ราวสองชั่วโมงต่อจากนั้น...รายชื่อที่ทุกคนช่วยกันเทียบกับไอเทมที่มีก็ปรากฏออกมายานบินที่ปรากฏในเกมมีทั้งหมด 5 ระดับ ไอรอน คอปเปอร์ ซิลเวอร์ โกลด์ และแพลตตินัมและในจำนวนยานบินทั้งหมดที่มีอยู่ในเกมขณะนี้ ดูแล้วน่าจะมีอยู่ 3 ลำที่พวกของแทนมีชิ้นส่วนอยู่พอจะสามารถสร้างได้ สกายฟิชและสแปโรว์ยานบินระดับไอรอนที่หากซื้อจะต้องใช้เงินหนึ่งพันสามร้อยล้านและหนึ่งพันห้าร้อยล้านตามลำดับส่วนอีกลำเป็นยานบินระดับซิลเวอร์ที่แทนกำลังตกตะลึงกับราคาของมันอยู่
“ละ...ลำนี้...” แทนพูดก่อนจะกลืนน้ำลาย“เจ็ดพันล้านเชียวเรอะ!” เขาทำเสียงตกใจอย่างมาก
นิกกี้ที่อ่านรายละเอียดไปแล้วมองไปที่สิ่งของที่จะใช้สร้างยานบินลำนี้ของส่วนใหญ่ได้มาจากปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่นและในการสร้างยานลำนี้มีไอเทมชนิดหนึ่งที่ยานบินระดับซิลเวอร์จะต้องใช้เกือบทุกชนิดไอเทมที่แทนได้มาจากการเก็บเลเวลให้อายะและทากะที่ปราสาทลอยฟ้า ไอเทมที่ปกติแล้วอัตราดรอปน้อยมากราวๆ หนึ่งในพันถึงจะตกสักครั้ง...ผลึกแห่งใจไอเทมที่การสร้างยานบินระดับซิลเวอร์เกือบทุกลำต้องใช้
และลำที่แทนต้องการสร้างต้องการไอเทมนี้...จำนวน30 ชิ้น...
“เหลืออยู่ร้อยกว่าชิ้นตอนนั้นดีนะที่ขี้เกียจขายเลยไม่ได้ขายไป ตอนนี้ในตลาดน่าจะราคากระฉูด” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นเมื่อลองตรวจดูจำนวนของไอเทมผลึกแห่งใจที่ยังมีอยู่
“แล้วตกลงเอายังไงกันดีล่ะ เราจะสร้างลำไหนดูแล้วถ้าระดับคอปเปอร์เราน่าจะขาดของอีกอย่างสองอย่างถ้าลองไปหาดูในตลาดตอนนี้น่าจะมีคนเอามาขายแล้ว แต่ราคาก็น่าจะแพงอยู่ แต่ถ้าเราจะสร้างลำที่อยู่ในระดับซิลเวอร์นี่น่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายแถมยังต้องใช้เงินในการสร้างอีกเกือบห้าร้อยล้านแน่ะ” นิกกี้ถามความเห็นของทุกคน
“ระดับคอปเปอร์นั่นมันบรรทุกคนได้แค่สูงสุดสามคนเองนะบางลำนี่ไปกันใหญ่นั่งได้สองคนเอง แล้วดูนี่สิ...ระดับเพดานบินต่ำมากฉันว่ายิ่งเพดานบินสูงน่าจะพาเราไปดันเจี้ยนแปลกๆ ได้มากกว่า ถ้าจะสร้างกันจริงๆยอมเสียเวลาสร้างกันทีเดียวไม่ดีกว่ารึ” แทนเสนอความคิด
“จริงของแทนนะ...ฉันเห็นด้วย” บลานซ์พูดสนับสนุนความคิดหัวหน้ากิลด์
“ฉันอยากไปได้ไกลๆ” อายะที่ปกติไม่ค่อยพูดเอ่ยออกมาขณะที่สายตาจ้องไปที่เรือเหาะระดับซิลเวอร์
“อืม...งั้นมาดูกันก่อนว่าเราขาดอะไรบ้าง” นิกกี้พูดขึ้นพร้อมกับเรียกรายละเอียดของยานบินระดับซิลเวอร์ที่พวกเขาหมายตาออกมายานสีน้ำเงินที่มีลักษณะลู่ลม ด้านหน้าเป็นกระจกใสแทบทั้งหมด
รายละเอียดของไอเทมที่ต้องใช้ปรากฏออกมาตัวเลขที่อยู่ในช่องจำนวนนั้นด้านหน้าคือสิ่งของที่พวกของแทนมีไว้ในครอบครอง ซึ่งตัวเลขนี้ถึงกลุ่มผู้เล่นจะมีเกินกว่าจำนวนที่ต้องการระบบก็จะแจ้งไว้เพียงจำนวนที่ต้องการเท่านั้นส่วนตัวเลขด้านหลังคือจำนวนที่ต้องการในการสร้าง ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดแล้วพวกของแทนยังขาดไอเทมอีก5 ชนิดในการสร้างยานบินระดับซิลเวอร์ลำนี้
“สกายแซฟไฟร์เออร์...” แทนพูดชื่อหนึ่งขึ้นมา
“ถ้าจะสร้างสกายแซฟไฟร์เออร์นี่เราขาดอยู่เจ็ดอย่างเลยเชียวนะ” นิกกี้ว่า
“น่าจะแค่ห้าอย่างนะ” เอ็ดเวิร์ดแทรกขึ้นคำพูดของเขาทำให้ทุกคนหันมามองคนพูดอย่างสนใจ “แผ่นเหล็กน่ะสร้างได้โดยเอาแร่เหล็กไปให้Npc ในเมืองถลุงแร่ให้กลายเป็นแผ่นเหล็กได้ราคารวมๆ แล้วไม่น่าจะใช้เงินเกิดสิบสองล้านส่วนแร่เงินนั่นมีคนขายอยู่ที่เหมืองเงินเมืองโรเดียกอสเมืองนี้ฉันเคยไปเพราะฉะนั้นฉันวาร์ปไปซื้อได้ วงเงินไม่เกินยี่สิบล้าน” เจ้าพ่อการค้าของกิลด์คำนวณให้เสร็จสรรพ
“แล้วไอ้เจ้าโลหะไร้น้ำหนักทำไมเรามีสามชิ้นละคะ” ลินถามขึ้นมาเมื่อเห็นจำนวนของที่มีคือสามชิ้น
“พี่ได้มาตอนขายของในตลาดน่ะลูกค้าเอามาแลกกับการ์ดเจ็ดดาวใบหนึ่งพี่ดูคุณสมบัติมันแล้วคิดว่าน่าจะมีอนาคตก็เลยแลกไว้” เอ็ดเวิร์ดว่า “แต่น่าจะหาได้ครบไม่ยากนะแต่ขอผลึกแห่งใจให้ฉันสักสี่ห้าสิบอันก็น่าจะเอาไปแลกของพวกนี้ได้แต่คงต้องใช้เวลาอยู่ในตลาดสักพัก”
“หืมๆๆๆๆ....ถ้าสร้างดีๆเราก็เข้าแข่งอันนี้ได้สิคะ!” ลินทำหน้าตื่นเต้นพร้อมกับเรียกใบปลิวใบหนึ่งที่อยู่ในช่องข่าวสารทั่วไปที่ประกาศกับทุกคนออกมาตามด้วยวางมันลงบนโต๊ะ หลังจากนั้นทุกคนก็มามุงดูใบปลิวที่ว่า
“อ้อ...การแข่งขันนั่นนะเหรอพอดียังไม่มียานบินเลยไม่ได้สนใจเลยแฮะ” นิกกี้พูดถึงใบปลิวที่ทุกคนกำลังมุงดูอยู่และเมื่ออ่านจบแทนก็ส่งเสียงดังออกมา
“เฮ้ย! รางวัลนี่แอเรียระดับ A เลยเรอะ!” เขาทำหน้าตกใจ
“การแข่งขันยานบินที่เมืองดัสวัลเลย์?” เอ็ดเวิร์ดอ่านใบปลิวแล้วทำหน้าครุ่นคิด “เดี๋ยว! ถ้าที่นั่นจะมีงานแข่งยานบิน พวกข่าวสารหรือของเกี่ยวกับยานบินที่นั่นก็น่าจะเยอะน่ะสิ!” เขาทำเสียงตื่น
คำพูดเอ็ดเวิร์ดทำให้ทุกคนเลิกคิ้วสูง“ใช่เลย...ถ้าเราไปที่นั่นก็มีสิทธิ์ขายของที่เกี่ยวกับยานบินแพงขึ้นด้วย” แทนพูดพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์ “นิกกี้...เมืองที่ว่านี่อยู่ไกลไหมวาร์ปเอาได้มะ” เขาหันไปถาม
“วาร์ปไม่ได้แฮะที่นั่น แล้วอีกอย่าง...ไม่มีใครในพวกเราเคยไปที่นั่นด้วยน่าจะมีทางเดียวคือใช้บริการยานบินที่เมืองคาชิยารัดที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคาลิปมอนสเตอร์ตามทางน่าจะระดับเจ็ดสิบกว่าๆ แล้วชอบออกมาเป็นฝูงราวๆ สิบตัวขึ้นไปบอสก็น่าจะเลเวลไม่เกินร้อย ฉันว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับพวกเรา” นิกกี้อธิบายเส้นทางที่จะใช้ในการเดินทางไปยังเมืองที่กำลังจะมีการแข่งขันยานบิน
“เพราะพวกเราเทพ...” เอ็ดเวิร์ดพูดด้วยสีหน้าภูมิใจ
นิกกี้หันมองหน้าคนพูดก่อนจะถอนหายใจยาว“ถ้าคำว่าพวกเราไม่รวมนายน่าจะพอจะเป็นไปได้” เมื่อเธอพูดจบเอ็ดเวิร์ดมองค้อนทันทีเขาทำหน้าไม่พอใจนักกับคำพูดของนิกกี้ แต่ก็มีเสียงหนึ่งถามขึ้นมาเสียก่อนที่ทั้งสองจะปะทะคารมกันต่อไป
“เวลาที่เขารับสมัครแข่งขันยานบินนี่ถึงเมื่อไรน่ะลิน” แทนถามนักบวชประจำกิลที่ดูเหมือนจะสนใจการแข่งนี้มากและน่าจะรู้รายละเอียดเป็นอย่างดี
“อีกสองอาทิตย์ค่ะพี่แทน” เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“ฉันอยากเข้าแข่งงานนี้” แทนพูดเสียงเข้ม
“รางวัลเย้ายวนมาก” นิกกี้มองดูการ์ดที่เป็นรางวัลชนะเลิศซึ่งเป็นการ์ดแอเรียระดับA “คนชนะเลิศได้การ์ดแอเรียระดับ A รางวัลเย้ายวนสุดๆ”
“น่านฟ้าแห่งดัสท์วัลเลย์...แอเรียระดับ A รึ...มันน่าจะเป็นการ์ดที่ไม่ใช่การ์ดธรรมดาแน่ๆ” บลานซ์พูดขึ้น
“น่าจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้เล่นตื่นตัวกับเรื่องยานบินที่เพิ่มเข้ามาแน่ๆไม่ใช่แค่การไปถึงพื้นที่ใหม่ แต่มีการแข่งขันด้วย” นิกกี้พูดขึ้นและทุกคนดูท่าจะเห็นด้วย
“ตกลงเราจะได้ไปงานนี้ใช่ไหมคะ” ลินมองหน้าแทนสลับกับนิกกี้ไปมา
“อื้อ...ถ้าเราหายานบินทัน” นิกกี้ว่า
“แหงแซะ” แทนตอบยิ้มๆ
“เย้...!” ลินตะโกนดีใจเสียงดังพร้อมกับชูมือสองข้างขึ้นด้านบน
“แหม...น้องลินดูสนใจงานนี้จังเลยน้า...” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงสูงพร้อมกับมองไปที่ลิน “ทำไมถึงอยากไปขนาดนั้นล่ะพี่เอ็ดสงสัยใคร่รู้จริงๆ” เขามองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวไม่วางตา
“ลินอยากเป็นพริตตี้อ่ะค่ะพี่เอ็ด” ลินตอบหน้าชื่นตาบาน
“อู้ววว...ชุดว่ายน้ำ!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงลามก
และหลังจากนั้นฝ่ามืออรหันต์กำราบปีศาจลามกก็ประทับที่กลางหลังของเอ็ดเวิร์ดนิกกี้ตบไปกลางหลังเขาเสียงดัง “โอ้ย! ตีฉันทำไม!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนเสียงดัง
“ไล่ตัวลามก...แต่ดูเหมือนจะไม่ออก ต้องลองอีกที” นิกกี้ตอบพร้อมกับทำท่าจะตบอีกครั้งส่วนเอ็ดเวิร์ดกระโดดหนีไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ตกลงว่าพวกเราจะสร้างยานบินระดับซิลเวอร์ใช่ไหม...” แทนพูดขึ้นด้วยเสียงจริงจังก่อนจะมองไปที่ทุกคนแล้วถามต่ออีกประโยค“ใครเห็นด้วยช่วยยกมือขึ้นหน่อย” ชายหนุ่มพูดขึ้นและหลังจากนั้นทุกคนก็ยกมือขึ้น...แม้กระทั่งไอ
“ไออยากบินซู้ง...สูง ค่ะมาสเตอร์” เธอตอบแทนที่มองไปที่เธอพร้อมรอยยิ้ม
“สกายแซฟไฟร์เออร์...ตกลงพวกพวกเราจะช่วยกันสร้างยานลำนี้...” แทนสรุปผลการประชุมแรกของกิลด์ไอเซนเกอร์ที่เขาเป็นหัวหน้าและเมื่อมติจากทุกคนเห็นพ้องต้องกัน แทนก็แตะยิ้มหลังจากนั้นทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกในการสร้างยานบินเมืองที่มีท่าอากาศยานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคาลิป...เมืองคาชิยารัด
คาชิยารัด...เมืองซึ่งในเกมระบุว่าหมายถึงมรกตท่ามกลางพายุทรายเป็นเมืองที่อยู่กลางทะเลทรายและผาหินการเดินทางไปที่นี่จะต้องเดินทางฝ่าทะเลทรายคาราอัลก้าที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ประหลาดโดยการที่จะเดินทางจากเมืองคาลิปมาถึงทะเลทรายแห่งนี้จะมีรถม้าคอยบริการโดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงคนละสองหมื่นกิลแต่รถม้าที่ว่าจะมาหยุดอยู่ที่จุดพักนักเดินทางก่อนจะเข้าเขตทะเลทรายคาราอัลก้าหลังจากนั้นการเดินทางไปยังเมืองคาชิยารัดจะต้องใช้การเดินเท้าเพื่อจะไปยังเมืองที่อยู่กลางทะเลทรายแห่งนี้
อุณหภูมิที่ร้อนจัดในตอนกลางวันและความหนาวเย็นในตอนกลางคืนจะทำให้เมื่อเกิดการต่อสู้ค่าพลังของผู้เล่นจะค่อยๆลดลง หากตอนนี้พวกของแทนมีเลเวลเฉลี่ยราวๆหกสิบถึงเจ็ดสิบการเดินทางข้ามทะเลทรายนี้น่าจะเป็นไปด้วยความยากลำบากแต่ในตอนนี้มอนสเตอร์ที่ดูจะเก่งกาจสำหรับผู้เล่นใหม่ดูจะไม่ครณามือกลุ่มของแทนไทย
พวกเขาจัดการมอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวออกมาได้อย่างง่ายดายถึงแม้บางครั้งสกิลของแทนจะแสดงผลออกมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้การต่อสู้ยากเย็นอะไรนัก เมื่อเดินทางผ่านทะเลทรายจะถึงโอเอซิสซึ่งเป็นจุดพักที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสถานที่พักนักเดินทางขอบทะเลทรายกับเมืองคาชิยารัดพอดิบพอดี ซึ่งที่นั่น...พวกแทนตั้งใจที่จะพักผ่อนก่อนจะเดินทางต่อไป
“นี่มันเกมไม่ใช่เรอะ! ทำไมมันร้อนตับแลบจริงๆได้ฟะ!” แทนเริ่มออกอาการบ่นเมื่อเดินเข้าเขตโอเอซิสแต่เมื่อเขามองไปที่ด้านข้างของโรงแรมสองขั้นที่อยู่กลางโอเอซิสก็ต้องทำตาโต...เขาเห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่
“โว้ว! น้ำ!” แทนตะโกนพร้อมกับวิ่งไปที่แอ่งน้ำที่ว่าแล้วสปริงตัวจากขอบแอ่งน้ำกระโดดพุ่งลงไปในน้ำทันทีโดยไม่สนในสิ่งรอบข้าง...ซึ่งปกติก็ดูเหมือนจะไม่สนอยู่แล้ว
“เจ้าแทนนี่ทำอย่างกับเด็กๆ” นิกกี้พูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา
“น้ำเย็นสะใจมาก! พวกนายมาเล่นด้วยกันเร็วเข้า!” เขาตะโกนโหวกเหวกดังมาจากแอ่งน้ำนั้น
บลานซ์เดินไปตามเสียงเรียกของแทนและเมื่อได้มองแอ่งน้ำที่ว่าใกล้ๆ ก็พบว่าน้ำที่นี่ใสจนสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ในน้ำได้อย่างชัดเจนต้นไม้ที่ปกคลุมอยู่รอบบริเวณทำให้อากาศชุ่มชื้นและเย็นสบาย สายลมที่พัดเอื่อยๆไม่ได้ระคายผิวเหมือนสายลมกลางทะเลทราย แต่ไม่ใช่บลานซ์ที่ตามแทนลงไปคนแรกแต่เป็นเอ็ดเวิร์ดที่กระโดดม้วนตัวลังกาหน้าลงไปในแอ่งน้ำนั่นก่อนใครๆ
“สดชื่นจริงๆ เลยเว้ยแทน!” เอ็ดเวิร์ดหันไปตะโกนบอก
“เจ้าสองคนนี่ทำอย่างกับเด็กๆ” นิกกี้พูดก่อนจะทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูก แต่ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรออกมาอีกก็มีเสียงตะโกนแสดงความไม่พอใจดังมาจากกลุ่มคนที่เดินออกมาจากโรงแรมของNpc ที่อยู่ใกล้ๆ
“ใครมาทำเสียงดังน่ารำคาญแถวนี้ฟะเดี๋ยวพ่อตบหัวทิ่มเลยนี่!” ชายในชุดจอมเวทสีน้ำตาลตะโกนออกมาด้วยอาการหงุดหงิดท่าทางของเขาไม่ค่อยเหมาะกับชุดและอาชีพจอมเวทนักหลังจากที่ผู้ชายคนนั้นและเพื่อนกวาดสายตาไปรอบๆ ก็พบที่มาของเสียง กลุ่มชายเกือบสิบคนเดินออกมาที่แอ่งน้ำแล้วสิบคนที่ว่าก็มองมาที่แทนและเอ็ดเวิร์ดเป็นตาเดียว
“เฮ้ย! แกสองคนน่ะ!” หนึ่งในกลุ่มซึ่งแต่งตัวเหมือนอาชีพโจรชี้หน้าแทนพร้อมกับตะโกนสียงดัง“พวกแกขึ้นมาเลยนะ ไม่ได้รู้เรื่องเลยพวกเรารอให้น้ำหายขุ่นจะได้ให้คุณการ์คลงไปแช่เล่นแล้วดูไอ้โง่อย่างพวกแกทำซิ...น้ำทั้งขุ่นทั้งเน่า”
แทนทำตาโตแล้วหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดแต่ก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรต่อเสียงของคนในชุดจอมเวทก็ดังขึ้นอีกแต่คราวนี้มันดังอยู่ในระยะใกล้ เพราะเจ้านั่นปรี่เข้ามาหาพวกของแทนทันที
“หูแตกรึไงวะ บอกให้ขึ้นมา!” เสียงชายคนนั้นว่า “เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าทิ้งหมกทรายเลยนี่”
“เดี๋ยว...” เสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อนชายคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยชุดสูทสีขาวเป็นเจ้าของเสียงนั้น “เด็กมันไม่รู้อย่าไปว่ามันเลยเดี๋ยวเขาจะหาว่าพวกเราเฮลเกทรังแกเด็ก” ชายคนนั้นว่า
“เฮลเกท...” นิกกี้ทวนชื่อที่ได้ยิน“คนของเฮสประตูนรก...” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ
“ไอ้หนู...นายก็รีบขึ้นมาสักทีสิแอ่งน้ำนั่นฉันจองไว้แล้ว” ชายในชุดสูทสีขาวว่า
แทนหันมองหน้ากับเอ็ดเวิร์ดอีกครั้งหลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจกลับขึ้นจากน้ำ ไม่ใช่เพราะเหตุผลเลิศหรูอะไรทั้งสิ้นที่ทำให้แทนรีบขึ้นมาความคิดง่ายๆ ของเขานั่นล่ะที่ทำให้เขารีบทำตามคำสั่ง...
ถ้าจะฟาดปากกันก็ต้องขึ้นไปก่อนถึงจะเริ่มได้…
สองตัวป่วนของไอเซนเกอร์ขึ้นมาถึงบนฝั่งเรียบร้อยหลังจากนั้นแทนก็สะบัดน้ำที่ติดอยู่กับผมให้กระเด็นใส่กลุ่มคนด้านหน้า...และกลุ่มคน...หน้าด้าน
“เฮ้ย! ไอ้นี่!” ชายคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มพูดอย่างไม่พอใจเมื่อละอองน้ำกระเด็นไปโดนแต่ก็ต้องหยุดชะงักมือสายตาเข้มๆ ของผู้ชายผมทองเจ้าสำอางใช้สายตาดุๆ จ้องออกไป
“ไหนล่ะใบจอง” แทนถามชายผมทองคนที่ว่าเขาไม่ได้กลัวกลุ่มตรงข้ามแม้แต่น้อยและในขณะนั้นเองอายะและทากะก็เตรียมตัวเรียกใช้การ์ดของเขาและเธอแล้วทั้งสองคนไม่พอใจที่มีคนมาว่าแทนแบบนี้...
“อย่าหาเรื่องดีกว่าของอะไรที่ฉันบอกว่าเป็นของฉันมันก็ต้องเป็นของฉัน” ชายในชุดสูทสีขาวว่าคำพูดที่ดูเย่อหยิ่งถูกพูดออกมาแต่ดูเหมือนคนพูดจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของตัวเองเขาพูดมันออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่คิดว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง
“คนอะไรชื่อกาก...กากจากกิลด์ประตูหลัง” แทนพูดยั่วโมโหคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณการ์คครับ นี่มันหยามเฮลเกทแล้วนะครับจะยอมให้มันหยามไม่ได้นะครับ!” ชายที่สวมชุดจอมเวทหันไปบอกคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้
“ฉันเลเวลร้อยยี่สิบแล้วนะไม่ใช่คนที่นายจะมาล้อเล่นด้วย” น้ำเสียงของเจ้าคนในชุดสูทสีขาวเริ่มเจือไปด้วยความไม่พอใจ
แทนเอียงคอมองชายตรงหน้าก่อนจะถามออกไป“เหรอ...ตลกดีนะพวกกระจอกส่วนมากจะชอบประกาศเลเวลของตัวเองนะ...ขี้อวดชะมัด ขี้โม้ก็งี้ล่ะ” เขายังกวนไม่เลิก
“เวรแล้วไหมล่ะ...ดันพูดคำว่าขี้โม้...” ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ทางขวามือขอการ์คพูดขึ้น และทันทีที่สินเสียงนั้นหลังมือของการ์คก็ฟาดเข้าที่หน้าของคนพูดทำให้ร่างนั้นทรุดลงไปนั่งกับพื้น
“คุณการ์ค!” เสียงลูกสมุนเร่งให้หัวหน้าจัดการกับแทน
“ไม่ต้องมาเร่งโว้ย!ข้าจะจัดการฆ่ามันแล้วเอารองเท้าย่ำหน้าให้จมทรายแล้วไปโยนให้สิงโตทะเลทรายคาบไปกินเดี๋ยวนี้แหละ...ไอ้กร๊วก!” ดูเหมือนว่าคำพูดบางคำจะทำให้ชายคนนี้เบรกแตกในทันที
“มาเลยดีกว่า!” แทนตอบกลับพร้อมกับเตรียมใช้เด็คของตัวเองเช่นเดียวกับเพื่อนของเขาที่อยู่ด้านหลังซึ่งรู้อยู่แล้วว่าแทนต้องไม่ยอมพวกนี้แน่ๆไม่ว่าหัวหน้าของพวกนี้จะเป็นใคร
อายะและทากะเตรียมพร้อมอยู่นานแล้วบลานซ์เตรียมออกหน้าในขณะที่นิกกี้ที่ลองคำนวณดูจากคำพูดของตัวลูกน้องแล้วคิดว่าพวกเธอน่าจะจัดการกลุ่มนี้ลงได้หากเลเวลตัวหัวหน้าเป็นเลเวล120 จริง เพราะเลเวลที่วาสสูงกว่าแทนไม่มากนักส่วนตัวลูกน้องน่าจะเลเวลไม่เกินพวกเธอ
นิกกี้เปลี่ยนเด็คมาใช้เด็คที่ใช้สู้กับผู้เล่นด้วยกันส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้นยังไม่ได้สวมเสื้อแต่ก็จัดการเรียกเด็คออกมาเตรียมพร้อมสนับสนุนปาร์ตี้ไปพร้อมๆกับลินที่ดูเหมือนจะไม่ชอบการกระทำของคนกลุ่มนี้ที่ทำกับแทนเอามากๆ
“มาเล้ย! ไอ้กร๊วก!” เสียงชายในชุดสูดตะโกนลั่นด้วยใบหน้าโกรธเกรียว เมื่อสิ้นเสียงนั้นระบบก็ประกาศให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเข้าสู่การต่อสู้
หลังจากนั้น...เสียงเรียกใช้การ์ดและสกิลก็ดังระรัวจากคนทั้งสองฝ่าย...
“ซัมมอน! อีควิป! อีควิป!”
“สปีดบูท! เบรทออฟมิราจ! ไทม์ออฟอินโนว่า!ไลท์แอนด์ดาร์กเนส!”
“เมจิก! ซัมมอน! เมจิก! เมจิก!”
“ชิลด์! ดาเมจลิงค์! นัลลิฟายดาเมจ!”
“เบรส! เมจิก! เมจิก! เมจิก!”
“ความตายไม่จีรังนรกร้องเรียกเหล่าเทวาที่บินเหนือรัตติกาลพลังแห่งบาปจะฉุดผู้ไร้ศรัทธาสู่ก้นบึ้ง...”
“บิท! บิท! บิท! บิท!”
“ดาร์กอาวด์! แบล็กเบิร์ด! อีควิป! เมจิก!อีควิป!”
"อีควิป! อาซากิริ! มุเมียว!"
“เมจิกบูท! เมจิก! เมจิก! เมจิก!”
"อีควิป! ฮินโนโทริ!"
“แมนอีทเตอร์! อีควิป อีควิป!”
“ไอเทม! ไอเทม!”
เสียงเรียกใช้ทั้งการ์ดและสกิลดังลั่นแววตาของแต่ละคนต้องการล้มฝั่งตรงข้าม การ์ดหลากหลายถูกเรียกใช้สกิลนับสิบชนิดถูกเอ่ยชื่อเพื่อให้แสดงผล แต่เมื่อสิ้นเสียงทั้งหลายทั้งมวล...ทุกอย่างก็นิ่งสนิท
ไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัวออกมาไม่มีอุปกรณ์ใดถูกสวมใส่ ไม่มีสกิลอะไรแสดงผล คาถาและไอเทมก็ไม่ทำอะไรให้เกิดขึ้นทั้งสองกลุ่มที่กำลังประจันหน้ากันหันมองซ้ายขวาอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นทำไมเขตที่เป็นพื้นที่สีแดงถึงไม่เกิดการต่อสู้ขึ้นแต่ความสงสัยของแต่ละคนก็ถูกให้ความกระจ่างจากเสียงหนึ่งที่ดังมาจากทางโรงแรมสำหรับนักเดินทาง
เสียงของ Npc ที่เฝ้าที่นี่อยู่…
“ตะโกนให้ปากฉีกก็ใช้การ์ดที่นี่ไม่ได้หรอกที่นี่เป็นเขตสีแดงก็จริงอยู่ แต่ห้ามใช้การ์ดนะ...” เมื่อได้ยิน Npc ชายที่ไว้หนวดเคราพูดขึ้นสองฝ่ายที่กำลังทะเลาะกันก็รู้ทันทีว่าไม่สามารถทำอะไรฝ่ายตรงข้ามได้เพราะการที่ผู้เล่นจะใช้กำลังเข้าใส่ผู้เล่นด้วยกันจะถูกลงโทษไล่ออกจากเกมและห้ามเข้าเกมเป็นเวลาหลายวัน...หรือบางกรณีก็เป็นเดือน
“อ้าว...พอใจกันรึยังถ้าพอใจแล้วก็เข้ามาข้างในสิ มีที่ว่างพอให้พวกนายทุกคนพักถ้าอยากจะราวีกันนักก็ออกไปจากเขตโอเอซิสนี้” เขาพูดพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในโรงแรม