“เชื่อสิครับ ก็คุณคือภรรยาคนเดียวของผม”และตอนนี้ชีวิตชายพิการเช่นเขาก็มีเพียงเธอเท่านั้นซ้ำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของภรรยาที่มีต่อเขาอย่างชัดเจน
แม้เธอไม่เคยพูดออกมาว่ารักสามีอย่างเขาหรือไม่แต่ไหล่เล็กที่พยายามปกป้องเขาในตอนนั้นรวมถึงท่าทีเอาเื่กับคนคิดร้ายต่อสามีของเธอก็ทำให้เขารู้สึกโชคดีที่มีภรรยาเช่นจางซิ่วอิง
“แล้วเคยคิดจะหย่ากับภรรยาขี้โรคแบบฉันหรือเปล่าคะ?”เธอถามออกไปตามตรง ในขณะที่มือยังคงแกะผ้าพันแผลของเขาออกอย่างตั้งใจ
หยางซีห่าวอายุเพียงยี่สิบปีหากเขาสามารถรักษาแผลที่ขาหายและเดินได้ปกติ เมื่อกลับเข้ากรมอนาคตของเขาคงไปได้อีกไกลและสามารถเลือกผู้หญิงมาอยู่เคียงข้างที่ดีกว่าหญิงสาวหน้าตาขลาดเขลาแถมยังดูอมโรคแบบเธอได้
“ไม่เคย! และไม่มีวันนั้นเด็ดขาด”หยางซีห่าวปฎิเสธขึ้นในทันทีโดยไม่ต้องคิด แม้จะแต่งงานกันโดยไร้รักแต่เขาก็ไม่เคยคิดเห็นแก่ตัวทอดทิ้งภรรยาให้เป็หม้ายเลยสักครั้งอีกอย่างเขาล่วงเกินเธอไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนชีวิตนี้ไม่ว่าอย่างไรจางซิ่วอิงก็จะเป็ภรรยาเพียงคนเดียวไม่เปลี่ยนแปลง
“ก็ดีค่ะ”หญิงสาวยิ้มบางเธอรู้สึกพึงพอใจกับคำตอบและท่าทางหนักแน่นจริงจังของสามีตอนพูดประโยคนั้นไม่น้อย
เมื่อผ้าพันแผลถูกคลายออกจนหมดเผยให้เห็นแผลสดที่ยังมีเืไหลซึมบางจุด เนื้อบริเวณขอบค่อนข้างแห้งลงบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่แห้งสนิทดีขนาดผ่านเวลามาสักพักแล้วยังสภาพนี้ เธอไม่อยากจินตนาการถึงตอนแรกที่ปฐมพยาบาลเลยว่าจะน่าสยดสยองเพียงใดและหยางซีห่าวคงผ่านความทรมานมาไม่น้อยเลย
จุดที่ลึกสุดของาแหากกะด้วยสายตาก็คงจะลึกถึงหนึ่งข้อนิ้วกว่าๆ เห็นจะได้ ส่วนความยาวนั้นกินพื้นที่ั้แ่ส่วนน่องอ้อมมาทางส่วนหัวเข่าด้านหน้าและยาวขึ้นมาเกือบครึ่งของต้นขายังดีที่เขาถูกฝึกอย่างหนักร่างกายจึงมีกล้ามเนื้อแน่นทุกส่วนหากเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา แผลลึกขนาดนี้ไม่แน่ว่าคงอาจเห็นกระดูกไปแล้วก็ได้
ั์ตาคู่สวยร้อนผะผ่าวทันทีที่สำรวจาแอย่างละเอียดก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากแผลตรงหน้า “คุณเจ็บมากไหมคะ?”
เสียงใสสั่นเครือเล็กน้อยหญิงสาวพยายามอดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ดวงตาเรียวทอดมองใบหน้าของสามีนิ่ง
หยางซีห่าวไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมคำถามทั่วๆ ไปที่ออกมาจากปากของภรรยาถึงทำให้เขารู้สึกอุ่นซ่านในอกได้มากขนาดนี้หรือเป็เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อย หรือาเ็ก็ไม่มีใครเคยถามคำถามนี้กับเขากัน
และเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่เรียวที่มีหยดน้ำตาคลอหน่วยของภรรยาก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่เธอมีต่อเขาริมฝีปากหยักยิ้มตอบภรรยา พลางพยักหน้าลงเล็กน้อยเพื่อให้เธอเริ่มลงมือกับแผลของเขาได้เลย “ผมทนไหวครับ”
ชายชาติทหารแม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและผ่านไปให้ได้ไม่ใช่หรือ…
“ฉันจะเบามือที่สุดนะคะ”จางซิ่วอิงยิ้มรับก่อนจะหยิบแอลกอฮอล์ขึ้นมาราดลงบนาแจนทั่ว เธอเหลือบมองใบหน้าสามีที่กำลังอดทนต่อความเ็ปจนใบหน้าแดงก่ำกรอบหน้าคมเข้มนั้นมีเม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด
โชคดีว่าแผลของหยางซีห่าวนั้นได้รับการดูแลมาอย่างดีจากหมอในค่ายจึงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง หญิงสาวจึงทำเพียงแค่ล้างให้สะอาดและทาเบตาดีนให้เขาจนทั่วจากนั้นจึงใช้ผ้าสีขาวสะอาดปิดแผลไว้ แต่ไม่ได้หนาเท่าตอนแรกเพื่อให้าแไม่ชื้นจนเกินไป
“ความจริงแล้ว ตอนที่คุณไม่อยู่…ฉันตายไปแล้วครั้งหนึ่งค่ะ”เื่นี้นับว่าหนักใจมากทีเดียวที่จะต้องเปิดเผยให้เขารู้ในตอนนี้ แต่หญิงสาวก็อยากลองเดิมพันดูสักครั้งอย่างไรหลังจากนี้เธอยังต้องนำของในมิติออกมาขายเรื่อย ๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพเธอไม่อยากต้องหาเื่โกหกเขาในทุกวันที่มีสิ่งของแปลกใหม่โผล่ขึ้นมาในชีวิตประจำวันแม้จะหวั่นใจมากแต่เธอเลือกแล้ว…ที่จะบอกความจริง
ชีวิตคู่หากมีความลับต่อกันแต่แรก…ต่อไปการโกหกก็คงเกิดขึ้นเรื่อยๆ ถึงเขาจะยอมรับไม่ได้หรือมองว่าเธอเป็ภูตผีก็คงต้องยอมรับ
แถบนี้เป็ชนบทถึงจะถูกสั่งห้ามเกี่ยวกับพิธีกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็ไม่มีให้เห็น แต่ชาวชนบทส่วนมากยังคงมีความเชื่อเื่ภูตผีอยู่มากทีเดียวถ้าหากสามีมองว่าเธอเป็ผีสางขึ้นมาแล้วยอมรับไม่ได้ขึ้นมา เธออาจจะถูกจับไปถ่วงน้ำได้ในไม่ช้า
เมื่อเห็นว่าสามียังคงนิ่งฟังอย่างตั้งใจเธอจึงเล่าต่อในทันที
“ตอนนั้นิญญาของฉันล่องลอยจนไปพบกับคุณยายใจดีท่านให้มิติที่มีสินค้าจากอนาคตอย่างไม่จำกัด ทั้งยังทำแบบนี้ได้ด้วยและคุณยายก็ให้ฉันกลับมาเกิดอีกครั้ง”ไม่พูดเปล่าทว่าหญิงสาวหยิบกล่องยาขึ้นมาวางไว้บนฝ่ามือก่อนจะทำให้มันหายไปในอากาศภายในชั่วพริบตาเท่านั้น จากนั้นจึงเรียกแอปเปิ้ลลูกใหญ่สดใหม่น่าทานออกมาแล้ววงลงบนมือหนาของสามี
จางซิ่วอิงเลือกโกหกในบางส่วนเพื่อให้สามีเข้าใจง่ายขึ้นอีกอย่างเธอก็รู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย หากรู้ว่าภรรยาของเขาคือิญญาจากอนาคตมาสิงร่างไม่รู้ว่าสามีจะยังรับได้อยู่หรือไม่ แต่ในส่วนของมิติอย่างไรเธอก็ต้องบอกเพราะหากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน วันหนึ่งเขาก็ต้องรู้อยู่ดีซึ่งหากเก็บไว้มีแต่จะทำให้เธอเองรู้สึกอึดอัดเปล่า ๆ
“…”กล่องยาที่หายไปในอากาศอย่างรวดเร็วนั้น จากนั้นก็มีแอปเปิ้ลผลใหญ่กว่ากำปั้นของเขาโผล่ขึ้นมาบนมือของภรรยาและเธอก็วางมันลงบนมือของเขา สิ่งเหล่านี้ทำให้ั์ตาคมตื่นตะลึงจนอ้าปากหวอโดยไม่รักษาท่าทีนิ่งขรึมอย่างที่ชอบทำเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนโลกมีสิ่งนี้และนี่คือครั้งแรกที่เขาได้เห็นมันเต็มสองตาเช่นนี้
เมื่อเห็นสามีสติหลุดไปแล้วก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดรุนแรง ก่อนไหล่บางจะค่อย ๆ ลู่ลงพร้อมกับขอบตาแดงก่ำเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยและร่วงไหลอาบแก้มในที่สุด“ถ้าคุณกลัว คุณจะหย่ากับฉะ…”
“ผมขอโทษ…เพราะผมที่ทิ้งคุณให้โดดเดี่ยวนอนป่วยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ผมเป็สามีที่แย่มากจริง ๆ”เขายอมรับว่าใกับสิ่งตรงหน้าแต่กลับรู้สึกเสียใจมากกว่าที่เขาเป็สามีไม่เอาไหนได้ขนาดนี้ถ้าหากว่าภรรยาเขาไม่ได้รับโอกาสให้ฟื้นขึ้นมา เธอคงนอนสิ้นใจอยู่ภายในบ้านหลังนี้เพียงลำพังและเขาเชื่อว่าคงไม่มีใครเข้ามาดูเธอในตอนนั้นอย่างแน่นอน กว่าเขาจะกลับมาเจอก็คงเป็อีกสามเดือนต่อจากนี้
“คุณไม่กลัวที่ฉันเป็แบบนี้เหรอคะ?”คิ้วคู่เรียวขมวดเข้าหากัน เอ่ยปากถามสามีออกมาอย่างนึกแปลกใจ
เห็นสีหน้าภรรยาแล้วใบหน้าหล่อเหลาจึงระบายยิ้มอบอุ่นก่อนจะคว้ามือเรียวขึ้นมากุมไว้ แล้วสบตากับภรรยากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
“ผมกลัวจะไม่มีคุณมากกว่าแล้วตอนนั้นคุณคงรู้สึกโดดเดี่ยวมาก ผมขอโทษ เป็ผมที่ผิดต่อคุณ…ภรรยา”หยางซีห่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น เมื่อก่อนเขายอมรับว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับภรรยามากนักแต่ตอนนี้เมื่อเธอเล่าว่าตอนนั้นผ่านความตายมาอย่างไรกลับทำให้หัวใจแกร่งนึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“ขอบคุณนะคะ แต่คุณอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ คุณไปทำงานหาเงินมาให้ฉันนี่คะคุณอุตส่าห์ออกไปเสี่ยงชีวิตเพื่อฉัน ฉันจะโทษคุณได้อย่างไร”
“แต่ผม…”
เมื่อเห็นคนเป็สามียังจมอยู่กับการคิดโทษตัวเองจางซิ่วอิงจึงเอ่ยขัดขึ้น
“เราเริ่มต้นกันใหม่นะคะภรรยาคนนี้จะอยู่เคียงข้างคุณเอง”
ั์ตาคมเหลือบมองขาข้างที่ถูกผ้าพันไว้ก่อนจะตอบกลับภรรยาไปอย่างเจียมตัว “แต่ผมกำลังจะเป็ชายพิการ”
ตอนนี้เขาไม่สามารถหาเงินมาจุนเจือครอบครัวได้อีกแล้วทั้งยังเป็ภาระให้ภรรยาต้องคอยดูแลอีกต่างหาก
“าแนี้เหรอคะ? สำหรับฉันแล้วคุณเป็วีรบุรุษต่างหากแล้วอีกอย่างมีฉันอยู่ทั้งคน ฉันจะไม่ยอมให้คุณพิการแน่นอน เชื่อใจฉันนะคะ”
จางซิ่วอิงพลิกฝ่ามือหงายขึ้นเป็ฝ่ายกอบกุมมือสามีไว้แทนแล้วออกแรงบีบเบาๆ ใบหน้าสวยวาดยิ้มกว้างส่งให้คนเป็สามี
“ขอบคุณครับภรรยา เรามาเริ่มต้นใหม่กันครับ”
กลับมาบ้านครั้งนี้แม้ขาข้างหนึ่งจะใช้การไม่ได้แต่การที่ภรรยาเปลี่ยนไปเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในใจมากกว่าทุกครั้งที่กลับมาเสียอีกั์ตาคมมองใบหน้าของภรรยาด้วยแววตาลึกซึ้งจางซิ่วอิงคือภรรยาและครอบครัวเพียงคนเดียวที่เขามีและเขาจะรักษาสิ่งนี้ไว้ให้ดีที่สุด
หลังจากปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วคนเป็ภรรยาจึงเก็บอุปกรณ์ทั้งกะละมังและผ้าพันแผลใช้แล้วจนเรียบร้อย ช่วยสามีลุกจากรถเข็นแล้วพยุงเขาขึ้นเตียงนอนก่อนจะออกไปเดินตรวจตราประตูหน้าต่างอย่างเช่นทุกวัน แล้วกลับเข้าห้องนอนว่าเมื่อเข้ามากลับเห็นสามียังคงนั่งรออยู่
“ยังไม่นอนเหรอคะ?”
“ผมรอนอนพร้อมภรรยาครับ”
จางซิ่วอิ่งยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบก่อนจะขึ้นเตียงไปนอนเคียงข้างสามี ด้วยความรู้สึกหวานล้ำ “ฝันดีค่ะสามี”
“ฝันดีครับ ภรรยา”