Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 46 ค่ายกลเคลื่อนย้าย

    ตอนที่ 46 ค่ายกลเคลื่อนย้าย

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     

     

    ตอนนั้นเองดวงตาของชายชราก็จับจ้องไปที่อักขระรูนอันหนึ่ง ก่อนที่มันจะเปล่งแสงขึ้นกดดันให้ลำแสงทั้งยี่สิบสามสายหายไป

     

    วูมมมมมมมมม

     

    บนแท่นหินพลันปรากฏวังวนหลากสีขนาดใหญ่

     

    วงวันนี้คล้ายกับคลื่นน้ำหลากสีที่หมุนเร็ว ทว่าการหมุนของมันกลับไม่รบกวนสรรพสิ่งที่อยู่รอบๆ 

     

    “รีบเข้าไปสิ ฉันเปิดมันได้ไม่นานนัก ... อ้อ ระวังเรื่องอาการคลื่นไส้ไหวหน่อยล่ะ มือใหม่มักจะเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม

     

    “ครับ” เมอร์ลินตอบพร้อมพยักหน้า ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปในวังวนหลากสีนั้น

     

    วินาทีที่เมอร์ลินก้าวเท้าเข้าไปข้างในวังวนนั้น เขาก็ได้พบกับแสงสีมากมาย ชั่วขณะหนึ่งแสงสีเหล่านั้นได้อาบท่วมร่างกายทำให้เหมือนกับภาพด้านหน้าหมุนวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งความจริงแล้วตัวเขาไม่ได้หมุนไปตามคลื่นแสง แต่เป็นเพราะประสาทสัมผัสของเขาหมุนไปตามแสงสีเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะหลับตาลงแต่ภาพนั้นก็ยังติดตามอยู่ในสัมผัส ทำให้ตนเองไม่รู้ว่าเวลานั้นผ่านไปนานเท่าไหร่

     

    “นี่คือกลศาสตร์เคลื่อนที่?” เมอร์ลินพลันคิดได้ถึงทฤษฎีกลศาสตร์ที่เขาได้อ่านในหนังสือกฎการเคลื่อนที่ของไอแซก 

     

    เมอร์ลินไม่รู้ว่าการเคลื่อนที่ของคลื่นแสงหลากสีเหล่านี้คือการไหลของเวลาหรือการไหลของระยะทาง

     

    ชั่ววินาทีนั้นเองราวกับจิตสำนึกของเมอร์ลินจะถูกหยุดลงตรงนั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกทีตนเองก็มาโผล่ที่ห้องโถงแห่งหนึ่งที่มีแท่นหินวงเวทเคลื่อนย้ายอยู่ใต้เท้า

     

    มืออันเหี่ยวย่นของศาสตราจารย์ออสตินแตะลงบนบ่าของเด็กน้อย

     

    เพียงแค่การแตะเบาๆ ก็ทำให้เขาเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าแสดงอาการพะอืดพะอมอยู่ไม่น้อย

     

    โชคดีที่ชายชราจับตัวเขาให้ทรงตัวไว้ก่อน

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันบอกแล้วไงว่าการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายจะทำให้เธอคลื่นไส้เวียนหัวอยู่หน่อยๆ” ชายชราหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

     

    เมอร์ลินอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก

     

    ตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังเวทที่แล่นเข้าสู่ร่างกาย เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นมองชายชรา เพราะพลังเวทนี้ทำให้อาการคลื่นไส้ของเขาดีขึ้นมาก

     

    “ขอบคุณครับ” 

     

    ชายชราพยักหน้าและไม่พูดอะไร

     

    ไม่นานชายในชุดคลุมสีเหลืองคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา เขายกมือขวาแตะไปที่กลางอกแล้วโค้งศีรษะลงเล็กน้อย เป็นท่าทางที่แสดงความเคารพยิ่ง

     

    “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านมหาปราชญ์ออสติน” ชายคนนั้นกล่าวด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม

     

    “ไม่เจอกันนานเลยนะเกรย์จอย” ศาสตราจารย์ออสตินพยักหน้าและเอ่ย

     

    “เกือบสองร้อยปีแล้วกระมัง ครั้งล่าสุดตอนนั้นท่านมหาปราชญ์มาร่วมงานครบรอบของมหาวิทยาลัยเวทมนตร์วินเซน หลังจากนั้นท่านก็หายไปเลย ใครจะคิดว่าเมื่อครู่ผมได้รับรายงานว่าท่านมหาปราชญ์ร้องขอการเคลื่อนย้าย ผมนั้นแทบจะไม่เชื่อในสายตาตัวเอง คิดว่าเป็นเรื่องที่โกหกเสียอีก” เกรย์จอยกล่าวอย่างอารมณ์ดี

     

    ท่าทางของเขานั้นดูสนิทสนมกับศาสตราจารย์ออสตินเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะเมื่อนานมาแล้วเป็นชายชราผู้นี้ที่สนับสนุนให้เขาได้รับตำแหน่งในปัจจุบัน

     

    “ฉันเองก็ไม่คิดว่าตนเองจะออกมาเร็วๆ นี้เช่นเดียวกัน แต่มันมีเหตุจำเป็นที่ฉันต้องทำอยู่นิดหน่อย”

     

    “โอ้ เป็นเช่นนี้ ... ว่าแต่สุภาพบุรุษตัวน้อยผู้นี้คือใครหรอครับ?” เกรย์จอยเอียงคอเล็กน้อยแล้วยิ้มให้กับเมอร์ลิน

     

    ธุระของมหาปราชญ์เฒ่าย่อมต้องเป็นเรื่องของเด็กคนนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเด็กคนนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อย

     

    “นี่คือเมอร์ลิน ลูกชายของฉัน ที่ลงมาจากที่พักก็เพราะเขาเนี้ยแหละ” ชายชรากล่าวก่อนจะใช้มือแตะไปที่หลังของเมอร์ลิน “เมอร์ลิน สุภาพบุรุษคนนี้คือเกรย์จอย หัวหน้าหอคอยเคลื่อนย้าย เห็นแบบนี้เขานั้นเป็นถึงจอมเวทชั้นสูงเหมือนกับฉันเลยทีเดียว รู้จักกันไว้สิ”

     

    “โอ้ ...” เกรย์จอยเบิกตากว้างเมื่อได้รับรู้เรื่องที่น่าตื่นตะลึงนี้ คงไม่มีใครคิดว่ามหาปราชญ์เฒ่าจะมีบุตรชายในช่วงเวลานี้

     

    เมอร์ลินเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่าชายหน้าแหลมผมสีน้ำตาลในชุดคลุมสีเหลืองตรงหน้านี้จะเป็นถึงจอมเวทชั้นสูง แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่ามีเข็มกลัดวงเวทหกดาวติดอยู่ที่กลางอกของเขาด้วย นั่นคือสัญลักษณ์ของจอมเวทชั้นสูงอย่างแท้จริง

     

    ตอนนั้นเองเด็กน้อยพลันก้าวออกมา วางมือขวาตรงกลางอกแล้วโค้งลงเล็กน้อยเหมือนเช่นที่เกรย์จอยเคยทำก่อนหน้านี้ นี่คือท่าทางการแสดงความเคารพของคนในดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้

     

    “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเกรย์จอย” เมอร์ลินกล่าวออกไปด้วยท่าทางที่สุภาพ

     

    “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะเมอร์ลิน หากมีปัญหาอะไรก็มาหาฉันได้” เกรย์จอยกล่าวอย่างมีน้ำใจ

     

    เหตุที่เขาปฏิบัติกับเมอร์ลินเช่นนี้ย่อมเป็นเพราะศาสตราจารย์ออสติน นั่นเพราะชายชราคนนี้เป็นคนเสนอชื่อเขาต่อสภาให้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าคอยหอยเคลื่อนย้ายแห่งนี้

     

    ในทุกๆ ประเทศจะมีสถานที่ที่เรียกว่าหอคอยเคลื่อนย้าย ซึ่งจะตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ของทุกเมือง

     

    สถานที่แห่งนี้เหมือนเป็นศูนย์การขนส่ง ผู้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย หากต้องการเคลื่อนย้ายมาในเมืองวินเซนแห่งนี้พวกเขาต้องได้รับอนุญาตจากหอคอยเคลื่อนย้ายเสียก่อน ถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาที่นี่ได้

     

    ใช่แล้ว หอคอยมีสิทธิปฏิเสธค่ายกลเคลื่อนย้ายจากที่อื่นได้ 

     

    ดังนั้นตำแหน่งของเกรย์จอยจึงมีอำนาจและอภิสิทธิ์ไม่น้อย 

     

    มันจึงไม่แปลกที่เกรย์จอยจะมาต้อนรับศาสตราจารย์ออสตินด้วยตนเอง

     

    “ไม่ทราบว่าหลังจากนี้ท่านมหาปราชญ์ต้องการไปที่ไหน? ผมสามารถหาคนบริการท่านได้” เกรย์จอยเอ่ยเสนอความช่วยเหลือ

     

    ทว่าชายชรากลับส่ายหน้าและเอ่ย “ไม่รบกวนคุณดีกว่า ฉันสามารถเดินทางไปเองได้”

     

    “ครับ เช่นนั้นผมขอให้ท่านโชคดีในการเดินทาง” เกรย์จอยกล่าวอย่างมีไมตรีด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม

     

    เห็นได้ชัดว่าสถานะของมหาปราชญ์เฒ่าผู้นี้ ในอดีตจะต้องไม่ใช่มหาปราชญ์ธรรมดาอย่างแน่นอน 

     

    ศาสตราจารย์ออสตินพยักหน้าแล้วพาเมอร์ลินออกไปจากทีนี่

     

    เมอร์ลินที่ได้เห็นความใหญ่โตของหอคอยเคลื่อนย้ายอย่างเต็มตา เขาพบว่าที่นี่เป็นห้องโถงกว้างที่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายหลายสิบแห่ง ดูตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก

     

    ไม่เท่านั้นผู้คนที่มาใช้งานที่นี่ล้วนแต่งกายท่าทางดูดี จนทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า ‘ดูเหมือนคนที่นี่จะมีแต่คนร่ำรวย’

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน