รุ่งอรุณที่เกือบสะดุด
ยามเหม่า(1) เพิ่งจะเริ่มต้น ท้องฟ้ายังคงเป็สีเทาหม่นอากาศในต้นวสันตฤดูควรจะชุ่มชื้น แต่กลับแห้งผากจนน่าใจหาย
ซูอันอันไม่ได้ตื่นเพราะเสียงไก่ขัน...
“อุ๊บ...”
คลื่นความพะอืดพะอมที่รุนแรงกว่าทุกวันตีรื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอนางผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างกะทันหัน สองเท้าก้าวพรวดลงจากเตียงในความมืดสลัว...
ตุบ!
เท้าของนางสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่นอนขวางอยู่บนพื้นข้างเตียงเต็มๆ!
“ว้าย!”
โลกทั้งใบราวกับกลับตาลปัตรร่างของนางเสียหลักอย่างรุนแรง โถมไปข้างหน้า เตรียมพุ่งกระแทกกับพื้นแข็งๆภายในห้อง
ลูกข้า!
ในเสี้ยววินาทีที่นางคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว...
“ระวัง!”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับวงแขนที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก!เสิ่นอวี่หานที่เพิ่งตื่นเพราะถูกสะดุด ลุกขึ้นคว้าเอวของนางไว้ได้ทันท่วงทีเขากระชากร่างนางกลับมายืนตั้งหลักได้หวุดหวิด
ซูอันอันยืนหอบหายใจ ตัวสั่นเทามือข้างหนึ่งกุมท้องไว้แน่น อีกข้างยันอกกว้างของเขาไว้หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
เมื่อครู่... หากเขารับไว้ไม่ทัน...หากข้าล้มกระแทกพื้น...
“ข.......ข้าขอโทษ” นางกล่าวเสียงสั่น “ข้า...จะไปอาเจียน”
เสิ่นอวี่หานปล่อยมือนางออกทันทีที่นางทรงตัวได้เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปจุดตะเกียงให้สว่างขึ้นเล็กน้อย
ซูอันอันรีบวิ่งออกไปอาเจียนที่หลังเรือนจนหมดไส้หมดพุงเมื่อกลับเข้ามาในห้อง นางก็เห็นเขายืนรออยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
นางนั่งลงบนขอบเตียงอย่างอ่อนแรงความกลัวเมื่อครู่ยังไม่จางหาย
หากเป็เช่นนี้ต่อไปข้าต้องแท้งเข้าสักวันแน่...
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ... ข้าต้องพูดกับเขา...การที่เขานอนบนพื้นแบบนี้ มันอันตรายต่อลูกในท้องข้าเกินไป!
ความหวังที่ริบหรี่ และการขออนุญาต
หลังมื้อเช้าอันฝืดเคือง...บรรยากาศในบ้านตระกูลเสิ่นหนักอึ้งราวกับมีหินผาทับไว้
เหล่าบุรุษทุกคนในบ้าน ท่านปู่เสิ่น พ่อสามี เสิ่นกั๋ว สามีเสิ่นอวี่หานน้องชายสามีคนรองเสิ่นอวี่เจ๋อ และน้องชายคนที่สามเสิ่นอวี่หลง พากันไปยืนอยู่ที่แปลงผักหลังบ้าน
ภาพที่เห็นนั้นทำให้ใจสลาย...ผักใบเขียวที่ควรจะงอกงามในฤดูใบไม้ผลิ บัดนี้กลับเหี่ยวเฉา ใบเหลืองซีดดินแตกระแหง
“ลำธารท้ายหมู่บ้านแห้งขอดแล้ว”เสิ่นกั๋วกล่าวเสียงเครียด
ท่านปู่เสิ่นถอนหายใจยาว “ปีนี้...ภัยแล้งมาเร็วนัก ข้าวสาลีในนาใหญ่ยังพอทนได้ แต่ผักที่ต้องใช้น้ำทุกวัน...คงจะตายหมด”
“พวกเราต้องหาแหล่งน้ำใหม่!” เสิ่นอวี่หลงน้องสามผู้ห้าวหาญ กล่าวอย่างร้อนรน
“หาที่ไหนเล่า” เสิ่นอวี่เจ๋อน้องรองผู้สุขุมแย้ง “รอบหมู่บ้านเราก็มีแต่ที่แห้งๆ จะขุดบ่อตอนนี้...เกรงว่า...”
“เช่นนั้นก็ต้องขึ้นเขา!” เสิ่นอวี่หลงสรุป“พวกเราควรไปสำรวจต้นน้ำบนเขา บางทีอาจจะมีตาน้ำที่ยังไม่แห้ง!”
เสิ่นอวี่หานที่ยืนฟังเงียบๆ ขมวดคิ้วมุ่น... การขึ้นเขาในยามนี้อันตรายสัตว์ป่าที่ขาดน้ำย่อมดุร้าย... แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“พวกเ้าไปเตรียมตัว”เสิ่นอวี่หานออกคำสั่งในที่สุด "เดี๋ยวข้าจะตามไป"
เหล่าบุรุษแยกย้ายไปเตรียมมีด จอบ และเชือก
ซูอันอันมองตามแผ่นหลังของสามี... เขาจะขึ้นเขา?นี่คือโอกาส!
นางเดินเข้าไปในครัวที่หลิวซื่อกำลังนับเมล็ดถั่วอย่างกลัดกลุ้ม
“ท่านแม่เ้าคะ...”
หลิวซื่อตวัดตามองนาง "มีอันใด"
“ข้า... รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว...ข้าอยากจะชวนซินอี้ไปเดินเล่นแถวชายป่าสักครู่เ้าค่ะ” นางกล่าว"ข้าจะไปชวนซูซิน น้องสาวอีกคนด้วย"
“จะไปทำไม!” หลิวซื่อตวาด"แดดก็เริ่มแรงแล้ว คนท้องคนไส้!"
“ข้า...ข้าได้ยินว่าบนเขามีสมุนไพรบางอย่างที่ช่วยแก้แพ้ท้องได้เ้าค่ะ” นางโกหกคำโต"และ... เผื่อเราจะโชคดี... หาผักป่าหรือเห็ดมาทำมื้อเย็นได้บ้าง...ดีกว่านั่งรอผักในสวนเหี่ยวตายนะเ้าคะ"
คำว่า "หาของกิน"ทำให้หลิวซื่อชะงักไป... มันเป็ข้อเสนอที่ ‘ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว’(2)
ขณะนั้นเองเสิ่นอวี่หานเดินเข้ามาในครัวเพื่อเติมน้ำในกระบอกไม้ไผ่ เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
“ไร้สาระ!” หลิวซื่อกำลังจะปฏิเสธ
“ข้าจะไปกับนางเอง”
เสียงทุ้มของเสิ่นอวี่หานดังขัดขึ้นทำเอาทั้งสองสตรียืนตะลึง
เขาหันไปทางมารดา"ข้ากำลังจะขึ้นเขาไปสำรวจแหล่งน้ำอยู่แล้ว จะพานางไปด้วย"เขาหันไปทางซูอันอัน "ซินอี้อยู่บ้านช่วยท่านแม่ เ้า...ไปชวนซูซินเถิด"
หลิวซื่ออ้าปากค้าง... ลูกชายข้า...จะยอมเสียเวลาทำงานไปเดินเล่นกับภรรยารึ?
ซูอันอันก็ใไม่แพ้กัน... เขาจะไปกับข้า?นี่มัน... แผนข้าก็พังหมดสิ! ข้าจะแอบใช้ความรู้หรือแอบดูจี้หยกหงส์ได้อย่างไรถ้าเขายืนค้ำหัวอยู่!
แต่นางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ “...เ้าค่ะ ท่านสามี”
ผู้พิทักษ์บนเขา
ผืนป่าบนเขาในฤดูใบไม้ผลิปีนี้...แห้งแล้งผิดปกติ
ซูซิน น้องสาวของนางดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อรู้ว่าพี่เขยจะไปด้วย "ท่านพี่เขย!ท่านจะล่ากระต่ายให้ข้าหรือไม่เ้าคะ!"
เสิ่นอวี่หานไม่ตอบเขาเพียงแค่สะพายมีดล่าสัตว์และกระบอกน้ำ เดินนำหน้าไปอย่างเงียบงัน
ซูอันอันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกนี่ไม่ใช่การเดินป่าหาของที่นางจินตนาการไว้เลยมันเหมือนการเดินตามผู้คุมนักโทษมากกว่า
ให้ตายเถอะ... ข้าจะทำอะไรได้บ้าง?
นางตัดสินใจใช้ความรู้ของนางนางไม่มองหาเห็ดหรือผลไม้ที่คนทั่วไปมองหา... แต่นางกำลังมองหา"พืชชี้วัด"
นางเดินลึกเข้าไปในบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็ร่องน้ำเก่า...
“พี่ใหญ่! ทางนั้นมันรกจะตาย ไปทางโน้นดีกว่ามีพุ่มเถาวัลย์!” ซูซินะโเรียก
“เดี๋ยวก่อนซูซิน...” ซูอันอันกล่าวนางก้มลงพิจารณาต้นหญ้าแปลกๆ ที่ยังคงมีสีเขียวสด ทั้งที่บริเวณอื่นแห้งตายหมดแล้ว"นี่มัน..."
เสิ่นอวี่หานที่เดินนำอยู่ หยุดฝีเท้าเขาหันกลับมามองภรรยาที่กำลังคุกเข่าลงกับพื้นดิน
นาง... กำลังทำอะไร?
ซูอันอันขุดดินบริเวณนั้นเบาๆ... ดินมัน...ชื้น!
“ท่านสามี!” นางะโเรียกเขาอย่างลืมตัว"ที่นี่! ดินตรงนี้ยังชื้นอยู่เ้าค่ะ!"
เสิ่นอวี่หานก้าวเข้ามาในสามก้าวใบหน้าคมคายฉายแววประหลาดใจ เขาทรุดตัวลง แตะดินนั้น... มันชื้นจริงๆ
นางรู้ได้อย่างไร?
“พี่ใหญ่! พี่เขย! ดูนั่น!”ซูซินชี้ไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆ "มันป่า! หัวใหญ่มาก!"
“นั่นไม่ใช่...” ซูอันอันกำลังจะแย้งว่านั่นคือ 'ซานเย่า' (3)
แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ...
เฉียดตาย และสัญญาใต้แสงจันทร์
ซู่! ซู่!
เสียงแหวกพงหญ้าดังขึ้นพร้อมกับเงาสีเขียวมรกตที่พุ่งออกมาจากรากไม้!
“งู!” ซูซินกรีดร้อง
มันคือ "หางไหม้" อสรพิษเขียวหางไหม้ที่ถูกรบกวนถิ่นที่อยู่ มันพุ่งเป้าไปที่ซูซินซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด!
“ซินซิน!” ซูอันอันถลาเข้าไปผลักน้องสาว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก... เร็วจนแทบหยุดหายใจ
เสิ่นอวี่หานเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าเขาไม่ได้พุ่งไปหางู... แต่เขาพุ่งมาคว้าเอวของซูอันอัน ที่กำลังผลักซูซินแล้วกระชากร่างของทั้งสองสาวล้มกลิ้งไปด้านหลัง
ฉัวะ!
มีดในมือเขาตวัดออกไปในเสี้ยววินาที...หัวงูกระเด็นหลุดจากบ่า
ความเงียบเข้าปกคลุม...
ซูซินร้องไห้เสียงดังขึ้นมาซูอันอันนอนหอบอยู่บนพื้นดินร่างของนางถูกทับโดยร่างแกร่งของเสิ่นอวี่หานที่ใช้ตัวเองเป็โล่กำบัง
นางรอดตาย... ‘เฉียดตายเพียงเส้นยาแดง’(4)
“ท่าน...” นางมองใบหน้าที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ"ท่าน... ไม่เป็ไรนะ"
เขาไม่ตอบ แต่สายตาที่จ้องมองนางนั้น...ลุ่มลึกจนน่าหวาดหวั่น เขารีบผุดลุกขึ้น แล้วดึงนางให้ยืน
“กลับบ้าน” เขาประกาศเสียงกร้าวการค้นหาแหล่งน้ำสิ้นสุดลงแล้ว
“เดี๋ยวเ้าค่ะ!” ซูอันอันคว้าแขนเขาไว้"ท่าน... ท่านยังไม่ได้ขุดดูตาน้ำตรงนั้นเลย!"
“มันอันตรายเกินไป” เขาตวัดสายตามองพงหญ้ารอบกาย"สัตว์ป่าเริ่มดุร้ายเพราะขาดน้ำ"
“แต่เรา้าน้ำนะเ้าคะ! อีกอย่าง...มันนั่น!” นางหันไปปลอบซูซินที่ยังตัวสั่น "ซินซิน ไม่เป็ไรแล้วนะปลอดภัยแล้ว... ดูนั่นสิ มันที่เ้าเจอน่ะ มันคือ 'ซานเย่า'เ้าค่ะท่านสามี มันกินได้ เป็ยาบำรุงชั้นดีเลยนะเ้าคะ!”
นางยังไม่อยากกลับ... ข้ายังหาผลไม้รสเปรี้ยวแก้แพ้ท้องไม่ได้เลย...
เสิ่นอวี่หานมองหน้านางที่ทั้งตื่นกลัวแต่ก็ดื้อรั้นเขามองซูซินที่ยังขวัญเสีย...
“ข้าจะขุดมันนั่นให้” เขากล่าวตัดบท"ส่วนตาน้ำ... ข้าจะกลับมาดูพรุ่งนี้กับพวกอวี่เจ๋อ... แต่ตอนนี้พวกเ้าต้องกลับ"
ซูอันอันจำต้องยอมแพ้...อย่างน้อยก็ได้ของกินติดมือกลับไป
คืนนั้น... ยามซวี (5)
หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญบรรยากาศในห้องนอนก็ยิ่งเงียบงันกว่าเดิม
เสิ่นอวี่หานกำลังจะปูที่นอนบนพื้นเช่นเคย
“ท่านสามี”
ซูอันอันเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบนั้น
เขาหยุดชะงัก
“คืนนี้... ท่านช่วย...ขึ้นมานอนบนเตียงเถิดเ้าค่ะ”
เขาหันขวับมามองนางทันทีดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อย
นางรีบอธิบาย หน้าแดงก่ำ "ข้า...ข้าแพ้ท้อง ข้ากลัวจะสะดุดท่านล้มอีก... เมื่อเช้า... หากไม่ได้ท่าน...ข้ากับลูกคง..."
นางก้มหน้างุด "และ... พื้นมันเย็นท่านทำงานหนัก หากท่านป่วยไป... พวกเราจะลำบาก"
เสิ่นอวี่หานยืนนิ่งไปเนิ่นนาน
เขาไม่พูดอะไร...
เขาเพียงแค่หยิบม้วนเสื่อและผ้าห่มของเขา...แล้ววางมันลงบนเตียง... ที่อีกฟากหนึ่ง... ห่างจากนางที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาเป่าตะเกียงดับลง
ในความมืด ซูอันอันได้ยินเสียงเขาล้มตัวลงนอน...บนเตียงเดียวกัน
แผ่นหลังของทั้งคู่หันให้กัน...ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่
“ท่าน...”
นางเอ่ยถามเขาเสียงแ่เบาหลังจากที่เขาขึ้นเตียงแล้ว
เขาไม่ได้ตอบแต่เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอบอกให้รู้ว่าเขายังไม่หลับ
“ท่าน... รังเกียจข้ามากเลยหรือเ้าคะ”
เสียงลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ...
ความเงียบที่ตอบกลับมานั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
ซูอันอันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ... เขาคงรังเกียจข้าจริงๆ..
“เ้ากำลังท้อง”
เสียงของเขาดังขึ้นในความมืด...แหบพร่าและเคร่งเครียด
“นั่นไม่ใช่คำตอบเ้าค่ะ” นางกระซิบตอบ
เตียงไม้ลั่นเอี๊ยด... เขาราวกับขยับตัวเล็กน้อย
“ข้ากลัว... ว่าข้าจะทำเ้าระคายเคือง”
ระคายเคือง? นางขมวดคิ้วในความมืดนั่นมันหมายความว่าอย่างไร...
“ข้าเป็บุรุษ” เขากล่าวเสริมเมื่อเห็นนางยังเงียบไป
“ช่างเดายากจริง บอกข้ามาก่อนเถิดเ้าค่ะ”นางตัดสินใจรุกคืบ สตรีในยุคนี้อาจจะยอมเงียบ แต่ไม่ใช่หลินอันอัน
ความเงียบครั้งนี้ยาวนานกว่าเดิม...
นางรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของเขาแม้จะอยู่ห่างกันก็ตาม
“ข้าเป็บุรุษ”
ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมา... เพียงสามคำสั้นๆ
ซูอันอันชะงักไป... ข้าเป็บุรุษ?... แล้วอย่างไร? ข้าก็เป็สตรี... อ๊ะ...
เดี๋ยวนะ...สมองของวิศวกรสาวเริ่มประมวลผล... เขากำลังหมายความว่า... เขาเป็ผู้ชาย...ข้าเป็ผู้หญิง... บนเตียงเดียวกัน...
โอ้... พระเ้า... เขาไม่ได้หมายถึง"ระคายเคือง" แบบที่ข้าคิด...
ราวกับจะยืนยันความคิดของนางเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
“ร่างกายเ้าอ่อนแอ... ข้าเกรงว่า...การขยับตัวของข้า... จะรบกวนการพักผ่อนของเ้า”
โอ้...
ในที่สุดนางก็เข้าใจ! เขาไม่ได้รังเกียจ...เขาแค่... อึดอัด!
เขา...เขาแค่พยายามที่จะเป็สุภาพบุรุษในแบบของเขา! เขาไม่ได้รังเกียจข้า... เขาแค่...อึดอัดและกลัวว่าจะล่วงเกินข้าที่กำลังท้อง!
ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของซูอันอันพลันมลายหายไปถูกแทนที่ด้วยความรู้สึก... ขบขัน... และอบอุ่นอย่างประหลาด
“ท่านสามี...” นางพยายามกลั้นยิ้ม“ข้าไม่ได้ทำจากกระดาษนะเ้าคะ”
นางขยับตัวเล็กน้อย หันแผ่นหลังของนางเข้าหาเขาแต่ยังเว้นระยะห่างไว้
“ข้าแค่กลัวสะดุดท่านล้ม... ไม่ได้กลัว...การขยับตัว... ของท่าน”
อากาศในห้องพลันร้อนขึ้นมาหลายส่วน...
เสิ่นอวี่หานเกร็งตัวนิ่ง... สตรีผู้นี้...นางเข้าใจที่เขาพูดหรือไม่กันแน่!
“นอนเถิด” เขากล่าวตัดบทเสียงเข้มเมื่อเห็นนางยังไม่ตอบ "อย่าคิดฟุ้งซ่าน"
นางหลับตาลงพยายามจัดท่าทางที่สบายที่สุดบนเตียงแข็งๆ...
...เพียงครู่เดียว...นางก็ลืมตาโพลงในความมืดอีกครั้ง
เฮ้ย... ปวดฉี่อีกแล้ว!
นางเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ...การต้องปลุกเขาหรือพยายามปีนข้ามร่างเขาเพื่อไปฉี่ตอนกลางคืนนี่มันยากเกินไปแล้ว!
ดูเหมือน...ปัญหาที่แท้จริงของการนอนเตียงเดียวกัน เพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก...
“ท่านสามี...” นางกระซิบเรียกเสียงแ่
“...”
“ข้า... ข้าปวดปัสสาวะเ้าค่ะ...”
เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงดังมาจากบุรุษข้างกายนาง...
เชิงอรรค:
(1) ยามเหม่า: คือ่เวลา 05:00น. ถึง 06:59 น. (ยามเช้ามืด, รุ่งสาง)
(2) ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว: หมายถึง การกระทำสิ่งเดียวแต่ได้ผลประโยชน์ถึงสองอย่างพร้อมกัน
(3) ซานเย่า' หมายถึงมันเทศจีน
(4)เฉียดตายเพียงเส้นยาแดง: แปลตรงตัว: (ตายเก้าส่วน รอดหนึ่งส่วน) หมายถึง การตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด โอกาสรอดมีน้อยมากเฉียดตาย
(5) ยามซวี: คือ่เวลา19:00 น. ถึง 20:59 น. ยามค่ำ
โปรดติดตามตอนต่อไป: บทที่ 9 ลางร้ายแห่งวสันต์และเส้นทางที่ต้องเลือก