ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ระเบิดเพลิงวินาศ

    ขณะที่พวกหยวนมู่กำลังหัวเราะอยู่นั้นฟางเฉินก็ยิ้มขึ้นมาแต่รอยยิ้มนั้นเป็นเหมือนกับซวนนู่ที่เป็นรอยยิ้มที่น่าหวาดกลัว ฟางเฉินนำลูกเหล็กสีเงินลูกหนึ่งมาวางไว้บนมือของหยวนมู่และเมิงซานคนละลูก จากนั้นฟางเฉินก็รีบเคลื่อนใหวไปหาซวนนู่ทันที“นี่คืออะไร ศิษย์น้องหรือว่าเจ้านี่คือของเล่นของเจ้า ฮ่า ฮ่า” เมิงซานกล่าวพร้อมกับกุมท้องหัวเราะ“ใช่แล้วศิษย์พี่นี่คือของเล่นชิ้นโปรดของข้าเลยละ” ฟางเฉิยยิ้มเย็นออกมาในตอนนั้นเองลูกเหล็กทั้งสองก็เริ่มกลายเป็นสีแดงฉานทันที พวกหยวนมู่ตื่นตระหนกและรับรู้ได้ถึงอันตรายจึงรีบปาลูกเหล็กทั้งสองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที“ตูม!!!!!!!!!!!!” ลูกเหล็กทั้งสองระเบิดออกมาทันทีแรงระเบิดทั้งสองลูกนั้นรุนแรงมากพอที่จะทำให้ระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดบาดเจ็บได้เลย“น้องเล็กนี่คืออะไร” ซวนนู่กล่าวพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย“พอดีข้าฝึกฝนหลอมอาวุธอยู่ และบังเอิญเกิดความคิดดีๆขึ้นมาข้าเลยลองสร้างระเบิดดูและด้วยการเอาผังวิญญาณซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ทางค่ายกลมาผสมเข้าไปทำให้เบิดลูกนี้รุนแรงมากยิ่งขึ้น” ฟางเฉินกล่าวระเบิดที่ฟางเฉินสร้างมีหลักการเดียวกับทักษะดาบเพลิงผลาญสวรรค์ของฟางเฉินที่มีการบีบอัดเปลวเพลิงเอาไว้และปลดปล่อยในชั่วพริบตา“ระเบิดลูกนี้ใช้วัสดุอะไรบ้างในการสร้าง” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ไม่มีอะไรมากข้าแค่ใช่แร่เหล็กที่ทนทานต่อเพลิงได้ดีแค่นั้นเอง” ฟางเฉินกล่าว“อะไรนะ ใช้แค่แร่เหล็กเพียงอย่างเดียวผสมกับผังวิญญาณงั้นเหรอ นี่มันท่านอาจารย์!!!!!” ซวนนู่แสดงสีหน้าตื่นตระหนกและหันไปมองราชาเซียนเต้าจีทันที“นี่!!!!!!!! อย่ามาทำเมินพวกเรานะ เมื่อกี้พวกเราเกือบถูกฆ่าแล้วไม่ใช่เหรอ” หยวนมู่คำรามออกมา“อะไรกันศิษย์พี่ระเบิดของข้ามันทำร้ายได้แค่ระดับสวรรค์เท่านั้นสำหรับครึ่งเซียนอย่างศิษย์พี่แล้วมันไม่มีทางสร้างรอยข่วนได้หรอก” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา“อย่ามาตอแหล พลังระเบิดนั้นมากพอที่จะทำให้มือของพวกข้าขาดได้เลยนะ” เมิงซวนกล่าว“อะไรกัน พวกเจ้าเป็นฝ่ายผิดเองไม่ใช่เหรอที่ไปหัวเราะเยาะศิษย์น้องแบบนี้” ซวนนู่กล่าว“ฮี่ ฮี่ ศิษย์พี่รู้หรือยังว่าทำไมข้าถึงได้มีสภาพแบบนี้” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก“ไอ้ตัวแสบนี่นับวันยิ่งเข้ากันได้กับยัยจิ้งจอกนั่นทุกทีแล้ว” หยวนมู่กัดฟันล่าว“อดทนไว้สักวันเราต้องหาทางเอาคืน” เมิงซานกล่าวฟางเฉินไม่สนใจทั้งสองและหันมาคุยกับซวนนู่และราชาเซียนเต้าจีทันที“ลูกระเบิดลูกนี้ข้าเรียกมันว่าระเบิดเพลิงวินาศซึ่งจากที่ข้าศึกษาผังวิญญาณมา ระเบิดลูกนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่เวลาในการระเบิด” ฟางเฉินกล่าว“แบบนี้นี่เอง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาศิษย์พี่จะสอนเจ้าเกี่ยวกับผังวิญญาณย่นระยะเวลาเอง” ซวนนู่กล่าว“แล้วระเบิดลูกนี้สามารถทรงพลังขึ้นมากกว่านี้หรือไม่” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ความรุนแรงของระเบิดลูกนี้ขึ้นอยู่กับพลังเพลิงของจิตวิญญาณ ซึ่งจิตวิญญาณของข้าบวกกับระดับบ่มเพาะของข้าทำให้ระเบิดลูกนี้สามารถสังหารระดับสวรรค์ขั้นต้นได้เท่านั้นสำหรับระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดก็สามารถทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักเช่นกัน” ฟางเฉินกล่าว“แล้วถ้าพลังบ่มเพาะของเจ้าถึงระดับสวรรค์ละ” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ถ้าข้าอยู่ระดับสวรรค์อย่างน้อย ๆด้วยเพลิงระดับสวรรค์ของข้าก็สามารถระเบิดครึ่งเซียนให้หายไปได้” ฟางเฉินกล่าว“ดี ฮ่า ฮ่า เจ้านี่แหละ ระเบิดของเจ้าอาจจะทำให้พวกเราได้เปรียบเจ้าพวกอสูรมดนั่นก็ได้” ราขาเซียนเต้าจีกล่าว“อย่างงี้นี่เองถ้าผู้สร้างระเบิดนี่คือพวกผู้อาวุโสตำหนักยุทธพันธ์ละก็อย่างน้อยระเบิดนี่ก็อาจจะสามารถสังหารอสูรแมลงกินคนระดับ 7 ขึ้นไปได้ และต่อให้คนที่อยู่ระดับสวรรค์ถ้ามีระเบิดลูกนี้อยู่ในมือก็สามารถสังหารครึ่งเซียนได้เช่นกัน นี่มันสุดยอดศิษย์น้องสิ่งที่เจ้าคิดขึ้นมามันจะหน้ากลัวเกินไปแล้ว” ซวนนู่กล่าวด้วยความตื่นเต้น“เฉินเอ๋อเจ้าเต็มใจที่จะมอบรูปแบบการสร้างระเบิดลูกนี้ให้กับนิกายหรือไม่ แน่นอนว่าทางนิกายจะต้องตอบแทนเจ้าอย่างสมน้ำสมเนื้อแน่” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“เรื่องนั้นคือว่าระเบิดลูกนี้ยังไม่สมบูรณ์ยังมีผังวิญญาณที่ข้าต้องการเสริมความแข็งแกร่งเข้าไปอีก รอให้ระเบิดลูกนี้เสร็จสมบูรณ์ข้าถึงจะให้คำตอบ แล้วอีกอย่างข้ากลัวว่าถ้าผังการสร้างระเบิดลูกนี้ตกไปอยู่ในมือของตำหนักภารกิจแล้วพวกเราจะเดือดร้อนเอาได้” ฟางเฉินกล่าว“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าจงทำให้ระเบิดเพลิงวินาศของเจ้าเสร็จสมบูรณ์ซะ ซวนนู่เจ้าอยู่ช่วยเหลือผังวิญญาณให้กับเฉินเอ๋อซะ ส่วนพวกเจ้าทั้งสองไปหาวัสดุที่ดีที่สุดมาให้ศิษย์น้องของเจ้าทดสอบระเบิดนี่ซะ” ราชาเซียนเต้าจีออกคำสั่งเสร็จก็รีบจากไปทันที“อะไรกัน นี่ไม่มีใครสนใจเรื่องที่เราเกือบโดนระเบิดนี่จริง ๆงั้นเหรอ” หยวนมู่กล่าว“พวกเจ้ายังไม่รีบไปอีกหรือว่าต้องให้ข้าลงมือกัน” ซวนนู่กล่าวด้วยรอยยิ้มแต่รอยยิ้มของนางทำให้ทั้งสองสั่นด้วยความกลัวและรีบจากไปทันทีจากนั้นซวนนู่ก็ได้สอนเรื่องผังวิญญาณต่าง ๆให้กับฟางเฉินทำให้ฟางเฉินสามารถปรับแต่งระเบิดเพลิงวินาศได้ทรงพลังยิ่งขึ้นบนยอดเขาแห่งหนึ่งบนศาลามีชายชราและชายวัยกลางคนสามคนนั่งอยู่ ราชาเซียนเต้าจีมาที่ยอดเขาของประมุขนิกายและเริ่มเล่าเรื่องระเบิดเพลิงวินาศของฟางเฉินให้กับประมุขนิกายและผู้นำตำหนักยุทธพันธ์ฟังทันที“จากที่เจ้าเล่ามาถ้านั่นเป็นเรื่องจริงละก็ระเบิดนั่นจะช่วยหเราได้เปรียบพวกอสูรแมลงกินคนอย่างมาก” ราชาเซียนต้ากังกล่าวทันที“หืม ถ้าเรื่องนี้เป็นไปได้ด้วยดีละก็มันก็เป็นผลดีต่อนิกายเราจริง ๆ แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ส่งมอบผังการสร้างให้กับนิกายง่ายๆใช่ใหม” ประมุขนิกายกล่าว“แน่นอน เรื่องผลตอบแทนนั้นข้าไม่กังขาว่านิกายจะคดโกงศิษย์ของข้าแน่ แต่ว่าข้ามีข้อแม้ ต้ากัง ข้าอยากให้เจ้ามอบผังการสร้างนี้ให้กับคนที่เจ้าเชื่อใจได้จริง ๆและผงการสร้างนี้ตำหนักยุทธพันธ์ของเจ้าจะต้องเป็นฝ่ายดูแลรับผิดขอบให้ผังการสร้างนี้รั่วใหลไปยังตำหนักอื่น ๆเด็ดขาด” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“เจ้าหมายถึงตำหนักปรุงยาและตำหนักภารกิจ” ราชาเซียนต้ากังกล่าว“ใช่ เพราะพวกเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าสองตำหนักนั่นส่งมือสังหารมาลอบสังหารศิษย์ของข้าคนนี้หลายครั้งแล้วเพราะงั้นตอนนี้เขาจึงเป็นกังวลเกี่ยวกับตำหนักทั้งสองนี้” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“แบบนี้นี่เอง ตกลง ข้าและพวกมันก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ข้าจะเป็นคนจัดการเอง ท่านประมุขว่าอย่างไร” ราชาเซียนต้ากังกล่าว“ข้าก็ไม่ว่าหรอกเพราะตอนนี้อำนาจของทั้งสองตำหนักเองก็มากขึ้นทุกวันจนแทบจะเทียบเท่ากับตำหนักคุมกฎแล้วเพราะงั้นถ้าพวกเจ้าคอยคานอำนาจของพวกนั้นให้กับข้าก็ถือว่าช่วยข้าได้มาก” ประมุขนิกายกล่าว“ถือว่าเป็นอันตกลง” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน