ตอนนี้ด้านนอกต่างก็กำลังยืนมองประตูทางเข้าออกป่าลับแล ที่มีม่านหมอกหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าประตูลับแลใกล้จะปิดลงอย่างสมบูรณ์ มีคนมากมายยังไม่สามารถออกมาได้ เล่ากงกง ตอนนี้ถึงกับเป็นลมสลบไปหลายครั้ง เพราะทราบข่าวจากองค์ชายสี่หลี่หมิงว่า องค์ชายห้า องค์ชายหก องค์ชายเจ็ด ล้วนเสียชีวิตไปหมดแล้ว ส่วนองค์ชายรองหลี่คังไม่ทราบชะตากรรม และเวลาก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย
ส่วนคนของสำนักเมฆาม่วง สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ก็มาเอ่ยขอบคุณ ลุงเมิ่งซี ที่มีหลานอันประเสริฐเช่นนี้ ทำเอาเมิ่งซีนั้นแม้จะเสียใจที่รู้ว่า หลานชายตายไปแต่ก็ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่หลานได้สร้างวีรกรรมเอาไว้เช่นนี้
ส่วนเชียนเชียนก็ได้แต่น้ำต้าซึม ส่วนเสี่ยวฉีก็เดินไปมา สายตาจ้องไปที่ประตูทางออกเพราะต้าเฉิงนั้นยังไม่ออกมาเสียที
แล้วทันใดนั้นเอง ต้าเฉิงกับ องค์ชายรองหลี่คัง ก็วิ่งหน้าแดง ออกมาจากม่านหมอก สีหน้าของทั้งสองนั้นยังคงวิ่งไม่หยุดไม่วิ่งเข้ามาในเพิงที่พักของ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก
“ องค์ชายรอง ยังไม่ตาย โอ้...” เล่ากงกง รีบพุ่งตัวเข้าไปหา ที่องค์ชายรองที่ยังคงวิ่งหน้าตั้งไม่ยอมหยุด เพราะยาเก้าอ้าชานั้นยังดีดไม่เลิก จนกระทั่งเล่ากงกง ได้ทำการจี้สะกัดจุด แล้ว รีบถ่ายพลังออกไป ขับไล่ฤทธิ์ยาเม็ดเก้าอาชานั้นค่อยๆ หมดไป ส่วนต้าเฉิงอาจารย์ถงเหล่าก็เข้ามาช่วยด้วยตัวเอง
“ หยางเฟยหลงยังไม่ตาย เขาได้หยกราชลัญจกรมาแล้วด้วย”
องค์ชายรองหลี่คังพอรู้สึกตัว ก็รีบบอกกับเล่ากงกง ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ทุกๆ คนได้ยินเช่นนี้ ก็ตะลึงพรึงเพลิด
“ ใช่ เฟยหลงยังไม่ตาย และยังช่วยพวกเราสองคนจากนักฆ่าสำนักฟ้าดินอีกด้วย”
ต้าเฉิงสนับสนุนคำพูดขององค์ชายรอง
“ แล้วตอนนี้หยกราชลัญจกรอยู่ที่ไหน”
องค์ชายสี่หลี่หมิงเอ่ยอย่างตื่นเต้นกว่าใคร
“ เขาหลอกล่อ พวกนักฆ่าฟ้าดินไปในดงเสือโคร่ง หวังว่าเขาจะหนีรอดกลับมาได้” องค์ชายรองหลี่คังเอ่ยอย่างแผ่วเบา แล้วมองไปที่ประตูทางออก ตอนนี้ม่านหมอกได้เคลื่อนตัวมาอย่างหนาแน่น มีพวกกิ่งเถาวัลย์ รากไม้เลื้อยปกคลุมแทบจะมองอะไรไม่เห็นแล้ว
แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังโครม เถาวัลย์รากไม้ ถูกกระแทกกระจาย ชายร่างอ้วนวิ่งพุงพลุ้ยออกมา เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ร่างเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด หกล้มคลุกคลานมาอย่างทุลักทุเล
“ หยางเฟยหลง”
ทุกๆ คน ร้องออกมาอย่างตกใจดีใจ และแปลกใจ องค์ชายรองหลี่คัง กับ ต้าเฉิงวิ่งออกไปพยุงร่างของราเชนด้วยความดีใจสุดขีด
“ เจ้าไม่ตายจริงๆ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าสมเป็นองครักษ์ของข้า”
ทั้งสองคนร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลออกมาอย่างดีใจ ราเชนยื่นเอาหยกราชลัญจกรมอบให้องค์ชายรองทันที
“ หยกราชลัญจกรปฐมจักรพรรดิหลี่เทียน” ทุกๆ คน ล้วนมองตัวหยกแล้วเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน
“ คำนับรัชทายาท” เล่ากงกง นำทหารองครักษ์ทั้งหมด รีบคุกเข่าต่อหน้าองค์ชายรองหลี่คงทันที ทำให้ทุกๆ คน ต่างคุกเข่าคำนับตามไปด้วย
“ ไปส่งหยางเฟยหลงกลับบ้านก่อน แล้วค่อยกลับวัง” องค์ชายรองหลี่คังออกคำสั่ง ทหารเข้ามาพยุงร่างของราเชนนั่งเกี้ยว แล้วไปที่บ้านตระกูลเมิ่งในทันที
ราเชนนั้นไม่สนใจแต่ตอนนี้เขามองหาสตรีเพียงคนเดียว นั่นคือ อาจารย์ไป๋เซียง แต่ทว่า หาได้พบเงาของนางไม่
“ อาจารย์ไป๋เซียง ชื่อนี้ข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืมแน่”
ราเชนกัดฟันเอ่ยออกมาเบาๆ
พอมาถึงบ้านตระกูลเมิ่ง ราเชนก็ขอตัวกลับบ้านน้อยของตนเองเพื่อพักผ่อน ปล่อยให้แม่ และท่านตา และ ท่านลุงทั้งหลาย คอยต้อนรับองค์ชายรองและเล่ากงกง
ทั้งหมดดีใจ และภูมิใจยิ่ง จนองค์ชายรองก่อนจากไปบอกกับราเชนว่า เมื่อเขาได้รับตำแหน่งรัชทายาทแล้ว จะกลับมารับ ราเชนไปอยู่ด้วยในฐานะองครักษ์ประจำตัวของเขา และจะมอบเหรียญทองที่ติดหนี้ราเชนเอาไว้ทั้งหมด
ราเชนนั้นเพิ่งตื่นขึ้นมา ก็พบว่ามีท่านแม่กับ เสี่ยวถิง กำลังเตรียมอาหารกลิ่นหอมโชยมาเข้ามาถึงในห้อง ราเชนนั้นแม้เขาจะพยายามลดน้ำหน้ำ โดยการงดกินอาหารเหลือแค่สองมื้อ ไม่กินแป้งและของหวานทุกชนิด แต่ทว่า พอเขานั่งลงบนโต๊ะอาหารทีไร เขาต้องกินข้าวอย่างน้อยสามจาน และกับข้าวอีกหลายอย่าง จนท้องรู้สึกอิ่ม โดยที่เขาไม่อาจควบคุมได้เลย
“ หมู่นี้ลูกแม่ซูบผอมลงไปนะ เติมข้าวอีกไหม”
ราเชนฟาดข้าวสวยไปสองชามใหญ่ ไก่ต้มซีอิ้ว ไป 1 ตัว หมูสามชั้นทอดน้ำปลาไปอีก 1 ชิ้นใหญ่ ถึงกับสติกลับคืนมาทันที
“ โอ้ นี่ข้ากินมากไปขนาดนี้เลยหรือนี่” ตัวเขาเองถึงกับหยุดกิน ราวกับว่าที่ผ่านมานั้นเขาถูกผีหยางเฟยหลงเข้าสิงในร่างของเขาไป
“ เมื่อก่อนคุณชายต้องกินข้าวสามชาม วันนี้กินน้อยกว่าก่อนตั้ง 1 ชาม” เสี่ยวถิงเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ ไม่ต้องห่วงตอนนี้เงินที่ลูกให้มาแม่ยังคงใช้ไม่หมด และตอนนี้ท่านตาของลูกก็ได้เพิ่มอาหาร และ เงินรายเดือนมาให้เราใช้เพิ่มขึ้น สองเท่า กินไปเถอะลูกไม่ต้องกลัวอดอีกแล้ว”
“ หือ ท่านตาทำไม ถึงดีกับพวกเรามากขนาดนี้?”
“ ก็เพราะองค์ชายรองน่ะซิ ท่านบอกว่า จะมอบป้ายทองเกียรติยศให้กับตระกูลเมิ่ง
และจะช่วยให้ลูกหลานของตระกูลเมิ่งเรารับราชการในเมืองหลวงอีกด้วย”
ราเชนได้แต่พยักหน้าไม่พูดอะไร คิดว่า ไม่ว่าอย่างไรองค์ชายรองยังคงเป็นหนี้เขาอยู่อีก 30 ล้านเหรียญทอง เขาต้องเก็บเงินเอาไว้เยอะๆ เพื่อหาทางซื้อที่ดินปลูกบ้าน ให้ตัวเอง ไม่ใช่อาศัยบ้านคนอื่นอยู่แบบนี้ หาสาวสวยมาเป็นภรรยาสักคนมีลูกสักห้าคน ชีวิตคงจะมีความสุขไม่น้อย ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ราเชนได้แต่นึกฝันอยู่ในใจ จนกระทั่งแม่รั่วหลานเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ลูกแม่ คิดอะไรอยู่กันแน่ เมื่อตอนเย็น เชียนเชียนมาเยี่ยมลูกด้วยนะ”
“ เชียนเชียน?”
“ อืม ตอนนี้คนของตระกูลจู ได้ส่งของมาเยี่ยมลูกด้วย พอรู้ว่าลูกจะได้เป็นองครักษ์ของรัชทายาท แต่เห็นท่านพ่อบอกว่า พวกเขากำลังจะยกเชียนเชียนให้เป็นพระชายาขององค์ชายสี่หลี่หมิง ลูกแม่ตัดใจจากนางเสียเถอะนะ”
“ ลูกไม่ได้คิดอะไรกับนาง” ราเชนเอ่ยไปตามจริง
“ ดีแล้วลูก ตอนนี้ลูกยังเด็กแม่คิดว่า ลูกน่าจะเรียนหนังสือมากกว่า รอให้อายุครบ 20 ปี ค่อยไปทำงานเป็นองครักษ์ขององค์ชายรอง หรือลูกคิดอย่างไร”
“ ลูกเองก็ไม่อยากเป็นทหารในช่วงนี้”
“ อืม..น่าเสียดายแม่นางไป๋เซียงนะ แม่หลงเชื่อใจนางคิดว่า นางจะเป็นคู่หมั้นของลูกเสียอีก หากได้เจอกันอีก แม่ต้องจับนางมาถามให้แน่ชัด ว่าเอามีดสั้นของพ่อเจ้ามาได้อย่างไร แล้วมาหลอกกับแม่ ว่าท่านพ่อของเจ้าหมั้นหมายนางเอาไว้ ดีที่ลูกไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้น แม่ต้องออกไปตามหานางเพื่อแก้แค้นแน่ๆ”
“ ช่างเถอะ ลูกไม่เป็นอะไรแล้ว” ราเชนพูดออกไปแต่ในใจคิดว่า หากเจอกับนางอีกต้องแก้แค้นนางให้สาสมกับการที่หลอกใช้คนอย่างเขา
คืนนั้นราเชนนำผลโพธิศักดิ์สิทธิ์ออกมาสองผล และมอบให้กับท่านแม่ของเขา 1 ผล และเอ่ยถามเรื่องลูกแก้วสีทอง
แม่หยิบมาดูแล้วบอกว่า
“ แม่ไม่รู้ว่า มันคืออะไรกันแน่ แต่รู้สึกมันอบอุ่นดีนะ”
“ ท่านแม่เก็บเอาผลโพธิศักดิ์สิทธิ์เอาไว้เถอะ เผื่อจำเป็นค่อยนำมันออกมาใช้ เห็นอาจารย์ไป๋เซียงว่า มันช่วยป้องกันพิษจากสัตว์ร้ายได้”
“ ได้ แม่เก็บเอาไว้ผลเดียว อีกผลลูกเก็บเอาไว้ แต่ลูกแก้วสีทองนี่แม่ว่าลูกลองเอาไปถามอาจารย์ที่สำนักเมฆาม่วง บางทีพวกเขาอาจจะรู้ว่ามันคืออะไร”
ราเชนได้แต่พยักหน้า แล้ววางลูกแก้วสีทองเอาไว้บนโต๊ะ แล้วก็ขึ้นบนเตียงนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
คืนนั้นเจ้าโมโม่ เห็นลูกแก้วสีทองแวววับ ก็ปีนขึ้นมามองดู แล้วใช้ลิ้นของมันเลียไปที่ลูกแก้วสีทอง แต่ทันใดนั้นเอง ลูกแก้วดันไหลเข้าไปในปากของมัน เจ้าหมาอ้วนถึงกับหงายหลังลงไปกับพื้น ราเชนได้ยินเสียงตุ๊บ เห็นเจ้าหมาโมโม่ นอนลงไปที่พื้น ก็ส่ายหัว แล้วก็นอนต่อไม่สนใจมันอีก
เจ้าโมโม่มันจุกจนร้องไม่ออก แต่ลูกแก้วเข้าไปในร่างของมัน ก็เริ่มหลอมละลายเข้าไปในดีเอ็นเอของมัน ร่างของเจ้าโมโม่ก็เกิดปฏิกิริยา ดวงตาของมันปูดโปน ผิวหนังของมันมีเกล็ดเหมือนกิเลนไฟ มันรู้สึกร้อนรุ่ม ถึงกับพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างกระดาษ จนเป็นรอยตัวของมัน ร่างของมันเกิดลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ มันร้องครางออกมาอย่างตกใจ แล้ววิ่งไปหาสระน้ำที่ใกล้ที่สุด พอมันกระโดดลงไป น้ำในสระ ก็ถึงกับเดือด ฝูงปลาในสระถึงกับกลายเป็นปลาต้มสุก
ร่างของเจ้าโมโม่ก็เปลี่ยนเป็นใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ มีเกล็ดเหมือนกิเลนไฟ แต่ยังเป็นหัวสุนัขแต่มีเขางอกออกมาเหมือนกิเลนไฟ กรงเล็บของมันยื่นออกมา พร้อมกับคมเขี้ยวที่ใหญ่โต มันถึงกับร้องคำรามก้องราวกับกิเลนไฟกลับชาติมาเกิด พร้อมกับพ่นไฟ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนถูกเผาราบ แล้วมันก็กระโจนวิ่งเข้าป่าทึบหายไปในความมืด
ราเชนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ คล้ายกับกิเลนไฟ แต่เขาหาได้เจอตัวมันไม่ เห็นแต่รอยหน้าต่างไม้ที่เป็นรูปของเจ้าโมโม่
“ สงสัยคงฝันไป เจ้าโมโม่นี่มันไปไหนของมัน ทำไมมันไม่ออกทางประตู มันออกทางหน้าต่างทำไม พรุ่งนี้คงต้องซ่อมใหม่เสียแล้ว เอ๊ะ ลูกแก้วกิเลนไฟหายไปไหนแล้ว”
ราเชนมองหาอยู่สักพัก คิดในใจเจ้าโมโม่ มันคงคาบไปเล่น เลยล้มตัวลงนอนไม่สนใจเรื่องนี้ จนกระทั่งรุ่งเช้า มองหาเจ้าโมโม่ไม่เจอคิดว่ามันคงไปวิ่งเล่นแต่เช้าเห็นต้าเฉิงมานั่งรอเขาอยู่
“ มาทำไมแต่เช้า?” ราเชนอดสงสัยไม่ได้
“ เมื่อวานนี้ตอนที่เจ้ากลับมาก่อน อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง และอาจารย์ชิงอี้ สั่งมาบอกเจ้าว่า จะให้เจ้าสำนักมอบตำแหน่งศิษย์หลักให้กับเจ้าน่ะซิ”
“ ศิษย์หลัก?”
“ ใช่ศิษย์หลัก ก็จะมีสิทธิ์เหนือพวกศิษย์สายในหรือสายนอกอย่างที่เราเป็นอยู่นี่ไง นอกจากจะได้ฝึกฝนวิชาของสำนักได้ทุกชนิด ทุกสาขาแล้ว ยังมีโอกาสเป็นตัวแทนสำนักไปเรียนต่อที่ สำนักใหญ่เมฆาม่วงที่เมืองหลวงอีกด้วย”
“ สำนักใหญ่เมฆาม่วง”
“ ใช่ ข้าเองก็ใฝ่ฝันที่จะได้ไปเรียนที่นั่น แต่ทว่า ข้ามีพลังอ่อนด้อยนัก คนที่สำนักใหญ่รับเอาไว้ต้องมีพลังปราณยุทธิ์ระดับที่ 40 ขึ้นไปเท่านั้น และต้องมีใบรับรองจากสำนักสาขา ถึงจะมีโอกาสเข้าไปศึกษาต่อที่นั่น”
“ ข้าไม่มีพลังปราณยุทธ์ พวกเขาคงไม่ส่งข้าไปที่เมืองหลวงอย่างแน่นอน”
“ ข้าก็คิดอย่างนั้น แต่ว่าองค์ชายรองบอกว่า วันที่เขาได้ตำแหน่งรัชทายาท เขาจะให้เจ้าและข้าเป็นองครักษ์ของเขา เจ้าคิดเห็นว่าไง”
“ ท่านแม่บอกว่า รอให้ข้าอายุครบ 20 ปีก่อน ค่อยไป แต่ว่าข้าจะต้องไปเมืองหลวงเพื่อทวงหนี้จากองค์ชายรองอย่างแน่นอน”
ราเชนเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับนึกถึงองค์ชายสาม เขายังเก็บสัญญามอบอำนาจ และ เงินกู้ของ องค์ชายสามเอาไว้ ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดจะแก้แค้นคนที่สั่งฆ่าองค์ชายสามอยู่แล้ว ส่วนตราหยกก็ได้มอบให้กับ องค์ชายรองไปแล้วด้วย
จึงไม่คิดจะไปทวงสมบัติขององค์ชายสามมาครอบครอง แต่เหรียญทอง 30 ล้านที่องค์ชายรองสัญญาเอาไว้ ต้องไปเอาให้ได้
“ ในเมื่อเจ้าไม่ไป ข้าก็ไม่ไป” ต้าเฉิงเอ่ยออกไป แล้วสองคนก็เดินทางไปที่สำนักเมฆาม่วง คราวนี้มีแต่คนมองพวกเขาทั้งสอง แล้วส่งยิ้มยกนิ้วชื่นชม
“ เจ้าดังใหญ่แล้ว พวกเขาคงรู้ว่าเจ้าได้ช่วยเหลือศิษย์และอาจารย์สำนักเมฆาม่วง และยังช่วยองค์ชายรองหลี่คังอีกด้วย”
ต้าเฉิงเดินยืดอก ยิ้มให้กับทุกๆ คน จนกระทั่งมีศิษย์พี่คนหนึ่งเข้ามาพาพวกเขาทั้งสองคนไปที่ อาคารของเจ้าสำนัก
ทั้งสองคนมาถึงก็พบว่า ด้านในมีศิษย์พี่ต่างๆ ยืนเรียงกันอยู่สองข้างทาง ด้านในมีอาจารย์แต่ละหอ นั่งเรียงรายกันเป็นแถวยาว ทุกๆ คนหันมามองหน้าราเชน
แต่ราเชนกลับให้ความสนใจไปที่ ชายชราหนวดเครายาวสีขาว ยิ้มให้กับราเชนอย่างมีเมตตา เขาคือ เจ้าสำนักเมฆาม่วง นักพรตทงที
ราเชนกับต้าเฉิงรีบคำนับท่านทันที
นักพรตทงที ยกมือขึ้น ร่างของราเชนก็ลอยล่องเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าของท่านเจ้าสำนัก แล้วก็ถูกฝ่ามือของนักพรตวางลงบนหัว มีขุมพลังสายหนึ่งเข้าไปในร่างของเขา คล้ายกำลังตรวจการไหลเวียนชีพจรในร่างของเขาทั้งหมด ราเชนถึงกับสั่นสะท้าน พอนักพรตสำรวจร่างกายแล้วไปเจอกับ พลังมารทศเย็นพันปี นักพรตทงทีถึงกับผงะจนต้องรีบถอนมือออกมา ทุกๆ คน ล้วนแตกตื่นตกใจกันเป็นอย่างยิ่ง
“ ท่านเจ้าสำนัก?” ผู้อาวุโสหลายคนเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่นักพรตทงทีกลับยกมือคล้ายจะบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร ราเชนตอนนี้กลับมาเป็นปกติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนนักพรตทงทีเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ชีพจรปราณยุทธ์ถูกทำลายสิ้นยากต่อการฟื้นฟู แต่เส้นชีพจรชีวิตกลับมีีพลังปราณจากหินบรรพกาล พลังปราณไข่มุกพันปีสะสมอยู่ และมีพลังปราณปริศนาแทรกซึมอยู่ตามตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ ช่างน่าแปลกประหลาดจริงๆ ” นักพรตทงทีเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย..