพราะตราบใดที่นางนั้นยังไม่รู้ความเป็นตายของผู้เป็นบิดาของนางนางในตอนนี้ก็คงไม่อาจข่มตาหลับลงได้ในคืนนี้อย่างแน่นอน

    ตระกูลหลิน

    “ทำไมข้าจะออกจากเรือนของข้าไม่ได้”หลิงม่านที่เริ่มหายจากอาการป่วยตวาดถามเหล่าผู้คุ้มกันที่อยู่หน้าเรือนของตนเสียงดัง

    “นี้เป็นคำสั่งจากนายน้อยขอรับ”ผู้คุ้มกันเอ่ยตอบด้วยสีหน้าตึงเครียดด้วยเพราะเขานั้นรู้ถึงความอารมณ์ของคุณหนูใหญ่ของพวกเขาเป็นอย่างดีนั้นจึงทำให้เหล่าผู้คุ้มที่ไม่ต้องการถูกเพ่งเล็งจากหญิงสาวตรงหน้ารีบถอยห่างจากเหตุการณ์ตรงหน้าของพวกเขาอย่าเงียบเฉียบ

    “อะไรกันท่านพ่อของข้าเคยแต่งตั้งพี่ใหญ่ให้เป็นผู้สืบทอดตั้งแต่เมื่อใดกัน”หลิงม่านขมวดคิ้วมุ่นด้วยไม่พอใจทันทีที่ได้ยินคำเรียกขานของพี่ชายของนางจากเหล่าผู้คุ้มกันตรงหน้าของตนแต่ไม่ว่านางจะปรายตามองไปที่ผู้ใดก็ไม่มีใครกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของนางเลยแม้เเต่คนเดียว

    “ไม่ว่าท่านพ่อจะแต่งตั้งหรือไม่สุดท้ายแล้วตระกูลหลินนี้ก็ต้องตกเป็นของข้าที่เป็นลูกชายเพียงผู้เดียวของท่านพ่ออยู่แล้วเจ้าจะถามหาเรื่องไร้สาระเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน”เลี่ยงฉีที่เพิ่งกลับจากเรือนของจินไฉผู้เป็นบิดาของเขานั้นจึงทำให้เขามีความคิดที่จะแวะเวียนมาหาน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวของเขาอย่างรู้สึกผิดที่เขานั้นได้ทำให้หลิงม่านต้องเสียลูกของนางไปอย่างไม่ตั้งใจแต่เมื่อเขาเห็นท่าทางไม่ยินดีเมื่อครู่นี้ของน้องสาวของนางความรู้สึกผิดของเขานั้นก็หายไปในทันที

    “แล้วตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ใดหรือเจ้าคะทำไมตั้งแต่มาข้าอยู่ที่จวนแห่งนี้จึงไม่เห็นท่านพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียวละเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองไปที่พี่ชายของตนด้วยสายตาคาดคั้น

    “เจ้าเพิ่งหายป่วยแล้วจะมาเดินเล่นตากลมเช่นนี้ได้อย่างไร”เลี่ยงฉีที่เห็นท่าไม่ดีเขาจึงได้หันไปพยักหน้าสั่งให้สาวใช้ที่ได้รับหน้าที่มาจับตามองหลิงม่านที่เรือนแห่งนี้เพื่อสั่งให้พวกนางรีบพาตัวของหลิงม่านกลับเข้าไปกุมขังอยู่ที่เรือนของนางในทันที

    “พวกเจ้าจะทำอะไรนะอย่างเอามือชั้นต่ำของพวกเจ้ามาถูกตัวของข้านะ”หลิงม่านที่พยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเหล่าสาวใช้ที่เขามาพยายามพาตัวของนางกลับเข้าไปที่ห้องนางจึงได้หันไปตวาดใส่เหล่าสาวใช้ด้วยน้ำเสียงอันดังทำให้เหล่าสาวใช้เผลอปล่อยมือของพวกนางด้วยความหวาดกลัว หลิงม่านที่ถูกปล่อยเป็นอิสระนางรีบถลาตัวเข้าไปหาพี่ชายของนางด้วยความโกรธเคืองในทันที แต่ก็ติดเหล่าผู้คุ้มกันที่เข้ามาบังตัวของเลี่ยงฉีเอาไว้ทันทีที่เห็นว่าหลิงม่านนางคิดจะเข้าใกล้ผู้เป็นนายของตนด้วยท่าทีคุกคาม

    “ท่านทำเช่นนี้กับครอบครัวของท่านได้เช่นไรเจ้าคะข้าคิดมาตลอดว่าท่านจะเป็นผู้นำที่ดี แต่ดูสิ่งที่ท่านทำกับครอบครัวของเราสิเจ้าคะพี่ใหญ่ท่านกำลังทำให้ตระกูลหลินของเราล้มสลายเพราะการกระทำของท่าน”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยสายตาผิดหวังด้วยนางไม่คิดว่าพี่ชายของนางจะกล้าลงมือเช่นนี้กับครอบครัวเพียงเพื่อจะนำเงินไปเล่นการพนันเพียงเท่านั้น

    “แล้วข้าทำอะไรผิดข้าเพียงแค่เร่งเวลาที่ข้าจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลให้เร็วขึ้นเท่านั้นเหตุใดพวกเจ้าจึงชอบทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วยเล่า”เลี่ยงฉีเอ่ยถามน้องสาวของตนอย่างไม่ใคร่พอใจนักที่ทุกคนดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องของเขานัก

    “ท่านจะเล่นพนันนั้นไม่ผิดแต่ที่ผิดคือท่านนำสมบัติของตระกูลหลินของเราไปขายเพื่อนำเงินไปเล่นพนันต่างหากละเจ้าคะที่ผิด”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่พี่ชายร่วมสายเลือดของตนด้วยสายตาแห่งโทสะ

    “ข้าจะทำอะไรกับเงินของข้าก็ได้แล้วเจ้าที่แต่งออกจากตระกูลหลินไปแล้วมาเกี่ยวข้องอะไรกับข้าด้วยเล่าข้าว่าเจ้าเอาเวลาที่จะมายุ่งเรื่องของข้ากลับไปดูแลจัดการเรื่องในบ้านของเจ้าไม่ดีกว่าหรือ”เลี่ยงฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่น้องสาวของตนอย่างเย้ยหยันที่น้องสาวที่คอยกดข่มของเขานั้นก็มีปัญหาในชีวิตของนางเช่นกันแต่ไม่รู้เพราะว่าอะไรที่น้องสาวของเขานั้น กลับเอาเวลาชีวิตที่มีค่าของนางนั้นมาวุ่นวายกับเรื่องของเขาเช่นในวันนี้

    “ท่านกำลังจะทำให้ข้าเกลียดท่านทั้งๆที่ท่านเป็นพี่น้องเพียงคนเดียวของข้า”หลิงม่านที่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจของนางเช่นนี้ออกมาจากปากของผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของนางนั้นเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนอย่างตัดพ้อที่พี่ชายของนางนั้นมองไม่เห็นความห่วงใยที่นางมีให้กับเขาในยามนี้ด้วยเพราะว่านางไม่ต้องการให้ผู้ใดเห็นน้ำตาของนางที่กำลังจะไหลลงมาจากตากลมโตของนางนางจึงได้ยอมกลับเข้าไปในห้องของนางโดยง่าย

    “เฮ้อ”เลี่ยงฉีที่เห็นว่าน้องสาวของตนนั้นยอมกลับไปเข้าไปในเรือนของนางโดยง่ายเขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

      เรือนหลักตระกูลหลิน  เจียงซีที่ได้รับความช่วยเหลือจากหนึ่งในกองกลังเกราะแดงของมี่เจินนางจึงสามารถลอบเข้ามาหาพ่อของนางได้ในที่สุด

    “ท่านพ่อ”เจียงซีที่เห็นสีหน้าซีดขาวของจินไฉที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนางจึงได้รีบเข้าไปหาพ่อของนางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างร้อนใจแล้วเอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำสียงสั่นเทาจากความเศร้าใจที่นางนั้นไม่ได้ส่งคนมาดูแลพ่อของนางให้ดีจนพ่อของนางต้องมานอนอยู่ในสภาพเช่นนี้

    “พี่เจินพวกเราพาท่านพ่อของข้าออกไปรักษาที่นอกจวนได้หรือไม่เจ้าคะ”เจียงซีที่มาเห็นสภาพที่นอนเป็นผักของจินไฉในตอนนี้นางจึงได้เงยหน้าขึ้นมาขอร้องมี่เจินที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงของจินไฉมากนัก

    “นายหญิงกำลังมีคนเดินมาทางนี้ขอรับ”หนึ่งในเกราะแดงที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้คนที่กำลังจะเดินเข้ามาในห้องที่พวกเขายืนอยู่นั้นจึงทำให้เขารีบหันมาเอ่ยรายงานผู้เป็นนายของตนในทันที

    “เจียงซีในวันนี้เรายังพาพ่อของเจ้าไปไม่ได้วันหน้าเราค่อยกลับมารับตัวท่านเถอะนะ”มี่เจินที่คิดว่านางและคนของนางในตอนนี้คงไม่สามารถพาจินไฉออกไปอย่างปลอดภัยในตอนนี้ได้นางจึงคิดที่กลับมารับหลินจินไฉในภายหลัง

      ตึก ตึก เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ห้องที่พวกนางแอบเข้ามาอยู่ในตอนนี้ทำให้เจียงซีและมี่เจินรีบกลับออกไปในทันที

    “เลี่ยงฉีมันกล้าทำเช่นนี้กับท่านพ่อได้อย่างไร เจ้าคนชั่วข้าจะฆ่ามัน”เจียงซีที่กลับมาที่จวนเป่าเล่อเอ่ยพร้อมกับฟาดมือของตนลงไปที่พนักวางมืออย่างมีโทสะ

    “พี่ใหญ่กับพี่ซีเออร์ไปที่จวนตระกูลหลินมาหรือเจ้าคะ”มี่จวนที่เห็นว่ามี่เจินกับเจียงซีเดินเข้ามาในห้องโถงนางจึงได้เดินเข้าตามมาถามด้วยเป็นห่วงเพราะตอนนี้พี่สาวของนางนั้นก็ถือว่าท้องแก่พอสมควรแล้วนั้นเอง

    “ใช่ว่าแต่เจ้าเถอะดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังออกมาเดินอีกเล่า”มี่เจินที่เห็นว่ามี่จวนยังคงเดินเล่นอยู่ในจวนนางจึงได้เอ่ยตำหนิน้องสาวของนางอย่างไม่จริงจังมากนัก

    “ก็วันนี้อากาศมันร้อนมากกว่าทุกวันข้าจึงนอนไม่หลับนิเจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองมาที่พี่สาวของตนด้วยรอยยิ้มทะเล้น

    “หากร้อนจนนอนไม่หลับเช่นนั้นเจ้าต้องการก้อนน้ำแข็งเช่นเหล่าคุณหนูคนอื่นๆหรือไม่”มี่เจินเอ่ยถามน้องสาวของตนอย่างจ้องการเอาใจแต่มี่จวนที่เคยยากจนจนไม่มีเงินจะซื้อข้าวมาก่อนในอดีตนางจึงรีบส่ายหัวปฏิเสธคำถามของพี่สาวของนางในทันทีด้วยเพราะนางนั้นไม่สามารถทำใจจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อของฟุ่มเฟือยพวกนั้นไม่ได้จริงๆ

    “ข้าไม่ต้องการเจ้าค่ะหากข้าทำใจหลับได้แล้วความร้อนมันก็คงจะหายไปเองเจ้าค่ะ”มี่จวนเอ่ยตอบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “เช่นนั้นเด็กหญิงที่กำลังโตเช่นเจ้าควรกลับไปนอนแล้วใช่หรือไม่”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่น้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มหวานมี่จวนที่เห็นเช่นนั้นนางจึงได้แต่ยกยิ้มแห้งกับพี่สาวของตนแล้วยอมกลับไปที่เรือนของนางแต่โดยดีมี่เจินที่เห็นว่าน้องสาวของนางยอมกลับไปแต่โดยดีแล้วนางจึงได้หันกลับมาวางแผนพาตัวจินไฉออกจากจวนตระกูลหลินต่อทันที

    จวนตระกูลหลิน

    “ท่านพ่อจะมาโทษที่ข้าทำเช่นนี้กับท่านพ่อไม่ได้นะขอรับในเมื่อท่านพ่อไม่ยอมยกตำแหน่งจ้าวบ้านให้ข้าดีๆเช่นนั้นท่านพ่อก็ต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปเถอะขอรับ”เลี่ยงฉีที่เช็ดตัวให้จินไฉเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มให้พ่อของตนด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายจินไฉที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่มองไปที่ลูกชายของตนด้วยสายตาแค้นเคืองแต่เพราะฤทธิ์ยาที่เลี่ยงฉีใช้จึงทำให้จินไฉทำได้เพียงมองไปที่เลี่ยงฉีด้วยความแค้นเคืองเพียงเท่านั้น

    “ฮึๆท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะขอรับข้าจะจัดการยึดกิจการทุกอย่างของนางเจียงซีลูกรักของท่านพ่อมารวมเป็นกิจการของตระกูลหลินของเราเองขอรับในเมื่อท่านพ่อทำหน้าที่ผู้นำตระกูลได้ไม่ดี ข้าที่จะขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปของตระกูลหลินจะเป็นผู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางที่มันควรจะเป็นเองนะขอรับ”เลี่ยงฉีเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาให้กับจินไฉที่มองไปที่บุตรชายของตนอย่างต้องการห้ามปรามเลี่ยงฉีที่เห็นท่าทางห่วงใยของพ่อของตนที่มีต่อน้องต่างแม่เขาก็ยิ่งแสยะยิ้มร้ายกว้างขึ้นเพราะยิ่งเขาทำให้เจียงซีที่ถูกยกให้อยู่สูงกว่ามาโดยตลอดตกต่ำได้เท่าใดเขาก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากเท่านั้น

    “นายน้อยขอรับคนของเราไม่พบตัวคุณหนูรองในแคว้นเซินเลยขอรับข้าน้อยคาดว่าตอนนี้คุณหนูรองอาจจะเดินทางไปต่างแคว้นนานนับเดือนแล้วขอรับ”เป่าอันคนรับใช้คนสนิทของเลี่ยงฉีเข้ามาเอ่ยรายงานผู้เป็นนายของตนด้วยสีหน้าตึงเครียดเพราะตราบใดที่พวกที่เขายังไม่สามารถจัดการกับเจียงซีได้อย่างเด็ดขาดตำแหน่งจ้าวตระกูลของเลี่ยงฉีก็ยังถือว่าไม่มั่นคงนักเพราะแต่เดิมนั้นกิจการแทบทุกอย่างในตระกูลหลินล้วนอยู่ใต้การควบคุมของนางทั้งสิ้นและเพราะพวกเขาอาศัยช่วงที่เจียงซีไม่อยู่จวนพวกเขาจึงสามารถจัดการและควบคุมจวนตระกูลหลินได้โดยง่าย

    “ส่งคนของเราออกไปตามนางให้พบจะจับเป็นหรือจับตายก็แล้วแต่เจ้าเพราะสิ่งที่ข้าต้องการมีแค่เพียงตราประจำตระกูลเท่านั้น”เลี่ยงฉีที่ยังไม่สามารถหาตราประจำตระกูลได้พบในตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมานั้นจึงทำให้เขาพอจะคาดเดาได้ว่าพ่อของเขาต้องฝากตราประจำเอาไว้กับลูกสาวคนโปรดของเขาอย่างแน่นอน

    “ขอรับนายน้อย”เป่าอันเอ่ยขานรับคำเสียงแล้วจึงได้เดินออกไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนายของตนด้วยรอยยิ้มเหี้ยม

    “ฮึๆเห็นหรือขอรับท่านพ่อข้าทำทุกอย่างเพื่อให้ตระกูลหลินของเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งไม่ใช่ตระกูลที่อยู่ภายใต้กระโปรงของเจียงซีเช่นที่ท่านทำให้เป็นมานานหลายปี”เลี่ยงฉีที่อยู่กับจินไฉตามลำพังเขาหันกลับมาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีและเมื่อเขาหัวเราะจนพอใจแล้วเขาจึงได้เดินออกจากห้องของผู้เป็นพ่ออย่างอารมณ์ดี

    จวนตระกูลอิน เรือนหลัก

    “หลิงม่านยังไม่กลับมาจากจวนตระกูลหลินอีกหรือ”นางกวางที่ไม่เห็นหลิงม่านมายกน้ำชาทำความเคารพตนมาหลายวันจึงได้เอ่ยถามแม่นมคนสนิทของตนด้วยสีหน้าสงสัย

    “คนของเราไม่สามารถเข้าตระกูลหลินได้เลยเจ้าค่ะ”แม่นมเล่อเอ่ยตอบผู้เป็นนายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ถือว่ามีความไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างมาก

    “หืมแล้วตอนนี้อาเวยกำลังทำอะไรอยู่ เมียหายไปตากบ้านนานถึงเพียงนี้ยังไม่คิดไปตามเมียกลับมาที่จวนอีกนี้ใจคอของเขาคิดแต่จะเสียใจเรื่องของหญิงผู้นั้นหรืออย่างไร”นางกวางเอ่ยตำหนิบุตรชายของตนอย่างไม่พอใจนักที่ตั้งแต่มี่เจินออกจากจวนตระกูลอินไปอาเวยบุตรชายของนางก็เอาแต่ดื่มเหล้าเมามายในยามค่ำคืนพอรุ่งสางเขาก็ออกไปทำงานโดยไม่เขามาหานางก่อนไปทำงานเช่นปกติที่เขาเคยทำมานั้นจึงทำให้อดที่จะรู้สึกขัดเคืองกับการกระทำของบุตรชายของนางในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ไม่ได้

    “เอ่อนายหญิงเจ้าคะข้ามีคิดว่านายน้อยน่าจะหลุดพ้นจากอำนาจของขี้ผึ้งเสน่หาแล้วเจ้าค่ะ”แม่นมเล่อที่เคยเห็นฤทธิ์ของขี้ผึ้งนั้นมาก่อนในตอนที่อนุอี้(อี้เหยา)เคยใช้กับจินอี้นายท่านของตนนั้นจึงทำให้นางที่เห็นว่าหงเวยนั้นไม่มีความโหยหาหลิงม่านเลยแม้แต่น้อย นั้นจึงทำนางนั้นพอจะคาดเดาได้ว่านายน้อยของนางนั้นได้กลับมาเป็นปกติแล้วนั้นเอง

    “เจ้าว่าอะไรนะ”นางกวางที่ได้ยินข้อสันนิฐานของแม่นมคนสนิทหันมาเอ่ยถามนางด้วยสีหน้าตกใจเพราะหากหงเวยนั้นสามารถหลุดพ้นออกมาจากขี้ผึ้งเสน่หาได้จริงๆนางกับหลิงม่านคงไม่สามารถเข้าหน้าของเขาติดได้ในเวลาเร็วๆนี้เป็นแน่

    “นายน้อยอาจจะแสร้งเล่นละครตบตาเรามานานแล้วเจ้าค่ะ”เล่อเหยาหรือแม่นมเล่อเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอึกอักเพราะนางเองก็อยากให้ข้อสันนิฐานของนางนั้นไม่เป้นความจริงเช่นเดียวกับผู้เป็นนายของตน

    “จะเป็นได้อย่างไรกันในเมื่อฤทธิ์ของขี้ผึ้งต้องใช้เวลาสามปีในการสลายไปไม่ใช่หรือแต่นี้ยังไม่ถึงหนึ่งปีดีเสียด้วยซ้ำ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่อาเวยจะหลุดออกมาจากฤทธิ์ยาของขี้ผึ้งนั้นได้”นางกวางเอ่ยด้วยสีหน้ายากจะเชื่อแต่เมื่อนางนึกถึงผลการรักษาของมี่เจินที่นางนั้นสามารถรักษาคำสาปของบุตรชายของนางได้นั้นจึงทำให้นางถึงกับกัดริมฝีปากของตนด้วยความเครียดทันทีเพราะนางไม่รู้ว่าลูกชายของนางนั้นจะรู้เรื่องที่นางสนับสนุนหลิงม่านในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

    หอการค้าตระกูลอิน

    “หงเวยนี่เจ้าจะทำตัวต่อต้านแม่ของเจ้าไปถึงเมื่อใดกันอย่าปล่อยให้ผู้หญิงชาวบ้านเพียงคนเดียวมาทำลายความสัมพันธ์ในตระกูลของเราเป็นอันขาดไม่เช่นนั้นเจ้าคงจะรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาง”จินอี้ที่เห็นการกระทำที่บ่งบอกถึงการต่อต้านของหงเวยในรอบหลายปีเขาจึงได้เรียกตัวของบุตรชายของตนขึ้นมาเอ่ยสั่งสอนที่ห้องทำงานของตนด้วยความไม่พอใจนักที่คนในตระกูลของเขานั้นต้องมาทะเลาะกันเพียงเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว

    “ข้าขออยู่คนเดียวสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ”หงเวยที่ไม่คิดจะทำตามคำสั่งของบิดาของตนเช่นปกติเงยหน้าตอบบิดาของตนทันทีที่เขาเอ่ยจบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแววตาของเขาที่ตอนนี้มีแต่ความทุกข์มองสบไปที่บิดาของตนอย่างเว้าวอนแต่คำเว้าวอนนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ผ่านความเห็นด้วยของผู้เป็นบิดาขอองตนเพราะนอกจากจินอี้ผู้เป็นดาจะไม่เห็นใจแล้วเขายังเร่งให้หงเวยไปตามตัวของหลิงม่านกลับมาจากจวนตระกูลหลินอีกด้วย

    “ไม่ได้ข้าไม่ต้องการให้ตระกูลอินเป็นที่ขบขันของผู้คนมากกว่าที่เป็นอยู่แล้วเจ้ารีบไปรับตัวของหลิงม่านกลับมาจากจวนตระกูลหลิน แล้วรีบมีลูกกับนางสะนี้คือคำสั่งของข้า”จินอี้ที่เสียหน้าจากเรื่องของมี่เจินเอ่ยสั่งหงเวยเสียงเข้มโดยที่เขาในตอนนี้นั้นคิดแต่เรื่องหน้าตาของตระกูลอินจนไม่คิดถึงเรื่องความรู้สึกของบุตรชายของเขาเลยแม้แต่น้อยนั้นจึงทำให้แววตาของหงเวยที่ได้ยินคำสั่งจากผู้เป็นบิดาของตนนั้นหม่นแสงลงไปในทันทีด้วยเขาในตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเขานั้นเป็นเพียงเครื่องมือของพ่อและแม่ของเขาในการครอบครองตระกูลอินอย่างสมบูรณ์เท่านั้น

    “ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไม่”จินอี้ที่เห็นว่าหงเวยเอาแต่นิ่งเงียบเขาจึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับมองไปที่บุตรชายของตนด้วยสายตากดดัน หงเวยที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ลอบกำมือแน่นด้วยความอดทน

    “ขอรับ”เสียงเรียบเอ่ยตออบรับนั้นจึงทำให้รอยยิ้มพึงพอใจของจินอี้ปรากฏขึ้นมาในทีที่เขาได้ยินว่าบุตรชายจะทำตามคำสั่งที่เขาสั่งไปในเมื่อครู่

    “ดี”จินอี้เอ่ยอย่างพึงพอใจ

    “หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวกลับไปทำงานของข้านะขอรับ”หงเวยที่พยายามสะกดกลั่นความเศร้าเอ่ยพร้อมกับก้าวเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้เป็นบิดาด้วยแววตาเศร้า

    “เย็นนี้อย่างลืมไม่รับฮูหยินของเจ้ากลับมาด้วยละหากแยกกันอยู่นานเดี๋ยวจะเป็นเรื่องสนุกให้ชาวบ้านนำมาพูดได้อีก”จินอี้เอ่ยสั่งไล่หลังหงเวยที่ได้ยินในตอนแรกถึงกับชะงักแต่เพราะว่าเขาในตอนนี้นั้นยังไม่พร้อมที่จะสู้รบกับพ่อและแม่ของตนเขาจึงเลือกที่จะไหลตามทิศทางที่คนทั้งสองต้องการเพียงเท่านั้น

    “หึสุดท้ายท่านก็เป็นเพียงท่อนไม้ผุๆที่ลอยอยู่บนผิวน้ำเท่านั้น”เย่จินที่อยู่หน้าห้องเพียงรอเข้าพบจินอี้เอ่ยกับหงเวยที่กำลังเดินผ่านเขาไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันแล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องของจินอี้ทันทีที่เขาถูกเรียก

      ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดกลุ่มคนที่ประกอบไปด้วยเจียงซีและผู้คุ้มกันเกราะแดงก็สามารถลอบเข้ามาในห้องของจินไฉได้อีกครั้งโดยที่ครั้งนี้มี่เจินและเจียงซีได้เตรียมความพร้อมในการพาตัวของจินไฉออกจากจวนตระกูลหลินอย่างรัดกุมโดยที่พวกนางนั้นไม่ลืมที่จะใช้คนที่มีหน้าตาคลายกับจินไฉมาแทนที่ของเขาเพื่อไม่ให้เลี่ยงฉีนั้นรู้ว่าเจียงซีนั้นรู้ทันแผนชั่วของเขาแล้วนั้นเองโดยชายผู้นั้นได้รับการวางยาตัวเดียวกันกับที่เลี่ยงฉีได้ใช้กับจินไฉและเพื่อให้เลี่ยงฉีนั้นไม่แยกออกเจียงซียังขอความช่วยเหลือจากหมอที่ดีด้านการผ่าตัดเปลี่ยนหน้าช่วยเปลี่ยนหน้าของชายผู้นั้นให้เหมือนกับบิดาของนางมากที่สุดเท่าทีจะเป็นได้“

      และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเขาก็เร่งช่วยกันพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงของจินไฉออกจากจวนตระกูลหลินโดยเร็วที่สุดเท่าที่พวกเขานั้นจะสามารถทำได้มี่เจินที่เตรียมรถม้ารออยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลหลินเร่งสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวออกไปรับกลุ่มคนของตนทันทีที่นางได้ยินเสียงผิวปากจากผู้คุ้มกันเกราะแดงของนาง

    “ขอบคุณพี่เจินมากเจ้าค่ะที่ช่วยเหลือข้ากับท่านพ่อในครั้งนี้ข้าเจียงซีผู้นี้จะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่านสกุลมี่ในครั้งนี้เลยเจ้าค่ะ”เจียงซีที่โอบประคองผู้เป็นจินไฉอยู่นางเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับมองไปที่มี่เจินด้วยสายตาซาบซึ้งใจ

    “ไม่เป็นไรเราคนกันเองเจ้าก็เหมือนน้องสาวของพี่เช่นนั้นแล้วเรื่องนี้เจ้าอย่าเก็บไปคิดเป็นบุญคุณเลย”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จินไฉที่นั่งอยู่ด้วยความสงสารเพราะนางเองก็ไม่คาดคิดว่าเลี่ยงฉีจะอำมหิตถึงขั้นวางยาทำร้ายพ่อบังเกิดเกล้าของเขาได้เช่นนี้

    “หากกาลข้างหน้าพี่เจินมีเรื่องที่ต้องการให้ข้าทำพี่เจินสามารถบอกข้าได้เสมอเลยนะเจ้าคะข้าเจียงซีผู้นี้จะไม่ปฏิเสธคำขอของท่านเลยแม้แต่ครึ่งคำ”เจียงซีให้คำสัญญากับพี่สาวคนสนิทของตนด้วยสายตาจริงจังมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่พยักหน้ารับคำของเจียงซีอย่างช่วยไม่ได้

    เมืองเซินเฉียวจวนสกุลมี่

    “ข้าคงช่วยเจ้ากับนายท่านหลินได้เพียงเท่านี้”มี่เจินที่รู้ว่าเจียงซีนั้นได้รับยาแก้พิษจากมี่จวนแล้วนางจึงได้แต่สั่งให้ทาสที่มีความรู้เรื่องการรักษาเข้ามาช่วยเจียงซีดูแลจินไฉเท่านั้นเพราะจินไฉได้นอนเป็นเวลานานมากกว่าหนึ่งเดือน ทำให้กล้ามเนื้อและร่างกายของเขาต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูอีกเป็นเวลานานและเพราะเจียงซีเองก็คงไม่อาจจะอยู่ดูแลจินไฉได้ตลอดเวลาเพราะเจียงซีเองก็ต้องกลับสะสางเรื่องวุ่นวายที่เลี่ยงฉีก่อนขึ้นทั้งในจวนและกิจการร้านรวงของตระกูลหลินช่วงนี้ล้วนสับสนวุ่นวายจนทำให้การดำเนินกิจการนั้นสะดุดเป็นช่วงๆหลังจากที่เลี่ยงฉีเรียกเก็บเงินจากร้านรวงเหล่านั้นมาถือครองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

    “เพียงเท่านี้ข้าก็ขอบคุณพี่เจินกับสกุลมี่มากแล้วเจ้าค่ะ”เจียงซีที่ตอนนี้ไม่อาจจะไว้ใจใครได้นอกจากมี่เจินเอ่ยพร้อมกับกุมมือของมี่เจินเอาไว้แน่นอย่างต้องการกำลังใจ

    “ไม่เป็นไรคนเรานะผิดพลาดกันได้และอีกอย่างเจ้าก็คงไม่คาดคิดว่าคุณชายใหญ่จะลงมือกับพ่อของเจ้าเช่นนี้ใช่หรือไม่”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับตบลงไปที่หลังมือของเจียงซีอย่างให้กำลังใจ

    “ข้าจะขึ้นเป็นจ้าวตระกูลเองเจ้าค่ะในเมื่อเลี่ยงฉีกล้าที่จะลงมือกับท่านพ่อเช่นนี้ข้าเองก็คงจะไม่อาจทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านพ่อได้แล้วละเจ้าค่ะ”เจียงซีที่เคยให้คำสัญญาเรื่องของเลี่ยงฉีเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องของตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นในเมื่อคนพวกนั้นกล้าที่จะลงมือกับครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของนางที่เหลืออยู่นางก็จะสอนให้คนพวกนั้นรู้ว่าสิ่งที่พวกมันไม่ควรทำที่สุดคือการทำร้ายคนของนางนั้นเอง

    “เจ้าต้องการจะทำอะไรก็ทำไปเถอะขอแค่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใดพี่ก็พร้อมจะสนับสนุนเจ้านะ”มี่เจินที่ต้องการบอกว่าเจียงซียังมีนางอยู่ข้างตัวนางเสมอเอ่ยบอกเจียงซีด้วยน้ำเสียงนุ่ม

    “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่เจิน”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับเข้ามาโอบกอด หญิงตรงหน้าของตนด้วยความซาบซึ้งใจในตอนนี้นางนั้นกำลังรู้สึกว่าตนนั้นโชคดีที่เข้ามาทำความรู้จักกับมี่เจินในวันนั้นทำให้นางในวันนี้ได้พบกับมิตรแท้ที่นางนั้นไม่อาจจะหาได้จากผู้ใดอีกอย่างแน่นอน

      สายฝนที่โปรยปรายลงมายังพื้นดินทำพื้นดินที่แห้งแล้งจากฤดูร้อนชุ่มฉ่ำขึ้นมามี่เจินที่นั่งมองสายฝนที่โปรยปรายลงมายังสวนที่นางเพิ่งลงต้นกุหลาบ(เหมยกุ้ย)หลากสีสันใหม่ในวันนี้ด้วยสายตาพึงพอใจเพราะต้นไม้ที่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาในตอนเที่ยงวันนั้นกำลังดูสวยงามมากขึ้นเมื่อพวกมันต้องสายฝน

    “พี่ใหญ่เจ้าคะน้ำขิงอุ่นๆเจ้าค่ะ”มี่จวนที่เห็นว่าพี่สาวของตนนั่งอยู่ข้างหน้าต่างเป็นเวลานานนางจึงได้เดินไปยกกาน้ำขิงอุ่นๆมาให้กับพี่สาวของตนด้วยความเป็นห่วง

    “ขอบใจเจ้ามากนะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับหันไปมองเหล่าต้นไม้ในสวนของตนด้วยรอยยิ้มมีความสุข

    “พี่ใหญ่เราจะกลับไปที่เมืองเซินเฉียวเมื่อใดหรือเจ้าคะ”มี่จวนที่ตอนนี้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดของตนเอ่ยถามพี่สาวของตนด้วยท่าทีงอแง

    “อีกไม่นานแล้วละ”มี่เจินที่กำลังสอนงานให้อวี้ม่านเข้ามาทำงานแทนนางกับเย่จินในส่วนของเมืองฉีซานเอ่ยตอบน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงนุ่ม เพราะอีกไม่นานอวี้ม่านจะแต่งออกจากตระกูลอินและเมื่อถึงตอนนั้นนางจะเข้ามาทำงานให้กับกลุ่มการค้าอี้อินของนางอย่างเต็มตัวซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ผ่านความเห็นของเย่จินแล้วเช่นกัน

    “เย้ ข้าคิดถึงท่านพ่อกับทุกคนที่เมืองเซินเฉียวมากจนทนแทบไม่ไหวที่จะกลับไปแล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่”มี่จวนที่คิดถึงผู้คนที่เมืองเซินเฉียวเอ่ยบอกพี่สาวของตนด้วยความกระตือรือร้น

    จวนตระกูลอิน

    “ฮูหยินน้อยคุณชายใหญ่ส่งสารมาขอความช่วยเหลือจากฮูหยินเจ้าค่ะ”เป่ยเป่ยที่ถือกระดาษแผ่นน้อยเดินเข้ามากระซิบผู้เป็นนายของตนด้วยท่าทางลับๆล่อๆนั้นจึงทำให้หงเวยที่มาทันเห็นท่าทางลับๆล่อของสองนายบ่าวเขาจึงได้ส่งสายตาให้ซูเฉิงเข้าไปแย่งกระดาษมาจากเป่ยเป่ยในทันที

    “พี่เวย!”หลิงม่านที่เห็นว่าหงเวยนั้นได้เผากระดาษที่พี่ชายของนางส่งมาขอความช่วยเหลือจากนางด้วยเปลวเทียนที่อยู่ในห้องนางจึงได้แต่เอ่ยเรียกหงเวยด้วยความตกใจเพียงเท่านั้นเพราะตั้งแต่ที่หงเวยพาตัวนางกลับมาจากตระกูลหลินของนางในวันนั้นเขาก็สั่งให้บรรดาสาวใช้ทั้งหลายเฝ้าตามติดนางไม่ห่างและตั้งแต่วันนั้นนางและหงเวยก็ไม่เคยมีความใกล้ชิดกันอีกเลย

    “เจ้าในตอนนี้เป็นคนของตระกูลอินแล้วเช่นนั้นเจ้าห้ามกลับไปยุ่งเรื่องของตระกูลหลินอีกเป็นอันขาด”หงเวยเอ่ยสั่งพร้อมกับมองไปที่หลิงม่านด้วยสายตาเคร่งเครียด

    “หากท่านต้องฝืนทนอยู่กับข้าเช่นนี้ข้าว่าเราแยกทางกันเถอะเจ้าค่ะ หากอยู่กับข้าแล้วไม่มีความสุขเช่นนั้นแล้วข้าว่าท่านกลับไปหาหญิงผู้นั้นเถอะเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่ถูกกดดันทั้งจากพ่อและสามีให้รีบมีทายาทเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่ผู้เป็นสามีของตนด้วยน้ำตานองหน้าเพราะนางในตอนนี้เองก็ยอมแพ้เรื่องของหงเวยแล้วเช่นกันนางในตอนนี้ที่ได้ในทุกสิ่งที่นางต้องการนั้นกลับไม่รู้สึกถึงความสุขจากชัยชนะเลยแม้แต่น้อยกลับกันนางนั้นกลับรู้สึกทุกข์ทนเพิ่มขึ้นในทุกวันที่นางต้องทนใช้ชีวิตในจวนตระกูลอินแห่งนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นนางกวางผู้เป็นแม่สามีและจินอี้ที่เป็นพ่อสามีของนางนั้นล้วนคอบกำกับการใช้ชีวิตคู่ของนางและหงเวยให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการในทุกๆวันนางแม่สามีของนางนั้นจะเรียกนางไปที่เรือนของนางเพื่อมอบยาบำรุงให้นางมากกว่าสามถ้วยพ่อสามีของนางก็นำร้านรวงที่เป็นสินเดิมของนางเข้าไปเป็นกิจการภายใต้ตระกูลอินทำให้รายได้ที่นางได้รับจากร้านรวงลดเหลือสามส่วนของรายได้เดิมที่นางได้รับจากร้านรวงของนางและเพราะการควบคุมที่เข้มงวดนั้นจึงทำให้นางนั้นไม่สามารถโต้แย้งใดๆคนทั้งสองได้เลยแม้แต่น้อยเพราะทุกครั้งที่นางคิดจะโต้แย้งนางกวางก็จะสั่งลงโทษนางโดยการสั่งให้นางนั่งคุกเข่าสำนักผิดที่หน้าเรือนหลักให้เป็นที่อับอายผู้คนในจวนอยู่ร่ำไป

     

     



    คล้ายกับเรื่องฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498