กลายพันธุ์? ไม่ใช่บททดสอบอาชีพงั้นหรอ?
วาสขมวดคิ้วเป็นปม เร่งเร้าประสาทสัมผัสเตรียมรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ถ้าเป็นบททดสอบอาชีพ เวลาของโลกใบนี้ควรจะหยุดเดินชั่วขณะ แต่จากสายตาเขาทุกสิ่งยังดูปกติอยู่
“หือ..”วาสอุทานขึ้น จู่ๆในสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นมวลแสงสีแดงขนาดจิ๋วที่ลอยอยู่ในอากาศ จากนั้นมวลแสงสีแดงก็ลอยมาช้าๆ วาสผงะไป แต่สัญชาตญาณบอกว่าสิ่งนี้ไม่มีอันตรายจึงปล่อยให้มันเข้ามาใกล้ตัวและซึมซับเข้าไปในผิวหนังของเขา
วาสเกิดความรู้สึกร้อนวูบหนึ่งพร้อมเสียงในหัวที่ดังขึ้นมาว่า
-ท่านได้รับค่าสถานะกาย+1จุด-
มุมปากวาสกระตุก
ง่ายๆแบบนี้เลย?
ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เหลือบเห็นมวลแสงสีเขียว จากนั้นก็มีสีฟ้า สีเหลือง สี...
มวลแสงจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากอากาศและลอยล่องเข้าหาตัววาส
-ท่านได้รับค่าสถานะกาย+1จุด-
-ท่านได้รับค่าสถานะจิตวิญญาณ+1จุด-
-ท่านได้รับค่าสถานะฟื้นฟู+1จุด-
-ท่านได้รับค่าสถานะลดความเสียหาย+1จุด-
.
.
.
ค่าสถานะของวาสพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่มวลแสงทุกสีที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะให้กับเขา มวลแสงบางสีเมื่อซึมเข้าไปในตัวเขาก็ผ่านทะลุออกมาคล้ายว่าไม่สามารถเข้ากับร่างกายเขาได้
หัวใจของวาสพองโตชั่วขณะ แต่ก็แค่ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น
ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา ความรู้สึกร้อนวูบวาบ ปวดแปล๊บ เจ็บปวด สารพัดความรู้สึกเริ่มปรากฏออกมาและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“อึก!...ไม่ดีแล้ว!”วาสถอดเกราะศีรษะออกและนำมือมากุมศีรษะไว้กัดฟันกรอดข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ขมับปูดบวมไปด้วยเส้นเลือดที่พองตัวจนเห็นได้ชัด ผิวกายเปลี่ยนเป็นสีแดงเถือก หัวใจเต้นตุบๆๆๆถี่รัวปานกลองศึก ความรู้สึกเหมือนถูกทุบกระหน่ำด้วยค้อนยักษ์หลายสิบอัน
เลือดทุกหยดเดือดพล่าน กระดูกป่นเป็นชิ้นและประกอบกลับไปใหม่ก่อนจะป่นเป็นชิ้นอีกครั้ง เส้นเอ็นถูกฉีกกระชากให้ขาดออกและงอกขึ้นมาใหม่ร้อยพันกันหนากว่าเดิม เซลล์ทุกเซล์กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและเริ่มที่จะกลืนกินเซลล์อื่น ร่างกายของวาสซูบผอมแห้งเหี่ยวในเวลาไม่กี่วินาที เกราะหนาที่สวมใส่กลายเป็นหลวมโพรกของเหลวสีดำถูกขับออกมาจากทวารทั้ง7 ดูน่าสยดสยอง พลังงานถูกเผาผลาญด้วยความเร็วที่น่ากลัว ความหิวกระหายเอ่อล้นทะลักออกมาจากจิตใจ สติปัญญาเริ่มกลับสู่สัญชาตญาณดิบ
“มันอยู่นั่น ไปฆ่ามัน”ในหูได้ยินเสียงแว่วจากไกลๆ สายตาพร่าเลือนกวาดไปเห็นโทร์ลอีกจำนวนหลายพันหรืออาจะหลายหมื่นกำลังวิ่งตรงมาที่เขา
ที่แท้สงครามเมื่อครู่ไม่ได้พรากชีวิตโทร์ลไปซะทั้งหมด!
“ฮือ...ฮือ..”วาสส่งเสียงคำรามในลำคอเหมือนสัตว์ร้ายสติพร่าเลือนไปทุกขณะ ศีรษะชาหนึบ เลื่อนลอย
สกิลราชันแห่งความตายนิรันดร์!
วาสสละซากทัพที่เหลืออยู่ทั้งหมดเรียกราชันแห่งความตายนิรันดร์ออกมา!
ถ้าถามว่าทำไมเขาไม่หนีกลับไปที่โลกมิติก็เพราะเขารู้ว่าสภาพของเขาตอนนี้มันใกล้เคียงกับสภาพการคลุ้มคลั่งเป็นอย่างมาก หากเขากลับไปในโลกมิติในเวลานี้ ที่นั่นจะต้องราบเป็นหน้ากลองอย่างแน่นอน!
ซากทัพหลายหมื่นตัวสลายเป็นฝุนผงลอยขึ้นไปบนฟ้า รอยแยกสีดำถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่โผล่ออกมา แต่คราวนี้ราชันแห่งความตายนิรันดร์ดูตัวเล็กมากกว่าครั้งก่อน อาจจะเป็นเพราะซากทัพที่ถูกสังเวยมีจำนวนน้อยลง
และคำสั่งสุดท้ายที่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ได้รับก็คือ ปกป้องเขา!
“อ๊ากกกกกกก!”ในที่สุดวาสก็ไม่อาจข่มความเจ็บปวดได้ไหวอีก แผดเสียงร้องเจ็บปวดออกมา แต่ถึงอย่างนั้นมวลแสงจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยังโผล่ออกมาไม่หยุดยั้งและมีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็น ความเร็วในการดูดซึมมวลแสงเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว
ของเหลวสีดำทะลักออกมาราวกับน้ำพุย้อมร่างวาสให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตหนังหุ้มกระดูกสีดำ
ร่างกายถูกทำลายและสร้างใหม่ตลอดเวลา และสิ่งที่ร่างกายต้องการในเวลานี้ก็คือ พลังงาน!
สติวาสจมสู่สัญชาตญาณดิบโดยสมบูรณ์ดวงตาแดงเถือกไปด้วยเส้นเลือดฝอย ภายในตาเปลี่ยนเป็นสีแดง กองทัพโทร์ลที่เหลือรอดกำลังวิ่งกรูเข้ามาไม่หวั่นแม้มีราชันแห่งความตายนิรันดร์อยู่ใกล้ๆ ในวันนี้เผ่าพันธุ์โทร์ลได้จบสิ้นไปแล้วแต่อย่างน้อยก่อนจะสาปสูญไปจากโลกนี้ก็จะต้องล้างแค้นให้จงได้!
แต่ในสายตาของวาสไม่มีความกลัวอยู่แม้เพียงนิด มีแต่ความหิวกระหายเท่านั้น!
ตูม!
วาสหายไปจากตำแหน่งเดิม อันที่จริงเขาไม่ได้หายไป แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากเกินกว่าจะมองทัน
“ล้างแค้นให้เผ่าพันธุ์ของเรา...อ๊ะ...อ๊ากกกก!”โทร์ลตนหนึ่งที่กำลังตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่งชะงักก่อนจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แขนข้างหนึ่งได้หายไปจากร่างกาย
กร้วมๆๆ!
เสียงเคี้ยวดังสะท้านใจมาจากด้วยหลัง ปีศาจหนังหุ้มกระดูกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีดำกำลังเคี้ยวลำแขนหนาด้วยท่าทางชื่นบาน
ก้อนเนื้อสากจากแขนโทร์ลไหลลงท้อง ถูกย่อยในพริบตา พลังงานสายหนึ่งก่อเกิดขึ้นแต่ก็สลายไปในชั่วอึดใจ
ฟันแหลมเร่งกัดกินด้วยความเร็วที่มากขึ้น กรามขยับขึ้นลงไม่ต่างจากเครื่องจักรเพียงเวลาไม่กี่นาทีลำแขนหนาก็ถูกส่งลงท้องปีศาจสีดำทั้งหมด!
สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นั้นเนื้อควรจะหยาบและแข็งแต่พออยู่ในปากของอสูรหิวกระหายก็คล้ายเป็นเนื้อสวรรค์อันโอชะ
ริมฝีปากฉีกยิ้ม แต่ดวงตาสีแดงคล้ายยังไม่พอใจ มวลแสงหลากสียังพุ่งเข้าร่างกายเขาไม่หยุดยั้งพร้อมกับค่าสถานะที่พุ่งขึ้นไม่หยุด
“ไอ้ปีศาจ! ฆ่ามัน!”ฝูงโทร์ลคำรามอย่างโกรธแค้น ถืออาวุธพุ่งเข้าห้ำหั่น
ราชันแห่งความตายนิรันดร์โผบินเข้ามากลางวง กระดูกสีดำกลายเป็นขวานฟันกวาดทีเดียวฆ่าโทร์ลไปหลายร้อย
สกิลเสียงเพรียกแห่งความตาย!
ควันสีเทาลอยเข้ามาไม่หยุดยั้ง โทร์ลอีกหลายร้อยแห้งเหี่ยวลง
“อ๊ากกกกกกกก!”วาสแผดเสียงร้องขึ้น และเสียงร้องนั้นทำให้ราชันแห่งความตายนิรันดร์หยุดสกิลลง ดูเหมือนสกิลของราชันแห่งความตายนิรันดร์จะทำให้วาสในคราบปีศาจไม่พอใจ จึงต้องเปลี่ยนไปฆ่าโทร์ลที่เหลือด้วยวิธีปกติและตรงไปตรงมา
ถึงกองทัพโทร์ลที่เหลือจะอยากฆ่าวาสแค่ไหนแต่ในเมื่ออยู่ในการคุ้มครองของราชันแห่งความตายนิรันดร์ ทุกสิ่งล้วนเปล่าประโยชน์
นับวันกองซากศพยิ่งกองพะเนินสูงขึ้น โทร์ลจำนวนมากตายไปไม่หยุดหย่อน มวลแสงหลากสีลอยเข้าร่างวาสไม่หยุดยั้ง จนทำให้ความหิวกระหายที่วาสมีเกินขอบเขตของสิ่งมีชีวิตทั่วไปแล้ว ถึงขั้นไม่อาจสละเวลาไปฆ่าใครได้อีก ทั้งวันนั่งอยู่บนกองภูเขาซากศพกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ในสายตา
วันแล้ววันเล่าภูเขาซากศพยิ่งสูงชันขึ้น โทร์ลหลายตนหมดความหวังที่จะฝ่าราชันแห่งความตายนิรันดร์เข้าไปฆ่าวาสจึงได้แต่หนีจากไป แต่ก็ยังมีโทร์ลอีกหลายหมื่นตนที่ถูกความแค้นเข้าครอบงำ วิ่งเข้าหาราชันแห่งความตายนิรันดร์ไม่หยุดหย่อน
แต่นั่นก็ไม่ต่างจากแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ภายใต้การปกป้องของราชันแห่งความตายนิรันดร์ รัศมี100เมตรรอบตัววาสไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แม้แต่ตัวเดียว
ผ่านไปหลายวันสงครามครั้งนี้ก็จบลง โทร์ลกว่า7ใน10ส่วนของทั้งหมดได้ตายตกลงที่นี่ ส่วนที่เหลือได้หนีจากไปและอพยพโทร์ลที่เหลือให้หนีไปให้ไกลที่สุด กลายเป็นเผ่าพันธุ์เร่ร่อน
ภูเขาซากศพกินพื้นที่กว่า600 เมตร ที่ยอดภูเขาคือแอ่งกระทะที่เต็มไปด้วยเลือด ในบ่อเลือดนั้นปีศาจสีดำกำลังกลืนกินซากศพอยู่ พร้อมกับมวลแสงที่ซึมผ่านไม่หยุด
ร่างกายที่พัฒนามากขึ้นที่มากขึ้นทำให้ปีศาจสีดำไม่ต้องเคี้ยวอีกต่อไป เพียงกัดและกลืนเข้าไป ความเจ็บปวดที่ทวีขึ้นไม่หยุดเพียงพอที่จะทำให้มนุษย์ธรรมดาตายได้หลายสิบครั้ง ทำให้ประสาทรับรู้ความรู้สึกของงวาสถูกตัดขาดไปแล้วในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือกินแล้วก็กิน
มอนเตอร์กินซากหลายตัวถูกกลิ่นซากศพที่รุนแรงล่อเข้ามา แต่ทุกชีวิตล้วนถูกสังหารกลายเป็นอาหารให้ปีศาจสีดำ
แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงมอนเตอร์เท่านั้นที่ถูกกลิ่นภูเขาซากศพนี้ล่อลวงมา เผ่าพันธุ์ที่มีอารายธรรมอีกหลายเผ่าพันธุ์ก็ถูกลิ่นซากศพนี้ล่อลวงมาเช่นกัน
แต่เพียงแค่เห็นซากศพโทร์ลนับแสนตัว กลุ่มหมอกที่สามารถสูบกลืนพลังชีวิตได้ รวมไปสัตว์ประหลาดตัวเขื่องอย่างราชันแห่งความตายนิรันดร์ก็พากันหน้าถอดสีรีบเร่งกลับไปรายงานต้นสังกัดของตนให้ทราบ
และเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นอีกเผ่าพันธุ์ที่รับรู้เรื่องนี้ แต่ก่อนจะได้ทำอะไรไคเซอร์ก็มีคำสั่งลงมาว่าห้ามมนุษย์หน้าไหนเข้าไปใกล้บริเวณนั้นเด็ดขาด
ทุกคนต่างคิดว่าที่ไคเซอร์สั่งการเช่นนี้เป็นเพราะห่วงความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์
แต่ความจริงแล้ว
“หลานบอกว่าเจ้าหนุ่มวาสเป็นคนทำอย่างนั้นหรือ?”ไคเซอร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมถามขึ้น ที่ตรงข้ามคือเก้าอี้นวมอีกตัวที่ถูกจับจองด้วยทายาทเพียงคนเดียวของเขา ชายหนุ่มนามว่าวายุ
“ใช่ครับ คุณตา แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้”นอกจจากจะเดินทางออกไปเพื่อสานฝันของตัวเองแล้ว หน้าที่อีกอย่างหนึ่งของวายุก็คือเป็นสายสืบคอยสืบเรื่องราวต่างๆของโลกภายนอกเพื่อคอยช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้ทันท่วงที
ในตอนที่เห็นเผ่าพันธุ์โทร์ลรวบรวมกองทัพใหญ่เขาก็รับรู้ถึงความผิดปกติแล้ว จึงตั้งใจจะกลับมารายงานไคเซอร์ อย่าลืมว่าวายุก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในโลกนี้เป็นอย่างดี ในอดีตมีหลายครั้งที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกบุกโจมตีโดยพวกโทร์ลและวายุก็อยู่ในเหตุการณ์พวกนั้นด้วย
แต่ก่อนที่เขาจะได้กลับไปรายงาน กองทัพโทร์ลก็เกิดการปะทะครั้งใหญ่ขึ้นเสียก่อน และผู้ที่ปะทะกับกองทัพโทร์ลก็คือวาส!
วายุยกเลิกการเดินทางกลับเมืองมนุษย์ชั่วคราวและเฝ้าดูเรื่องราวอยู่ห่างๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้วายุเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา
กองทัพโทร์ลย่อยยับด้วยน้ำมือวาส!
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสั่นเทาก็คือหลังจากนั้น ภาพที่วาสไล่กินโทร์ลทำให้วายุอาเจียนแทบหมดท้อง แต่ภาพอย่างนี้ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ครั้งหนึ่งไคเซอร์ก็เคยมีสภาพอย่างนี้เช่นกัน และดีที่ตอนนั้นไคเซอร์คุมสติและพาตัวเองไปให้ไกลจากวายุได้ ไม่เช่นนั้นวายุอาจจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้และกลายเป็นอาหารของไคเซอร์ไปแล้ว!
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดไคเซอร์ก็นิ่งเงียบไป ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาว่า
“เจ้าหนุ่มนั่นกำลังกลายพันธุ์...เผ่าพันธุ์มนุษย์กำลังจะมีสัตว์ประหลาดอีกตัวหนึ่งแล้วสินะ หึหึ”