เทียนฉินยืนมองซากโครงกระดูกของมังกรเพลิงโลกันตร์เหล่านั้นด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทำให้เขาอดย้อนนึกไปถึงเหตุการที่เกิดขึ้นกับเขา ตอนที่กลุ่มโจรพรรคหมาป่าทมิฬบุกมาปล้นขบวนสินค้าของครอบครัวตอนที่ยังเป็นเด็กไม่ได้
การปล้นชิง การสูญเสีย ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม สุดท้ายแล้วผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุดเท่านั้น ถึงจะเป็นผู้ที่กำหนดชะตาชีวิตตนเองและผู้อื่นได้
"พวกท่านเสียสละมามากพอแล้ว!"
"ถึงเวลาที่จะได้หลับอย่างสงบเสียที"
เทียนฉินเอ่ยโดยไม่รอความคิดเห็นของหลงยู่หมิง เก็บรวมรวมโครงกระดูกเหล่านั้น ก่อนทำการขุดหลุมแยกแต่ละโครงกระดูกอย่างไม่รีบร้อน
จากนั้นจึงใช้ดาบสลักลงบนหินผาอันใหญ่ที่มีใจความว่า สุสานมังกรเพลิงโลกันตร์
"ที่นี่ไม่มีโครงกระดูกของท่านหรือ?"
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเทียนฉินจัดการกับโครงกระดูกเหล่านั้นเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามราชามังกรด้วยความสงสัย
"ร่างของข้าคอยปกป้องอยู่หน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวังมังกร!"หลงยู่หมิงกล่าวตอบอย่างไร้ความรู้สึก
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ!"เทียนฉินเอ่ยบอกหลงยู่หมิงโดยพลัน
เพียงเวลาชั่วพริบตาเทียนฉินได้เหาะมาถึงแนวชายป่าด้านหนึ่ง รอบบริเวณไม่แตกต่างจากที่ผ่านมาสักเท่าไร ล้วนเต็มไปด้วยร่องลอยการต่อสู้ ที่รุนแรง
ด้านหน้าปรากฎซากปรักหักพังจนดูไม่ออกว่านี่คือสิ่งปลูกสร้างของอะไร มีเพียงเศษหินที่แตกหักกระจัดกระจายกราดเกลื่อนเต็มไปหมด
"ที่นี่หรือผู้อาวุโสหลง?"เทียนฉินที่ก้มลงมองด้านล่างต่างแปลกใจอย่างยิ่ง
"อืม!"
"เมื่อก่อนตรงนี้คือประตูทางเข้าวังมังกรของเผ่าพันธุ์ข้า"
"เพียงแต่ว่าตอนนี้ล้วนเหลือเพียงเศษหินให้ดูต่างหน้าเท่านั้นเอง!"หลงยู่หมิง
กล่าวออกมาพลางถอดถอนใจเหม่อมองออกไปด้านหน้าอย่างเศร้าสร้อย
เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจพลันยืนอยู่เงียบๆ เรื่องบางอย่างตัวเขารู้ดีว่าไม่ควรไปถามอะไรมากให้เสียความรู้สึก
"มีค่ายกลอยู่ตรงเสาหินนั้น!"หลงยู่หมิงที่รู้สึกตัวขึ้นมากล่าวบอกเสียงเบา
"แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะผ่านเข้าไปได้อย่างปลอดภัย"เทียนฉินมองไปทางเสาหินที่เพียงแค่ตอสั้นๆ พลางเอ่ยถามถึงหนทางเข้าไปด้านใน
หลงยู่หมิงอธิบายวิธีการผ่านค่ายกลให้กับเทียนฉินอย่างละเอียด ซึ่งค่ายกลนี้มีกลไกสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก มีแกนกลางอยู่ทั้งสิ้นแปดอัน ซึ่งแกนกลางแต่ละอันจะมีลักษณะไม่เหมือนกันสักชิ้น แล้วแต่ละชิ้นนั้นล้วนถูกซ่อนใว้ในค่ายกลลวงตาอีกชั้นหนึ่ง
นี่คือค่ายกลอันเก่าแก่ของเผ่าพันธุ์มังกรเพลิงโลกันตร์ ที่ถูกจัดตั้งไว้อย่างเนิ่นนานมาแล้ว เพียงแต่ว่าหลงยู่หมิงได้มาทำการแก้ไขให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อตอนที่เกิดสงครามคราวนั้น
แผ่นหลังของเทียนฉินตอนนี้นั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาต้องกระตุ้นแกนกลางของแต่ละชิ้นนั้นอย่างระมัดระวังโดยห้ามผิดพลาดเป็นอันขาด เพราะถ้าหากเผลอว่างแกนกลางนั้นผิดพลาดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ค่ายกลนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลสังหารในทันที
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เทียนฉินพลันวางแกนกลางชิ้นสุดท้ายลงไปตำแหน่งที่หลงยู่หมิงบอกอย่างแม่นยำ
พรึ่บ!
แสงสีดำแปดเส้นสายพุ่งเข้ารวมตัวกันอย่างรวดเร็วราวกับโหยากันมาเนิ่นนาน บริเวณด้านรอบมีกระแสคลื่นพลังบางอย่างเกิดขึ้นมา ก่อนม้วนตัวเป็นเกลียวจนเกิดคล้ายเป็นหลุมดำหลุมหนึ่ง
หลุมดำหลุมนั้นหมุนวนแล้วขยายตัวออกมาจนกว้างพอที่จะให้คนก้าวผ่านเข้าไปได้ จากนั้นจึงค่อยๆหมุนช้าลงก่อนจะหยุดสงบนิ่งในที่สุด
"เข้าไปกันเถอะ! ประตูเชื่อมต่อได้ถูกเปิดออกแล้ว"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาด้วยเสียงราบเรียบ โดยไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่
เมื่อได้ยินหลงยู่หมิงกล่าวออกมา เทียนฉินจึงก้าวเดินเข้าไปในหลุมดำนั้นอย่างไม่ลังเล
วูบบ!
หลังจากก้าวเดินเข้าไปในหลุมดำนั้นแล้ว วิสัยทัศน์การมองเห็นของเทียนฉินพลันมืดสนิทอีกครั้งหนึ่ง รอบด้านปรากฎความว่างเปล่าแทบจะจับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย
แต่เพียงผ่านพ้นไปไม่นานเท่าไรนัก เทียนฉินก็ได้โผล่ออกมายังสถานที่หนึ่ง ทั่วบริเวณล้วนมีแต่ซากปรักหักพังของอาคารต่างๆ ตรงใจกลางที่เขายืนอยู่นั้น มีลักษณะคล้ายห้องโถงห้องใหญ่ เศษโต๊ะเก้าอี้ที่เป็นหินล้วนถูกทำลายแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
"เจ้าได้เข้ามาภายในวังมังกรของเผ่าพันธุ์ข้าแล้ว!"หลงยู่หมิงเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆแล้วก็เงียบหายไป
เทียนฉินนึกภาพตามที่หลงยู่หมิงกล่าวออกมาก็พอมองออกถึงความยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีตได้ เสียดายที่ตอนนี้ไม่หลงเหลือความสวยงามให้เชยชมอีกแล้ว
เมื่อมองขึ้นไปด้านบนพบหัวกระโหลกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่พื้นอย่างองอาจ โพลงเบ้าตาทั้งสองข้างกลมโตราวกับอุโมงค์ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
รอบๆมีท่อนกระดูกหมุนวนเสมือนเป็นค่ายกลบางอย่างคุ้มกันอยู่ โครงกระดูกทุกส่วนบริเวณลำตัวล้วนเป็นสีดำสนิท มีร่องรอยแตกร้าวอยู่ตามท่อนกระดูกแต่ละชิ้นคล้ายถูกโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง
"หืม!"
"มีคนอยู่ในนั้นด้วยรึ"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตกใจ แต่ส่วนหนึ่งก็อดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในใจไม่ได้ แม้บริเวณหัวกระโหลกอันใหญ่นั้นจะมีม่านพลังสีดำปกคลุมอยู่ แต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆจะพบว่ามีคนสองคนนั่งอยู่ภายในหัวกระโหลกนั้น
เทียนฉินไม่รีรออันใดอีก รีบพุ่งตัวไปทางหัวกระโหลกนั้นทันที
"อย่าเข้าไป!!"หลงยู่หมิงร้องเตือนออกมาเสียงหลง
เปรี้ยง!
เทียนฉินที่พุ่งตัวเข้าไปนั้นกลับหยุดไม่ทันเสียงเตือนนั้นแล้ว ร่างที่พุ่งเข้าไปได้ปะทะเข้ากับม่านพลังสีดำนั้นอย่างจัง จนกระแทกเขากระเด็นกลับมาอย่างแรง
ตุ้บ!
เทียนฉินทำสีหน้าทั้งเจ็บปวดทั้งอับอาย ผ่านค่ายกลต่างๆมาก็เยอะกลับมาพลาดโดนค่ายกลอันนี้กระแทกจนก้นจ้ำเบ้า พลางบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
"อ่า! ทำไมอาวุโสหลงไม่บอกให้เร็วกว่านี้หน่อยเล่า!"
"ก็ข้าบอกไปแล้ว!"
"แต่เจ้ากลับพุ่งไปเร็วซะขนาดนั้น!"
หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างจนใจ พลางบอกถึงค่ายกลอันนี้คือค่ายกลที่คอยคุ้มกันโครงกระดูกของเขา ที่เกิดขึ้นจากวิชาลับของราชามังกรเพลิงโลกันตร์โดยเฉพาะ แม้แต่ผู้ที่บุกรุกมาเมื่อหลายล้านปีที่แล้วยังมิอาจจะทำลายลงได้
เทียนฉินที่ได้รู้ความเป็นมาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนก้าวเดินไปทางหัวกระโหลกนั้นอย่างช้าๆ โดยที่รักษาระยะห่างไว้ไม่ให้ไปสัมผัสกับค่ายกล
จากนั้นจึงเพ่งสายตาจ้องมองคนทั้งสองที่อยู่ด้านในอย่างไม่วางตา ด้านในเป็นชายสองคนอยู่ในสภาพร่างกายผ่ายผอม ผมสีดำยาวพันกันอย่างยุ่งเหยิง หนวดเคราที่ขึ้นปกคลุมอยู่เต็มใบหน้าทำให้ใครที่มาพบเจอต่างอดที่จะรังเกียจไม่ได้
แต่เมื่อพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนมากพอแล้วทำให้เทียนฉินใจสั่นขึ้นมาโดยฉับพลัน เผลอร้องตะโกนออกมาอย่างลืมตัว
"ศิษย์พี่!!"
"หืม!"
"เจ้าเป็นใครกัน?"ชายหนึ่งในนั้นเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย ที่จริงพวกเขาทั้งสองสัมผัสได้แล้วว่ามีคนมาอยู่ใกล้บริเวณนี้ เพียงแต่พวกเขามิอาจจะมองเห็นเหตุการณ์ภายนอกได้จึงไม่รู้ได้เลยว่าเป็นผู้ใด
"ข้าเทียนฉิน! เป็นศิษย์ส่วนตัวคนที่สามของท่านอาจารย์เสิ้นจื่อ"เทียนฉินเอ่ยบอกนามเขาไปโดยตรง
"เจ้าเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์เสิ้นจื่อ
อย่างนั้นรึ?"
"ท่านอาจารย์ยังสบายดีอยู่ใช่ไหม?"
"แล้วเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน?"
ทั้งสองคนต่างก็ลุมถามเทียนฉินกันอย่างไม่หยุดหย่อน เทียนฉินจึงได้เล่าเรื่องราวของเขาออกมาตั้งแต่ได้รับภารกิจมาจากทางนิกาย จนได้รู้ความจริงจากปากของอาจารย์ ว่าศิษย์พี่ทั้งสองก็ได้มาที่เทือกเขารกร้างเหมือนกัน รวมถึงได้พบเจอผลึกบันทึกเสียงที่พวกเขาแอบซ่อนไว้ในหินผานั้นด้วย
จากนั้นศิษย์พี่ได้เล่าเรื่องราวของพวกเขาให้เทียนฟังบ้าง ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์อย่างที่เทียนฉินได้พบเจอมาก่อนหน้านั้นนั่นเอง
เพียงแต่ว่าพวกเขาดันบังเอิญเจอกับค่ายกลลวงตาบางอย่าง จนถูกดึงมาอยู่ภายในหัวกระโหลกของราชามังกรเพลิงโลกันตร์จนถึงทุกวันนี้
"ที่แห่งนี้มันมีค่ายกลซ่อนไว้อยู่กี่อันกันแน่?"เทียนฉินที่ได้ฟังคำบอกเล่าของศิษย์พี่ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมาในใจ
"ภายในเทือกเขาแห่งนี้มีค่ายกลหลากหลายชนิด ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเผ่ามังกรเพลิงโลกันตร์หลากหลายรุ่น แม้แต่รอบๆตีนเขาถ้าไม่ถูกทำลายลงเสียก่อนแล้ว พวกเจ้าอาจจะไม่สามารถบุกรุกเข้ามาได้เลย"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ
"แล้วอย่างนี้ข้าจะช่วยศิษย์พี่ทั้งสองออกมาได้อย่างไรรึอาวุโสหลง?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างรวดเร็วหลังได้ยินเสียงของหลงยู่หมิง
จบตอนที่ 41