โจวเหวินหรง ฉุดมือจื่อหราน ที่พ่วงเอาฮุ่ยหนิงมาด้วย พาก้าวเท้าออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็วางใจได้ว่ากวงซีิจะสามารถรับมือเหล่ามือสังหารได้ เมื่อไม่มีใครเป็ตัวถ่วง
“จะพา ข้าไปไหน”จื่อหรานถามขึ้นหลังจากออกมาแล้ว ฮุ่ยหนิงบีบมือเบาๆ เหมือนจะเตือนว่าอย่าสงสัยอะไรอีกเลยรีบตามเขาไปเถอะ
“ตามมาเงียบๆ หุบปากของเ้าเสีย”น้ำเสียงดุดุ จื่อหรานยอมนิ่ง และเดินตามไปไม่ปริปากพูดอะไรอีก เข้าใจสถานการณ์ดีเื่ที่เกิดขึ้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเหตุใด้าสังหารจื่อหรานเหตุใดต้องมีคนคอยคุ้มกันถึงสองคนจะว่าเป็ฝีมือของท่านลุงที่ส่งคนมาคุ้มกันก็ไม่อาจเพราะที่นี่คือวังหลวง
โจวเหวินหรง พาทั้งสองนางเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ที่ข้างๆ เป็ผาหินแต่อยู่ในเขตอุทยานหลวง
"จะพาเราไปไหนแล้วเ้าคือใครกันทำเช่นนี้เท่ากับลักพาตัวผู้คัดตัวนางในโทษถึงตาย"
โจวเหวินหรงยังนิ่ง
"หากยังไม่พูดข้าจะไม่ยอมตามเ้าไป"จื่อหรานขู่
"นั่นมันคือปัญหาของเ้าหาใช่เื่ที่ข้าต้องใส่ใจ อยากไปตอนนี้ก็เชิญข้ามีหน้าที่แค่พาเ้าออกมาจากตรงนั้น"
"แล้วเ้ากับองครักษ์หลวงผู้นั้นรับคำสั่งใครกันแน่ให้คอยคุ้มกันข้า"
"ใครกันคุ้มกันเ้า เราเพียงแต่ทำหน้าที่ของเราเ้าก็เห็นว่านั่นคือมือสังหารจากนอกวังในฐานะองครักษ์อย่าง...เราจะปล่อยให้พวกมันเดินเข้าออกในวังหลวงอย่างปลอดโปร่งได้เช่นไร"
จื่อหรานขมวดคิ้ว
บางอย่างในคำพูดถึงแม้จะเชื่อถือได้ว่าเพื่อคุ้มกันตามหน้าที่แต่มือใหญ่ที่ฉุดดึงไว้ไม่ยอมปล่อยนั้นหมายความว่าเช่นไร
"เชิญแม่นาง"ยิ้มยียวน นึกประหลาดใจตัวเองไม่น้อยนานแค่ไหนกันที่เขาไม่ได้เผยรอยยิ้มเช่นนี้ออกมา
"ใต้เท้าฝ่าามิได้อยู่ในห้องบรรทม"รอยยิ้มบนใบหน้าแสดงถึงความสาใจ
"หนีออกจากวังอย่างนั้นหรือ ดีให้ฮ่องเต้ออกไปเสียจนพอใจ เสียดายที่ข้ายังหาใครมานั่งบัลลังก์แทนไม่ได้คิดว่าข้าหมดหนทางเช่นนั้นหรือ"หวงซู่วางยิ้มมุมปาก
"ใต้เท้าโอกาสเหมาะหากฝ่าาหายสาบสูญใต้เท้าก็นั่งบนบัลลังก์เสียเอง"ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ คนสนิทถึงกลับทรุดกายลงคุกเข่า
“ใครกันให้เ้าชี้แนะข้า คิดหรือว่าคนเช่นข้า้าคำชี้แนะ”
“ส่งคน ตามประกบว่าโจวเหวินหรง ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่าคนขี้ขลาดอย่างเขาจะ หนีไปไหนพ้น”
นอกเขตวังหลวง
“คงต้องรั้งอยู่ที่นี่เสียแล้ว”ขยับผ้าแพรปิดหน้า ให้แน่นขึ้น ดีที่คืนนี้เป็คืนที่ฟ้ามืดมิด และจื่อหรานเองไม่ได้ตั้งใจพินิจใบหน้าของโจวเหวินหรงอย่างที่ควรจะเป็ด้วยนางไม่ใส่ใจหรือว่าถูกอบรมเื่มารยาทมาอย่างดี
“ข้าอยู่ในระหว่างคัดตัวนางใน เช่นไรถึงจะมีโอกาสกลับไป”
“เ้าอยากเป็นางใน...ของฝ่าาอย่างนั้นหรือ”จื่อหรานยิ้ม ไม่เผยความใน อย่าให้ใครรู้จักตัวเ้าเท่ากับตัวเ้าเอง มารดาเคยสอนไว้
“ข้าเดิมทีอาศัยอยู่ในป่าเขา หากจะมีชีวิตที่ดีในวังหลวงก็ยินดีไม่น้อย”ฮุ่ยหนิงถอดเสื้อคุลมขึ้นคลุมไหล่ให้จือหราน โจวเหวินหรงนึกขำหากเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าจื่อหรานเป็คุณหนูตระกูลจูเขาคงเชื่อในคำพูดของนาง
“หากฝ่าา โปรดปรานเ้า และแต่งตั้งเ้าเป็สนมเล่า”จื่อหรานยิ้มบางๆ หากมองลึกเข้าไปในดวงตาจื่อหรานกำลังยิ้มเยาะหยันให้กับตัวเองเพื่อความแค้นยอมสละเช่นอิสรภาพ และ เรือนร่างเช่นนั้นหรือ แต่ขอเพียงได้แก้แค้นให้กับตระกูลจูก็พอ
ก่อนวันที่จะเข้าวัง
“จื่อหราน ลุงทำทุกอย่างเพื่อให้หลานสบายใจ แต่จงรู้ไว้ว่าบางอย่างหาใช่อย่างที่เรามองเห็นมันไม่”
“ท่านลุงหมายความว่าอย่างไร”
“ลุงให้เ้าใช้สติปัญญาไตร่ตรองเพียงลำพัง การเข้าวังครั้งนี้ เดิมทีพ่อของเ้า ้าให้เ้าเข้าวัง แต่แรกแล้วแต่หากจะเป็การเข้าวังเพื่อความแค้นลุงเห็นว่าเ้าต้องเปิดตาและเปิดใจให้กว้างกว่านี้”
“เดิมจื่อหรานไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านพ่อกับฮ่องเต้มีความสัมพันธ์ดีร้ายเช่นไร”ใต้เท้าจ้าวยิ้มอ่อนโยน
“แม้แต่กับข้า ฝ่าายังไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ เ้าอาจทำให้ทุกอย่างแย่ลงหรือดีขึ้น”จื่อหรานยังจำคำพูดนั้นได้ดี
“ข้าคงยินดีไม่น้อยในเมื่อ ข้าก็จะได้สวมอาภรณ์สวยงาม เดินเฉิดฉายในวังหลวงมีคนย่ำเกรง หรือท่านไม่ชอบชีวิตในวังหลวง”
“ข้าเคยชอบมัน แต่ตอนนี้หากข้ามีปีกคงเร้นกายไปที่ไกลแสนไกล”ขยับผ้าแพรปิดปากปิดจมูกอีกรอบ
“ท่านพ่อของข้าเติบโตมาในวังหลวง จึงไม่้าให้ข้ามาใช้ชีวิตที่นี่”โจวเหวินหรงถอนหายใจอาจารย์ไม่้าเช่นนั้นจริงๆ
“เช่นนั้นเ้าหนีไปกับข้าไหม ไปที่ไกลแสนไกลไม่มีวังหลวงไม่มีการคัดตัวนางในไม่มีฝ่าาและฮ่องเต้ไม่มีองครักษ”แปลกใจตัวเองไม่น้อยเหตุใดจุๆ ถึงเอ่ยปากชวนนาง จื่อหรานยิ้มเศร้าสร้อยนึกสงสารและเห็นใจโจวเหวินหรงอย่างจริงจังเขาคงต้องทนทุกข์กับการมีชีวิตในวังหลวงเป็แน่
“เ้า คิดเหมือนเด็กหนุ่มผู้แสวงหาหนทางอิสระ เดินทางท่องยุทธจักรเช่นนั้นหรือ แล้วแต่แรกยอมถวายตัวเข้ามาเป็องครักษ์ทำไมกัน ข้าเดินหน้าแล้วยากที่จะย้อนกลับ เ้ากับข้าต่อไปเป็สหายที่ดีต่อกันได้ในวังหลวงที่ไร้ความจริงใจ เช่นนั้นข้าจื่อหรานรู้สึกขอบคุณเ้าไม่น้อยที่ช่วยเหลือ รอฟ้าสางเราจำต้องเดินทางกลับ วังหลวง ข้าคิดว่าองครักษ์คนเก่งผู้นั้นคงเก็บกวาดทุกอย่างสะอาดหมดจดเช่นเดิม”โจวเหวินหรงถอนหายใจ ด้วยนางไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของเขาจึงยอมคบหาเป็สหายโจวเหวินหรงยิ้ม ในวังหลวงแห่งนี้เขาเดียวดายยิ่งนักไร้ซึ่งสหาย และคนภักดี เผลอคิดว่าหากเขาปิดบังจื่อหรานได้ตลอดไปว่าเขาเป็ใครคงดีไม่น้อย