มหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเซียน (Great Wizart into the immortal world )

    ตอนที่ 29 นับจากนี้ไปเจ้าคือน้องชายของข้า!

    รอบนอกของป่าเมฆาทมิฬมีอสูรพงไพรตาเดียวแหวกหญ้าคอยกำจัดอุปสรรคที่ขวางทางเดินราวกับเป็นผู้น้อยและมีโครงกระดูกเดินตามวางท่าเหมือนเป็นขุนนางผู้ยิ่งใหญ่อยู่ข้างหลังช่างแปลกตายิ่งนักโครงกระดูกตนนั้นคอยส่งเสียงคำพูดออกมาตลอดเวลาราวกับกำลังฝึกพูด แต่เสียงที่เปล่งออกมาช่างทรมานคนฟังเหลือเกิน

     

    “โด เร มีข่า..ข้า ไม่ ...อา” ทีโอกำลังฝึกใช้กล่องเสียงขณะเดินทางไปด้วยจนตอนนี้ใช้เริ่มคล่องแล้ว

     

    “อีกไกลหรือไม่” ทีโอหยุดฝึกพูดแล้วถามฟูหมิง

     

    “...” ฟูหมิงเดินต่อไปราวกับไม่ได้ยินเสียงทีโอ

     

    “ฟูหมิง” ทีโอเรียกฟูหมิง

     

    “เฮ้! ฟูหมิง” ทีโอเริ่มตระโกน

     

    “อะขะขอรับ” ฟูหมิงหยุดเดินแล้วหันมาพูดด้วยท่าทีลนลาน

     

    “ข้าพูดกับเจ้าทำไมเจ้าไม่ตอบ?” ทีโอมองฟูหมิงอย่างสงสัยหรืออสูรพงไพรตาเดียวจะประสาทหูไม่ค่อยดีกันนะ

     

    “อ่อข้าอุดหูอยู่น่ะขอรับ” ฟูหมิงเอาใบไม้ที่อุดอยู่ตรงไหปลาร้าออกแล้วก็ปรากฏรูสองรูตรงบริเวณบนกระดูกไหปลาร้าเนื่องจากทีโอฝึกพูดไม่หยุดมาสองสามวันแล้ว ถ้าฟูหมิงไม่หาอะไรอุดหูไว้หูของเขาคงไม่ได้ยินไปตลอดชีวิตแน่ๆพลังของท่านเทพมารช่างร้ายกาจ!

     

    นี้อุดหูอยู่เรอะ! ข้าก็นึกว่าเครื่องประดับมาโดยตลอดเลยนะเนี้ยทีโอมองตำแหน่งหูอย่างสนใจอยู่ครู่นึงแล้วก็เอ่ยปากถามฟูหมิง

     

    “เผ่าของเจ้าอีกไกลหรือไม่?”

     

    “อีกไม่ไกลแล้วขอรับผ่านเนินเขาข้างหน้านี้ไปก็ถึงแล้ว” ฟูหมิงชี้ไปที่เนินเขาที่อยู่สุดสายตา

     

    ไม่ไกลมารดาเจ้าสิ!นี้ข้าเดินไม่หยุดมา3วันแล้วนะ! ดีนะที่ข้าเป็นโครงกระดูกถ้าเป็นคนคงเดินจนเท้าหายไปแล้วทีโอมีความรู้สึกอยากกระโดดไปบีบคอเจ้ายักษ์นี้เหลือเกิน

     

    ฟูหมิงนั้นเป็นยักษ์สูงกว่า7เมตรทำให้แต่ละก้าวนั้นยาวมากทำให้ระยะทางแค่นี้ไม่ไกลสำหรับฟูหมิงแต่ทีโอนั้นรู้สึกว่าระยะทางที่เขาเดินไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มากกว่าที่เขาเดิน10ปีรวมกันซะอีก

     

    ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้วตั้งแต่ทีโอออกมาเดินรอบนอกของป่าก็เริ่มเห็นร่องรอยของมนุษย์มากขึ้นทั้งรอยของการก่อไฟ ซากอุปกรณ์ของมนุษย์ที่หยุดพัก ไม่นานนักทีโอก็เห็นคนสองคนจากที่ไกลๆ

     

    .......



    “เจ้าลิงผอมเจ้าแน่ใจรึว่าแถวนี้จะปลอดภัยน่ะ” ชายคนนึงรูปร่างอ้วนท้วมราวกับคนขายเนื้อถามชายตรงหน้าที่เขาเรียกว่าลิงผอม

     

    “เจ้าอ้วนอย่าขี้ขลาดน่าถ้าเราหาศพเซียนพวกนั้นเจอเราจะมีเงินใช้ไปทั้งชาติ” ชายที่มีใบหูกางและรูปร่างผอมสูงหันไปตอบกลับชายอ้วนพวกเขาสองคนเป็นชาวบ้านธรรมดาๆที่หมู่บ้านอยู่ใกล้ๆกับป่าเมฆาล่อง

     

    เมื่อไม่กี่วันก่อนชายที่ถูกเรียกว่าลิงผอมนั้นบังเอิญไปเจอกลุ่มเซียนที่เดินทางผ่านหมู่บ้านเขาไปซึ่งมันหายากมากๆที่ในโลกคนธรรมดานั้นจะเจอเซียนซักคนเซียนสำหรับคนธรรมดาคือจุดสูงสุดของมนุษย์แม้แต่พระราชาเห็นเหล่าเซียนยังต้องยอมไว้หน้าอยู่สามส่วนด้วยความอยากรู้อยากเห็นลิงผอมจึงตามรอยเท้าของเซียนพวกนั้นไปแต่เมื่อถึงทางเข้าป่าลิงผอมก็ไม่กล้าที่จะตามเข้าไปอีก

     

    ป่าเมฆาทมิฬนั้นสำหรับมนุษย์ธรรมดาก็คือสถานที่เอาไว้ฆ่าตัวตายไม่มีมนุษย์คนไหนเข้าไปแล้วจะได้กลับออกมาแต่ว่าลิงผอมนั้นไฝ่ฝันอยากจะเป็นเซียนตั้งแต่เด็กถ้าเขาตามเซียนพวกนั้นจนถึงที่สุดอาจจะมีโอกาสก็ได้ลิงผอมได้เข้าป่าไปไม่กี่ก้าวก็มีเสียงกรีดร้องของมนุษย์ออกมาทำให้ความกล้าอันน้อยนิดของลิงผอมก็หมดไปลิงผอมวิ่งไปกลับหมูบ้านอย่างสุดชีวิตเขาวิ่งมาถึงบ้านจากนั้นก็ปิดประตูอย่างรวดเร็ว

     

    เช้าต่อมาลิงผอมไม่สามารถสลัดเรื่องเกี่ยวกับเซียนพวกนั้นออกจากหัวได้ถ้าเขาเจอศพของเซียนพวกนั้นไม่แน่ตัวเขาอาจจะมีโอกาสได้เป็นเซียนก็ได้! ลิงผอมคิดดังนั้นก็ตัดสินใจตรงไปหาเจ้าอ้วนบ้านข้างๆซึ่งลิงผอมต้องการคนที่เคลื่อนไหวช้าเผื่อเจอสัตว์อสูรจะได้มีคนมาเป็นโล่เนื้อถ่วงเวลาให้เขาหนีได้

     

    ปัจจุบัน

     

    “ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงแบ่งปันเรื่องดีๆอย่างนี้กับข้าล่ะ” เจ้าอ้วนถามด้วยความสับสนเจ้าลิงผอนถือเป็นคนงกที่สุดคนนึงในหมู่บ้านเลย

     

    “เพราะว่าข้าคนเดียวคงแบกของทั้งหมดไม่ไหวเลยต้องการคนช่วยและเจ้าเป็นเพื่อนบ้านข้ามานานข้าเลยคิดว่าคงไว้ใจเจ้าได้น่ะข้าไว้ใจเจ้าได้ใช่ไหม?” ลิงผอมแถแบบข้างๆคูๆ

     

    “แน่นอน! ข้านี้แหละคือสุดยอดเพื่อนบ้านเลยล่ะไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนที่ไม่ชอบข้าเจ้าเชื่อใจข้าได้แน่นอนนับจากนี้ไปเจ้าคือน้องชายของข้า!” เจ้าอ้วนเชื่อสนิทใจนับตั้งแต่นี้ไปเขากับเจ้าลิงผอมคือพี่น้องกัน

     

    เพื่อนบ้านเจ้าก็มีแค่ข้าไม่ใช่รึไง? รอบบ้านเจ้านอกจากบ้านข้าก็กลายเป็นร้านค้าหมดแล้วเจ้าโง่! ลิงผอมบ่นในใจแต่ใบหน้าส่งยิ้มออกมาแล้วพูด

     

    “ข้าลิงผอมนับจากนี้ไปจะเป็นน้องชายของเจ้า” ลิงผอมคำนับให้เจ้าอ้วน

     

    “แน่นอ...” เจ้าอ้วนที่กำลังพยักหน้าด้วยความยินดีก็ชะงักไปจากนั้นหน้าก็เริ่มซีด

     

    “มีอะไรรึพี่ชาย” ลิงผอมเห็นเจ้าอ้วนมีอาการแปลกๆหันกลับมองเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าลิงผอมก็ช็อคจนขยับตัวไม่ได้ด้านหน้าของพวกเขาคืออสูรยักษ์ตาเดียวสีเขียวหม่นที่มีตาอยู่บนท้องและมีปากอยู่บนอกตัวของมันสูงใหญ่ยิ่งกว่าบ้านเขาเสียอีกฟันที่อยู่ในปากตรงหน้าอกนั้นแหลมคมราวกับว่าสามารถฉีกแขนเขาออกมาภายในคำเดียวส่วนในเงาไม้ด้านหลังคือโครงกระดูกมนุษย์ถือเขียวอันใหญ่ยักษ์ราวกับหลุดมาจากนรกดวงตาของมันสะท้อนแสงออกมาเมื่อลิงผอมสบตาโครงกระดูกตัวนั้นก็เหมือนกับวิญญาณโดนดูดออกไปจากร่าง

     

    “พวกเจ้ามาจากที่ใดกันนน” โครงกระดูกเปล่งเสียงออกมาเสียงของมันเหมือนเสียงกรีดร้องของสัตว์ผสมกับเสียงลมที่เสียดสีกับบางอย่าง

     

    “ตึง”เมื่อเจ้าลิงผอมได้ยินโครงกระดูกพูดเขาก็หวาดกลัวจนตาเหลือกหมดสติหงายหลังล้มลงไปที่พื้นทันทีส่วนเจ้าอ้วนที่พึ่งบอกว่าเป็นพี่ชายของลิงผอมนั้นเผ่นแน่บไปแล้วถ้าลิงผอมเห็นคงตกใจเป็นอย่างมากที่เจ้าอ้วนตอนนี้วิ่งเร็วกว่าลิงผอมที่วิ่งสุดกำลังเสียอีกเจ้าอ้วนตอนนี้วิ่งเร็วจนแทบจะกลายเป็นหมูบินแล้ว!

     

     

    -------------------

    ขนมปังสุนัข:ตาทีโอสะท้อนแสงเนื่องจากทีโอเปิดดวงตาแห่งความจริงแบบอ่อนๆตลอดเวลาครับ

    ซึ่งช่วยให้ทีโอสามารถมองเห็นในที่มืดหมอก ฯลฯ ,มองชัดขึ้น และไม่เสียมานา