มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 69 อยู่ใกล้กว่าที่คิด

    หลังจากที่ตัวของหลินเทียนก้าวเท้าเข้ามาภายในหอคอยสวรรค์นั้นตัวของเขารู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างมากต่อภาพเบื้องหน้าสถานที่แห่งนี้นั้นแตกต่างไปจากที่เขาคิดหรือจินตนาการไปไกล เขาคิดว่าภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมันจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่หรืออยู่ภายในโบราณสถานเสียอีก แต่ที่ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนขณะนี้นั้นกับเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่มีความกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก ต้นไม้แต่ล่ะต้นล้วนแล้วแต่มีความสูงใหญ่หลายสิบเมตรราวกับว่าตัวของเขานั้นย้อนเวลากลับมาสู่ผืนป่าเมื่อยุคสมัยหลายหมื่นปีก่อน ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมีพลังเวทหนาแน่นเป็นอย่างมากมันมากยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก และยังไม่เพียงเท่านั้นตัวของหลินเทียนสามารถจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตมากมายไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือจะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่อาศัยภายในผืนป่าแห่งนี้ ศึกการประลองหอคอยสวรรค์ในครั้งนี้นั้นมีศิษย์รุ่นเยาว์เข้าร่วมเป็นจำนวนหลายร้อยคน เพียงเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เพียงไม่กี่อึดใจตัวของหลินเทียนสามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีเขาจะต้องหาประตูหรือทางเข้าที่จะนำทางไปสู่ชั้นถัดไปให้ได้ และพยายามหลีกเลี่ยงการะปะทะระหว่างสัตว์อสูรและมนุษย์ด้วยกันเองอย่างไม่จำเป็นนี่อาจจะทำให้ตัวของเขานั้นจะต้องเสียเวลาเป็นอย่างมากตู๊มมม ตู๊มมม เพียงแค่ไม่กี่ชั่วอึดใจหลินเทียนก็ได้ยินเสียงปะทะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณเป็นวงกว้าง การเคลื่อนไหวของหลินเทียนในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความเงียบเชียบและว่องไวเป็นอย่างมากจนมนุษย์และสัตว์อสูรไม่สามารถที่จะล่วงรู้การคงอยู่ของหลินเทียน เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์โดยส่วนมากที่เดินทางเข้ามาหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นพวกมันโดยส่วนมากจะก่อกลุ่มกันเสียมากกว่าตั้งแต่ 5-10 คนขึ้นไป ผู้คนที่จะฝ่าตะลุยหอคอยสวรรค์แห่งนี้แบบฉายเดี่ยวนี้นั้นนับว่ามีจำนวนที่น้อยนิดเป็นอย่างมากผู้คนเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่ก็มั่นใจในพลังฝีมือของตนเองสำหรับพวกมันแล้วการที่จะเดินทางเป็นกลุ่มมีแต่ที่จะเป็นตัวถ่วงและสร้างภาระให้แก่พวกมันเสียมากกว่า และผู้ที่ออกเดินทางกันเป็นกลุ่มนั้นนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันเป็นกลุ่มคนที่อ่อนแอ พวกมันบางคนนั้นถึงกับทรงพลังเป็นอย่างมากดีไม่ดีอยู่ลำดับต้นๆของศิษย์ฝ่ายในเลยทีเดียว และก็มีผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่รวมกลุ่มกันเพื่อออกปล้นภายในหอคอยสวรรค์โดยเฉพาะพวกมันคือกลุ่มคนชั่วที่รวมกลุ่มกันและเป็นยอดฝีมือการที่พวกมันมารวมตัวกันก็เพื่อการนี้ และกลุ่มคนของเจ้าหมิงยู่เองก็เช่นกันทุกๆปีนั้นตัวของมันสร้างความเจ็บแค้นต่อผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยแต่ก็ไม่มีผู้ใดที่จะกล้าเอาเรื่องกับมันนั่นเป็นเพราะเบื้องหลังของเจ้าคนบัดซบผู้นี้มีผู้คนที่คอยหนุนหลังอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย และเจ้าตัวตนบัดซบเช่นนี้นั้นได้หมายหัวหลินเทียนไว้แล้ว
    โฮกกกก เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรในยามนี้นั้นดังไปทั่วทั้งบริเวร มีผู้คนเป็นจำวนวนไม่น้อยที่ไล่ฆ่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งด้วยความเมามันราวกับศึกภายในหอคอสวรรค์แห่งนี้นั้นเป็นเกมส์เพื่อเล่นสนุกค่าเวลาสำหรับพวกมัน จุดมุ้งภายของแต่ละคนที่มาเยือนหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่มีความหลากหลายอย่างถึงที่สุดบ้างก็มาเพื่อคว้าชัยในหอคอยสวรรค์ขึ้นไปสู่ชั้นสูงสุดให้จงได้บ้างก็เพื่อมาปล้นฆ่าแย่งชิงหรือออกตามหาทรัพย์ยากรและอีกจำพวกมาเพื่อไล่ฆ่าสัตว์อสูรโดยเฉพาะ“เจ้าคนพวกนี้มันอะไรกัน พวกมันเป็นบ้าไปแล้วรึทำตัวราวกับพวกสัตว์เดรัจฉานไม่มีผิด” หลินเทียนถึงกับกล่าวออกมามิได้เกี่ยวกับท่าทางของพวกมันแต่ล่ะคน ภาพที่อยู่เบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยสีแดงฉานของเลือดและเนื้อของสัตว์อสูร หลินเทียนนั้นไม่ค่อยชื่นชอบในการฆ่าฟันมากนักไม่ว่าจะกับคนหรือจะกับสัตว์อสูรเขาจะลงมือก็ต่อเมื่อพวกมันเป็นภัยคุกคามกับเขา“กร๊ากก ฮ่า ฮ่า เจ้าสัตว์อสูรชั้นต่ำพวกนี้กากเป็นบ้าเลยว่ะ เพียงแค่ออกแรงนิดหน่อยพวกมันก็ชักดิ้นชักงอกันแล้ว เห้อ..พวกมันยังไม่ทำให้ข้าเสียเหงื่อได้เลยด้วยซ้ำ” ศิษย์ฝ่ายในผู้หนึ่งกล่าวออกมาอย่างได้ใจ“เหอ เหอ เจ้าอย่าพึ่งได้ใจไปนักนี่เพียงแค่ชั้นแรกเท่านั้นยิ่งพวกเราขึ้นไปสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้นเท่าไหร่พวกสัตว์อสูรก็ยิ่งที่จะมีแต่ทรงพลังเท่านั้น” ชายผู้นี้กล่าวกับสหายของตนเพราะเมื่อปีที่แล้วตัวของมันก็เป็นหนึ่งที่ได้เข้ามาเยือนภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้แล้วครั้งหนึ่ง“ชิ ข้ารู้แล้วน่าเจ้าพวกนี้นั้นพวกมันช่างอ่อนแอนัก” ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้นั้นมันมีตัวตนหรือมีชีวิตอยู่จริงไหมหรือมันอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างจำลองมาจากเวทมนต์ นับตั้งแต่ผู้คนหลายร้อยชีวิตเข้ามาเยือนภายในสถานที่แห่งนี้เป็นเวลาไม่นานนักเสียงกู่ร้องของสัตว์อสูรก็เงียบหายไปอย่างชัดเจนราวกับว่าพวกมันนั้นถูกนักเรียนจอมเวทไล่ฆ่าสับสังหารจนหมดสิ้นจึงทำให้สัตว์อสูรภายในชั้นที่ 1 แห่งนี้นั้นไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ยิ่งกาลเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ตัวของหลินเทียนเองก็เริ่มที่จะจับสังเกตุได้ว่ามีเด็กรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยที่ค่อยๆหายไปจากที่ชั้นแห่งนี้นั่นก็หมายความว่าพวกมันนั้นสามารถที่จะไปถึงชั้นที่ 2 กันได้แล้ว ตั้งแต่ที่ตัวของเขาได้ก้าวเท้าเข้ามานั้นไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียวที่ได้พบเจอกับหลินเทียน ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้แม้แต่เจ้าพวกหมิงยู่ก็ตาม ไม่ว่าพวกมันจะพยายามแค่ไหนก็หาตัวของหลินเทียนไม่พบแต่ในทางกลับกันตัวของเขานั้นกับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของพวกมันตลอดเวลา เพราะตัวของหลินเทียนนั้นแอบติดตามพวกมันมาตั้งแต่แรกหลังจากที่พบกลุ่มคนของพวกมันโดยบังเอิญหลินเทียนอาศัยพวกมันยืมมือจัดการกับสัตว์อสูรโดยที่ตัวของเขานั้นไม่ต้องเปลืองแรงสักนิด และเขาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยพลังของพวกมันอย่างน้อยก็นำพาไปถึงชั้นลำดับสูงๆได้เป็นแน่ หลังจากที่พวกมันหมดประโยชน์แล้วตัวของเขานั้นค่อยที่จะจัดการมันทีหลัง หากตัวของเขานั้นเลือกที่จะหลบหนีหรือซ่อนตัวปัญหามันก็จะไม่จบไม่สิ้นเสียทีณ ส่วนลึกของป่าที่ดูเก่าแก่โบราณในที่สุดก็พบเข้ากับทางที่จะนำทางไปสู่ชั้นที่สอง เพียงมองด้วยสายตาก็รู้แล้วว่าที่เบื้องหน้าของพวกมันในยามนี้นั้นคล้ายกับว่าเป็นประตูมิติอะไรบางอย่างหลังจากที่กลุ่มคนของหมิงยู่มาถึงพวกมันเลือกที่จะไม่เข้าไปภายในชั้น 2 ในทันทีแต่ตัวของพวกมันนั้นเลือกที่จะหยุดพักเอาแรงเสียก่อน“นี่พวกเจ้ายังไม่ได้ข่าวของเจ้าบัดซบนั่นอีกเหรอ” หมิงยู่ ดุด่าลูกน้องด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุดเพราะตัวของมันส่งลูกน้องเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะออกตามล่าเพื่อที่จะหาตัวหลินเทียน แต่ใครจะไปคาดคิดตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นกับอยู่กับพวกมันตลอดเวลาแต่ตัวของเขานั้นหลบซ่อนตัวตนอยู่แต่ภายในเงามืด“พวกเราออกตามหามันจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบล่องลอยของมันแม้แต่น้อย” ลูกน้องของหมิงยู่รีบรายงานสถานการณ์ในทันทีเกรงว่าผลร้ายนั้นจะมาตกอยู่ที่มัน“เหอะ เจ้าซ่อนตัวให้ได้ตลอดเถอะ อย่าให้ข้าเจอตัวนะหลินเทียน ไม่งั้นข้าจะต้องสับเจ้าเป็นชิ้นแน่ๆ” ไม่ว่าจะอย่างไรชีวิตของหลินเทียนนั้นจะต้องจบสิ้นลงที่นี่หรือไม่ก็จะต้องพิการไปตลอดชีวิตมิเช่นนั้นจะทำให้ตัวของมันหายแค้นไปได้อย่างไร“เจ้าเองก็ระวังตัวเช่นกันหมดประโยชน์เมื่อไหร่ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่าคำว่านรกนั้นมันคือสิ่งใดกันแน่” หลินเทียนกล่าวกับตัวเอง ตัวของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นซ่อนตัวอยู่มุมจุดอับสายตาทำให้ไม่มีผู้ใดรู้ถึงการคงอยู่ของเขาได้เลยราวกับว่าตัวเขานั้นเป็นผีร้ายที่แอบติดตามพวกมันไปได้ทุกที่