ยามจื่อ ความชื้นหนาวเหน็บปกคลุมโรงเจร้างท้ายเมืองจินไห่ กู่เฉินซานก้าวเข้าสู่โถงกลาง มือขวากุมด้ามกระบี่แน่น สายตากวาดมองฝ่าความมืด ภายใต้แสงตะเกียงริบหรี่ เฉินกู่และหมอซุนยืนคุมเชิงรออยู่ก่อนแล้ว
“มาตรงเวลาดีนี่” เฉินกู่เอ่ยเสียงแหบพร่า “ข้าเรียกเจ้ามา เพราะไม่อยากปล่อยให้ความจริงถูกลบเลือนไปพร้อมกับคนตายในเมืองนี้อีก”
กู่เฉินซานขมวดคิ้ว “เบาะแสเรื่องคนชุดดำที่ท่านเขียนไว้ในจดหมายอยู่ที่ใด”
หมอซุนก้าวออกมา แววตาราบเรียบขัดกับมือที่กุมถุงยาสีขาวแน่น “พวกเราสืบจนสุดทางแล้ว เงื่อนงำทั้งหมดชี้ไปที่สำนักชิงเฟิง ไม่เช่นนั้นก็ชี้กลับมาที่ตัวพวกข้าเอง ราวกับมีคนคอยขีดวงให้เราพายเรืออยู่ในอ่าง”
เฉินกู่กระชับดาบสั้น “หลักฐานมันชี้มาที่เจ้า บอกมาตามจริง... เจ้าเป็นเบี้ยรับคำสั่งจากผู้ใด เงินทุนมหาศาลนั่นมีที่มาอย่างไร หากไม่มีคำตอบที่กระจ่าง คดีนี้คงต้องจบลงด้วยวิธีของข้า”
กู่เฉินซานจ้องมือปราบเฒ่าและหมอยานิ่ง “ข้าไม่มีคำตอบเรื่องผู้สนับสนุนให้พวกท่าน... เพราะตัวข้าเอง ก็กำลังตามหาคนผู้นั้นอยู่เช่นกัน”
……
เสียงฝีเท้าสม่ำเสมอดังแว่วมาจากด้านหน้าโรงเจ ทำลายความตึงเครียดลงฉับพลัน นายอำเภอกู้เสวียนเดินฝ่าละอองฝนเข้ามา มือถือโคมไฟส่องสว่างนำทาง เขาหยุดยืนกึ่งกลางระหว่างคนทั้งสาม
“ใต้เท้ากู้!” เฉินกู่อุทาน มือที่กุมดาบสั้นคลายออกโดยสัญชาตญาณ
นายอำเภอหนุ่มกวาดสายตามอง “ข้าเห็นพวกท่านลุกลี้ลุกลนมาทั้งวันจึงตามมา... เกรงว่าการสะสางแค้นในคืนนี้ จะทำให้กฎหมายบ้านเมืองมัวหมอง”
เขาสืบเท้าเข้าหาเฉินกู่ วางมือบนบ่าอีกฝ่ายแผ่วเบา “มือปราบเฉิน ท่านทำงานมาสามสิบปี ย่อมรู้ดีว่าหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดมันชัดเจนเกินไป ทั้งจดหมายลับ ยาพิษ... เหมือนถูกวางให้พวกท่านมาประจันหน้ากัน หากคืนนี้มีการนองเลือดแล้วสะสางผิดคน พวกท่านย่อมมีความผิด ส่วนคนร้ายตัวจริงคงหัวร่ออยู่หลังม่าน”
“จะให้ข้านิ่งดูดายงั้นรึ!” เฉินกู่ขัด แววตาแดงก่ำ “หลักฐานจะป้ายสีใครข้าไม่สน คนร้ายที่ฆ่าลูกชายข้า ต้องชดใช้”
“การใช้กำลังบีบคั้นชาวยุทธ์ยามวิกาล มีแต่จะชักนำให้กองปราบจากเมืองหลวงส่งคนลงมาขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต รวมถึงคดีบุตรชายท่านที่ยังมีเงื่อนงำ… ท่านคงไม่อยากให้คนนอกเข้ามาทำให้เมืองจินไห่ย่อยยับ และลากท่านลงเหวไปด้วยกระมัง”
เฉินกู่ชะงัก แววตาสั่นไหว กู้เสวียนหันไปหาหมอชรา “ส่วนท่านหมอซุน... หากข้าส่งรายงานเรื่องยาพิษที่หลุดรอดจากคลังไปยังเมืองหลวง ตระกูลซุนจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ค้าสมุนไพรทันที”
หมอซุนหน้าถอดสี ปลายนิ้วที่กุมห่อยาสั่นสะท้าน “ใต้เท้า… ท่านกำลังจะบอกให้พวกเรารามืองั้นหรือ”
“แยกย้ายกันไปก่อน” กู้เสวียนกล่าวเสียงเรียบ “พรุ่งนี้ข้าจะรายงานไปยังมณฑลเพื่อปิดคดีนี้ในฐานะเหตุฆ่าฟันอันมืดดำที่ไร้ร่องรอยคนร้าย... ในทางกฎหมายถือเป็นทางตันอันสมบูรณ์ การยอมรับว่าเราหาความจริงไม่พบ คือวิธีเดียวที่จะปกป้องทุกคนและทำให้เมืองนี้เดินหน้าต่อไปได้”
เฉินกู่นิ่งงันไป มองดาบในมือ ส่วนหมอซุนผ่อนมือที่กุมห่อยาลง
กู้เสวียนขยับเข้าชิดมือปราบเฒ่า สายตาจับจ้องม้วนกระดาษที่โผล่พ้นสาบเสื้อ “ท่านหยิบเอกสารมาโดยพลการ... การใช้ข้อมูลลับทางการข่มขู่คนเช่นนี้ ท่านก็รู้ว่าผิดกฎ”
มือปราบเฒ่าไม่ทันเอ่ยคำ ปลายนิ้วเรียวของขุนนางหนุ่มตวัดดึงม้วนเอกสารคดีในอกเสื้อเฉินกู่ออกมาทันที ก่อนเอ่ยสำทับเบา ๆ
“กลับไปเสีย... ปริศนาที่ผ่านมาข้ารับปากจะไม่ละทิ้ง จะค่อย ๆ จัดการไปตามครรลองระบบราชการ แต่ในเมื่อหลักฐานยามนี้ไม่เพียงพอ ก็จงอย่าได้ขุดคุ้ยเพิ่มให้เมืองต้องวุ่นวายอีกเลย”
เฉินกู่และหมอซุนประสานมือรับคำสั่งด้วยความจำยอม ก่อนหมุนตัวเดินหายไปในความมืด... ทิ้งให้กู่เฉินซานยืนเผชิญหน้ากับขุนนางหนุ่มเพียงลำพัง