บทที่ 21 เงาดำเคลื่อนไหว
เมื่อจิ่งเหมียนเข้าไปในลวี่อิน เฉินย่าก็มองเธอด้วยดวงตาสีดำสนิท
ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับว่าสุนัขน้อยกำลังรอเธอกลับบ้านนะ
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "เฉินย่า คุณรอฉันอยู่เหรอคะ"
เฉินย่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาไปทางอื่นอย่างเสียอาการ
"แค่ก..."
"ทำไมถึงเพิ่งกลับ"
พอนึกถึงเื่นี้ จิ่งเหมียนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ฉันรับคำสั่งซื้อใหญ่มาแล้ว อีกไม่นานฉันก็จะคืนเงินคุณได้ทั้งหมดเลย!"
ยังมีที่ยืมจากระบบนี้อีก...
ลูกหนี้อย่างคุณหนูจิ่งรู้สึกมีความสุขมาก
เฉินย่าเป็ผู้เช่าคนแรกและคนเดียวของเธอ อารมณ์ทั้งหมดของจิ่งเหมียนจึงได้แต่แบ่งปันกับเขาเท่านั้น
เฉินย่าจ้องมองหญิงสาวที่ดูร่าเริงแจ่มใส แก้มแดงระเรื่อ พูดเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่หยุด ปล่อยให้ความอ่อนเยาว์ที่แท้จริงของเธอเผยออกมาจากใต้เสื้อผ้าหรูหรา
"ไม่เห็นต้องทำเื่พวกนี้จนถึงมืดค่ำเลย ผมไม่ได้เร่งรัดหนี้คุณสักหน่อย"
จิ่งเหมียนยิ้มหวาน มือเล็ก ๆ เท้าเอว “แต่ฉันรักษาคำพูดนะ ฉันไม่ชอบเป็หนี้นาน ๆ”
เฉินย่าเหลือบมองถุงในมือเธอ ขมวดคิ้วถาม “ทำไมยังถือเสื้อผ้าอยู่อีกชุดล่ะ”
ตอนเธอไป ไม่ได้ใส่ชุดนี้อยู่นี่
“เอ่อ...”
จิ่งเหมียนพูดไม่ออก
เธอจะบอกว่าโดนคนลากไปอัดในห้องน้ำได้ยังไง... มันน่าอายจริง ๆ
เธอก้มหน้าลง รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่พนักงานเสิร์ฟทำน้ำหกใส่เสื้อผ้าฉันน่ะ”
“งั้นเหรอ”
“อื้ม”
"การโกหกไม่ใช่นิสัยที่ดีนะ" โดยเฉพาะกับเขา
เสียงถอนหายใจดังขึ้น จิ่งเหมียนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เบะปากอย่างขัดใจ "มีผู้หญิงไม่กี่คนเห็นฉันขัดหูขัดตา พวกหล่อนเลยลากฉันไปที่ห้องน้ำ..."
เธอชะงักชั่วครู่ ลอบมองสีหน้าของเฉินย่าที่ดูไม่ดีเท่าไรนัก
"พวกหล่อนสาดน้ำใส่ฉัน แล้วยังตบหน้าฉันอีก เสื้อผ้าฉันขาดหมดเลย ชุดนั้นแพงมากด้วย เป็ชุดที่ฉันชอบที่สุด..."
ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกน้อยใจ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
จิ่งเหมียนก้มหน้าลงต่ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน
ตอนที่อยู่ในงาน เธอต้องทำสมาธิกับการคุยธุรกิจ ไม่มีเวลามาสนใจความรู้สึกตัวเอง
ไม่พูดก็ไม่เป็ไร พอพูดเท่านั้นแหละ เธอก็อดกลั้นไว้ไม่อยู่จริง ๆ
ศีรษะที่ก้มต่ำพลันรู้สึกถึงััอ่อนโยน
"พวกเธอเป็ใคร"
เขาถามเสียงเบา
"ภรรยาคนที่ห้าของอันหลิงอวี่... ถึงตอนนี้จะไม่ใช่แล้วก็เถอะ กับเพื่อนของเธออีกสองคน"
คิ้วของเฉินย่าขมวดเข้าหากัน "ก็คือไอ้หนุ่มที่มาเยี่ยมคราวก่อนงั้นเหรอ"
จิ่งเหมียนพยักหน้า
เฉินย่าหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ "ถ้าคุณพยายามขนาดนี้เพราะเป็หนี้ผมก็วางใจเถอะ ต่อให้คุณกลายเป็ยายแก่ค่อยใช้คืนผมก็ไม่เป็ไร"
จิ่งเหมียนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พูดแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับไม่ต้องใช้คืนเลย
"ได้พูดออกมาฉันก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันน่ะเ้าคิดเ้าแค้นจะตาย ฉันจะเอาคืนพวกหล่อนให้สาสมเลยคอยดู" จิ่งเหมียนโบกกำปั้นน้อย ๆ ใบหน้าดูน่ารัก แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยเพลิงแค้น
เฉินย่าจะไม่เข้าใจได้อย่างไร การล้างแค้นในยุควันสิ้นโลกล้วนต้องแลกด้วยชีวิต
เขามองดูมือที่สะอาดของเธอ ก่อนจะเอ่ย "ดึกแล้ว คุณเหนื่อยมาทั้งวัน ไปพักผ่อนเถอะ"
ว่าแล้วจิ่งเหมียนก็รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาจริง ๆ เธอจึงเดินกลับห้อง แล้วไปแช่น้ำอุ่น พบว่าบนร่างกายมีรอยเขียวช้ำจากการถูกหยิกอยู่หลายจุด ทั้งยังมีรอยเล็บข่วนอีกมากมาย
หญิงสาวพวกนั้นลงมือได้ไม่ปรานีจริง ๆ โชคดีที่เธอต่อสู้ปกป้องใบหน้าไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงเสียโฉมไปแล้ว เธอใช้ปลายนิ้วลูบไล้แหวนวายุไปมา
ในเมื่อสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องเก็บเธอไว้ ปล่อยโอกาสให้พวกเธอถูกกำจัดไป ยุควันสิ้นโลก...ช่างเป็ยุคที่อาจตายได้เพียงแค่ไม่ระวังตัวเท่านั้น ดวงตาของจิ่งเหมียนฉายแววเ็า
หลังอาบน้ำ เธอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ นิ้วมือก็ขยับพิมพ์ตัวเลขชุดหนึ่งลงบนสมาร์ตวอทช์อย่างไม่รู้ตัว หลังค้นหาแล้วก็ปรากฏรูปโปรไฟล์ของชายฉกรรจ์ในชุดทหาร
นิ้วเรียวคลิกส่งข้อความไป
‘ที่พักลวี่อินยินดีต้อนรับ! รับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปลอดภัยจากการรบกวน ไฟฟ้าและน้ำประปาฟรี มีอาหารราคาถูกให้บริการ เพียงวันละ 500 เครดิตเท่านั้น ยินดีต้อนรับทุกเวลา’
จิ่งเหมียนไม่รู้ว่าเฉียวไห่จะมาหรือไม่ แต่เธอรู้จักนิสัยของคนในตระกูลอันดี
เฉียวไห่ทำให้เื่นี้แพร่งพรายไปทั่ว ชีวิตหลังจากนี้ของเขาคงไม่ง่าย ย่อมมีคนคอยกลั่นแกล้งเขาแน่
ต่อให้อันหลิงอวี่เชื่อฟังคำแนะนำของเธอ เขาก็คงไม่สามารถทำทุกอย่างได้อย่างรอบคอบ ถือว่าทำบุญไว้ก็แล้วกัน อย่างน้อยก็คงทำให้เขามีความประทับใจที่ดี เผื่อในอนาคตเผชิญกับฝูงซอมบี้ เขาอาจจะช่วยเหลือที่พักลวี่อินบ้าง
จิ่งเหมียนเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว แต่ในเวลาเดียวกัน อีกคนที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็ผลักประตูออกไป ร่างของเขาเลือนหายไปในความมืดราวกับภูตผีปีศาจ
ที่หน้าประตู ยามเฝ้าประตูกำลังงีบหลับ
สายลมยามค่ำคืนพัดพาอุณหภูมิที่ผิดปกติเล็กน้อยผ่านประตูเข้ามา
"ใคร!"
ยามที่เฝ้าอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาเป็ผู้มีพลังพิเศษการสืบสวน เมื่อครู่เขาััได้ถึงอันตรายถึงชีวิตโดยสัญชาตญาณ!
แต่หลังจากที่เขาใช้พลังตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประตูก็ยังคงล็อกอย่างแ่า ไม่มีวัตถุใดเคลื่อนไหว ไม่มีแม้แต่เงาคนหรือกระทั่งเส้นผม
เหงื่อเย็นไหลโซมกาย ขนตามร่างกายลุกชัน เขาอาจจะคิดไปเองว่ามีคน หรือไม่ผู้มาเยือนก็อาจมีพลังพิเศษเหนือกว่าเขามาก
เ้าของอุณหภูมิที่ผิดปกตินั้นไม่ได้จับจ้องที่ยาม เขาลอดผ่านทางเดินและประตูหน้าต่างหลายบาน จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง
เงาสีดำทาบลงบนพื้น แต่กลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ราวกับว่ามันควรจะเป็เช่นนั้นมาั้แ่แรก
ภายในห้อง มีหญิงสาวในชุดกระโปรงสวมเสื้อสูทคนหนึ่งยืนอยู่ ตรงข้ามมีหญิงสาวอีกคนในชุดราตรีที่สง่างามนั่งตรงข้ามกัน
"เธอกล้าสร้างเื่ที่หอเยว่พ่าน?"
"ถ้าไม่ใช่ผู้ช่วยเล่าให้ฟัง ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะมีคนกล้าลากเถ้าแก่ของลวี่อินไปกระทืบในห้องน้ำ พวกเธอทำได้ยังไง!"
"คุณหนูรองเซียว ฉันไม่กล้าแล้ว! ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุณเหม่ย เธอเป็คนวางแผน พวกเราแค่ทำตามคำสั่ง ถ้ารู้ว่าคุณจิ่งเหมียนมีเื้ัแบบนั้น ฉันไม่มีทางกล้าทำแบบนั้นแน่ ยังจะรีบห้ามแทบไม่ทันด้วยซ้ำ!" อันเป้ยเอ๋อร์รู้สึกเสียใจแทบตาย!
เซียวเฝ่ยโกรธจนตัวสั่น "ตอนนี้พูดแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไร! ถ้าคุณจิ่งเหมียนไม่ใจกว้างพอจนไม่เอาเื่พวกเธอั้แ่ตอนนั้น ธุรกิจทั้งหมดคงต้องพังเพราะพวกเธอแน่!"
นั่นเป็ถึงลูกค้ารายใหญ่จากฐานระดับ A ถ้าจิ่งเหมียนเกิดพลาดขึ้นมา เธอก็ซวยไปด้วย ชื่อเสียงของเซียวเฝ่ยเกือบจะเสียไปเพราะผู้หญิงชั้นต่ำพวกนี้
"อันเป้ยเอ๋อร์ อย่าคิดว่าการที่เธอเป็ญาติห่าง ๆ กับอันหลิงอวี่แล้วถูกขังที่นี่แค่หนึ่งวันเื่จะจบง่าย ๆ แบบนั้น พวกเธอได้เจอดีแน่หลังออกไปจากที่นี่ เธอควรไปคุกเข่าขอโทษคุณจิ่งเหมียนที่ลวี่อินซะ!" พูดจบเซียวเฝ่ยก็เดินออกไปที่ห้องขังถัดไปด้วยความโมโห
ในใจอดรู้สึกผิดต่อจิ่งเหมียนไม่ได้ จิ่งเหมียนต้องทนกับเื่แบบนี้แต่ก็ไม่ปริปากพูดสักคำ เธอช่างน่าสงสารจริง ๆ นับั้แ่นี้ไป จิ่งเหมียนคือเพื่อนแท้ของเธอ
เงาที่อยู่ข้าง ๆ เคลื่อนย้ายไปยังห้องขังห้องสุดท้ายอย่างเงียบเชียบ