The last hunter

    บทที่41 หาไม่เจอ(แก้คำผิดแล้ว)

    บทที่41หาไม่เจอ(แก้คำผิดแล้ว)

     

    “หืมเส้นผมเปลี่ยนไป”ชินหมิงที่พึ่งสังเกตระหว่างเดินออกมาจากถ้ำก็พบว่าเส้นผมของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากเขาพบว่าที่เส้นผมกลายเป็นสีเทาแทนที่จะเป็นสีดำแล้วแต่เมื่อเป็นเส้นผมเป็นสีแดงมันกับกลายเป็นสีแดงฉานเข้มขึ้น และสีทองก็ยังเหมือนเดิมชินหมิงพยักหน้าพอใจก่อนที่จะเดินกลับมายังพื้นที่ของวิหารแห่งพระเจ้าในสภาพปกติไร้บาดแผล“ใช้เวลาเกือบสองวันกว่าจะจัดการหมดให้ตายซิ”

     

    เมื่อเขามาถึงยังวิหารแห่งพระเจ้าเหล่าคนภายในนั้นทั้งหมดต่างประสานมือคำนับเขาชินหมิงยิ้มและสั่งสอนคนเหล่านั้นเล็กน้อยพวกเขาต่างยินดีอย่างมากที่นักบวชชั้นสูง และนักบวชที่หลายคนชื่นชมอย่างชินหมิงมากสั่งสอนพวกเขา

     

    ชินหมิงกลับมายังวิหารหลักก็มุ่งหน้ามาถึงห้องโถงเขามองไปรอบๆไม่เห็นใครก็เลยเดินเข้ามาหาเหล่าผู้อาวุโสทันทีบุตรแห่งพระเจ้าและเหล่าผู้อาวุโสต่างจ้องมองมาที่ชินหมิงพร้อมกันเพราะเขากลับมาเร็วที่สุดและยังมาเป็นคนแรกด้วย

     

    “ข้าต้องรอหรือ”ชินหมิงกล่าวถามออกมาพวกเขาทั้งหมดพยักหน้าตอบชินหมิงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายและลอยขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ของเขาระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดบางอย่างและหันไปถามไป๋เทียนดู“อาจารย์ข้าว่าหลังจากเรื่องวุ่นวายจบแล้วละไปหาสหายเสียหน่อยและข้าคิดว่าจะสร้างศาสตราวุธไปให้กับเขา วิหารของเรามีช่างหลอมศาสตราวุธหรือไม่เพราะของที่จะทำมันค่อยข้างยากมากๆ”

     

    “มีเขาอยู่ที่หุบเขาหลังวิหารหากเจ้าต้องการข้าสามารถพาไปได้”ไป๋เทียนประหลาดใจและกล่าวตอบทันทีชินหมิงพยักหน้ารับพร้อมกับหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่เป็นวงกลม“จริงซิอาจารย์ ข้าสงสัยบางอย่างตั้งแต่เมื่อมาถึงแล้วเหตุใดจึงมีคนที่มีอำนาจแห่งความมืดมิดเข้ามาอยู่ภายในห้องโถงนี้ทั้งที่พวกท่านจะต้องสังหารเขาไปตั้งแต่ลอบเข้ามาแล้วละ”

     

    “หืม”คำกล่าวของชินหมิงทำให้ทุกคนสับสนและปลดปล่อยประสาทสัมผัสออกไปแต่พวกเขากับไม่พบเจอใครเลยแม้แต่น้อย ชินหมิงถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับชี้ไปที่จ้าวแห่งวิหาร พวกเขาหันมองตามจ้าวแห่งวิหารหมุนตัวสร้างดาบแสงฟันเข้าไปด้านหลังทันที ชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาทำให้ทุกคนตกตะลึง“ซ่อนเก่งดีน่าเสียดายเจอคนอย่างข้า”

     

    “สังหารไปเถอะจับไปก็ไม่มีประโยชน์มันไม่ตอบหรอก”ชินหมิงกล่าวออกาตอบความคิดของคนอื่นๆพริบตาชินหมิงก็จับมันได้พร้อมกับจ้องมองเข้าไปภายในแววตา“เพราะคนที่อยู่ด้านหน้าพวกท่านมันเป็นแค่ซากศพหุ่นเชิด”

     

    “สัมผัสของข้าระบุว่ามันมาจากวิหารแห่งความตาย”ชินหมิงกล่าวออกมาพร้อมโยนร่างกายของมันทิ้งหลังจากทำลายการเชื่อมต่อแล้วพวกเขาทั้งหมดจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นความตกตะลึงเพราะชินหมิงนั้นมีประสานสัมผัสที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก“น่าเสียดายข้าหาตัวตนของมันไม่พบ พบเพียงแต่ผู้ใช้ทักษะนี้เป็นใครเท่านั้น”

     

    “ผู้เชิดความตาย”ชินหมิงกล่าวขึ้นพวกเขาก็รีบตรวจสอบทันทีและพบมันให้หมายสังหารที่จะระบุตัวตนที่ชั่วร้ายและพวกเขาจะต้องล่าสังหารพวกมันชินหมิงกลับมานั่งที่เก้าอี้และถอนหายใจออกมา“เมื่อไหร่พวกเขาจะมา ข้าเบื่อแล้วข้าไปฝึกฝนรอแล้วกัน”

     

    หลายวันต่อมา

     

    “เหตุใดเจ้าจึงมาช้านักข้าได้ยินว่าเจ้าแข็งแกร่งมากแต่กับมาช้าที่สุดหรือ”เสียงดังขึ้นระหว่างที่ชินหมิงเดินเข้ามาภายในห้องโถงพวกเขาทั้งสี่รอชินหมิงมาแล้วครึ่งวันแต่ชินหมิงที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะคนที่กล่าวคือชายผู้ใช้หอกสวรรค์“ข้าว่าพวกเจ้าเข้าใจอันใดผิดไปแล้วละ”

     

    “ถูกของนักบวชเพลิงตะวันแล้วเข้ากลับมาก่อนพวกเจ้าถึงสิบสองวัน ใช้เวลาเพียงสองวันทำภารกิจที่ยากที่สุดแต่พวกเจ้ากับใช้เวลาสิบสองวันในการทำภารกิจที่อ่อนแอกว่า”เสียงของจ้าววิหารดังขึ้นทำให้ทุกภายในห้องตกตะลึงชินหมิงเดินเข้ามาร่วมกับทั้งสี่คนและโบกมือให้เหล่าศิษย์ที่น่ารักเล็กน้อย“เอาละได้เวลายืนยันภารกิจ นำหัวของอสูรที่พวกเจ้าสังหารออกมา”

     

    “เหตุใดเจ้าจึงนำมันออกมาช้านัก”ทั้งสี่นำหัวของอสูรที่สังหารออกมาทันทีพวกเขาทำได้ไม่เลวเลย ชินหมิงที่ยืนนิ่งอยู่ก็จ้องมองไปที่ของภายในถุงมิติจนทุกคนหันมาจ้องมองที่เขาชายคนเดิมที่กล่าวดูถูกชินหมิงกล่าวถามออกมาทันที“หืม ข้ากำลังหาหัวของมันอยู่ข้าสังหารไปเยอะมากจนไม่รู้ว่าเก็บหัวของมันไว้ที่ไหน งั้นข้าเอาออกมาทั้งหมดเลยแล้วกัน”

     

    ชินหมิงกล่าวตอบก่อนที่จะหยิบถุงมิติที่เอวออกมาและถุงซากศพมากมายมหาศาลออกมาอสูรระดับหกจำนวนมากปรากฏขึ้นต่อหน้าของทุกคนพวกเขาจ้องมองไปที่ซากศพด้วยความตกตะลึง ชินหมิงเดินค้นหาหัวที่ต้องการก่อนที่จะหยิบออกมา

     

    “ไม่หัวนี้อสูรระดับหกขั้นกลางอันนี้ก็ไม่ใช่ อันนี้หรือเป้า ไม่เจ้าหมาป่าระดับหกขั้นสูง ข้าเจอแล้วหัวนี้”ชินหมิงที่หยิบโน้นนี้ก็บ่นออกมาเบาๆและคำบ่นของเขาเข้าหูของทุกคนที่อยู่รอบๆก่อนที่จะเจอหัวที่ต้องการและหยิบขึ้นมา“ราชันย์แห่งเขี้ยว อสูรระดับหกขั้นต่ำ”

     

    “…..”พวกเขาราวกับไร้คำกล่าวเพราะชินหมิงนั้นได้รับภารกิจให้ล่าอสูรระดับหกมาก็จริงแต่ไม่คิดว่าเขาจะล่าอสูรระดับหกทุกระดับชั้นต่ำกลางสูงมากันครบ ชินหมิงเอียงคอสับสน“พวกเจ้าเป็นอันใดกันเหตุใดเงียบนักละ”

     

    “เอาละการทดสอบรอบแรกจบแล้วละต่อไปเป็นการทดสอบครั้งที่สอง คือการรับสายโลหิตแห่งเทพผู้ได้รับการทดสอบรอบต่อไปคนแรก นักบวชเพลิงตะวัน”เสียงของจ้าววิหารดังขึ้นทุกคนต่างประสานมือคำนับชินหมิงโบกมือเก็บซากศพทั้งหมดเข้าไปภายในถุงมิติและบิดร่างกายเล็กน้อย“ข้าอยากสู้กับเจ้า”

     

    “ได้ซิ”หอกสวรรค์กล่าวออกมาทันทีเขาเดินเข้ามายืนขวางทางเดินกลับของชินหมิงและชินหมิงก็ตอบรับเบาๆหอกพุ่งเข้าใส่ชินหมิงด้วยความเร็วสูงแต่กับถูกจับเอาไว้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดายทุกคนตกตะลึงอย่างมาก ชินหมิงยกมือขึ้นและเคาะไปที่หัวของอีกฝ่ายเบาๆ“การเคลื่อนไหวเสียเปล่าเยอะมากเจ้าจะเป็นตัวแทนของจ้าววิหาร เป็นจ้าววิหารน้อยได้จริงๆหรือ”

     

    “บังอาจ”หอกสวรรค์คำรามออกมาด้วยความโกรธและกระโดดถอยหลังออกไปตั้งท่าเตรียมเข้าโจมตีชินหมิงทันทีไอสวรรค์และอำนาจแห่งแสงสว่างปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าใส่ชินหมิงด้วยความเร็วสูงกางเขงแห่งสวรรค์ปรากฏขึ้นรับการโจมตีทั้งหมดไปอย่างเต็มกำลัง ก่อนที่จะหยุดลง หอกสวรรค์หอบหายใจอย่างทรมานก่อนที่จะพริบตาโลหิตจะระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาและล้มลงแน่นิ่งไป“นายน้อย”

     

    “นี้โอสถให้เขาดื่มไม่นานก็ได้สติ”ชินหมิงกล่าวและยื่นขวดโอสถให้ข้ารับใช้ที่มาตรวจสอบร่างกายของนายน้อยพวกเขาก็ไม่กล้ารับเอาไว้ชินหมิงถอนหายใจออกมาเบาๆ“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเหตุใดพวกเจ้าจึงมอบข้าร้ายนักเพราะข้าเพียงแต่ปกป้องตนเองเท่านั้น สุดท้ายเขาก็บาดเจ็บเพราะตนเอง รับไปเถอะ”

     

    “ขอบคุณขอรับ”ชินหมิงกล่าวเสร็จข้ารับใช้ก็รับไปและเทโอสถให้หอกสวรรค์ดื่มไม่นานสภาพร่างกายของเขาก็กลับมาเป็นปกติชินหมิงยิ้มและเดินจากไปทันที เสียงของชินหมิงดังขึ้นถึงมันจะไม่ดังมากแต่ทุกคนคงจะได้ยินมันแน่นอนพวกเขาหันไปรับฟังคำกล่าวของชินหมิงทันที“เหตุใดต้องการอำนาจกันมากเพียงนั้นนะคนพวกนี้อยู่อย่างมีความสุขในทุกวันเท่านั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ”

     

    คำกล่าวด้วยรอยยิ้มของชินหมิงทำให้พวกเขาหลายคนที่เต็มไปด้วยความโลภและความกระหายในอำนาจราวกับได้สติขึ้นมาแผ่นหลังของจ้าววิหารคนต่อไปของพวกเขาปรากฏขึ้นภายในความทรงจำของพวกเขาเสียแล้ว

     

    ชินหมิงจากไปอย่างรวดเร็วกลับเข้ามาภายในห้องของเขาพร้อมกับครุ่นคิดบางอย่างร่างกายของเขาทั้งแข็งแกร่งและทรงพลังขึ้นมากและมันทำให้เขายินดีอย่างมากที่จะทดสอบความสามารถของการเป็นแท๊งในการต่อสู้อีกรูปแบบหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องThe last hunter ที่คุณอ่าน