ร้านหมูหยองอินเตอร์เนทในเวลานี้ไม่มีลูกค้าใช้บริการแล้วแต่ไฟในร้านยังสว่างอยู่ เด็กสาวผู้ชอบรวมผมเป็หางม้าอยู่เสมอ กำลังขะมักเขม้นกับการตัดกระดาษที่เพิ่งจะปริ๊ตออกมาจากเครื่องปริ๊ตเตอร์ในร้านส่วนอีกหนึ่งหนุ่มผู้ไม่มีใครมองเห็นสายตาจับจ้องที่หน้าจอคอมพ์ด้วยท่าทีเคร่งเครียด
“เสร็จแล้ว”
“อะไรเหรอครับ” คุณิญญาจอมวุ่นวายหันมามองสิ่งที่เด็กสาวยื่นมาตรงหน้า
“รูปนายไงที่จ้างวาดที่สะพานพุทธ ฉันแสกนรูปนายใส่คอมพ์แล้วก็ปริ๊ตรูปเล็ก ๆไว้ติดกระเป๋าสตางค์อันหนึ่งเวลาไปเจอใครต่อใครที่พอจะมีเบาะแสจะได้ถามได้ว่ารู้จักนายไหม แล้วเดี๋ยวเราก็จะเอารูปนายไปโพสตามเวบไซต์ประกาศหาคนหายไงดีไหมไอเดียสุดยอดเลยใช่ป่ะ”
“อ้อ…อย่างนี้นี่เองผมก็นึกว่าคุณอยากเก็บรูปผมไว้เป็ที่ระลึกเผื่อผมไปเกิดใหม่คุณจะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้”
“แหวะหน้าอย่างนายฉันไม่อยากจำให้ฝันร้ายหรอก ว่าแต่นายดูอะไรอยู่เหรอ”
โซดาขยับตัวไปนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างๆ ผีหนุ่มร่างโปร่งใส เขาเบี่ยงตัวหลบเมื่อเธอเอนตัวมาดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปลายจมูกคลอเคลียเส้นผมจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ อดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมนั่น
“อ้อ...เวบนี้ที่มีนักเขียนเอาเื่ที่แต่งมาโพสไว้นี่น่า” โซดาหันมาเพื่อจะเรียกคุณผี แต่เธอไม่รู้ว่าเมื่อหันมาก็รู้สึกเหมือนแก้มเธอโดนปลายจมูกของเขาแตะเบาๆ
“นายยื่นหน้ามาทำอะไร” แก้มเนียนแดงระเรื่ออย่างน่ารักด้วยความเขินโซดาขว้างหมัดเล็ก ๆ ใส่แต่เพราะอีกฝ่ายเป็เพียงอากาศธาตุร่างเธอจึงเสียหลักเซถลาลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น
“เพราะนายแท้ ๆ เลย” ไม่รู้ว่าอายหรือว่าเขินโซดานั่งจุ้มปุกอยู่กับพื้นเสียอย่างนั้น
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ” คุณผีหัวเราะน้อย ๆก่อนทรุดตัวนั่งข้าง ๆ “คุณทำตัวเองน๊า!”
“อย่ามาเยาะเย้ยฉันนะ! ถ้านายไม่ยื่นหน้ามาใกล้ฉันละก็!!”
“คุณก็รู้ว่าผมทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ครับจะหยิบจับอะไรก็ไม่ได้เลย เป็ผีที่ใช้อะไรไม่ได้เลย” เขายืมคำพูดเธอมาใช้พยายามทำให้เธอขำมากกว่า เวลาที่เขินและอายแบบนี้ทำไมถึงได้น่ารักนักก็ไม่รู้
“เมื่อกี้จะให้ผมดูอะไร” ยิ้มให้แต่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้กับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“คนที่ใช้เนทเมื่อครูเปิดทิ้งไว้นะครับเวบอะไรเหรอ” โซดาขยับตัวลุกขึ้นมานั่งที่เดิมแต่ก็อดชำเลืองมองนายผีหน้าตาไม่ได้
“กระดานนักเขียน...แบบว่าคนที่ชอบขีดๆ เขียน ๆ มาโพสเื่ไว้ บางทีก็มีสำนักพิมพ์มาติดต่อไปตีพิมพ์เป็เล่มฉันก็เข้ามาอ่านบ่อย ๆ นะ”
มือเล็ก ๆ จับเมาส์คลิกเมนูต่าง ๆเปิดให้คุณผีช่างสงสัยดูเขาไม่สามารถจะจับเมาส์ให้ขยับหรือแม้แต่จิ้มนิ้วลงคีย์บอร์ดก็ไม่เป็ผล
อืม...นี่มันจุดเริ่มต้นของนักเขียนออนไลน์เลยนะเนี้ย!
“มีแต่เื่กุ๊กกิ๊ก” ผีหนุ่มบ่นแต่เด็กสาวผู้ชอบรวบผมเป็หางม้าก็ได้ยินหลิวตามองอย่างเคือง ๆ
“ก็ฉันชอบของฉันแบบนี้นิยะ หรือนายจะดูอะไร”
“งั้นคุณเข้าไปดูเวบนักเขียนไทยซิ...กดตัวหนังสือตามผมบอก”
“อยากดูก็กดเองซิ! ฉันไม่ใช่คนรับใช้นายนะ”
“ถ้ากดเองได้ผมทำไปแล้ว!”
แน๊ะ! มีน้ำโหเหมือนกันแฮะ!!โซดาทำตามที่คุณิญญาสั่ง นึก ๆ ไปก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อยถึงจะเป็ผีแต่ไม่มีอิทธิฤกษ์อะไรเลยแถมยังความจำเสื่อมอีกต่างหาก แต่ก็นั้นแหละดู ๆไปหน้าตาเขาก็เข้าทีถึงจะใส่แว่นแต่ก็รับกับใบหน้าเสื้อผ้าการแต่งตัวก็น่าจะเป็คนมีฐานะในระดับหนึ่ง แต่แล้วความสนใจของโซดาก็กลับมาสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด17นิ้ว
ถึงโซดาจะโลดแล่นท่องเวบไซต์ต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรอบรู้ไปหมดทุกเวบไซต์ เด็กสาวผมยาวรวบเป็หางม้าลองคลิกเข้าไปดู หน้าแนะนำหนังสือน่าอ่านก็เห็นปกหนังสือบางเล่มคล้ายกับที่ร้านUnderground Book ที่เพิ่งไปได้หนังสือรวมเื่สั้นนักเขียนรุ่นใหม่มาซึ่งเป็การประกวดเื่สั้นบนเวบไซต์ แต่รายชื่อนักเขียนรุ่นใหม่ในหนังสือเล่มนั้น เธอก็ไม่รู้จักหรือคุ้นชื่อเลยสักคน
แน่ละ…ถ้าเป็แนววัยรุ่นรักชุลมุนละก็…ไม่พลาดแน่แต่รายชื่อนักเขียนในหนังสือเล่มนั้นกับนามปากกาบนเวบไซต์นี้บางคนก็เป็คน ๆเดียวกันอย่างน่าแปลกใจ
“คลิกอ่านดูเื่สั้นซิ มุมขวานะ...นั้นแหละ... เซฟไว้อ่านด้วย”
“เื่สั้นแบบนี้ฉันอ่านไม่ค่อยรู้เื่หรอก” โซดาทำหน้าแหยเหมือนกินยาขม
“ลองอ่านดูหรือยัง หนังสือเล่มที่ซื้อมาผมเห็นคุณพลิกไปมาไม่อ่านเสียที...ทีของดุจตะวันอ่านแล้วอ่านอีกไม่รู้กี่รอบ”
“มันเื่ของฉัน” เด็กสาวทำหน้างอนได้แสนน่ารักจนอีกฝ่ายนึกอยากดุนิสัยเอาแต่ใจก็ทำได้แค่กลั้นยิ้มทำหน้านิ่ง
“เปิดอีกเวบนะ...”
“นี่!ฉันไม่ใช่คนรับใช้นายนะ”
“แล้วผมทำอะไรได้เองหรือเปล่า” แขนข้างหนึ่งโอบไหล่เด็กสาวยื่นหน้ามาใกล้จนโซดารู้สึกได้ว่าริมฝีปากเขาอยู่ใกล้ริมหู มันทำให้แก้มเนียนแดงจัดเหมือนลูกเชอรี่อย่างไม่รู้ตัว
“ตาบ้า!ทำให้ก็ได้ ถอยไปห่าง ๆ เลย”
เด็กสาวคลิกเมาส์ไปตามที่คุณิญญาเร่ร่อนเื่มากขอร้อง แต่เธอเองก็รู้สึกสนุกกับการเปิดโลกและมุมมองใหม่ ได้เข้าไปอ่านกระทู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานเขียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์หนังสือที่อ่านกันอย่างสนุก ผีหนุ่มร่างโปร่งใสเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเด็กสาวราวคุ้นเคยกับเื่ราวเหล่านี้เป็อย่างดี
“คุณน่าจะลองเอางานเขียนของคุณมาโพสตามเวบบ้างนะ อย่างน้อยก็มีคนอ่านและวิจารณ์งานเขียนของคุณไง”
“ดีจัง แต่ว่าฉันไม่มีงานเขียนอะไรเลย”
“ห๋า…ไม่มีเลย ล้อเล่นน่า คุณอยากเป็นักเขียนไม่ใช่เหรอความเรียงอะไรพวกนี้ไม่เขียนเหรอ ไดอารี่ก็ไม่มีเหรอ”
“ก็…มันเขียนไม่จบสักเื่นิเขียนได้หน้า-ครึ่งหน้าก็ไม่ได้เขียนต่อ”
“โอ้ย!ไม่ได้แล้วคุณจะเป็นักเขียนคุณต้องเขียนนะลงมือเขียนไม่ใช่แค่นั่งคิดว่าจะเขียนอะไรยังไงแต่ต้องลงมือเขียนนะเข้าใจไหมเอาละ…ต่อไปนี้คุณต้องเขียนไดอารี่อย่างน้อยวันละหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่”
“เื่อะไรนายมาสั่งฉัน” โซดาโวยวายเื่จะให้ใครมาบังคับนะเหรอฝันไปเถอะ!
“ถ้าคุณจะเป็นักเขียนก็ต้องลงมือเขียนถ้าไม่อยากเป็ก็ไม่ต้องเขียน”
นานๆทีจะเห็นผีหนุ่มใส่แว่นทำหน้าดุขึ้นเสียงดังใส่เด็กสาว โซดาอยากจะเถียงก็ไม่กล้าได้แต่พึมพำออกมาเบา ๆ
“ขอเป็พิมพ์แทนเขียนได้ไหม” โซดาต่อรองแต่ก็เป็ผลให้รอยยิ้มอ่อนโยนระบายอยู่บนใบหน้าของคุณผีความจำเสื่อม
“แปลกจัง…ทำไมนายรู้ดีเื่พวกนี้เสียเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่นายความจำเสื่อมจำชื่อตัวเองก็ไม่ได้ แต่กลับพาฉันเดินไปร้านหนังสือ Underground Book ได้ จำชื่อนักเขียนได้ทั้งที่ได้รางวัลโนเบลแล้วก็ซีไรต์แถมยังเชี่ยวชาญเื่เวบนักเขียนไทยอีกต่างหาก นายนี่ไม่น่าจะเป็ผีธรรมดาเลยแหะ”
ยังไม่ทันที่โซดาจะพูดอะไรอย่างที่คิด ประตูกระจกร้านอินเตอร์เนทก็ถูกเปิดออกร่างสูงโปร่งของเบียร์ก็เดินตรงเข้ามาในร้านพร้อมถุงอาหารที่เหลือจากร้านเช่นเคย
“พี่เห็นไฟในร้านสว่างเลยแวะเข้ามาดูก่อน ทีหลังอยู่ร้านคนเดียวแบบนี้ล็อกประตูด้วยซิอันตรายนะ”
พี่ชายบ่นด้วยความห่วงใย โซดาเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้พี่ชายเลิกเร็ว ซึ่งปกติจะมีวันที่เข้างานเช้าเลิกเร็วและเข้างานบ่ายเลิกดึกหลังเที่ยงคืน แต่จะให้บอกพี่ชายได้อย่างไรเล่าว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวยังมีผีหนุ่มสวมแว่นตายืนอยู่ใกล้ๆ แต่ก็นั้นแหละ เป็ผีที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลยจริง ๆ
“พี่ซื้อมาให้คิดว่าเราจำเป็ต้องใช้” เบียร์ยื่นถุงพลาสติกสีสวยบรรจุกล่องกระดาษขนาดย่อม โซดารีบรับมาแกะดูด้วยความตื่นเต้น
“ว้าว!โทรศัพท์มือถือรักพี่เบียร์ที่สุดในโลกเลย” น้องสาวเผลอะโกอดพี่ชายด้วยความดีใจจนพี่ชายตัวโตทำหน้าไม่ถูก
“แต่ค่าโทรศัพท์เราต้องจ่ายเองนะใช้ให้ประหยัดละถ้าใช้เปลืองพี่จะยึดมือถือคืน แล้วเสร็จงานรึยังจะได้กลับบ้าน”
“เรียบร้อยแล้วค่ะเก็บของก่อนนะ”
เด็กสาวรีบคว้าข้าวของสองสามชิ้นบนโต๊ะใส่เป้ เดินไปปิดคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างอยู่ เธอหันไปยิ้มให้คุณผีที่คุณพี่ชายมองไม่เห็น ตรวจความเรียบร้อยในร้านก่อนจะเตรียมตัวกลับบ้านเช่นทุกครั้ง เบียร์เอื้อมมือหมายจะช่วยถือของให้น้องสาวที่กอดกล่องโทรศัพท์มือถือแน่นแนบอกแต่สายตาไปสะดุดกับหนังสือเล่มขนาดกำลังดีที่เป็รวมผลงานของนักเขียนรุ่นใหม่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์
“เราอ่านหนังสือแบบนี้ด้วยเหรอ”
พี่ชายถามพลางชูหนังสือขึ้นให้เห็นปก ปกติจะเห็นอ่านแค่แนวหวานแหววกับผลงานเ้าของนามปากกาดุจตะวันเท่านั้น
“ค่ะเพิ่งเริ่มอ่านทำไมคะพี่เบียร์ว่ามันไม่ดีเหรอ” น้องสาวถามด้วยแววตาสงสัย
“ไม่หรอก พี่นึกว่าโซดาไม่ชอบอ่านในห้องพี่ก็มี”
“อ้าว…” เธออ้าปากค้างนึกเสียดายเงินร้อยกว่าบาทที่ซื้อหนังสือไป
“ถ้าชอบอ่านแนวนี้ไปดูในห้องพี่นะ” พี่โยกหัวน้องสาวเล่นขณะที่เดินกลับบ้านพร้อมกัน
“พี่ก็อยากให้เราอ่านหนังสือหลากหลาย อ่านหนังสือเยอะๆจะได้มีวัตถุดิบในสมองเวลาเขียนจะได้ลื่นไหลไม่ติดขัดมีความสมจริงในงานเขียน”
โซดาแหงนหน้ามองดูหน้าพี่ชายที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รู้สึกเหมือนจะมีบางประโยคที่คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากปากคุณผีจอมวุ่นวายเทศนาให้ฟังบ่อยๆ จู่ๆ เธอก็หยุดเดินหยิบรูปในกระเป๋าสตางค์ส่งให้พี่ชายดู
“พี่เบียร์รู้จักผู้ชายในรูปนี่ไหมคะเค้าเป็นักเขียนรึเปล่า”
ผีหนุ่มร่างโปร่งใส่ที่เดินตามหลังมาช้าๆ ได้ยินเข้าถึงกับสะดุ้งรีบก้าวเข้าไปยืนข้างหลังก้มมองข้ามไหล่ของเบียร์ที่ก้มหน้ามองรูปในมือของน้องสาวอย่างพินิจพิจารณา ทั้งโซดาและคุณิญญาพเนจรต่างก็ลุ้นคำตอบของพี่เบียร์จนแทบลืมหายใจ!
“ไม่รู้ซิ ไม่คุ้นหน้าเลยนะ”
“พี่เบียร์ดูดี ๆ ก่อนนะ ถ้าเป็นักเขียนแนวที่พี่เบียร์อ่านน่าจะคุ้นหน้าบ้างเพราะถ้ามาทางแนวหวานแหววไม่มีแน่ๆ”
“นักเขียนนะไม่ใช่ดาราจะได้อวดหน้าอวดตากันอย่างนั้น เอาเป็ว่าเท่าที่พี่รู้จักหรือเคยอ่านผลงานมาไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ แล้วเราไปเอารูปนี่มาจากไหนเดี๋ยวนี้โซดาพกรูปผู้ชายในกระเป๋าสตางค์เชียวเหรอ” พี่ชาวหลิวตามองน้องสาวอย่างจับผิด
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรเอ่อ…เอ่อ..อ้อ..พี่ตั้มบอกว่าอยากกินติ่มซำอร่อย ๆแถวเยาวราชอีกให้พี่เบียร์ซื้อมาฝากด้วยนะค่ะ”
“เออจริงซิไอ้หมอนั้นมันสั่งไว้หลายวันแล้วนิ พี่ลืมไปเลย สงสัยวันนี้ก็ไปช่วยน้ำหวานขายเสื้อผ้าที่สะพานพุทธ”
“นั้นซิ แล้วเมื่อไหร่พี่น้ำหวานกับพี่ตั้มจะเป็แฟนกันเสียทีละค่ะโซดาลุ้นจนเมื่อยแล้ว”
“โซดาจำพี่โตกับพี่ต้องพี่ชายของพี่ตั้มได้หรือเปล่า” เบียร์หันมาสบตาด้วยความสงสัย
“คลับคล้ายคลับคลานะคะแต่นึกไม่ออกรู้แค่ว่าพี่โตเป็หมอพี่ต้องเป็วิศวกรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ตั้มกับพี่น้ำหวานค่ะ อ่ะ!หรือว่ารักสี่เส้าค่ะเนี่ยว้าว! จะได้เอาไปเขียนเป็นิยาย”
“โซดา...ชีวิตคนไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อเล่นแบบนี้นะ”พี่ชายลูบผมน้องสาวอย่างอ่อนโยน
“ถึงเวลาแล้วพี่จะเล่าให้ฟัง คืนนี้ก็ดึกแล้วอาบน้ำแล้วรีบเข้านอนนะ”
“หว่า...อยากฟังก่อนนิคะ” น้องสาวยังคงต่อรองจนพี่ชายหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นโซดาก็ต้องบอกก่อนว่าผู้ชายในรูปนั่นเป็ใคร”
“ดึกแล้วค่ะโซดาไปนอนดีกว่าฝันดีนะคะ”
เด็กสาวรีบวิ่งขึ้นห้องส่วนตัวไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด แม้ว่าจะถ่ายรูปไม่ได้แต่ก็จอสีขนาดกะทัดรัดเหมาะมือแบบที่เธอชอบ ผีหนุ่มยืนมองแล้วยิ้มบาง ๆ นึกเอ็นดูแม้จะดูห้าว ๆ กวน ๆแต่ก็มีบางมุมที่น่ารักสดใสแบบเด็กสาวทั่วไปไม่น้อย
“นี่…ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเข้าใกล้อะไรบางอย่างในตัวนายแนะ”
“จริงหรือครับ”
“ก็ไม่รู้นะ แค่ความรู้สึกที่มันเริ่มปะติดปะต่อกันเหมือนจิกซอร์ยังไงยังงั้นเลย ฉันว่าไม่นานฉันต้องไขความลับในตัวนายได้แน่ ๆ”
คุณผีผู้อาศัยระบายยิ้มบาง ๆให้กับเด็กสาวผู้มีแววตามุ่งมั่น เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรดลใจให้เธอรู้สึกเช่นนั้น แต่เขาก็เชื่อมั่นในตัวเธอมากจนน่าประหลาดใจ ความรู้สึกนี้มันเริ่มก่อตัวขึ้นได้อย่างไรและเมื่อไหร่
โซดาดึงยางรัดผมออกผมยาวเคลียบ่าสยายเป็อิสระ พวงแก้มแม้ไร้เครื่องสำอางก็นวลเนียนอย่างเป็ธรรมชาติ เขาอยากบอกเธอเหลือเกินว่า เวลานี้เธอดูน่ารักสดใสกว่าเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่เขาเห็นแถวเซ็นเตอร์พอยท์เสียอีก โซดาหันมายิ้มหวานแล้วเปิดประตูห้องออกกว้าง เธอทำท่าจะถอดเสื้อยืดออก นายผีความจำเสื่อมยืนมองด้วยตาบ๊องแบ๊ว
“ฉันจะอาบน้ำ...”
“เชิญตามสบายครับ” เขายิ้มกว้าง แต่โซดาขมวดคิ้ว
“แล้วนายจะนั่งหา์อะไรตรงนี้ละ”
“อ๋า!!!”
เขาพยักหน้ารับหงึกงักจำใจเดินออกจากห้องไปเมื่อประตูห้องปิดลงเขาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงผิดจังหวะแบบค่อมโน้ตและบางท่อนก็แปลงเป็สำเนียงลูกทุ่งทั้งที่เป็เพลงสตริง เขาเผลอหัวเราะออกมาถึงแม้ในแต่ละวันที่ผ่านไปเขาจะไม่ได้ความคืบหน้าอะไรมากนัก แต่การได้อยู่...และรู้จักเด็กสาวชื่อโซดาคนนี้ เขาไม่รู้สึกว่ามันสูญเปล่าเลย
เอาเถอะ...ถึงอย่างไรเขาเชื่อแล้วละว่า...เธอมั่นใจว่ากำลังเข้าใกล้ที่จะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็ใคร…