หลังจากการลอบสังหารที่ล้มเหลวและแผนซ้อนแผนของ จ้าวชิงเหยา จวนฉินอ๋องก็เข้าสู่ความสงบชั่วคราว แต่ความสงบนั้นถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
ณ ห้องทำงานที่รกร้างของหลี่จ้าน ฉินอ๋อง ผู้เปี่ยมด้วยอำนาจ แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น จ้องมองไปยังชายาของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่ได้มีเพียงเพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อ ปกป้อง เขาอย่างแท้จริง
“นั่งลง ชิงเหยา” หลี่จ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนชิงเหยาประหลาดใจ เขาไม่เคยใช้โทนเสียงเช่นนี้มาก่อน
ชิงเหยานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ตรงข้าม หลิ่งเฟิง ยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของเขาแม้จะยังเ็า แต่ก็มีร่องรอยของความเคารพต่อชายาอย่างชัดเจน
“การลอบสังหารครั้งนี้เป็การยืนยันว่า การกลับมาเดินได้ของข้า คือความหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับศัตรูของข้า” หลี่จ้านกล่าว “เ้าทำให้ข้ารอดพ้นจากแผนทำลายร้ายกาจที่สุดของพวกเขา”
ชิงเหยาพยักหน้า “ข้าเพียงแต่ทำตามหน้าที่ของแพทย์และชายาเพคะ”
“ไม่ใช่แค่หน้าที่” หลี่จ้านปฏิเสธ “เ้าเลือกที่จะเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อปกป้อง ห้องยา และ การผ่าตัด ที่จะเกิดขึ้น นี่คือความมุ่งมั่นที่ข้าไม่เคยเห็นจากใครนอกจาก... หลิ่งเฟิง” เขาชี้ไปที่องครักษ์ของตน
ความใกล้ชิดที่เกิดจากการต่อสู้ร่วมกันเมื่อคืนก่อนได้ทำลาย กำแพงน้ำแข็ง ที่หลี่จ้านสร้างขึ้นมานานหลายปี
“ข้าจะบอกความจริงแก่เ้าทั้งหมด ชิงเหยา” หลี่จ้านกล่าวเสียงต่ำ “เ้าถามว่าเหตุใดข้าจึงหวาดระแวง และเหตุใดข้าจึงไม่ไว้ใจใครเลย... มันเริ่มต้นจาก าแที่ใจ ก่อนจะมาเป็าแที่ขา”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเรียบเรียงความเ็ปที่ฝังลึกในอดีต
หลี่จ้านเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตที่เต็มไปด้วย การทรยศ ที่เขาต้องเผชิญในฐานะ อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกร
“เมื่อครั้งข้ายังเป็แม่ทัพหนุ่มที่รบชนะศึกต่อเนื่อง ข้าคือ อำนาจ ที่ทุกคน้า” หลี่จ้านเล่า “แต่เมื่อข้าประสบความสำเร็จถึงจุดสูงสุด องค์ชายใหญ่ และพันธมิตรของเขาก็เริ่มหวาดกลัวอำนาจของข้า”
“ข้าถูกทรยศในระหว่างการรบสำคัญ ข้าไว้ใจ ตระกูลหลิว ซึ่งเป็สหายร่วมรบที่ข้าเชื่อใจที่สุด พวกเขาได้รับมอบหมายให้คุ้มกันปีกซ้ายของกองทัพ แต่พวกเขากลับละเลยหน้าที่อย่างจงใจ ปล่อยให้ศัตรูเข้าโจมตีข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว”
ชิงเหยาฟังอย่างตั้งใจ เธอจำได้ว่า ตระกูลหลิว คือผู้ที่ทิ้งร่องรอย “ความอับอายคือการลงโทษ” ไว้ใต้หินในสวน
“ข้าพยายามสู้จนได้รับาเ็สาหัส” หลี่จ้านเล่าต่อ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น “เมื่อกลับมาถึงเมือง ข้าไม่ได้ถูกต้อนรับในฐานะวีรบุรุษ แต่ถูกมองว่าเป็ เบี้ยที่หมดประโยชน์ และถูกทอดทิ้ง”
“แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การทรยศหักหลัง ที่ตามมา” หลี่จ้านกล่าว “หมอหลวงที่ถูกส่งมาดูแลข้า (นายแพทย์ซ่ง) ได้ร่วมมือกับศัตรูในการ ทำลายเส้นประสาท ที่ขาข้าอย่างจงใจ ทำให้ข้ากลายเป็ คนพิการ และถูกลดอำนาจลงอย่างถาวร”
หลี่จ้านเงยหน้ามองชิงเหยา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย ความว่างเปล่า และ ความเ็ป ที่ถูกเก็บซ่อนมานาน
“การทรยศนั้นทำให้ข้าตระหนักว่า ความไว้ใจ คือ ความอ่อนแอ” หลี่จ้านกล่าว “ข้าปิดกั้นหัวใจ ไม่ยอมเปิดใจให้ใครอีก เพราะทุกคนที่เข้ามาใกล้ข้า มีแต่จะทำลายข้าเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง”
“ข้าขอโทษเพคะท่านอ๋อง” ชิงเหยากล่าวด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง “ความเ็ปนี้หนักหนายิ่งกว่าาแใด ๆ”
ชิงเหยายื่นมือออกไปจับมือของหลี่จ้านไว้แน่นอีกครั้ง การััที่มาจาก ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่การรักษา
“แต่ตอนนี้ท่านมี ข้า” ชิงเหยาประกาศ “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของใคร แต่ข้ามาที่นี่เพื่อ รักษา และ ร่วมแก้แค้น กับท่าน”
หลี่จ้านมองไปยังมือของชิงเหยาที่จับมือเขาไว้ เขาััได้ถึงความอบอุ่นที่แทรกซึมผ่านความเ็าในจิตใจของเขา ความใกล้ชิด ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองเริ่มมีใจให้กันอย่างลึกซึ้ง แต่กำแพงที่หลี่จ้านสร้างไว้และ ภารกิจการผ่าตัด ที่ต้องประสบความสำเร็จก่อน ทำให้ความสัมพันธ์ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่
“ข้า... ข้าเริ่มเชื่อเ้าแล้ว ชิงเหยา” หลี่จ้านพึมพำ “ข้าจะฝากชีวิตของข้าไว้ในมือของเ้าทั้งหมด เพื่อให้เ้าได้ลบล้างร่องรอยการทรยศนี้ออกจากร่างกายของข้า”
การเปิดเผยเื่ราวการทรยศในอดีตของ หลี่จ้าน เปรียบเสมือนการเปิดาแลึกในจิตใจ ทำให้ จ้าวชิงเหยา เห็นถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเ็าของอดีตแม่ทัพผู้นี้
“ข้าเคยเห็นแก่ตัว” หลี่จ้านกล่าวเสียงแ่เบา โดยไม่กล้าสบตาชิงเหยา “การทรยศทำให้ข้ากลายเป็คนหวาดระแวง ข้าสั่งให้ หลิ่งเฟิง เฝ้าดูเ้าทุกฝีก้าว เพราะข้ากลัวว่าเ้าจะเป็ มีด อีกเล่มที่ศัตรูส่งมาแทงข้างหลังข้า” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “แต่เ้ากลับใช้ มีดผ่าตัด ของเ้าเพื่อ เยียวยา และ ปกป้อง ข้า”
ชิงเหยายื่นมือออกไปจับมือของหลี่จ้านไว้แน่นอีกครั้ง การััที่มาจาก ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่การรักษา บรรยากาศในห้องทำงานที่รกร้างเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
“ข้าเข้าใจเพคะ ท่านอ๋อง” ชิงเหยากล่าวด้วยความอ่อนโยน “ความไว้ใจนั้นหายากยิ่งกว่าสมุนไพรใด ๆ แต่ท่านต้องตระหนักว่า ความไว้ใจไม่ได้นำมาซึ่งความอ่อนแอเสมอไป” เธอเน้นย้ำคำพูดอย่างหนักแน่น “ความไว้ใจที่ตั้งอยู่บน สติปัญญา และ ความจริงใจ จะนำมาซึ่ง พันธมิตร ที่แข็งแกร่งที่สุด”
ชิงเหยามองไปยัง หลิ่งเฟิง ที่ยืนเฝ้าอยู่มุมห้อง ซึ่งเป็พยานที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง
“ข้าเชื่อใจท่านอ๋องอย่างสมบูรณ์ และข้าเชื่อใจ องครักษ์หลิ่งเฟิง ด้วย” ชิงเหยาประกาศ “เพราะข้าเห็นถึง ความภักดี ที่บริสุทธิ์ของเขา และความสามารถที่ท่านใช้ปกป้องท่านอ๋อง การที่เราสามคนร่วมมือกัน จะไม่มีใครสามารถทำลายเราได้อีก”
คำพูดของชิงเหยาทำให้หลี่จ้านต้องครุ่นคิดอย่างหนัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าการแต่งงานที่ถูกบีบบังคับนี้ จะนำพา พันธมิตร ที่น่าเชื่อถือที่สุดมาสู่ชีวิตเขา
“ข้าเคยบอกเ้าว่าเ้าคือ เบี้ยตัวหนึ่ง ในการต่อสู้ทางการเมืองของข้า” หลี่จ้านกล่าว “แต่ตอนนี้... เ้าไม่ได้เป็เพียงเบี้ย แต่เ้าคือ อาวุธ ที่ข้า้าที่สุดในการ ทวงคืนอำนาจ”
ชิงเหยายิ้มอย่างมั่นใจ “และข้าไม่ได้้าเพียงแค่การเป็อาวุธเพคะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้า้าเป็ ผู้ร่วมชีวิต ที่เคียงข้างท่าน ในฐานะภรรยา และในฐานะแพทย์ที่ใช้ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน”
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ของหลี่จ้านถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด เขาไม่สามารถซ่อนอารมณ์ที่รุนแรงของเขาได้อีกต่อไป กำแพงที่พังทลาย นำมาซึ่ง ความรัก ที่เริ่มต้นจากความเคารพและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
“ข้า... ข้าได้เห็นถึงความกล้าหาญของเ้า และความมุ่งมั่นที่ไม่ได้มีเพียงเพื่อตนเอง” หลี่จ้านยอมรับ “ข้า... ข้าเริ่มมีใจให้กับเ้าแล้ว ชิงเหยา”
แต่แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นแล้ว ความสัมพันธ์ ของทั้งคู่ก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ เพราะ ภารกิจการผ่าตัด ยังคงเป็เดิมพันที่สำคัญที่สุด
“ถึงแม้ความรู้สึกของข้าจะเปลี่ยนไป” หลี่จ้านกล่าวเสียงเครียด “แต่ข้าไม่สามารถให้ความสัมพันธ์ของเราเดินหน้าไปได้อย่างเต็มที่ จนกว่า การผ่าตัดจะสำเร็จ และข้าได้ ลบล้างร่องรอยการทรยศ นี้ออกจากร่างกายได้”
ชิงเหยาเข้าใจดี เธอรู้ว่าหลี่จ้านไม่สามารถเปิดใจรับความสุขใด ๆ ได้อย่างเต็มที่ จนกว่าเขาจะได้ เอาชนะ ความเ็ปจากอดีตของเขา
“ข้าเข้าใจเพคะท่านอ๋อง” ชิงเหยากล่าวอย่างหนักแน่น “ความรักของเราจะต้องเริ่มต้นจาก การเยียวยาที่สมบูรณ์”
เธอหันไปหาหลิ่งเฟิง ซึ่งทำหน้าที่เป็พยานของการสนทนาส่วนตัวนี้
“องครักษ์หลิ่ง” ชิงเหยาสั่งอย่างเด็ดขาด “ตอนนี้ท่านเห็นแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับท่านอ๋องเป็ไปในทิศทางใด ข้าขอให้ท่านช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัดในคืน เดือนมืด ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราไม่มีเวลาแล้ว”
หลิ่งเฟิงค้อมตัวลงด้วยความเคารพอย่างสูง “ข้าน้อมรับคำสั่งของท่านอ๋อง และคำสั่งของท่านชายาจ้าวพ่ะย่ะค่ะ ข้าจะปกป้องทั้งสองท่าน และอำนวยความสะดวกให้กับการผ่าตัดครั้งนี้อย่างเต็มที่”
หลี่จ้าน มองดูภรรยาของตนด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่าง ความรัก และ ความหวัง เขารู้ว่าคืนเดือนมืดที่จะมาถึงนี้ ไม่ได้เป็เพียงการผ่าตัด แต่เป็ จุดสิ้นสุด ของชีวิตเก่าที่เต็มไปด้วยการทรยศ และเป็ จุดเริ่มต้น ของชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความรักที่เขาสามารถไว้ใจได้อย่างแท้จริง