ภายในโลกของจิตวิญญาณอูหลินเฟิง วิญญาณของสัตว์อสูรทั้งสามที่อูหลินเฟิงเคยดูดกลืนดวงจิตวิญญาณ พวกมันถูกทำให้หลอมรวมกับแก่นวิญญาณของอูหลินเฟิง เมื่อพบว่ากำลังมีสิ่งแปลกปลอมกำลังพยายามเข้าใกล้แก่นวิญญาณจึงออกมาปกป้องแก่นวิญญาณอันเป็นที่อยู่ของพวกมัน สัตว์ทั้งสามออกมาเผชิญหน้ากับปรสิต ดวงวิญญารณอันแข็งแกร่งของสัตว์อสูรสายเลือดโบราณไม่ยอมให้ปรสิตเข้ามาใกล้โดยง่าย เสียงของกระบี่เหนือสวรรค์ก็ดังขึ้นมาภายในจิตวิญญาณของอูหลินเฟิง
'ปรสิตคุมวิญญาณของตระกูลเคย์คะอิน? เจ้านั่นถึงกับกล้าใช้วิชาต้องห้ามของหอคอยวิญญาณเลยงั้นเหรอ' กระบี่เหนือสวรรค์ที่เห็นเหตุการณ์กล่าวออกมาด้วยความโมโห คนของตระกูลเคย์คะอินถึงกลับกล้าที่จะใช้ปรสิตสายมารแบบนี้
' วิชาต้องห้าม?? ข้านึกว่าปรสิตนี้เป็นวิชาประจำตระกูลซะอีก’ อูหลินเฟิงถาม เพราะที่เนี่ยหลุนบอกก็บอกเพียงแค่ตระกูลเคย์คะอินถนัดวิชาควบคุมวิญญาณ เลยนึกว่าปรสิตนี้คือวิชาประจำตระกูลเคย์คะอิน
‘วิชาคุมวิญญาณของตระกูลเคย์คะอิน คือการใช้พลังวิญญาณของตนเองแทรกแซงวิญญาณของเป้าหมาย แต่ปรสิตนี่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เจ้าเห็นก็คือปรสิตคุมวิญญาณ มันคือปรสิตที่ถูกสร้างขึ้นจากการเตาหลอมวิญญาณใช้ดวงวิญญาณมากกว่าสิบดวงเพื่อสร้างปรสิตขึ้นมาหนึ่งตัว และ ใช้ดวงวิญญาณมากกว่าร้อยดวงในการสร้างนางพญาหนึ่งตัว
นางพญาปรสิตมีความสามารถในการควบคุมวิญญาณของ ผู้ที่โดนปรสิตคุมวิญญาณฝังไว้ ส่วนปรสิตคุมวิญญาณมีความสามารถในการควบคุมวิญญาณของเป้าหมาย และ ยังมีความสามารถในการดูดกลืนพลังวิญญาณของเป้าหมายจนกว่าพลังวิญญาณของเป้าหมายและดวงวิญญาณสลายไป จากนั้นวิญญาณของปรสิตกุมวิญญาณจะกลับไปหาร่างของนางพญาปรสิต มันจะนำพลังวิญญาณที่กินมามอบให้แก่ นางพญา และร่างกายของผู้ที่มีนางพญา 'กระบี่เหนือสวรรค์กล่าว
' เป็นวิธีการฝึกพลังวิญญาณสายมารสินะ’ วิธีการที่ใช้ชีวิตของผู้อื่นมาเพื่อพลังของตนถือเป็นการฝึกสายมาร คล้ายกับการฝึกวิชาครองสวรรค์ของมารสวรรค์ แต่วิชาพวกนี้สุดท้ายแล้วจะมีข้อเสียที่ตามมาก
' ถูกต้อง เป็นหนึ่งในวิชาสายมารที่ตระกูลเคย์คะอินเคยค้นพบและถูกผนึกไว้ มีกฎว่าห้ามผู้ใดสร้างปรสิตคุมวิญญาณออกมา’กระบี่เหนือสวรรค์กล่าว
'ท่านมีวิธีแนะนำในการจัดการหรือไม่'อูหลินเฟิงถาม ในเมื่อกระบี่เหนือสวรรค์รู้จักมันดีขนาดนี้ ย่อมต้องมีทางแก้ไขอย่างแน่นอน
‘เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับเจ้าเมืองวิญญาณแบบเปิดเผยหรือว่าจะคอยหลอกพวกมัน’ กระบี่เหนือสวรรค์ถาม แต่ดูจากความทรงจำที่เคยได้อ่านของอูหลินเฟิงไม่มีทางที่อูหลินเฟิงจะต่อสู้กับเจ้าเมืองวิญญาณตรงๆ จนกว่าเขาจะมั่นใจว่าจะชนะ
‘ย่อมต้องเป็นอย่างหลัง ถ้าเกิดว่า เจ้าเมืองวิญญาณคิดว่าข้าโดนปรสิตคุมวิญญาณ เขาจะระวังข้าน้อยลง ง่ายกว่าการที่ข้าตั้งตนเป็นศัตรูกับเขา และอาจจะสามารถหาทางเล่นงานเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวก็ได้’ อูหลินเฟิงยินยอมที่จะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าตนเองโดนควบคุมดีกว่าแสดงความเก่งกาจแบบโง่เขลา
' ถ้าอย่างนั้นก็แบ่งพลังวิญญาณของตนเอง สร้างเป็นแก่นวิญญาณปลอม จากนั้นก็หลอกล่อให้ปรสิตควบคุมแก่นวิญญาณปลอมเท่านี้นางพญาปรสิตที่อยู่ภายในตัวของเจ้าเมืองวิญญาณก็จะคิดว่าเจ้าถูกควบคุมแล้ว'กระบี่เหนือสวรรค์กล่าวแนะนำ
เมื่อได้ยินคำแนะนำของกระบี่เหนือสวรรค์อูหลินเฟิงได้สร้างแก่นวิญญาณปลอมขึ้นมา จากนั้นคอยให้วิญญาณสัตว์อสูรโบราณทั้งสาม ปกป้องแก่นวิญญาณของจริงเพื่อป้องกันความผิดพลาด และส่งแก่นวิญญาณประกอบที่มีพลังวิญญาณมากมายหลอกล่อให้ปรสิตคุมวิญญาณเข้าไปใกล้
เมื่อปรสิตคุมวิญญาณเห็นแก่นวิญญาณปลอมก็ได้ตรงเข้าไปเกาะทันที จากนั้นตัวของมันก็ส่องสว่างและผนึกร่างกายของตนเองเป็นหนึ่งเดียวกับแก่นวิญญาณปลอม
‘จากนั้นใช้ยันต์แปดรูปแบบ รูปแบบยันต์ผนึก ใช้ยันต์สายผนึกคอยปิดผนึกสติรับรู้ของมัน ในตอนที่เจ้าไม่อยากให้มันรับรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร’ กระบี่เหนือสวรรค์กล่าวแนะนำ เพราะว่าปรสิตคุมวิญญาณจะสามารถส่งสัญญาณพูดคุยกับนางพญาปรสิตได้ตลอดเวลา หากไม่ทำแบบนี้หลังจากนี้ไม่ว่าอูหลินเฟิงต้องการทำอะไร เคย์คะอินชินจิจะสามารถรับรู้ทุกๆ การเคลื่อนไหวและทุกๆ บทสนทนาของอูหลินเฟิงได้ทันที อูหลินเฟิงที่ได้ยินคำแนะนำก็ได้สร้างยันต์วิญญาณแปดรูปแบบสายผนึกไว้รอบตัวของปรสิตทันที แต่ว่ายังไม่ได้ปิดผนึกมันลงไปทำเพียงแค่สร้างยันต์เตรียมไว้เท่านั้น
‘เพราะแบบนี้สินะ เจ้านั่นถึงสามารถส่งคนไปที่เสาคงสภาพเขตแดนได้อย่างรวดเร็ว’ อูหลินเฟิงคิด หมายความว่าภายในคนที่มุ่งดูเขาตอนนั้นจะต้องมีคนที่โดนปรสิตคุมวิญญาณฝั่งไว้เหมือนกับเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน และยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นกงซุนจ้าว
โลกภายนอกใบหน้าของเจ้าเมืองวิญญาณ เคย์คะอินชินจิยกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อนางพญาปรสิตส่งสัญญาณบอกว่าปรสิตคุมวิญญาณเข้าสู่แก่นวิญญาณของอูหลินเฟิงได้โดยสมบูรณ์แล้ว
“โอ๊ย!” อูหลินเฟิงจับไปที่หน้าอกของตนเองทำท่าทางราวกับกำลังเจ็บปวดทรมาน
“หลินเฟิงเป็นอะไรไป!!” ลุคเองที่ใช้แก่นวิญญาณหลักเดียวกันกับอูหลินเฟิงย่อมต้องรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในโลกแห่งจิตใจ แกล้งทำเป็นร้องออกมาด้วยความเป็นห่วง
“มีบางอย่างกำลังควบคุมแก่นของจิตใจข้า ท่านเจ้าเมืองหรือว่าท่าน?? เพราะเหตุใดกัน??” อูหลินเฟิงหันไปมอง เคย์คะอินชินจิอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่จำเป็นต้องห่วง ขอเพียงแค่เจ้าอยู่ภายในเมืองแห่งนี้และขอให้ทำตามคำสั่งของข้า ตัวของเจ้าก็จะยังคงสามารถมีชีวิตต่อไปภายในเมืองวิญญาณแห่งนี้ แต่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เจ้าขัดคำสั่งหรือกลายเป็นภัยต่อเมืองวิญญาณ สิ่งที่จะเกิดกับเจ้าก็คือ…” เคย์คะอินชินจิไม่ตอบแต่ทำมือเหมือนกับกำลังกุมอะไรบางอย่างจากนั้นก็ค่อยๆ บีบมือเข้าหากัน
อูหลินเฟิงสามารถสัมผัสได้ว่าแก่นวิญญาณปลอมกำลังถูกปรสิตบีบรัดจนเกิดความเสียหาย อูหลินเฟิงจึงแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา “อ๊ากกก” พร้อมกับร้องออกมาราวกับเจ็บปวดทรมาน
“หลินเฟิง!! ทำไมท่านถึงทำอย่างนี้” ลุคหันไปตะโกนใส่ เคย์คะอินชินจิ
“เพราะเหตุใดกัน ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับท่านอยู่แล้ว หรือว่าจริงๆ แล้ว หวังชุน เรย์อินมาโกะ เรย์อินมาก จะโดนท่านสังหารไปแล้ว” อูหลินเฟิงถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ทันทีที่ถามหาทั้งสามคนท่าทีของเจ้าเมืองวิญญาณก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และยังทำชาให้เขาดื่มทันที มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสามคนอาจจะไม่ได้อยู่ภายในเขตของตระกูลของตนเอง เหมือนกับที่เคย์คะอินชินจิบอกมาก็ได้
“ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเจ้า จงจำไว้อย่าได้ก่อเรื่องภายในเมืองวิญญาณแห่งนี้เด็ดขาด เมื่อใดที่เจ้าทำข้าจะรู้ ตอนนี้เจ้าไปได้ ไว้เมื่อไหร่ที่ข้าต้องการใช้งานเจ้า เจ้าจะรู้เอง” เมื่อหมดธุระกลับอูหลินเฟิง เคย์คะอินชินจิก็ไล่เขาไปทันที
ในระหว่างที่อูหลินเฟิงกำลังแกล้งทำเป็นเจ็บปวดทรมาน อูหลินเฟิงได้แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งของตนเองไปยังยันต์ที่ได้มอบไว้ให้แมวสองหาง พบว่าตอนนี้แมวสองหางกำลังถูกขังอยู่ในห้องขังที่ไหนสักแห่งภายในคฤหาสน์ตระกูลเคย์คะอิน สิ่งที่อูหลินเฟิงเห็นก็คือห้องลับกรงกระบอก ที่มีห้องขังหลายห้องเลี้ยงกันหลายชั้นหลายแถว มีดวงวิญญาณมากมายถูกขังไว้ภายในและแมวสองหางก็ยังอยู่ในนั้น และตรงกลางของห้องลับทรงกระบอกมีเตาหลอมขนาดยักษ์ตั้งอยู่ไว้ตรงกลางของห้อง
‘หรือว่านั่นคือเตาหลอมที่ใช้สร้างปรสิต ดูวิญญาณมากมายภายในนั้นคือวัตถุดิบในการสร้างปรสิตงั้นเหรอ??’ อูหลินเฟิงคิด
จากนั้นพยายามใช้ยันต์ของตนเองสำรวจรอบๆ จึงพบว่าภายในดวงวิญญาณมากมายที่กำลังถูกขังมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่เขาดูคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง
‘หวังชุน!!’ ในที่สุดอูหลินเฟิงก็พบเข้ากับดวงวิญญาณที่ตนเองตามหา แต่เมื่อมองไปกลับไม่เห็นดวงวิญญาณของเรย์อินมาโกะและเรย์อินมากิ มีเพียงแค่หวังชุนเท่านั้น น่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังไม่อาจช่วยหวังชุนได้ ทำได้เพียงแสดงละครว่าตนเองถูกควบคุมอยู่เท่านั้น
อูหลินเฟิงจ้องมองไป เคย์คะอินชินจิ จากนั้นก็แสดงท่าทีเหมือนไม่ยินยอม ทำท่าทีคารวะอีกฝ่ายแบบไม่เต็มใจ “ข้าน้อยขอตัว” เมื่อพูดจบก็ทำท่าทีเหมือนยอมจากไปโดยง่าย
“เดี๋ยวสิ จะไปแบบนี้เนี่ยนะ” ลุคเองก็พยายามทักท้วงออกมา
“อย่าทำให้ท่านเจ้าเมืองโมโห” อูหลินเฟิงหันไปกล่าวกลับลุค
เคย์คะอินชินจิที่ได้ยินคำพูดของอูหลินเฟิงก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ “ถือว่าเจ้าเป็นคนหนุ่มที่เข้าใจอะไรง่ายดี เท่านี้ก็ไปได้แล้ว”
“ขอรับ” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นก็เดินนำลุคออกมาจากตระกูล
เมื่อทั้งสองคนจากไปพ่อบ้านจ้าวก็ได้เดินเข้าไปหา เคย์คะอินชินจิ จากนั้นก็ถามอย่างนอบน้อมว่า “จะดีหรือขอรับที่ปล่อยพวกนั้นไป แล้วก็ไม่ได้ใส่ปรสิตไว้ในดวงวิญญาณของอีกคนด้วย”
“ไม่จำเป็น ดวงวิญญาณของอีกคนมีพลังวิญญาณต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ย่อมไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนอูหลินเฟิงผู้นั้นแม้ว่าจะมีพลังวิญญาณมหาศาลแต่ตอนนี้โดนปรสิตคุมวิญญาณ เกาะไว้ที่แก่นวิญญาณ ไม่ว่าเขาคิดจะทำอะไรข้าสามารถรับรู้ได้ทันที หากข้าเห็นว่าเขาเป็นภัยก็จะนำวิญญาณของเขาไปสกัดเป็นเครื่องสังเวยให้กับเตาหลอมวิญญาณ” เคย์คะอินชินจิกล่าว
“แล้วแมวสองหางจะทำยังไงกับมันดีขอรับ” พ่อบ้านจ้าวถาม
“แมวสองหางตัวนั้นถือว่าเป็นสัตว์อสูรที่น่าสนใจนัก ปรสิตกลืนวิญญาณไม่อาจควบคุมแก่นวิญญาณของมันได้ และเพราะว่ามันมีกายเนื้อ ทำให้เตาหลอมวิญญาณก็ไม่อาจหลอมมันได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้วิธีดั้งเดิมของตระกูลเคย์คะอิน ใช้พลังวิญญาณค่อยๆ ทำให้มันเชื่อง จากนั้นเปลวเพลิงของมันก็จะกลายเป็นของข้า เปลวเพลิงที่สามารถเผาวัตถุวิญญาณได้ จะต้องสามารถทำลายเขตแดนของตระกูลเนี่ยได้อย่างแน่นอน” เคย์คะอินชินจิมองไปยังทิศทางของหอคอยขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าของเมืองวิญญาณแห่งนี้
“รอข้าก่อนเถอะ เนี่ยอันหลิง สุดท้ายแล้วทั้งเจ้าและหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ดวงนั้นจะต้องกลายเป็นของข้า” เคย์คะอินชินจิกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับจิบชาอย่างสบายใจ
…
…
จบตอน