ตอนที่5 วิ่งรับโทษ
เธอพบว่าเพื่อนนักเรียนหลายคนต่างอ้าปากค้างตกตะลึงทำให้รู้สึกมั่นใจว่าทักษะเรียนรู้เร็วช่วยให้เธอสามารถลิขิตชีวิตตัวเองขึ้นใหม่ได้แน่นอน
แปะ!แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงปรบมือจากครูซ่งจวนและเพื่อนนักเรียนหลายคนดังขึ้นพร้อมเสียงชื่นชมจากครูซ่งที่เอ่ยออกมาว่า
“เยี่ยมมากสติวเดนต์ยูอาร์อะเมซิ่งสติวเดนต์”
“ขอบคุณมากค่ะ”เสิ่นลี่อิงยิ้มกว้างพลางกล่าวขอบคุณคำชมจากครูซ่งอย่างยินดี
ต่อจากนั้นครูซ่งสอนบทเรียนภาษาอังกฤษต่อไปอย่างมีความสุขพร้อมกำชับถึงการสอบประจำเดือนในสัปดาห์หน้าซึ่งครูซ่งคาดหวังว่าห้องห้าจะมีคะแนนผลการสอบประจำเดือนสูงขึ้นโดยเฉพาะผลงานของเสิ่นลี่อิง
เมื่อหมดเวลาเรียนวิชาภาษาอังกฤษต่อไปเป็่เวลาพักกินอาหารกลางวัน
เสิ่นลี่อิงเดินไปกินข้าวกับกงเจียหลิงเป็ประจำแต่เดิมเสิ่นลี่อิงมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือ กงเจียหลิงเพราะใน่เวลาเรียนวันทั้งวันเธอมักจะหมกมุ่นอยู่กับข้อมูลของไอดอลชายคนหนึ่งที่ชื่นชอบเป็ชีวิตจิตใจจนไม่สนใจเื่การเรียน
เท่าใดนัก
แต่คราวนี้เสิ่นลี่อิงเปิดใจกว้างเพื่อศึกษาเพื่อนรอบตัวไว้อย่างน้อยเธอจะได้มีภูมิคุ้มกันและสามารถเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมของผู้คนเผื่อว่าในอนาคตจะได้ไม่เดินตามรอยเก่าที่ผิดพลาดไป
“อิงเอ๋อร์หากเธอสอบเข้ามหาลัยชิงหวาได้ เธอคงจะดังน่าดูเลย”
กงเจียหลิงแสดงความคิดเห็นตามที่เข้าใจโดยมองเห็นความมุ่งมั่นและการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวะโของเสิ่นลี่อิงจึงรู้สึกมั่นใจว่าเพื่อนอาจสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำรวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนได้
“ไม่รู้สินะ.....แต่ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องสอบเข้าเรียนให้ได้”
เสิ่นลี่อิงเงยหน้าจากการกินข้าวเธอตอบกลับเพื่อนอย่างตั้งใจแน่วแน่ซึ่งเป็ความ้าในส่วนลึกที่อยากให้ชีวิตของตนดีขึ้นกว่าเดิม
พลันมีเสียงะโโหวกเหวกจากนักเรียนหลายคนดังขึ้นในโรงอาหารพร้อมกับมีนักเรียนชายหญิงหลายคนวิ่งกรูไปยังทิศทางของสนามฟุตบอลหน้าอาคารเรียน
เสิ่นลี่อิงได้ยินเสียงพูดคุยของเพื่อนนักเรียนหลายคนเอ่ยชื่อน้องชายตนออกมาจึงผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปตรวจสอบสถานการณ์ด้วยความห่วงใยน้อง
“อ๊ะ!อิงเอ๋อร์ไปไหน? รอฉันด้วยสิ”กงเจียหลิงอุทานขึ้นมาด้วยความแปลกใจในท่าทีเร่งด่วนของเพื่อน
เธอรีบหยิบถาดอาหารของเพื่อนไปเก็บพร้อมกับของตนเองจากนั้นรีบวิ่งตามเสิ่นลี่อิงไปยังทิศทางของสนามกีฬาทันที
เสิ่นลี่อิงวิ่งมาเห็นน้องชายและเพื่อนนักเรียนของน้องอีกสามคนกำลังวิ่งรอบสนามฟุตบอลอยู่ทว่ามีนักเรียนชายคนหนึ่งเป็ลมหมดสติเพราะวิ่งจนหมดเรี่ยวแรงในขณะที่ยังไม่มีใครได้กินอาหารกลางวันซึ่งถูกหามตัวไปรักษาที่ห้อง
ปฐมพยาบาลแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?ครูเจียงลงโทษนักเรียนทำไม?”
เสิ่นลี่อิงคว้าตัวนักเรียนชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็เพื่อนร่วมห้องเรียนของน้องชายเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“พี่สาวเสี่ยวหยางนี่เองเสี่ยวหยางกับเพื่อนพากันเขียนการ์ตูนล้อเลียนครูหลินนั่นซี ครูหลินเลยบอกให้ครูเจียงสั่งลงโทษแทนภาพก็เลยเป็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”
นักเรียนชายตอบกลับเสิ่นลี่อิงตามจริงพลางถอนหายใจที่เห็นเพื่อนถูกลงโทษหนักจากความผิดที่เกิดขึ้นจริง
เสิ่นลี่อิงขมวดคิ้วแน่นด้วยความแปลกใจเธอกำลังคิดทบทวนเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อน ซึ่งพบว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับน้องชายจริงทว่าคราวนั้นเธอไม่ได้สนใจเข้ามาสอบถามเื่ราวแต่อย่างใด
เธอพบเพียงว่าน้องชายกลับบ้านไปแล้วป่วยหนักเพราะสภาพร่างกายที่ฝืนออกกำลังมากเกินไปหลังจากนั้นไม่นานน้องชายต้องนอนอยู่บนเตียงเป็เวลานานเพราะป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันจนทำให้น้องชายพลาดโอกาสส่งภาพวาดเข้าร่วมงานประกวดใน่เดือนเดียวกับสอบเข้าเกาเข่าพอดี
เสิ่นลี่อิงวิ่งเข้าไปหาครูเจียงตันชายหนุ่มผมสั้นเกรียนท่าทางเข้มงวด ซึ่งเคยเป็ทหารเก่าและรับผิดชอบในวิชาพลศึกษาทันทีพร้อมเสนอเงื่อนไขให้กับครูเจียงอย่างมีความหวังว่า
“ครูคะ.....ครูเจียงคะอย่าลงโทษให้น้องหนูวิ่งอีกเลย ให้หนูรับโทษแทนได้ไหมคะ?อย่าทำโทษน้องอีกเลย”
เด็กสาวไม่สามารถทนเห็นน้องต้องพลาดโอกาสทำตามความฝันในชีวิตเนื่องจากเธอรับรู้ได้เป็อย่างดีว่าน้องชายมีพร์ด้านการวาดภาพเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ผิดพลาดของน้องชายอาจเกิดจากการยุแยงของเพื่อนในห้องให้วาดภาพการ์ตูนลามกล้อเลียนครูมากกว่าซึ่งเธอไม่เชื่อว่าน้องคิดที่จะล้อเลียนครูหลินเอง
เสียงะโของเสิ่นลี่อิงที่แสดงเจตนาขัดขวางการลงโทษของครูเจียงทำให้นักเรียนทั้งหลายต่างพากันส่งเสียงแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายเพราะไม่คิดว่าพี่สาวของนักเรียนคนหนึ่งจะเรียกร้องให้เปลี่ยนคนรับโทษแทน
ครูเจียงตันหรี่ตามองเด็กสาวที่วิ่งเข้ามาขอร้องตนด้วยความแปลกใจเขาไม่พอใจกลุ่มเด็กนักเรียนที่กล้าวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนแฟนสาวของตนจึงสั่งลงโทษรุนแรงโดยไม่สนใจสิ่งใด
เมื่อมีเด็กสาวมาขอร้องแทนเขายิ้มมุมปากพลางกล่าวท้าทายเธออย่างดูแคลนว่า
“นักเรียนเสิ่นคิดจะรับโทษแทนน้องชายงั้นหรือ? ยังเหลือวิ่งอีกยี่สิบรอบเชียวนะจะไหวหรือเปล่า? ใครทำผิด คนนั้นก็ควรเป็คนรับผิดชอบสิ”
เสิ่นลี่อิงกำหมัดแน่นด้วยความหนักใจเพราะระยะทางในการวิ่งยี่สิบรอบหากคำนวณคร่าว ๆ ได้เกือบแปดกิโลเมตรกล่าวได้ว่าเป็ระยะทางที่ไกลและโหดทีเดียวสำหรับนักเรียนทั่วไปที่ไม่ใช่นักวิ่งโดยตรง
เธอตัดสินใจช่วยเหลือน้องชายทันทีเพราะคิดว่าไม่ควรปล่อยให้น้องชายต้องป่วยหนักจนพลาดโอกาสสำคัญของชีวิตไปรวมทั้ง้าชดเชยหน้าที่ที่เธอไม่ได้ทำั้แ่ชาติก่อนจึงพยักหน้าตอบตกลงครูเจียงอย่างมั่นใจว่า
“ตกลงค่ะหนูจะวิ่งรับโทษแทนน้องเอง ครูสั่งยกเลิกให้น้องหนูวิ่งได้แล้วค่ะ”
เจียงตันเลิกคิ้วมองเด็กสาวสวยตรงหน้าด้วยความแปลกใจเขาไม่สนใจว่าใครจะวิ่งแทนหรือไม่ทว่าเขาจำเป็ต้องกำราบนักเรียนไม่ให้ทำเื่ที่ไม่เหมาะสมต่อแฟนสาวจึงะโสั่งนักเรียนชายทั้งสามคนที่กำลังวิ่งอยู่ให้หยุดวิ่งทันทีว่า
“นี่นักเรียน!หยุดวิ่งได้แล้ว! พี่สาวของเสิ่นลี่หยางจะวิ่งแทนออกมาพักได้แล้ว เอาละ...นักเรียนเสิ่นลงไปวิ่งได้”
เจียงตันหันหน้าส่งสัญญาณให้เสิ่นลี่อิงไปวิ่งรับโทษแทนน้องชายเพราะกลุ่มนักเรียนชายที่ถูกลงโทษก่อนหน้าได้หยุดวิ่งตามคำสั่งแล้ว
เสิ่นลี่อิงกัดฟันเข้าไปวิ่งในลู่วิ่งรอบสนามฟุตบอลทันทีท่ามกลางเสียงแสดงความใของกงเจียหลิงที่วิ่งตามมาดูสถานการณ์อย่างตื่นตระหนกว่า
“ตายละ!...อิงเอ๋อร์เป็บ้าอะไร? นี่มันเท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆเลย เธอไม่ชอบเล่นกีฬาด้วยซ้ำ จะไปวิ่งรอบสนามหลายรอบได้ไง?”
อย่างไรก็ตามเสียงทักท้วงของกงเจียหลิงไม่มีผลกับเสิ่นลี่อิงแต่อย่างใดเพราะเสิ่นลี่อิงลงไปวิ่งอยู่ในลู่วิ่งเป็ที่เรียบร้อยโดยมีนักเรียนชายหญิงจากหลายชั้นปีทยอยมาดูความวุ่นวายที่สนามฟุตบอลด้วยความสนใจ
เสิ่นลี่อิงวิ่งไปได้แค่สองร้อยเมตรเธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกพร้อมกับหัวใจเต้นเร็วราวกลองถูกตีรัวเป็ชุด เหงื่อซึมออกทั่วตัวจนทำให้เสื้อผ้าในชุดกีฬาเปียกชุ่มโชคดีที่เครื่องแบบนักเรียนของที่นี่เป็ชุดพละทั้งห้าวันทำให้เธอวิ่งได้ไม่ลำบากเกินไป
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวต้องถอดเสื้อวอร์มที่คลุมตัวอยู่ออกมามัดคาดไว้ที่เอวแทนเพราะเหงื่อออกมาเกินไปจนร้อนอบอ้าว
เด็กสาวกัดฟันวิ่งจนได้ระยะทางสองรอบสนามอย่างทุลักทุเลเธอเริ่มตาลายคล้ายจะเป็ลมเพราะความร้อนและ
อ่อนเพลียกะทันหันทว่าจิตใต้สำนักเตือนให้เธอต้องกัดฟันสู้ต่อไป
สักพักหนึ่งเธอได้ยินเสียงะโของน้องชายที่เขาฟื้นตัวและหายเหนื่อยแล้วเขาออกมาส่งเสียงะโให้กำลังใจเธอแทนเพราะไม่สามารถเข้าไปวิ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากครูเจียงได้
“เจี่ยเจียสู้ ๆเจี่ยเจียไม่น่ารับโทษแทนผมเลย เจี่ยเจียทำให้ได้ ผมจะไปวิ่งกับเจี่ยเจียด้วย”
สุดท้ายเสิ่นลี่หยางไม่สามารถทนเห็นพี่สาวที่อ้าปากหายใจอย่างหอบเหนื่อยพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำที่บ่งบอกว่าเธอเหนื่อยจนถึงขีดสุดยังไม่นับรวมขาสองข้างที่เริ่มวิ่งสะเปะสะปะเขาไม่อยากเห็นพี่สาวคนเดียวต้องเป็ลมหมดสติไปเสียก่อน
พลันมีเสียงเข้มดุของครูเจียงดังขึ้นมาว่า“หากใครลงไปวิ่งกับนักเรียนเสิ่น ครูจะสั่งเพิ่มโทษอีกสองเท่า”
เสิ่นลี่หยางและเพื่อนนักเรียนชายอีกสองคนต่างพากันหยุดชะงักเขากำหมัดแน่นด้วยความเสียใจที่เป็ต้นเหตุให้พี่สาวต้องะโเข้ามารับโทษแทน
“เจี่ยเจีย.....ผมขอโทษ....ผมจะไม่ทำตามคำสั่งเพื่อนอีก”
เขารู้สึกเสียใจที่ความคึกคะนองและอยากให้เพื่อนในห้องยอมรับตนเองเป็พวกจึงยินยอมวาดภาพเปลือยของครูหลินซึ่งเป็ที่มาของความโกรธจากครูสาวสวยจนเกิดการสั่งลงโทษจากครูเจียงตันที่รับผิดชอบวิชาพลศึกษา
ขณะที่เสิ่นลี่อิงวิ่งจนอ่อนแรงและใกล้หมดสติเพราะไม่สามารถทนทานต่อการวิ่งระยะทางไกลเป็เวลานาน
พลันมีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นในจิตใต้สำนึกว่า
“เ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากกว่าเดิมข้าจะมีรางวัลเพิ่มให้.....หากสามารถวิ่งไปจนครบกำหนดโทษ”
เสิ่นลี่อิงที่ใกล้กำลังหมดสติพลันตาโตขึ้นมาและเค้นแรงทั้งหมดที่มีเพื่อหวังรางวัลจากชายชราลึกลับเธอได้แต่หวังว่าตนเองจะมีไพ่ลับเพิ่มขึ้นเพื่อลิขิตชีวิตในวันข้างหน้าได้เอง