ตอนที่ 46 รดา
พีทจมไปกับความรู้ที่ดีเทอ รามส์ช่วยแนะนำเขาอย่างเต็มที่ ซึ่งพีทต้องรีบเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากดีเทอ รามส์นั้นเป็นแค่ผู้ช่วยที่ระบบส่งมาให้กับเขาเรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขากำลังสนใจอยู่เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้มีชื่อเสียงที่เสียชีวิตไปแล้วจากโลกก่อน ทำให้ระบบไม่อาจพาตัวผู้ช่วยคนนี้เข้ามาในระบบสารบัญผู้ทรงอิทธิพลได้นั่นเอง
พีทใช้เวลาเรียนรู้อยู่ในระบบเกือบทั้งวัน หากแต่เวลาแห่งความเป็นจริง พึ่งจะผ่านไปไม่ถึง 10 นาที
ซึ่งทันทีที่ระบบผู้ช่วยหมดเวลาลง ตัวของดีเทอ รามส์ ที่ได้มาแนะนำก็ได้หายออกไปจากระบบของพีทแล้ว
[คุณดีเทอ รามส์ เป็นคนที่สุดยอดมากเลยครับ ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเป็นต้นแบบให้กับหลายๆ ผลิตภัณฑ์ในโลกเก่าของคุณ] พีทพูดกับสตีเฟ่น จ๊อบส์ หลังจากได้บอกลาดีเทอ รามส์ เป็นที่เรียบร้อย
แน่นอนพีทได้รับคำชมเชยจากดีเทอ รามส์ เกี่ยวกับกล่องใส่ไก่ทอดของเขาเป็นอย่างมาก ถึงแม้หน้าตาของผลิตภัณฑ์จะเป็นกล่องกระดาษที่เรียบง่าย ไม่ได้สวยหรูหรือใช้กระดาษราคาแพง
แต่กระนั้น ดีเทอ รามส์ที่เป็นเหมือนครูใหญ่แห่งวงการนักออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ชื่นชมพีท ที่ยอมเจียดเงินทุนอันน้อยนิดของตัวเอง ใช้กล่องใส่อาหารเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับร้านขายไก่ทอดของเขาได้เป็นอย่างดี
พีทยิ้มอย่างมีความสุข ที่ได้รับคำชมนี้จากครูใหญ่ของวงการ ก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการสัมนาในห้องประชุมต่อไป
‘การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ‘มากคือดีกว่า’ ยิ่งใส่ฟังก์ชันมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สินค้าของเรามีคุณค่ามากขึ้น คนซื้อมองเห็นแล้วต้องตะลึงกับสิ่งที่มันทำได้สารพัด’ เสียงของวิทยากรดังชัดเจนภายในห้องประชุม นักศึกษาหลายคนรีบก้มลงจดตาม ราวกับนี่คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
หากแต่พีทที่พึ่งจะได้เรียนรู้คำสอนจากดีเทอ รามส์ ที่สอนการออกแบบด้วยคำว่า ‘Less, but better’ ‘น้อยแต่มาก’ เขาจึงรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่ภายในใจไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นพีทก็รับฟังคำบรรยายนี้ต่อไปจนครบกำหนดเวลาที่ซึ่ง เป็นเวลาของการพักเที่ยงพอดี
พีทเดินออกจากห้องบรรยายเป็นคนแรก เพราะเขาต้องออกไปเตรียมดูไก่ทอดจากร้านของเขา ที่ตัวของอาจารย์สุดาและอาจารย์หญิงได้จ้างวานให้พีทนำไก่ทอดมาแจกภายในงานนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขา สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าวิทยากรที่เข้าร่วมในวันนี้เป็นอย่างมาก พวกเขามองว่าสิ่งที่พีททำคือการไม่ให้เกียรติกัน พวกเขาควรจะต้องเป็นคนแรกที่พานักศึกษาออกไปทานข้าว
รวมไปถึงพวกเขาควรได้รับเกียรติให้รับประทานอาหารก่อนใคร นี้คือกฎและมารยาทที่วงการธุรกิจนั้นรู้กันเป็นอย่างดีว่า ‘ผู้ใหญ่กินก่อน เด็กกินที่หลัง’ เป็นต้น
เหล่าวิทยากรล้วนเห็นพีทเดินออกไปจากห้องบรรยาย พวกเขามองตามพีทและกดข่มความไม่พอใจที่เกิดขึ้นเอาไว้ในใจ ไม่ได้แสดงสิ่งใดออกมา พลางปั่นหน้ายิ้มให้กับเหล่าคณะครูและนักศึกษาประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี้ถือเป็นความสามารถอีกอย่างหนึ่งของนักธุรกิจพวกนี้ ที่ต้องปั่นหน้าสวมหน้ากากเข้าสังคม ต่อหน้าอาจจะยิ้มแย้ม แต่ลับหลังของพวกเขากลับซ่อนคมมีดที่รอทิ่มแทงอีกฝ่ายเอาไว้เสมอ
“นักศึกษาที่ออกไปคนแรก ชื่ออะไร?” วิทยากรที่ดูจะอาวุโสที่สุดในหมู่วิทยากรในวันนี้ ได้แอบกระซิบถามอาจารย์คนหนึ่งที่เป็นคนเชิญตัวเองมาก
“ชื่อ พีทพล เป็นนักศึกษาจากสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจค่ะ อาจารย์” อาจารย์สาขาวิชาการจัดการได้แอบกระซิบบอกวิทยากรคนนั้น ที่ขนาดอาจารย์สาวก็ยังต้องเรียกขานอีกฝ่ายว่าเป็นอาจารย์ของตัวเองอีกทอดหนึ่ง
วิทยากรอาวุโสคนนั้นไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่แสยะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำหน้าวิทยากรคนอื่นๆ ที่กำลังรั้งรอให้ตัวเอง ก้าวนำออกจากห้องประชุมก่อนเป็นคนแรก
‘นักศึกษาคนนั้น ถูกหมายหัวแล้วสินะ…ช่างน่าสงสารจริงๆ’
วิทยากรคนอื่นๆ ต่างก็อ่านกระแสที่เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น พวกเขาต่างรู้ว่าวิทยากรอาวุโสคนนี้ น่าจะไม่พอใจนักศึกษาที่ไม่รู้จักมารยาทคนนี้เป็นอย่างมาก
แม้พวกเขาจะไม่พอใจเช่นเดียวกัน ที่นักศึกษาคนนั้นไม่รู้จักมารยาททางธุรกิจ แต่ก็อดสงสารอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะการถูกหมายหัวจากวิทยากรอาวุโสคนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการถูกขึ้นบัญชีดำทางธุรกิจเลย
ผู้อาวุโสคนนี้ คือประธานของบริษัท วิคตอรี่จำกัดแห่งประเทศไทย มีธุรกิจในเครืออยู่ในการดูแลราวๆ 5-6 บริษัทในตัวจังหวัดธาราบุรี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทชั้นนำของจังหวัดนี้เลยทีเดียว ‘ประธานวรชัย!’
ทั้งนี้พีทไม่ได้รู้เรื่องเลยกับสิ่งที่เขาทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจในห้องประชุม ซึ่งตั้งแต่พีทออกจากห้องบรรยาย ตัวเขาก็รีบไปดูแลซุ้มไก่ทอดของเขาในทันที โดยเป็นลาเต้และโอม ทั้งสองคนที่ช่วยกันจัดแจงเตรียมไก่ทอดมาจัดในงานนี้
“พีทไก่ทอดวิงค์แซ่บเธอเตรียมมาเพิ่มอีกได้หรือเปล่า? เมื่อกี้ตัวของหัวหน้าคณะได้ชิมไก่ทอดของเธอดูแล้วเกิดถูกใจกับไก่ทอดรสนี้มาก เลยอยากจะสั่งเพิ่มอีกสัก 100 ชิ้น” อาจารย์หญิงเมื่อได้เห็นพีท เธอก็รีบเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับแจ้งเรื่องที่หัวหน้าคณะต้องการจะสั่งไก่ทอดของเขาเพิ่มเติมอีก 100 ชิ้น
“ได้ครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลาเตรียมไก่ประมาณ 15 นาทีครับ” พีทคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว พลางพยักหน้ารับปากว่าตัวเขาสามารถนำไก่มาเพิ่มให้ได้ตามคำขอ
ซึ่งพีทก็ได้สั่งให้ลาเต้และโอม อยู่ดูแลซุ้มนี้แทนเขา ส่วนตัวเขาจะกลับไปเตรียมไก่ที่ร้านและเป็นคนนำมาที่นี่เอง
พีทวิ่งกลับไปยังรถมอเตอร์ไซต์ของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซิ่งมอเตอร์ไซต์จนไม่เหลือคราบนักธุรกิจหนุ่มในตอนเช้าอีกเลย
“พี่หญิงไหนเหรอคะ? นักศึกษาที่พี่อยากให้ฉันทำความรู้จัก” หลังจากพีทบึ่งรถมอเตอร์ไซต์ออกไป ทางด้านของเหล่าวิทยากรก็พลันเดินออกมาจากห้องบรรยาย ซึ่งขณะเดียวกันก็มีนักธุรกิจหญิงสาวสวยคนหนึ่ง เดินเข้ามาหาอาจารย์ที่ปรึกษาของพีท พลางควงแขนเธออย่างสนิทสนม
โดยที่เบื้องหลังของนักธุรกิจสาวคนนี้ มีเหล่าวิทยากรผู้ชายคนอื่นๆ ต่างหมายมั่นอยากที่จะเชิญเธอร่วมโต๊ะอาหารด้วยทั้งนั้น รวมไปถึงประธานวรชัยก็ด้วยเช่นกัน
แน่นอนนักธุรกิจหญิงคนนี้ รู้อยู่แล้วว่าเหล่าวิทยากรที่มาร่วมงานในวันนี้ ต่างพยายามเข้าใกล้และพูดคุยกับเธอมาตั้งแต่เริ่มงานแล้ว
ดังนั้นเธอจึงได้รีบเดินไปหาอาจารย์หญิงที่เป็นรุ่นพี่ของเธอและก็เป็นตัวของอาจารย์หญิงที่เป็นคนเชิญเธอมาในงานบรรยายในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
“รดา! ตกใจหมดเลย…พอดีพี่มีเรื่องวานให้นักศึกษาคนนั้นไปทำ เอาไว้เดี๋ยวเขากลับมาจะเรียกให้ไปพบเธอนะ” อาจารย์หญิงเรียกหานักธุรกิจสาวที่ชื่อว่า ‘รดา’ ด้วยความสนิทสนม
รดา คือนักธุรกิจสาว อายุ 26 ปีเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ‘สยามโนวา กรุป’ ที่เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทย อีกทั้งยังดำเนินงานในธุรกิจต่างประเทศอีกด้วย
รดา มีหน้าตาที่สวยมากพอสมควร มีความสุขุม มั่นใจ เกินวัย ที่แม้แต่นักธุรกิจที่โตกว่าเธอก็ยังต้องประหม่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ และด้วยบุคลิกที่มีทั้งความรู้และรากฐานทางครอบครัว ทำให้มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยอยากที่จะใกล้ชิดกับเธอ อนึ่งเพื่อสานสัมพันธ์กับเธอในเชิงคู่รัก หรือจะเพื่อเข้าหาใกล้ชิด เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ทั้งนี้ตัวของประธานวรชัย ที่เป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ในจังหวัดธาราบุรีก็อยากที่จะเข้าหารดา เพื่อที่จะแนะนำลูกชายของตัวเองให้กับรดาได้รู้จักเช่นเดียวกัน
ประธานวรชัยนั้นอยากที่จะให้ลูกชายของตัวเอง ที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกับรดา ได้คบหาดูใจกัน ทั้งหมดก็เพื่อที่จะยกระดับฐานะและบริษัทของตัวเองให้เติบโตมากขึ้นกว่านี้
แม้ประธานวรชัยจะมีอิทธิพลในตัวจังหวัดธาราบุรีอยู่มากพอสมควร แต่กระนั้นมันก็เทียบไม่ได้เลยกลับตระกูลของรดา ที่เป็นเจ้าของ สยามโนวากรุ๊ป ที่ตอนนี้ได้รุกคืบไปยังตลาดต่างประเทศแล้ว
“หนูรดา โต๊ะของลุงยังว่างอยู่ มาร่วมโต๊ะด้วยกันไหม?” ประธานวรชัยกล่าวเชิญ พลางยกเก้าอี้ที่ว่างอยู่ให้กับรดาด้วยตัวเอง โดยโต๊ะนี้ก็มีวิทยากรคนอื่นๆ ที่อยากจะเข้าหาประธานวรชัย จ้องกันตาเป็นมันด้วยเช่นกัน
แต่ทว่าประธานวรชัย กลับไม่สนใจนักธุรกิจตัวเล็กๆ แบบนั้น เพราะตัวเขาเองก็หมายตาที่จะตกปลาใหญ่อย่าง รดา อยู่นั่นเอง
“ขอบคุณค่ะ คุณลุง ที่ให้เกียรติ…แต่หนูตกลงที่จะไปนั่งกับรุ่นพี่ของหนูแล้ว หวังว่าคุณลุงจะไม่ว่าอะไรนะคะ” คำพูดของรดา แม้จะตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่สุภาพและดูนิ่มนวล
แต่ในมุมของประธานวรชัย ที่ผ่านแวดวงธุรกิจมาอย่างโชกโชนมีหรือจะไม่เข้าใจ…นี้คือการปฏิเสธตรงๆ อีกทั้งยังแฝงความหมายอีกนัยหนึ่งว่า ต่อให้คุณจะไม่พอใจที่ฉันทำแบบนี้ นั้นมันก็เป็นเรื่องของคุณ อย่าได้มายุ่งกับฉัน!
รดาได้เดินควงแขนไปกับอาจารย์หญิงเสมือนไม่มีอะไร ทั้งๆ ที่คำพูดของเธอพึ่งจะตอกหน้าประธานวรชัยจนนิ่งค้างไปสักพักหนึ่งเลย
แต่กระนั้นเสือเฒ่าอย่างประธานวรชัย ไม่มีทางจะมาตกม้าตายเพราะคำปฏิเสธเพียงแค่ครั้งเดียวอยู่แล้ว ในฐานะที่วันนี้ตัวเองถูกเรียนเชิญมาในตำแหน่งผู้อาวุโส รีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนขึ้นชูแก้ว เพื่ออนุญาตให้ทุกคนร่วมรับประทานอาหารได้
“ขอให้นักศึกษาและคณะอาจารย์ ทานอาหารให้อร่อย…ทุกคนเชิญรับประทานได้” ประธานวรชัยยิ้มร่า ก่อนจะผายมือเชิญทุกคนรับประทานอาหาร โดยข้างกายก็เริ่มมีเหล่านักธุรกิจที่อยากจะเข้าหาตัวเองในตอนแรก มาคอยเอาอกเอาใจ
‘ท่านประธาน ไก่ทอดพวกนี้อร่อยมากเลยครับ ไม่ทราบได้ทานหรือยัง ลองชิมดูครับ’
วิทยากรที่สอนเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้เปิดกล่องใส่ไก่ทอดและยื่นให้กับประธานวรชัยได้ลองชิม
‘อืม รสชาติดีใช้ได้เลย เป็นของเจ้าไหนเหรอ ไม่เคยได้ยินชื่อเลย?’ ประธานวรชัยมองดูผลิตภัณฑ์จากร้านขายไก่ทอด ก่อนจะเห็นถึงชื่อร้านที่ดูไม่คุ้นหูมาก่อน
‘ร้าน Chicky CPF เห็นว่ากำลังดังมากในอินเทอร์เน็ต เคยไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับรายการ WeAreOne ด้วยครับ ท่านประธานคงรู้จักรายการนี้ใช่ไหมครับ?’ นักธุรกิจคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสนั่งโต๊ะเดียวกับประธานวรชัยได้บอกเล่าถึงกระแสในโลกอินเทอร์เน็ตให้กับนักธุรกิจคนอื่นๆ ได้รับรู้
แต่กระนั้นทางด้านของประธานวรชัยกลับส่ายหน้าเล็กน้อย “รายการ WeAreOne ก็แค่รายการของเด็กวัยรุ่นที่นึกสนุกมาถ่ายวิดีโอก็แค่นั้นเอง จะไปสร้างกระแสอะไรได้” ประธานวรชัยได้สบประมาทถึงรายการที่กำลังโด่งดังในอินเทอร์เน็ตและมองว่ากระแสที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงภาพมายา ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในแวดวงธุรกิจได้จริงๆ
ทั้งนี้นี่เป็นเพียงความคิดของท่านประธานวรชัยที่คิดแบบนั้น แต่ทว่าไม่ใช่กลับ นักธุรกิจสาวอย่างรดา
นักธุรกิจเก่ามีส่วนมากที่คิดแบบเดียวกับประธานวรชัย เพราะพวกเขาล้วนคุ้นชินกับการทำการตลาดผ่านสื่ออย่างโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์และการโฆษณา
อินเทอร์เน็ตพึ่งจะเข้ามาเป็นสื่อหลักอีกประเภทหนึ่ง เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะมองว่า กระแสในอินเทอร์เน็ตนั้นจะเป็นกระแสที่ใช้งานไม่ได้จริง
หากแต่รดา เธอเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ อีกทั้งยังได้ออกไปร่ำเรียนปริญญาโทที่ต่างประเทศ จึงมีแนวคิดที่เปิดกว้าง เธอให้ความสนใจกับโลกอินเทอร์เน็ตมากและวางมันเป็นสื่อหลักของการทำการตลาดให้กับบริษัทของเธอ มากกว่าทุ่มเงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อโฆษณาบนโทรทัศน์
รดาได้ยินสิ่งที่ประธานวรชัยพูดกับนักธุรกิจคนอื่นๆ ก็ได้แต่อมยิ้มไม่ได้พูดอะไร แต่ทว่าที่ทำให้เธอให้ความสนใจได้มากที่สุดในวันนี้ เห็นจะเป็นไก่ทอด Chicky CPF!
เธอได้ยินและเคยได้ดูรายการ WeAreOne มาบ้าง แม้จะไม่ได้ติดตามดูทุกตอน แต่ในช่วงปีใหม่ที่เธอเว้นว่างจากการทำงานเธอก็พลันได้มีโอกาสได้ดูและได้ศึกษาแนวทางการทำรายการจากช่องดังกล่าวมาบ้าง
และตั้งใจที่จะเข้าไปสนับสนุนรายการ เพื่อที่จะโฆษณาสินค้าจากบริษัทที่เธอดูแลอยู่กับรายการนี้ที่กำลังโด่งดังในโลกอินเทอร์เน็ตนั่นเอง
“อร่อยใช่ไหม? นี้เป็นไก่ทอดจากร้านของนักศึกษาของพี่เอง” อาจารย์หญิงเอ่ยถาม เมื่อเห็นรดา ที่เป็นรุ่นน้องสมัยเรียนของเธอ กำลังกัดกินไก่ทอดอย่างออกรส
“ร้านไก่ทอดของนักศึกษา? ใช่คนเดียวกับที่พี่จะแนะนำให้หนูรู้จักใช่ไหมคะ” รดาได้ถามคำถามเดิมกับในตอนแรก หากแต่ครั้งนี้ที่เธอถาม เธอต้องการคำตอบจากอาจารย์หญิงจริงๆ เธอถามด้วยความสนใจ ซึ่งมันก็ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาของพีทฉีกยิ้มกว้าง ดูเหมือนเธอจะตกปลาใหญ่ให้กับพีทได้สำเร็จแล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy