#ปีสาม 4 Detail Kit
< 14.20 น. >
ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน ดูนาฬิกาปาไปบ่ายสองกว่าแล้วแถมยังเปิดทีวีทิ้งไว้ต่างหาก และผมยังคิดได้อีกว่ามีอีกคนในห้องผม ผมเอี้ยวตัวหันไปดู พบว่ามันยังนอนอยู่เหมือนเดิม ผมก็นึกว่ามันจะตื่นแล้วเสียอีกที่ไหนได้อยากจะถามนะว่า ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน? เห็นแล้วเพลียชะมัด
รู้สึกได้ว่าตอนนี้เริ่มจะหิวๆ(ข้าวเที่ยง) ผมเลยลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินเข้าห้องครัว มาทำไข่เจียวหมูสับกิน ไม่ต้องถามว่าผมจะทำเผื่อไอ้เด็กนั่นไหม? ตอบว่าทำครับ ผมก็ไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้นครับ ผมเป็คนดีพอครับ!
พอสำเร็จผมก็ยกออกมาวางที่โต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้าโซฟา นี่มันจะนอนขี้เซาไปถึงไหนั้แ่เช้าแล้ว นี่ก็ใกล้จะบ่ายสาวมันจะเกินไปแล้วนะ!
“เฮ้ย...ตื่น…” ผมสะกิดที่แขนมันเพื่อปลุกให้ตื่น แต่...แม่งตัวโคตรร้อนหรือว่ามันจะเป็ไข้วะ ผมเลยเลื่อนมือไปอังที่หน้าผากมัน
“เชี่ย…” ผมสบถออกมาเบาๆ(เบาจริงๆ) แมร่งเป็ไข้จริงวะ
“พี่คิท…แคร่ก” แม่งสงสัยจะเป็หนัก
“นี่มึงป่วยทำไมไม่บอกกู แล้วลุกมากินข้าวไหวป่ะ”
“...” มันไม่ตอบ แต่ผมก็พยายามพยุงตัวมันให้ลุกนั่ง
“ลุกมากินข้าวกินยาก่อน...เห้อ มึงนี่จริงๆเล้ย” พูดแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ
“ไม่กินยา...ขม…” เป็ไข้ยังเสือกจะงอแงอีกสัด
“อย่ามางอแงสัด…” มันทำท่าจะล้มตัวนอน แต่ก็ดันหลังมันเอาไว้ก่อนจะให้มันนั่งพิงโซฟา แมร่งโคตรหนักเอาการ
“มึงแดกข้าวเองได้ป่ะ” ผมหันไปถาม
“ไม่หิว…”
กูทนไม่ไหวแล้วนะ คนอย่างผมยิ่งง้อใครหรือเอาใจใครไม่เป็อยู่ด้วยแล้วยิ่งกับมันนี่ ยิ่งของขึ้น ผมเลยลากคอมันมานั่งที่พื้นก่อนจะใช้ช้อนตักข้าวยัดใส่ปากมัน...แต่มันก็ทำท่าจะคายออก
“หยุดเลย! ถ้ามึงคายออกมา...กูต่อย!” ผมพูดเสียงดุ มันหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเคี้ยวแล้วก็กลืนลงไป
สัด...ไม่บังคับก็ไม่แดกว่างั้น?
สุดท้ายผมแล้วผมก็กลายเป็คนป้อนข้าวป้อนน้ำมัน (ด้วยความจำเป็)
กว่าจะบังคับให้กินได้แต่ละคำก็แสนยากเย็น ถามตรงๆเวลาป่วยชอบดื้อชอบเอาแต่ใจว่างั้น?
พอมันทานข้าวทานยาเสร็จก็ล้มตัวนอนทันที เห็นสถาพผมก็ต้องขอถอนหายใจยาวๆ(วอแหวนล้านตัว)เลยทีเดียว
“มึงนี่ปัญญาอ่อนเนาะ” ผมพูดเบาๆก่อนจะเก็บจานไปล้าง
วันนี้ผมว่าจะได้นอนหลับสบายๆในห้อง ไหง? ผมต้องมานั่งเฝ้าไอ้เด็กบ้าที่ด้วย ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ไม่น่าเอามาเป็ภาระเลยแต่คงย้อนเวลากลับไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องดูแลมัน เดี๋ยวมันจะมาตายในห้องผมคนยิ่งกลัวๆผีอยู่
“แม่ครับ…” เด็กมากนะมึง ละเมอหาแม่อีกสัด ไม่เหมาะกับหน้ามึงเลย
“อึก...งือๆ…” เชี่ย… มัวแต่ด่ามันในใจ คราวนี้มันปล่อยออกมาด้วยครับ
“ดีเทล เป็ไรป่ะวะ” ผมสะกิดถามเบาๆ จู่ๆมันก็คว้ามือผมไปจับแล้วดึงไปหนุนไว้ที่แก้มของมัน
“แม่...อึก อย่าทิ้งผมไป...งือๆ” พูดไปร้องไห้ไป แถมยังกอดแขนผมแน่นอีกแต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพียงแต่กำลังคิดตามกับสิ่งที่มันพูดอยู่
“เชี่ย!...” ผมสบถออกมาไม่ดังมากนัก จู่ๆมันก็รวบมือมากอดผมแทนทั้งตัวโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทัน ตอนนี้ผมพยายามแกะมือมันออกแมร่งป่วยแดกเชี่ยไรวะแรงเยอะอย่างกับควาย ทำเอาผมต้องยอมแพ้
สภาพผมตอนนี้คือ โดนมันกอด(อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว) หัวใจผมเต้นแรง(อันนี้ผิดปกติครับ) หน้าผมนี่แนบไปกับแผงอกกว้างของมัน แมร่งแข็งชะมัดเมื่อไหร่มึงจะปล่อยกูเนี่ย หายไข้เมื่อไหร่โดนแน่มึง! (คาดโทษไว้ก่อน)
< 22.39 น. >
มองนาฬิกาที่ผนังห้อง นี่ผมเผลอหลับไปงั้นเหรอ? ส่วนไอ้นี่ก็กอดไม่ยอมปล่อยกูเลยนะ กอดกูอยู่ท่าเดียวกูเมื่อยนะเว้ย พูดแล้วผมก็แกะมือมันออก
“อึก...งือๆ อย่าทิ้งผมไป…” เชี่ย…
“เออๆ! กูไม่ไปไหนแล้ว” ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเปลี่ยนขึ้นไปนอนบนโซฟาร์กับมัน...ไอ้ขี้แยเอ้ย!!
< เช้าวันต่อมา >
Rrrrrr…………..
“สวัสดีครับ” ผมสะลึมสะลือรับสายโทรศัพท์
[ไอ้เทล มึงอยู่ไหนวะ] แมร่งไม่ใช่โทรศัพท์ผมนี่หว่า ผมเหลือบไปมองเ้าของเครื่องพร้อมกับเอานิ้วดีดหน้าผากมัน แป๊ะ!
“โอ๊ย!”
“โทรศัพท์มึง อ่า...เอาไป”
“ว่าไง?”
……….
พอรับสายมันก็เดินออกไปนอกระเบียง ส่วนผมก็มาอาบน้ำตอนนี้ใครจะทำอะไรก็ตามสบายเถอะครับ ณ เวลานี้ขออาบน้ำก่อนละกันเหนียวไปหมดแล้ว
“พี่คิท! ผมกลับนะครับ”
“เออ...รีบใสหัวไปเร็วๆ”
“ในที่สุดก็เป็อิสระสักที อาบน้ำเสร็จจะขอนอนต่อละกันครับ รู้สึกตอนนี้เมื่อยโคตรๆเพราะไอ้เด็กบ้าคนนั้นคนเดียวเลย
Rrrrrrr……………..
“มีไรเชี่ยฟอส...ซิล”
[แมร่งเรียกชื่อกูซะโบราณ]
“เออๆ มีไรว้า”
[มึงว่างป่ะ ไปซื้อของเป็เพื่อนกูหน่อยดิ] เชี่ยแดกแล้วกู!
“อืม...ว่าง มารับกูด้วย”
[...]