เจ้าหญิงธาระตีทรงเบิกผู้ต้องสงสัยคนที่สอง ซึ่งก็คือ เจ้าหญิงอินทา นางกำนัลได้เข็นรถเข็นพาเจ้าหญิงเข้ามาในห้องสอบสวน และทรงสอบถามเจ้าหญิงอินทาด้วยคำถามเดียวกัน
“ในคืนที่พินลาตาย ท่านอยู่ที่ไหน ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมพินลาหรือไม่” เจ้าหญิงธาระตีตรัส
“หม่อมฉันพิการแบบนี้จะไปไหนได้เพคะ หม่อมฉันอยู่แต่ในห้องบรรทมของหม่อมฉันเท่านั้น” เจ้าหญิงอินทาตรัส
“แต่เจ้าหญิงอันนาบอกว่าเห็นท่านฆ่าพินลากับตา”
“หม่อมฉันนึกไม่ถึงว่า อันนาจะเกลียดหม่อมฉันมากถึงเพียงนี้ ถึงขั้นใส่ร้ายหม่อมฉันเพคะ”
“เห็นเจ้าหญิงอันนาบอกว่า พระนางมีหลักฐานที่สามารถชี้ตัวว่าท่านเป็นคนร้ายตัวจริง พระนางบอกว่าจะนำหลักฐานมาให้เราในวันพรุ่งนี้ ด้วยหลักฐานนี้ท่านดิ้นไม่หลุดอย่างแน่นอน”
“หม่อมฉันยังคงยืนยันว่าหม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ” เจ้าหญิงอินทายังทรงไม่ยอมรับ
“ท่านกลับไปเถอะ หากเราได้หลักฐานดังกล่าวในวันพรุ่งนี้แล้ว เราจะเบิกตัวท่านมาไต่สวนอีกที”
นางกำนัลจึงเข็นรถเข็นพาตัวเจ้าหญิงอินทากลับตำหนักส่วนพระองค์ทันที
*****************************************
“เหตุใดพระองค์ทรงโกหกเจ้าหญิงอินทาไปอย่างนั้นพะย่ะค่ะ” ธามินทร์สงสัย
“เรามีแผนจะให้เจ้าหญิงอินทาเผยตัวตนน่ะ เราจะปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงอันนาและไปประทับอยู่ห้องบรรทมของเจ้าหญิงอันนาในคืนนี้ แล้วมาดูกันว่าฆาตกรจะใช่เจ้าหญิงอินทาหรือไม่” เจ้าหญิงธาระตีทรงบอกแผนการ
“ทรงเสี่ยงชีวิตเกินไปนะพะย่ะค่ะ” ธามินทร์เป็นห่วง
“ในเมื่อเรามีท่านอยู่ เราจะต้องกลัวอะไรอีก นายธามินทร์”
“กระหม่อมสัญญาว่าจะปกป้องพระองค์ยิ่งชีวิต เจ้าหญิงธาระตี”
*****************************************
ณ ห้องบรรทมของเจ้าหญิงอันนา
เจ้าหญิงธาระตีทรงบรรทมอยู่ในห้องแห่งนี้ โดยมีนายพลธามินทร์คอยซ่อนตัวอยู่ ระยะเวลาผ่านไปไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งบุกรุกเข้ามาในห้องแห่งนี้ เดินย่องเข้ามาใช้ดาบเข้าแทงผู้ที่นอนอยู่บนแท่นประทับทันที แต่แล้วเจ้าหญิงธาระตีไหวตัวกลิ้งหลบทันและเข้าต่อสู้กับผู้หญิงคนนั้นทันที ด้วยความที่เจ้าหญิงธาระตีฝึกเป็นทหารพเนจรมาเนิ่นนานทำให้ฝีมือการต่อสู้จึงเหนือกว่าผู้หญิงคนนั้นอย่างมาก ทำให้เจ้าหญิงธาระตีสามารถเตะดาบของผู้หญิงคนนั้นจนหลุดจากมือแล้วใช้ดาบของตนจ่อไปที่คอของผู้หญิงคนที่ปิดบังใบหน้า เจ้าหญิงรีบดึงผ้าออกก็เป็นไปตามคาดว่า ผู้หญิงคนนี้คือ เจ้าหญิงอินทา
นายพลธามินทร์ตัวปลอมรู้สึกเสียใจที่น้องสาวของตนเป็นคนร้าย อีกทั้งยังหลอกลวงว่าเป็นคนพิการมาตลอด เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนจะมองคนผิดไปจริงๆ และในวันนี้เขาจะต้องเป็นผู้จับกุมตัวน้องสาวตัวเองไปไต่สวนที่ห้องสอบสวนคดี
“ท่านยอมเผยตัวตนแล้วสินะ เจ้าหญิงอินทา” เจ้าหญิงธาระตีตรัส
“555 พระองค์ทรงคิดหรือว่าองค์พ่อหลวงจะทรงเชื่อพระองค์ หม่อมฉันพิการแบบนี้แล้วจะเป็นฆาตกรได้อย่างไร ขนาดเจ้าหญิงอันนา องค์พ่อหลวงยังไม่ทรงเชื่อเลย” เจ้าหญิงอินทาตรัส
“ก็นั่นเพราะพวกท่านเป็นเพียงน้องสาว แต่เราเป็นถึงพระชายา องค์พ่อหลวงจะไม่ทรงเชื่อเราได้อย่างไร” เจ้าหญิงธาระตีตรัส
“หึหึ น่าขัน พระองค์ทรงคิดเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ ในเมื่อในพระทัยขององค์พ่อหลวงมีแต่พินลาคนเดียวไม่เหลือที่ว่างให้พระองค์อีกแล้ว” เจ้าหญิงอินทาทรงเยาะเย้ย
“ใครจะไปรู้ล่ะ ไม่แน่ว่าองค์พ่อหลวงอาจจะหลงรักเราอยู่ก็ได้ ขนาดถึงขั้นไปรับตัวเราจากแคว้นซาตีเชียวนะ” เจ้าหญิงธาระตีทรงตรัสไปอย่างนั้นเอง
เจ้าหญิงอินทาส่งสายพระเนตรไปยังเจ้าหญิงธาระตีด้วยความโกรธแค้น “ไม่มีวัน! องค์พ่อหลวงอินนะทัตเป็นของหม่อมฉันคนเดียว ใครก็อย่าหวังจะได้ตัวเสด็จพี่ของหม่อมฉันไปได้เลย”
“ที่แท้ ท่านก็รักองค์พ่อหลวงไม่ใช่แบบพี่ชายสินะ” เจ้าหญิงธาระตีตรัส
“ใช่ หม่อมฉันรักพระองค์แบบชายคนรัก จะทำไมเพคะ” เจ้าหญิงอินทาทรงเผยความรู้สึก
“เราห้ามท่านไม่ได้หรอก มันไม่ผิดที่ท่านจะรัก แต่ท่านไม่มีสิทธิ์ไปเข่นฆ่าผู้ใด เจ้าหญิงอินทา” “ทหารจับกุมเจ้าหญิงอินทาไปยังห้องกุมขัง” เจ้าหญิงธาระตีทรงสั่งลงโทษ
“แล้วพระองค์จะได้เห็นดีกัน ว่าองค์พ่อหลวงจะเชื่อใคร 555” เจ้าหญิงอินทาทรงยังไม่สำนึกผิด
*****************************************
ณ คุกหลวงแห่งแคว้นอินนะ
นายพลธามินทร์เข้ามาเยี่ยมเจ้าหญิงอินทา
“ท่านมาทำไมล่ะ ธามินทร์ เสด็จพี่ทรงให้ปล่อยตัวเราใช่หรือไม่ เราบอกท่านแล้วใช่มั้ย ยังไงเสด็จพี่ก็ต้องทรงเชื่อเรา 555”
นายพลธามินทร์แกะหน้ากากออกทันทีกลายเป็นองค์พ่อหลวงอินนะทัต
“เสด็จพี่! ไม่จริง ทำไมพระองค์ถึง….” เจ้าหญิงอินทามีน้ำตาไหลริน
“พี่ผิดหวังในตัวน้องมาก ไม่คิดว่าน้องสาวที่พี่รักจะหลอกลวงพี่ถึงขนาดนี้ แล้วยังกล้าฆ่าผู้หญิงที่พี่รักอีก ความผิดของน้อง ต่อให้เจ้าตายสักพันครั้งก็ยังชดใช้ได้ไม่หมดเลย” องค์พ่อหลวงตรัส
“หม่อมฉันทำไปทุกอย่าง ก็เพราะรักพระองค์นะเพคะ” เจ้าหญิงอินทาตรัส
“อย่าอ้างว่ารักพี่เลย อินทา เจ้ารักแต่ตัวเองก็เท่านั้น ตั้งแต่นี้ต่อไปพี่จะจองจำน้องอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย จงสำนึกผิดอยู่ที่นี่เถิด” องค์พ่อหลวงตรัส
จากนั้นพ่อหลวงก็สวมหน้ากากตามเดิมเพื่อปลอมเป็นนายพลธามินทร์ พระองค์ยังก้าวไม่พ้นจากคุก เจ้าหญิงอินทาก็ทรงวิ่งให้หน้าผากชนกำแพง สิ้นพระชนม์ทันที พ่อหลวงหันกลับไปน้ำตานองหน้า แต่ไม่อาจเข้าไปกอดน้องสาวคนนี้ได้อีกแล้ว จึงมีรับสั่งให้ทหารเก็บศพแล้วนำไปประกอบพิธีศพต่อไป
*****************************************
นายพลธามินทร์ตัวปลอมยืนคิดพิจารณาบางอย่างอยู่ตรงอุทยาน ในใจคิดว่า “บัดนี้ เราได้สูญเสียพินลาและเจ้าหญิงอินทาไปแล้ว เพราะความไม่เอาไหนของเราแท้ๆ เราต้องขอโทษด้วย ขอให้ดวงวิญญาณของพวกท่านจงไปสู่สุคติเถิด” และคิดอีกว่า “ตอนนี้เรารู้ใจตนเองแล้วว่าเรารักเจ้าหญิงธาระตีจริงๆ แต่เราไม่อาจบังคับจิตใจให้พระนางอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว เรายินยอมปล่อยพระนางไป”
“ท่านอยู่นี่เอง เราเก็บของพร้อมแล้วนะ จะเตรียมออกเดินทาง เราเลยจะมาลาท่าน”
“กระหม่อมจะไปส่งพระองค์ที่แคว้นซาตีพะย่ะค่ะ”
“แต่ท่านมีภารกิจที่นี่ไม่ใช่หรือ”
“ไม่เป็นไรพะย่ะค่ะ เมื่อกระหม่อมส่งพระองค์ถึงที่นั่นอย่างปลอดภัย แล้วค่อยกลับมาที่นี่ได้พะย่ะค่ะ”
“งั้นพวกเราก็รีบออกเดินทางกันเถอะ”
ทั้งเจ้าหญิงธาระตีและนายพลธามินทร์ก็พากันขี่ม้าคนละตัวรีบออกเดินทางทันที พอเดินทางไปได้สักระยะหนึ่ง ก็มีม้าเร็ววิ่งตามมาจนทัน ทั้งสองจึงหยุดม้าและลงจากม้าทันที
“กราบทูลพะย่ะค่ะ บัดนี้องค์พ่อหลวงอินนะทัตได้สิ้นพระชนม์แล้วพะย่ะค่ะ”
เจ้าหญิงธาระตีทรงฟังแล้วถึงขั้นรู้สึกช็อค คุกเข่าลงไปกองกับพื้น “ไม่จริงใช่มั้ย นี่ต้องไม่ใช่ความจริง”
ธามินทร์ตัวปลอมตกใจกับข่าว คิดว่า “หรือว่าจะเกิดภัยกับธามินทร์ตัวจริง” และที่ตกใจมากกว่าก็คือ เจ้าหญิงคุกเข่าลงไปกับพื้น เลยรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นมา
สักพักเจ้าหญิงธาระตีก็ตรัสว่า “เราขอร้อง ธามินทร์ ได้โปรดพาเราไปหาองค์พ่อหลวงที เราอยากเห็นพระพักตร์ขององค์พ่อหลวงเป็นครั้งสุดท้าย ฮือฮือ”
“ในเมื่อพ่อหลวงก็สิ้นพระชนม์ พระองค์จะกลับไปอีกทำไมพะย่ะค่ะ”
“ท่านก็รู้ดีนี่ธามินทร์ ว่าเราหลงรักองค์พ่อหลวงมานานแล้ว แต่เพราะพระองค์มีคนรักอยู่แล้ว เราจึงยอมตัดใจ แต่ครั้งนี้ เราได้สูญเสียพระองค์ไปตลอดกาล เราก็แค่อยากเห็นพระพักตร์ของพระองค์สักครั้งไม่ได้เชียวหรือ ฮือฮือ"
ธามินทร์ตัวปลอมเลยกอดเจ้าหญิงเพื่อปลอบ ใจนึงก็เสียใจที่ธามินทร์ตัวจริงเกิดภัยและอีกใจนึงก็ดีใจที่รู้ว่าเจ้าหญิงธาระตีก็รักตนเช่นกัน
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็รีบกลับไปยังพระราชวังแคว้นอินนะทันที เจ้าหญิงธาระตีทรงรีบวิ่งเข้าไปในห้องบรรทมขององค์พ่อหลวงทันทีโดยมีนายธามินทร์ตัวปลอมติดตามไปด้วย
เจ้าหญิงธาระตีทรงทอดพระเนตรเห็น พระศพนอนอยู่บนแท่นประทับมีผ้าห่มคลุมปิดพระพักตร์ พอพระองค์เสด็จเข้าไปเปิดดู กลับพบว่านี่คือหุ่นรูปปั้นที่มีขนาดเท่าคนจริง เจ้าหญิงทรงตะโกนว่า “นี่มันอะไร ใครกันบังอาจเล่นตลกถึงเพียงนี้”
เจ้าหญิงกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อเอาเรื่อง แต่แล้วกลับถูกธามินทร์ตัวปลอมรั้งตัวเข้ามากอดไว้
“ท่านจะทำอะไรเราน่ะ ธามินทร์”
สักพักธามินทร์ตัวปลอมก็แกะหน้ากากออกมากลายเป็นองค์พ่อหลวงอินนะทัต จนทำให้เจ้าหญิงทรงตกพระทัยและพยายามดิ้นเพื่อจะวิ่งหนี
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ ทำไมพระองค์ถึงหลอกหม่อมฉันอย่างนี้”
“ถ้าไม่หลอกท่าน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านก็รักเราเหมือนที่เรารักท่าน”
“พระองค์ทรงรักหม่อมฉันหรือเพคะ”
“ใช่ จริงๆ เรารักท่านตั้งแต่ครั้งที่เราเป็นธนอินทร์แล้ว แต่เพราะเรายังคงรู้สึกติดค้างกับพินลาเราจึงปิดกั้นความรู้สึกที่มีต่อท่าน เจ้าหญิงธาระตี ท่านจงเป็นราชินีของแคว้นอินนะเถิดนะ เราจะปกป้องคุ้มครองท่านตลอดไป”
เจ้าหญิงธาระตีทรงยิ้ม แล้วพยักหน้า ตรัส “เพค่ะ” ด้วยความเขินอาย
องค์พ่อหลวงจึงจุมพิตกับเจ้าหญิงธาระตีอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางสายตาของเจ้าหญิงอันนา ธามินทร์ เอกาและทาจีที่ร่วมมือกันวางแผนนี้ขึ้นมา
*****************************************
หลังจากนั้นองค์พ่อหลวงอินนะทัตก็เข้าอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงธาระตีอย่างสมเกียรติ เมื่อทั้งสองครองคู่กันก็ร่วมกันปกครองแคว้นที่ตั้งชื่อใหม่ว่า แคว้นอินธา (อินนะ+ธารัต) และแต่งตั้งให้นายพลธามินทร์เป็นเจ้าเมืองปกครองแคว้นอินธาฝั่งธารัตโดยให้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงอันนา ทำให้แคว้นอินธาปกครองประชาชนด้วยความสงบสุข
ทางด้านแคว้นพันธุและซาตีก็เช่นเดียวกัน องค์พ่อหลวงพันอินทร์ได้รวมแคว้นและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า แคว้นพันซา โดยแต่งตั้งให้เจ้าชายพันธุพัฒน์เป็นเจ้าเมืองปกครองแคว้นพันซาฝั่งซาตี หลังจากที่เจ้าชายสามารถชนะศึกจนขับไล่พ่อหลวงอินทะราชได้ ตัวเจ้าหญิงซาติกานต์ซึ่งเป็นพระชายาของเจ้าชายก็รีบเดินทางมาอยู่ร่วมกันกับพระสวามีทันที
ทั้งแคว้นอินธาและแคว้นพันซามีสัญญาสงบศึก ทำให้ทั้งสองแคว้นอยู่ร่วมกันแบบบ้านพี่เมืองน้องไร้ซึ่งสงคราม อยู่ร่วมกันแบบสันติสุขเรื่อยมา
จบบริบูรณ์