บทที่ 31
ฉู่ซิว! เจ้าช่างอำมหิตยิ่งนัก
หลายชั่วยามต่อมา ในป่าโบราณที่เต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบแห่งหนึ่ง
ฉู่ซิวยืนเก็บหญ้าวิญญาณด้วยสีหน้าผ่อนคลาย มือซ้ายกำผลไม้ไว้ลูกหนึ่ง กัดเข้าไปคำหนึ่ง น้ำผลไม้มีรสเปรี้ยวหวาน
“หือ? ศิษย์พี่ฉู่ซิว ท่านก็มาที่นี่ด้วยหรือ?”
เสียงประหลาดใจดังขึ้น
ฉู่ซิวหันหน้ากลับไปมองที่ต้นเสียง ผู้มาเยือนมีห้าคน ชายสี่คน หญิงหนึ่งคน ล้วนเป็นศิษย์ฝ่ายในขอบเขตเสินเฉียว ชายที่เป็นหัวหน้าบรรลุขอบเขตเสินเฉียวระดับแปด
เฉินมู่ฝานที่แบกค้อนดำใหญ่ไว้บนหลัง มองซ้ายขวาพลางยิ้มน้อย ๆ “ศิษย์พี่ฉู่ซิวมาคนเดียวหรือ?”
ฉู่ซิวถอยหลังครึ่งก้าวด้วยสีหน้าระแวดระวัง “พวกเจ้าก็มาไล่ล่าข้าด้วยหรือ?”
เฉินมู่ฝานส่งเสียงกระซิบบอกเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนอย่างลับ ๆ “กดดันจิตสังหารอย่าให้เขารู้ตัว ไอ้นี่ฝึกวิชาลับท่าทางคงแข็งแกร่งยิ่งนัก ถ้าคิดจะหนี พวกเราสี่คนคงขวางไม่อยู่แน่ ตอนนี้ต้องทำให้เขาสงบลงก่อน รอคนอื่น ๆ มาถึง แล้วจึงล้อมฆ่า”
“เข้าใจแล้ว...ท่านพี่เฉิน”
“ฮะฮ่า! ได้เลย ท่านพี่เฉิน”
เฉินมู่ฝานมองไปที่ฉู่ซิวที่เพิ่งเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ศิษย์พี่ฉู่ซิว นี่หมายความว่าอย่างไร การฆ่าเพื่อนร่วมสำนักตามอำเภอใจถือเป็นความผิดร้ายแรง”
“ใช่แล้ว! ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยพูดด้วยสีหน้ากังวล พลางก้าวเข้ามาใกล้
“ฉู่ซิว ใครกำลังไล่ล่าเจ้าอยู่หรือ?”
“ช่างบังอาจยิ่งนัก ถึงกับกล้ามาไล่ล่าศิษย์สายตรง”
“เจ้าบอกพวกข้ามาสิ! บางทีพวกข้าอาจจะช่วยเจ้าได้” หญิงสาวพูดจาอย่างอ่อนโยน ดูเหมือนเป็นคนใจดี
ฉู่ซิวได้ยินดังนั้น ก็มีสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงระแวดระวัง ส่ายหน้าถอนหายใจ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใครกันแน่ ที่แน่ ๆ คนที่ไล่ล่าข้ามีอยู่หลายคน”
“ศิษย์พี่ฉู่ซิว ท่านลองเข้าร่วมกับกลุ่มของพวกข้าดูสิ ถึงแม้จะเจอผู้ไล่ล่า พวกข้าก็พอจะช่วยท่านต่อสู้ได้สักหน่อย” เฉินมู่ฝานพูด คนอื่น ๆ รีบเห็นด้วยและยืนยันว่าจะช่วยเหลือฉู่ซิวอย่างแน่นอน
ทุกคนล้วนแต่เล่นละครได้อย่างยอดเยี่ยม
ฉู่ซิวขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายรอยยิ้มประสานมือคำนับ “ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนมาก ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“แต่ว่า ไม่เป็นไรหรอก!” พูดจบ เขาแสดงสีหน้าเป็นกังวล “ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าได้รับบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งสิ้นชีวิตเพราะข้า” ประกายตาของเฉินมู่ฝานวูบไหวเล็กน้อย
หญิงสาวชุดดำส่งเสียงหัวเราะเยาะในใจ
‘นิสัยของเจ้าขยะนี่ช่างไม่เหมือนที่เขาลือกันเลย ไหนว่าเด็ดขาดเอาการเอางาน ดูเหมือนจะใจดีเกินไปด้วยซ้ำ’
“ใช่แล้ว! เขายังอุตส่าห์มาห่วงความปลอดภัยของพวกเราอีก ช่างเป็นคนใจดีจริง ๆ”
‘ข้าหัวเราะจนตายแล้ว เขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเราก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ไล่ล่าเขานั่นแหละ แต่นั่นก็มิใช่ความผิดของเขา ใครใช้ให้พวกเราแสดงออกมาอย่างสมจริงขนาดนั้นนี้ล่ะ หึหึ’
“เอ่อ เอ่อ...”
เฉินมู่ฝานไอเบา ๆ ขัดจังหวะทุกคนที่กำลังเอ่ยปากพูดคุย ก่อนจะคำนับฉู่ซิว
“ศิษย์พี่ฉู่เป็นอัจฉริยะผู้ทำลายขีดจำกัดแต่ยุคโบราณ ในอนาคตท่านจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่แน่นอน พวกข้าตายได้! แต่ท่านห้ามเป็นอะไรไป ไม่เช่นนั้นแดนศักดิ์สิทธิ์จะสูญเสียมากเกินไป”
“ศิษย์พี่ฉู่ ขอให้พวกข้าอยู่ช่วยท่านเถิด!” คนอื่น ๆ ต่างก็คำนับด้วยสีหน้าจริงจัง
ฉู่ซิวเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ตื้นตันใจยิ่งนัก ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วกล่าวว่า “ทุกท่านมีน้ำใจเช่นนี้ ข้าจะทำอย่างไรดีล่ะ?”
“ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนัก” เฉินมู่ฝานมองหน้ากันไปมา ปรากฎแววตาเย้ยหยันวูบหนึ่งก่อนที่มันจะหายไป
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นทีข้าคงต้องตกลง” ฉู่ซิวขบกรามแน่น ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญยิ่ง
“ศิษย์พี่ไม่ต้องเป็นเช่นนี้ พวกเราอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ ย่อมเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน” เฉินมู่ฝานตาแดงก่ำ
เข้าถึงบทบาทอย่างยิ่ง!!
ฉู่ซิวยกมุมปากพลางพยักหน้าหงึกหงัก พิงนั่งบนรากไม้ใหญ่ของต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง หยิบเหล้าและเนื้อย่างออกมาพลางเชิญทุกคนนั่งลง
ทุกคนนั่งล้อมวง ทางด้านฉู่ซิวก็หยิบจอกสุราขึ้นมา แล้วรินสุราให้พวกเขา แต่พวกเฉินมู่ฝานก็นับว่ามีสติ ไม่ได้มีท่าทีจะกินหรือดื่มแต่อย่างใด
ฉู่ซิวยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด จากนั้นก็คว้าขาแกะป่าที่ย่างจนเปลือกนอกเป็นสีทองอร่าม ดูกรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมโชยมาอบอวลไปทั่วทุกบริเวณอย่างรุนแรง ชายหนุ่มกัดเนื้อชิ้นใหญ่อย่างบ้าคลั่ง กินอย่างเอร็ดอร่อย
เห็นพวกเขาไม่ขยับ ฉู่ซิวจึงถามอย่างสงสัยว่า “ท่านทั้งหลาย ไม่หิวหรือ?”
ระหว่างที่พูดก็รินสุราให้ตัวเองอีกจอก แหงนหน้าดื่มรวดเดียวหมด
“มิต้องเกรงใจไป! มาลองลิ้มรสฝีมือของข้าดูสิ” ชายหน้าหิดคนหนึ่ง เห็นฉู่ซิวกินอย่างเอร็ดอร่อยก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
‘อีกฝ่ายกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนี้ คงจะมิมีพิษหรอกมั้ง?’
ฉู่ซิวคว้าจอกสุราขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก ทันใดนั้นตาก็เป็นประกายพลางเอ่ยปากชมว่า “สุราดียิ่งนัก…”
“เฮ่อ ๆ ใช่มั้ยล่ะ? นี่เป็นสุราชั้นดีจากห้องเก็บสุราของท่านอาจารย์ข้า ข้าแอบเอามาเอง” ฉู่ซิวยิ้มหน้าบาน
ทางด้านเฉินมู่ฝานเห็นเพื่อนดื่มสุราแล้วไม่เป็นไร ก็วางใจลง ประกอบกับฉู่ซิวเอ่ยปากชวนอยู่ตลอด ตัวเขาเองก็กลัวว่าหากเมาแล้วจะปากมาก เผยความลับแะไรออกมา แต่ก็อดใจไม่ไหว พวกเขาจึงเริ่มดื่มสุรากินเนื้อ
“ศิษย์พี่ฉู่ เนื้อพวกนี้ ท่านย่างเองเลยหรือ? เลิศรสยิ่งนัก”
“อืม! อร่อยก็กินเยอะ ๆ หน่อย หากไม่พอข้าก็ยังมีอีก” ฉู่ซิวกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ทั้งหกคนชนแก้วและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน อิ่มหนำสำราญ
เพียงหนึ่งชั่วยามต่อมา
ฉู่ซิวหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดคราบน้ำมันที่มุมปาก แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเบาบาง
“ท่านทั้งหลาย…” สายตาของคนทั้งห้า เคลื่อนไปที่เขา
“เซียวอี้เฟิงและเจียนหลิงอวิ๋นให้ผลประโยชน์อะไรแก่พวกเจ้ากันนะ? พวกเจ้าถึงได้ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสังหารข้า?” ร่างสูงทำท่าคิดอย่างกวน ๆ เฉินมู่ฝานที่ได้ยินดังนั้น ม่านตาของเขาก็หดเล็กลง พลางคว้าค้อนยักษ์ข้างกายอย่างฉับพลันจะทุบใส่ฉู่ซิว
แต่ฉู่ซิวใช้เคล็ดวิชาอักขระลับสิงจื่อ เพียงชั่วพริบตากายของฉู่ซิวก็หายจากที่เดิม กลับไปปรากฏบนกิ่งของต้นไม้โบราณห่างออกไปราวสามสิบจั้ง
ค้อนยักษ์สีดำที่เต็มไปด้วยหนามทุบลงบนดิน เกิดหลุมลึกเกือบจั้ง ในขณะที่อีกสี่คนล้อมเข้าไป สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
เฉินมู่ฝานหรี่ตาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ฉู่ซิวยิ้มอ่อนโยน นั่งลงบนกิ่งไม้ “ก็ไม่นาน… ตั้งแต่พวกเจ้าปรากฏตัวเห็นจะได้”
“การแสดงของพวกข้าบกพร่องงั้นหรือ?” เฉินมู่ฝานขมวดคิ้ว
“อืม น่าเสียดายที่พวกเจ้าแสดงกันเกินจริงไปหน่อย” ฉู่ซิวพยักหน้า และกวาดตามองสี่คนที่พุ่งเข้าใส่เขา “พวกเจ้าลองตรวจดูปราณของตนเองดูสิ”
เฉินมู่ฝานและคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก รีบตรวจดูกำลังภายในร่างกายทันที จึงพบว่าแท้จริงแล้ว ตำแหน่งกลางอกถูกหมอกควันสีดำที่ไม่รู้ที่มาห่อหุ้มอยู่
“เจ้าใส่ยาพิษลงไปในสุรางั้นหรือ?” หญิงรูปงามผู้นั้นกรีดร้องถามอย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
ฉู่ซิวยิ้มอ่อนโยนโบกมือปฎิเสธ “ข้าไม่ได้ใส่ยาพิษลงไปในสุราเสียหน่อย หรือมันมิมีสุราปนอยู่เลย?”
[ฮ่าฮ่าฮ่า...ข้าหัวเราะจนจะตายไปข้างแล้ว!! ยาพิษพวกนั้นของแท้ชัวร์ ไม่มีสุราปนเลยแม้แต่น้อย…]
ใบหน้าของเฉินมู่ฝานดูไม่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า สิ่งที่เจ้าให้พวกข้ากินนั่นไม่ใช่สุราเลย แต่เป็นยาพิษงั้นหรือ?”
“อื้ม เริ่มฉลาดแล้วนี่” ฉู่ซิวพยักหน้า “นี่คือพิษวั่งโยวที่ข้าปรุงขึ้นเอง รสชาติเหมือนสุราเก่าชั้นดี! รสชาติเป็นอย่างไรบ้างล่ะ”
เฉินมู่ฝานรู้สึกว่าร่างกายค่อย ๆ ชาและอ่อนแรง แม้แต่การใช้พลังปราณก็ยังเชื่องช้าลง
เจ้าช่างใจร้ายนัก...
“โอ๊ย! ไอ้หน้าหมา! เจ้านี่มันสารเลวจริง ๆ” ใบหน้าของเขาแดงก่ำ กำลังจะพุ่งเข้าไปสู้กับฉู่ซิวอย่างไม่กลัวความตาย
ฉู่ซิวเห็นดังนั้นก็ไม่รีบร้อน พลางยิ้มถาม “ท่านทั้งหลาย! อยากมีชีวิตรอดหรือไม่? เอาเป็นว่าข้าจะให้โอกาสพวกท่านสักครั้งก็แล้วกัน”
“หลังจากครึ่งชั่วยาม หากไม่ได้กินยาแก้พิษแล้วล่ะก็ ร่างของพวกท่านจะกลายเป็นเพียงกองเลือดเละ ๆ และพวกท่านก็จะได้สัมผัสกับความเจ็บปวดราวกับถูกมดกัดหัวใจนับหมื่น!!”
เมื่อทั้งห้าคนได้ยินดังนั้น ในใจของพวกเขาก็พลันหนาวเหน็บ
ไม่! ไม่ต้องถึงครึ่งชั่วยาม!
ชายหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งกำลังกัดกินอยู่ที่หัวใจ... เจ็บปวดจนเขาต้องกุมหน้าอก ใบหน้าซีดเผือด
“เจ้าบอกมาสิว่าเจ้ามีจุดประสงค์อะไร?” เฉินมู่ฝานเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา
“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าเองก็เป็นคนฉลาด!” ฉู่ซิวพึงพอใจยิ่งนัก สะบัดมือโยนม้วนหนังสัตว์ให้เขา 'ทำตามคำสั่งที่อยู่ด้านบน จะมียาแก้พิษสิบเม็ด ทำให้พวกเจ้าห้าคนไม่มีอันตรายภายในสามวัน หลังจากสำเร็จแล้ว ข้าจะช่วยพวกเจ้าถอนพิษ'
“พวกข้าจะรู้ได้อย่างไรว่า หลังจากนั้นเจ้าจะรักษาคำพูด และช่วยถอนพิษให้พวกข้าจริง ๆ” หญิงสาวรูปงามหน้าซีดเผือด นางก็เริ่มเหมือนเริมถูกพิศกัดกินแล้ว
ฉู่ซิวสีหน้าเคร่งขรึม ยกฝ่ามือขึ้นฟ้าตะโกนเสียงดัง “ข้าขอสาบานในนามของอาจารย์ผู้สูงส่งของข้า หากข้าฉู่ซิวไม่รักษาคำพูด ก็ขอให้สวรรค์สาปแช่งอาจารย์ของข้า ไม่อาจก้าวหน้าในการบำเพ็ญได้อีก” คำสาบานอันน่าสะพรึงกลัวกึกก้องไปทั่ว
เฉินมู่ฝานและคนอื่น ๆ มองหน้ากันพลางพยักหน้า ถือว่าเชื่อใจฉู่ซิวแล้ว
“พวกข้าจะทำ”
“หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดนะ”
ฉู่ซิวยิ้มอ่อนโยน “ฉู่ซิว! พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น”
“แล้วจะรอข่าวดีจากท่านทั้งห้า” พูดจบฉู่ซิวก็ลุกขึ้นยืน หมุนตัวใช้เคล็ดวิชาลับหายไปจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว