ณ ห้องประชุมตระกูลลี่
ลี่ตงไห่กับลี่เฉียนคุนกำลังมองมาทางจ้าวเทียนด้วยท่าทีสนใจ
“ หลานต้องการจัดงานประมูลเคล็ดวิชาและยาโอสถงั้นเหรอ” ลี่ตงไห่ถามขึ้น
“ ใช่แล้วครับ…ตอนนี้ผมจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน ” จ้าวเทียนตอบด้วยท่าทีจริงจัง
“ ถ้าเธอต้องการใช้เงินจริงๆ…พวกเราสามารถให้เธอยืมก่อนนะได้ ” ลี่เฉียนคุนบอกอย่างใจกว้างอย่างไรพวกเขาก็ต้องทำธุรกิจกันอีกนาน
“ ผมต้องการใช้เงินประมาณสองพันล้านหยวนนะครับ” เขาบอกความต้องการออกมา เพราะได้ไปตรวจสอบราคาที่ดินมาแล้ว
“ นั่นมัน!...เยอะมากเลยนะ” ลี่เฉียนคุนตกใจมาก ทีแรกเขาคิดว่าเพียง 2-3 ร้อยล้าน แต่ถ้าถึงสองพันล้านตระกูลลี่คงให้ไม่ได้ เพราะมันจะกระทบกับกิจการหลายอย่าง
“ ปู่ขอฟังรายละเอียดสิ่งของที่เธอจะนำไปประมูลหน่อยได้ไหม ” ลี่ตงไห่ถามอย่างใจเย็น
“ ได้ครับ…เคล็ดวิชาที่ผมจะนำไปประมูล มีสองอย่างคือ เคล็ดอัคคีปะทุกับกายาวายุสวรรค์” จ้าวเทียนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ มันเป็นวิชาระดับไหนเหรอ” ลี่ตงไห่ถามขึ้น เคล็ดวิชาพวกนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนหรืออาจจะเป็นของสำนักโบราณกันนะ
“ ทั้งสองอย่างเป็นเคล็ดวิชาระดับปรมาจารย์ครับ”
!!
“ หา…ระดับปรมาจารย์! ” ลี่เฉียนคุนร้องออกมาด้วยความตกใจ แม้แต่ตระกูลลี่ก็ยังไม่เคยมีเคล็ดวิชาระดับปรมาจารย์เลย
“ หลานช่วยรอหน่อยได้ไหม…ทางตระกูลลี่ก็ต้องการร่วมประมูลเช่นกัน แต่พวกเราต้องใช้เวลารวบรวมเงิน ปู่ว่าตระกูลกงก็คงอยากได้เหมือนกันนะ” ลี่ตงไห่พูดออกมาด้วยท่าทีร้อนรน
เคล็ดวิชาพวกนี้ถ้าทางศัตรูของพวกเขาได้ไป จะไม่เป็นการทุ่มหินลงเท้าตัวเองงั้นเหรอ
จ้าวเทียนที่ได้เห็นท่าทางของท่านปู่ลี่ก็มีรอยยิ้มขบขันเล็กน้อย
“ คุณปู่ลี่ไม่ต้องกังวลนะครับ…เคล็ดวิชาพวกนี้ผมต้องการขายให้กับพวกห้าตระกูลมากกว่า เพราะมันมีข้อเสียเยอะมาก ผมมีเคล็ดวิชาที่เตรียมไว้ให้ตระกูลลี่กับตระกูลกงแล้ว รับรองว่าดีกว่ามาก” เขาพูดอย่างมั่นใจ
เคล็ดวิชาทั้งสองที่เอาเข้าประมูลเป็นเพียงของเกรดต่ำในแดนสวรรค์เท่านั้นทั้งยังมีข้อบกพร่องร้ายแรงอีกด้วย
เคล็ดอัคคีปะทุนั้นยิ่งฝึกฝนไปนานๆอายุขัยจะยิ่งสั้นลง ส่วนกายาวายุสวรรค์นั้นจะทำลายเส้นชีพจรทุกครั้งที่ใช้งานเพื่อระเบิดพลังความเร็วออกมา
ท่านปู่ลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้าดีขึ้นมาก แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย
“ หรือว่าที่เธอจัดงานประมูลครั้งนี้ขึ้นมาก็เพื่อ…” ลี่เฉียนคุนเริ่มจับทางได้ทันที
“ ใช่แล้วครับ…เป้าหมายของผมคือรีดไถเงินจากพวกห้าตระกูล นอกจากนี้เม็ดยาโอสถที่ผมจะเอาไปประมูลก็จะเป็นของที่ด้อยกว่ายาหยวนตันกับยาล้างไขกระดูกมากคุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วง ” จ้าวเทียนอธิบายออกมาอย่างชัดเจน
เมื่อได้รู้รายละเอียดของที่จะนำไปประมูลเรียบร้อย เรื่องหลังจากนั้นก็ง่ายขึ้น ทั้งสามคนได้ตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ
โดยจ้าวเทียนจะให้ตระกูลลี่และตระกูลกงเป็นเจ้าภาพจัดงานประมูลร่วมกัน ซึ่งจ้าวเทียนจะแบ่งรายได้จากการประมูลให้ตระกูลละ10%
“ ผมคงต้องรบกวนให้คุณปู่ลี่แอบปล่อยข้อมูลสินค้าที่จะลงประมูลออกไปในวงกว้างๆด้วยนะครับ บางทีพวกเราอาจจะตกปลาตัวใหญ่ได้ด้วย”
“ ส่วนวันจัดงานประมูล…เอาเป็นอีกสองวันข้างหน้าแล้วกันนะครับ ” จ้าวเทียนพูดสรุปออกมา
“ ตกลง…พวกเราจะรีบจัดการให้ทันที ” ลี่ตงไห่รับคำด้วยเสียงหนักแน่น ครั้งนี้ตระกูลลี่คงจะได้รับรายได้มหาศาลแน่นอน
ในขณะที่จ้าวเทียนกำลังจะเดินออกไป..
“ หลานรอก่อน…ปู่ขอถามหน่อยได้ไหม เคล็ดวิชาที่จะมอบให้ตระกูลลี่กับตระกูลกงเป็นเคล็ดวิชาระดับไหนเหรอ” ลี่ตงไห่ถามขึ้นด้วยความคาดหวัง โดยที่ลี่เฉียนคุนก็แอบตั้งใจฟังอยู่เช่นกัน
“ ผมคิดว่า…คงจะเป็นระดับตำนานนะครับ ” จ้าวเทียนพูดทิ้งท้ายก่อนจะออกจากห้องไป
!!
“ ระดับ…ตำนาน ” ท่านปู่ลี่ใบหน้าแข็งค้าง ท่านสงสัยว่าอาจจะฟังผิด
เมื่อกี้เขาบอกว่าระดับตำนานงั้นเหรอ…
ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม…
เพี๊ยะ!
“ โอ้ย…พ่อตบหัวผมทำไม ” ลี่เฉียนคุนร้องด้วยความเจ็บปวด เขามองไปที่พ่อตนเองด้วยสายตาตัดพ้อ
“ ไม่ได้ฝันไปจริงๆด้วย” ลี่ตงไห่ยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข
เมื่อพูดคุยกับท่านปู่ลี่เสร็จ จ้าวเทียนก็ไปปรึกษาเรื่องรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการสร้างเขตอาคม
ตอนแรกลี่เหยาเหยาต้องการจะให้ใช้เงินของเธอ แต่จ้าวเทียนตอบปฏิเสธ เพราะการฝึกตนของลี่เหยาเหยาต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก เธอจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าเขา
อีกประเด็นที่สำคัญสิ่งที่เขาต้องการคือฐานทัพสำหรับกองกำลังของเขาเอง มันจะเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวและคนของเขาในอนาคต
เขาควรจะจัดการมันด้วยตัวเองดีกว่า…
สี่โมงเย็น
ตอนนี้จ้าวเทียนกำลังขับรถไปหาลุงซุยที่บ้าน ด้านข้างเขามีเฉินจิ้งนั่งมาด้วย ตอนนี้บาดแผลของของเฉินจิ้งนั้นหายหมดแล้ว เพราะยาที่จ้าวเทียนมอบให้เมื่อคืน
“ ตอนนี้ฉันจัดการเรื่องเงินทุนเรียบร้อยแล้ว อีกสามวันพวกเราจะไปดูสถานที่กัน” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ บอสเล็งที่ไหนไว้เหรอ” เฉินจิ้งถามขึ้นอย่างสงสัย
“ เกาะส่วนตัว ตรงทะเลสาบมรกต” เขาตอบแบบสบายๆ ที่จริงคือเขาจะซื้อเหมาทั้งหมู่เกาะเลยต่างหาก
“ หา…ที่นั่นมันราคาเกือบร้อยล้านเลยนะครับ” เฉินจิ้งร้องขึ้นด้วยความตกใจ
“ เรื่องนั้นนายไม่ต้องห่วงหรอก…นายจัดการเรื่องที่ฉันสั่งไปให้เรียบร้อยก็พอ ” เขาพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“ ไม่ต้องห่วงครับ…เรื่องนี้ผมได้เริ่มจัดการไปบ้างแล้ว คนที่ผมหามาเป็นพวกเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในค่ายทหาร ”
“ คนพวกนี้ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าหน่วยรบพิเศษ แต่เรื่องระเบียบวินัยและความภักดีผมขอรับประกัน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินจิ้งบอก จ้าวเทียนก็ยิ้มขึ้นด้วยความยินดี เขาคิดไม่ผิดที่รับตัวน้องชายคนนี้มา คนที่เคยรับการฝึกทหารมาก่อนนั้นเชื่อถือได้แน่นอน
“ เอาล่ะ…พวกเราลงไปกันเถอะ ” จ้าวเทียนขับรถเข้าไปจอดแล้วชวนเฉินจิ้งเดินลงไปพร้อมกัน
“ เวลาอยู่ต่อหน้าลุงซุย…นายเรียกฉันพี่จ้าวเหมือนเดิมนะ ” เขาไม่อยากให้ลุงซุยสงสัย
“ ตกลงครับพี่จ้าว…หืม นั่นมันรถคุณป้านี่นา!” เฉินจิ้งสังเกตเห็นรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ มันแปลกมากเพราะที่เขารู้ คุณป้านั้นย้ายกลับไปอยู่ที่ตระกูลเก่าแล้ว
“ พวกเราเดินเข้าไปด้วยกันเถอะ” จ้าวเทียนเองก็สังเกตได้เช่นกัน มีรถที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่หน้าบ้านลุงซุยหลายคัน
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันเสียงดังทันที จ้าวเทียนจึงส่งสัญญาณบอกให้เฉินจิ้งรอก่อน
“ คุณมันคนเห็นแก่ตัว…คิดถึงแต่ไอเด็กแซ่จ้าวนั่น เคยคิดถึงลูกสาวตัวเองบ้างไหม ”
ป้าซุยตะโกนด้วยความโกรธ
“ แต่เรื่องนี้ฉันตกลงกับพ่อแม่ของจ้าวเทียนไว้แล้ว…ฉันต้องรักษาคำพูดตัวเอง ”
ลุงซุยตอบด้วยความหนักแน่น
“ คุณก็ไปซื้อบริษัทมาให้มันแล้วไม่ใช่เหรอ…นั่นยังไม่พออีกหรือไง ทำไมคุณจะต้องไปแคร์ครอบครัวแซ่จ้าวขนาดนั้นด้วย”
ป้าซุยพูดด้วยอารมณ์น้อยใจ สำหรับคนอื่นเขาถึงกลับเอาเงินเก็บทั้งหมดไปให้
แล้วลูกสาวตัวเองล่ะ…
“ พ่อคะ…หนูไม่อยากแต่งงานกับจ้าวเทียนจริงๆ เขามันพวกอันธพาลคืนนั้นหนูกับทุกคนเห็นมากับตา หนูไม่ยอมแต่งงานกับคนแบบนี้เด็ดขาด”
ซุยลี่เหยาพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้น
“ ใช่แล้วครับลุงซุย…เรื่องนี้พวกผมเป็นพยานให้ได้ ไอเด็กแซ่จ้าวนั้นวางแผนรีดไถเงินพวกเรา ทั้งที่พวกเราอุตส่าห์ดูแลมันอย่างดี ไม่งั้นคนอย่างมันเข้าคลับแมวป่าไม่ได้หรอก”
นายน้อยหลี่กับพวกเพื่อนๆของซุยลี่เหยาพูดสนับสนุนขึ้น
หน้าประตูบ้านลุงซุย..
“ พี่จ้าว…พี่ต้องใจเย็นๆนะ ” เฉินจิ้งพูดออกมาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าจ้าวเทียนเริ่มเปลี่ยนไป
“ ฉันไม่เป็นไรหรอก” จ้าวเทียนตอบด้วยเสียงเฉยชา
เขายื่นมือกำลังจะเปิดประตูเข้าไป…
“ พ่อคะ…หนูขอเถอะ แม้แต่น้องสาวที่คบกับจ้าวเทียนมาหลายปีเธอยังไม่ต้องการแต่งงานกับเขาเลย ตอนนี้เธอก็มีความสุขกับนายน้อยจางถงไปแล้ว ”
“ ถ้าพ่อยังไม่ยอมล้มเลิกการตัดสินใจ หนูก็จะออกจากบ้านนี้เหมือนกัน หนูยอมตายดีกว่าแต่งงานกันคนแบบเขา”
ซุยลี่เหยาตะโกนออกมาเสียงดัง
“ หุบปาก!” จ้าวเทียนตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ
ตูม!!
ประตูบ้านแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
จ้าวเทียนเดินเข้ามาพร้อมกับเฉินจิ้งด้วยสีหน้าเย็นชา เขากวาดตามองไปที่พวกเพื่อนผู้หญิงของซุยลี่เหยาที่เขาเคยช่วยไว้ ซึ่งพวกเธอก็พากันหลบตา
“ แก!...ฉันหาตัวแกมานานแล้ว วันนี้ไม่มีพวกเพื่อนอันธพาลของแกอยู่ด้วย แกเสร็จฉันแน่ ” นายน้อยหลี่พูดขึ้นด้วยความแค้น
เขาส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดสองคนด้านหลังลงมือทันที
ทั้งคู่พุ่งเข้าใส่จ้าวเทียนด้วยความรวดเร็ว คนทางขวาได้ชกไปที่หัวจ้าวเทียน ส่วนคนทางซ้ายก็เตะตัดลำตัว
ซึ่งจ้าวเทียนก็เดินตรงไปหานายน้อยหลี่
โดยไม่ได้สนใจป้องกันแม้แต่น้อย…
พลั่ก! เปรี้ยง
ตูม!
เฉินจิ้งปรากฏตัวขึ้นรับการโจมตีแทนทันที เขาหลบหมัดของบอดี้การ์ดที่ชกเข้ามาแล้วชกสวนไปที่ท้องจนอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล
จากนั้นก็คว้าเท้าบอดี้การ์ดที่เตะเข้ามาทุ่มข้ามหัวอย่างแรงจนพื้นบ้านสะเทือน เรื่องทั้งหมดเกินขึ้นและจบลงในเวลาไม่ถึง 2 วินาที
ตุบ! ซึ่งจ้าวเทียนก็เดินมาถึงตรงหน้านายน้อยหลี่พอดี เขาไม่แม้แต่จะสนใจบอดี้การ์ดพวกนั้นด้วยซ้ำ
ทุกคนในบ้านยกเว้นลุงซุยตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดนเฉพาะเรื่องที่เฉินจิ้งนั้นลงมือจัดการบอดี้การ์ดของนายน้อยหลี่ เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเฉินจิ้งนั้นเก่งมาก แต่ก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่ลงมือช่วยจ้าวเทียน
“ เฉินจิ้ง…ทำไมนายไปช่วยเขา ” นายน้อยหลี่ถามด้วยความหวาดกลัว
แต่เฉินจิ้งก็ไม่ได้ตอบอะไร เขายืนรอคำสั่งจ้าวเทียนอยู่ด้านหลังด้วยรอยยิ้มเฉยชา
“ จ้าวเทียนถ้าแกเป็นลูกผู้ชายพอ…กล้าสู้กับฉันด้วยตัวเองไหม ” นายน้อยหลี่พูดท้าทายขึ้นอย่างถือดี
เขาอาจจะสู้เฉินจิ้งไม่ได้…
แต่กับไอเศษสวะตัวนี้…
เขาชนะแน่นอน…
จ้าวเทียนมองดูตัวตลกที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช
“ แกต้องการสู้กับฉันงั้นเหรอ…”