เนยโทรศัพท์นัดหมายแยมให้ออกมากินข้าวเย็นด้วยกันเมื่อสามีเธอได้ยินเข้าก็ทำหูผึ่งหน้าบึ้ง “คิดจะนัดคนอื่นไม่ไว้หน้าสามีเลยนะ”
เธอหันมาเห็นคุณใหญ่แววตานิ่งขึงก็รีบเบียดเข้าไปออเซาะ“พี่ใหญ่ขา เนยแค่ไปกินสุกี้กับแยมเองนะคะ กะว่าจะนัดพี่เนออกมาด้วยค่ะ”ไม่ว่าจะยังไง คุณใหญ่ก็เถียงออกมากับเธอจนได้
แยมเห็นสองสามีภรรยานั่งรออยู่หน้าร้านสุกี้ก็ยิ้มขำวันนี้เป็นวันหยุดย่อมต้องยืนรอคิวหน้าร้านเสียก่อน นั่นเป็นสิ่งที่เนยต้องการหากได้เข้าไปกินเร็วๆ แล้วเธอจะกระตุ้นเรื่องนี้ได้อย่างไร?เมื่อพี่ชายมาถึงเธอจึงรีบถ่ายรูปลงสื่อสังคมออนไลน์ทันทีเนยรู้ว่าใครบางคนคงกำลังแอบส่องอยู่
ไม่นานนักผู้ชายใบหน้าคุ้นๆก็แสร้งเดินผ่านหน้าร้าน
“อ้าว! นั่นคุณสองนี่คะ?”เนยทีตั้งหน้าตั้งตารออยู่แล้วห้างนี้ออกจะกว้างขวางต่อให้บังเอิญแค่ไหนคุณสองก็ไม่น่าจะผ่านมาในเวลานี้
“พี่ใหญ่ อาซ้อ บังเอิญจัง!”
พนักงานที่ยืนอยู่หน้าร้านขานคิวพอดี“คุณสองเข้าไปกินด้วยกันก่อนสิคะ กินกันหลายๆ คนจะได้ครึกครื้นเราจองโต๊ะใหญ่ไว้พอดี”
คุณสองไม่ยอมปฏิเสธเขาเดินตามคนทั้งสี่เข้าไปในร้าน คุณใหญ่รับเมนูมาแล้วยื่นให้ภรรยาเป็นผู้เลือกเก้าอี้ชิดพนังยาวสองข้างนั่นยาวพอจะนั่งได้สามคนแต่ก็ไม่มีผู้ใดต้องการจะไปนั่งเบียดสองสามีภรรยาที่กำลังหวานชื่นคุณเนนั่งมุมในโดยมีแยมนั่งตรงกลาง คุณสองจึงนั่งขนาบเข้าเป็นคนสุดท้าย
คุณสองจับตามองเนกับแยมที่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเขารู้สึกอึดอัดเพราะอยากจะถามเรื่องส่วนตัวของเธอหลายเรื่องบนโต๊ะสุกี้นี้คงไม่เหมาะเนยเห็นอาการของคุณสองจึงคิดจะเปิดโอกาส เมื่อขอให้สามีพาเธอลุกไปเข้าห้องน้ำเธอจึงกระซิบกระซาบบอกสามี
“พี่นึกว่าเนยจะไม่สังเกตเสียอีก”คุณใหญ่ยิ้มน้อยๆ เขารู้สึกว่าน้องชายคนรองเอาแต่จับตามองผู้หญิงที่นั่งข้างๆจนแทบไม่เป็นอันกินสุกี้ “ถ้าอย่างนั้นเราเปิดโอกาสให้เจ้ารองกันหน่อยดีกว่า”
“ดีค่ะ!”
ครั้นกินจนอิ่มกันแล้วสองสามีภรรยาก็ขอตัวไปช้อปปิ้งกันต่อเนยฝากให้คุณสองพาแยมกลับบริษัทไปด้วยกันก่อน
“พี่ก็ว่างนะเดี๋ยวพี่ไปส่งแยมเองก็ได้” คุณเนรีบขันอาสาเนยเห็นพี่ชายทำตัวเป็นสุภาพบุรุษก็ยิ้มกว้าง
“แยมเธออยากกลับกับหนุ่มคนไหนก็เลือกเอาแล้วกันนะ”ไม่รอให้เพื่อนได้ทัดทาน เนยรีบคว้ามือสามีแล้วเดินหนีออกมา
แยมสบตาคุณเนด้วยความเกรงใจ“ขอบคุณมากนะคะที่จะไปส่ง แต่แยมไปกับคุณสองจะง่ายกว่าค่ะทำงานที่เดียวกันไม่ต้องเปลืองน้ำมันด้วยค่ะ”
คุณเนยิ้มอ่อน“ไม่เป็นไรครับ เอาไว้โอกาสหน้าผมค่อยไปส่งก็แยมก็แล้วกัน”
แยมเดินตามหลังคุณสองเงียบๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูท่าทางเกรงใจ คุณสองจึงคิดหาวิธีทำให้แยมไว้วางใจ ‘ยายคนตะกละนี่สงสัยต้องเอาของกินมาหลอกล่อ’
“แยมพาผมไปเลือกขนมกับเครื่องดื่มทีเอาไปฝากพวกในออฟฟิศน่าจะดี”
ได้ยินเรื่องของกินแค่นั้นแยมก็หูผึ่ง“ไปสิคะ เรื่องนี้แยมถนัด”
“เดี๋ยวผมให้คุณพิเศษเลยหนึ่งกล่องในฐานะที่มาช่วยถือ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
ใบหน้าของเธอบานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด‘ยายคนตะกละแค่เอาของกินมาล่อก็ใจเตลิดแล้ว’พอเข้าพาเธอเลี้ยวเข้าร้านขนมอบเลื่องชื่อ แยมก็ตาลุกวาว
“ร้านนี้เลยเหรอคะแพงนะคะ”
“ไม่เป็นไรน่านานทีผมจะได้เลี้ยงพนักงาน เผื่อทุกคนจะมองผมว่าเป็นเจ้านายใจดีบ้างไม่ใช่เอาแต่นินทาในกรุปแชต”
ประโยคหลังทำเอาแยมสะอึกเรื่องที่เขาถูกนินทาเธอเคยได้ยินในห้องน้ำหญิง แม้เธอจะเข้ามาทำงานร่วมโครงการกับบริษัทเขาได้ไม่นานนักแต่ก็เคยได้ยินพนักงานพูดถึงเขาสองสามครั้ง และก็พูดถึงกรุปแชตที่เขาว่าเสียด้วยคุณสองในสายตาพนักงานทั้งเข้มงวดและหน้าบึ้งทุกคำสั่งการนั้นเด็ดขาดและสั่งเพียงครั้งเดียวไม่พูดซ้ำทุกคนจึงต้องพร้อมอัดเสียงคำสั่งงานในโทรศัพท์เมื่อเขาบอกว่าจะมอบหมายงานให้
เธอเลือกเอาขนมอย่างเต็มชอบอัดแน่นเต็มกล่องตามที่เขาอนุญาต“ผมว่าคุณเอาอีกสักกล่องดีไหม? กล่องนี้แน่นเกินไปแล้ว”
“เอาค่ะๆขอบคุณมาก”
คุณสองอ้าปากค้างผู้หญิงทั่วไปควรจะเอ่ยคำเกรงใจเสียก่อน แต่ยายโก๊ะนี่ไม่มีเลย!พอเขาอนุญาตเธอก็หันไปสั่งพนักงานเอากล่องใหญ่กว่าเดิมแล้วเลือกขนมเต็มที่เลือกแซนวิสที่คิดว่าจะอัดใส่ตู้เย็นไว้กินได้หลายวัน ‘คราวนี้ล่ะประหยัดค่าขนมไปได้ห้าหกวันเลย โชคดีอะไรอย่างนี้แยมเอ๊ย!’
“เครื่องดื่มเราสั่งเอาคนละแก้วก็พอเดี๋ยวไปถึงบริษัทค่อยสั่งร้านข้างล่างให้เขาไปส่งก็แล้วกัน”เขาเดินนำเธอเข้าไปร้านกาแฟดังที่นานทีเธอถึงจะกล้าเข้าไปซื้อ
เธอยิ้มร่าเริงสั่งเครื่องดื่มเย็นแก้วใหญ่ในใจก็รู้สึกปลาบปลื้ม ร้านนี้ไม่ว่าจะเดินกี่หนก็ต้องหักใจไม่เลี้ยวเข้ามาด้วยรายได้เพียงเท่าที่เป็นอยู่ต้องเร่งมือเก็บเงินให้ได้มากที่สุดมากพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้สักสองสามปีหากต้องออกจากหยกฟ้ากรุป ดีที่เนยซื้อคอนโดใหญ่สุขสบายเอาไว้ให้เธอได้ซุกหัวนอน ซ้ำยังยัดเยียดให้เป็นชื่อเธอด้วยไม่ว่าจะอย่างไรเธอก็ต้องเก็บเงินไว้เผื่อหากตกงานระยะยาวหรืออาจจะได้งานใหม่ที่เงินน้อยกว่าเดิม
“ดูท่าคุณคงเก็บเงินเก่งมากสินะ”เขาดูสายตาเธอมองดูขนมในตู้แล้วก้มลงกดฟังก์ชันเครื่องคิดเลขในโทรศัพท์ยิกๆ
“เงินเป็นของหายากค่ะสำหรับคนอย่างฉันต้องระวังให้มาก” เธอตอบหน้าตาเฉยเมื่อเขาทำหน้าฉงนเธอก็ตอบอย่างจริงจัง“ฉันเป็นแค่หลานที่ถูกรับมาส่งเสียเลี้ยงดูค่ะมิได้มีสิทธิ์มีส่วนอะไรกับทรัพย์สมบัติของหยกฟ้ากรุปมีเพียงรายได้จากเงินเดือนที่ถูกกำหนดตายตัวให้ใช้ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ คุณยังคิดว่าฉันล้อเล่นอีกเหรอคะ?" คุณสองสบสายตาโกรธเคืองของแยมแล้วต้องหลบตา“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณผมอาจจะเหมือนคนภายนอกที่มองเข้ามาแล้วเห็นว่าคุณเองก็เป็นคนหนึ่งในครอบครัวนั้น”
“ต่อไปฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจให้ถูกต้องนะคะ ที่ผ่านมาฉันเองก็ไม่เคยปกปิดเรื่องนี้กับใครเพียงแต่ฉันไม่อาจทำให้คนอื่นเชื่อได้ไม่ว่าใครอยากเชื่ออย่างไรฉันก็ได้แต่ปล่อยไป”เธอผ่อนลมหายใจแล้วหันไปดูดเครื่องดื่มเย็นๆ เข้าไปอีกอึกหนึ่ง
คุณสองสะอึกคล้ายเธอจะด่าเขาว่าเขาเองก็คิดกับเธอไม่ต่างกับคนพวกนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงต่อว่าด้วยถ้อยคำธรรมดาแต่ชวนให้หายใจไม่ออกบรรยากาศในรถเงียบลงแยมควักเอาโทรศัพท์มือถือมาเสียบหูฟังเปิดเพลงเพื่อลดความอึดอัดไม่นานนักก็ถึงบริษัท เขาช่วยเธอหิ้วกล่องขนมขึ้นไปที่ออฟฟิศคุณสองประกาศว่าเขาซื้อขนมมาแจกให้พนักงานได้กินกับกาแฟ
หนิงทำตัวกรี๊ดกร๊าดเข้ามารับกล่องขนมไปกางพร้อมเรียกพนักงานในออฟฟิศมาเลือกขนมตามใจชอบ“อันดับแรกนะพี่ว่าพวกเราต้องถ่ายรูปขนมลงโซเซียลก่อน”เธอหมายถึงสื่อออนไลน์สุดฮิตแห่งยุคพนักงานทั้งบริษัทจึงพร้อมใจโชว์รูปภาพพร้อมกล่าวขอบคุณคุณสองในฐานะเจ้านายใจดีโดยพร้อมเพรียงกัน
“พี่ใหญ่ดูสิคะแค่ปล่อยคุณสองไปกับแยม พวกเขาสองคนก็พากันอวดรวยไปเลี้ยงขนมเค้กพนักงานแล้วแบบนี้พี่ใหญ่ก็เสียคะแนนแย่”
คุณใหญ่ยิ้มขำเมื่อภรรยาตัวน้อยเปิดรูปในมือถือที่เหล่าพนักงานอวดขนมเค้กของท่านประธานสองซื้อมาเลี้ยง“พรุ่งนี้เราก็ซื้อขนมไปเลี้ยงพวกเขาบ้างสิ!”
“เอ๊! แบบนี้ก็ซ้ำสิคะเราเปลี่ยนเป็นเลี้ยงอาหารกลางวันพวกเขาดีไหม? สั่งอาหารอร่อยๆขึ้นไปกินบนออฟฟิศเลยก็ได้นี่นา ยืมห้องประชุมสักวันคงไม่เป็นไร?”
“อืม...แล้วแต่เนยเลยนะพี่ตามใจภรรยาทุกอย่าง” คุณใหญ่กอดเนยแล้วกดริมฝีปากเหนือขมับแนวไรผม
เที่ยงวันต่อมาห้องประชุมก็กลายเป็นห้องบุฟเฟ่ต์ย่อยๆเมื่อคุณใหญ่สั่งให้ร้านอาหารญี่ปุ่นเรียงอาหารหลากแบบหลายชนิดไว้จนเต็มโต๊ะแล้วเรียกให้พนักงานเข้ามาเลือกหยิบตามใจชอบ
“ว้าว! นี่มันมหกรรมเจ้านายใจดีเหรอ?เมื่อวานคุณสองเลี้ยงขนมเค้ก วันนี้คุณใหญ่เลี้ยงอาหารญี่ปุ่น”หนิงเดินนำหน้าเข้ามาในห้องประชุมทุกคนมองดูอาหารที่วางเรียงรายละลานตาแล้วฮือฮาออกมากลิ่นชาเขียวร้อนส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั้งห้องเที่ยงนั้นกลายเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องถ่ายรูปโชว์บนโลกโซเชียล
แยมและพนักงานจากบริษัทอื่นที่เข้ามาร่วมทำโครงการต่างเกรงใจจึงรอให้พนักงานในออฟฟิศหลักของคุณสองรับประทานอิ่มแล้วจึงเดินเข้ามาอาหารชุดใหม่ถูกนำมาเสิร์ฟไว้บนโต๊ะคุณสองที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมมองเห็นเธอหยิบเบนโตะถาดใหญ่มาวางตรงหน้าก็ยิ้มออกมา‘ยายตะกละนี่คงกลัวไม่อิ่มล่ะสิ’
“คุณสองยังไม่รับประทานอาหารเที่ยงเหรอคะ?”แอมมี่หันไปเห็นชายหนุ่มก่อนทุกคน เขาพยักหน้าน้อยๆ มองกวาดไปให้ห้องให้ครบถ้วน
“ครับ!ก็ว่าจะมากินอาหารญี่ปุ่นของพี่ใหญ่ดู เห็นว่าสั่งเจ้าอร่อยมาด้วย”
อินทรเงยหน้าสบตาเขาครู่หนึ่งจึงก้มหน้าลงแยมเคยได้ยินเรื่องซุบซิบระหว่างคุณสองกับคุณอินมาบ้างจึงไม่พลาดจะสังเกตปฏิกิริยาของคนทั้งสอง
‘อืม....มีซัมติงจริงๆ ด้วย’ เธอรีบก้มหน้า แม้จะรู้เห็นสิ่งใดก็ต้องทำไขสือไว้คุณสองมองเห็นยายโก๊ะเอาแต่ก้มหน้ากินไม่ทักทายก็หยิบเอาจานสี่เหลี่ยมที่มีซูชิแปดคำกับตะเกียบไม้ในซองพลาสติกเดินไปนั่งใกล้แยม
“คุณกินไม่พูดไม่จาเห็นทีอาหารญี่ปุ่นเจ้านี้จะอร่อยจริงๆ” คุณสองเอียงหน้ามาทักใกล้ๆ
แยมเงยหน้าขึ้นพลันปะทะกับสายตาคุณอินที่นั่งอยู่ตรงข้ามพอดี‘ทำไมต้องหาเรื่องซวยมาใส่ฉันด้วยนี่?ที่นั่งก็มีเยอะแยะ’ จะขยับหนีก็ดูไร้มารยาทเธอจึงทำเพียงผงกหัวหงึกหงักแล้วแสร้งเคี้ยวยังไม่เสร็จ
คุณสองทำตัวไม่รู้ไม่ชี้นั่งกินซูชิอยู่ข้างเธอเงียบๆรอพนักงานมาเสิร์ฟน้ำดื่ม “เอาชาเขียวเย็นสองแก้วครับ ให้คุณคนนี้ด้วย!”
************************************

