ตอนที่ 36 พบกองทัพยักษ์ขนาดเล็ก
ตั้งแต่ตอนนี้ไปพี่หมีจะเป็นผู้เขียนเองนะครับพอดีผู้เขียนติดปัญหาเรื่องเวลา เลยไม่สามารถมาเขียนได้ดังนั้นเพื่อไม่ให้เรื่องนี้ดรอปไปพี่หมีเลยต้องมาเขียนเอง อาจจะลงช้าไปบ้างแต่จะไม่ทิ้งนะครับ เพราะพี่หมีเองก็อยากเขียนแนวนี้ด้วย
*********************************************************
เหวอออออออออ!!
หลังจากที่พระฤๅษีคงได้ร่ายคาถาบางอย่างแล้ว จู่ๆร่างกายของกล้วยก็พลันเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ จากเดิมที่มีขนาดสูงราวหนึ่งเมตร แต่ในตอนนี้ขนาดของเขานั้นได้ย่อเล็กลงมาทั้งทัศนียภาพการมองเห็นรอบๆ เองก็เปลี่ยนไปด้วย......
“ท่านพระฤๅษีคงขอรับ! นะ.....นะ.....นี่มัน?” กล้วยรู้สึกว่าตัวของเขานั้นเบาและควบคุมได้ยากกว่าก่อนหน้านี้จนเขาต้องลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้นเลยทีเดียวแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถพูดได้.....
“ก็เอ็งพูดเองมิใช่หรือไงกันว่าอยากให้ข้าแปลงกายเป็นนกน่ะ?”พระฤๅษีคงตอบกลับกล้วยในทันทีในขณะที่ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยที่สะใจและมีความสุข......
“มันก็ใช่อยู่หรอกท่านพระฤๅษีคงแต่ท่านก็ควรที่จะบอกข้าก่อนสิ เห็นไหมว่าข้านอนกลิ้งเป็นหนอนอยู่เนี่ย!”กล้วยถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะเขารับรู้ได้เลยว่าพระฤๅษีคงกำลังแกล้งเขาอยู่เพราะสีหน้าที่แสดงให้เห็นนั้นมันชัดเจนมาก.......
“เอาน่า! ข้ารู้ว่าเอ็งนั้นเก่งอยู่แล้วไม่นานคงสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพในตอนนี้ได้แต่ถ้าไม่ได้ข้าก็คงจะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก!” พระฤๅษีคงไม่สนใจคำพูดของกล้วยกลับกัน พระฤๅษีคงกลับเลือกที่จะใช้คำพูดดูถูกเพื่อกระตุ้นใส่กล้วยแทน.....
อ๊ะ!
“นี่มัน..........ได้! ถ้างั้นข้าจะทำให้ท่านดูเองว่าข้านั้นเก่งกล้าขนาดไหน!”กล้วยอยากที่จะลุกขึ้นและกระโดนถีบพระฤๅษีคงด้วยขาคู่ของเขามากเพราะไม่เพียงแต่พระฤๅษีคงจะไม่บอกหรือสอนเขาให้รู้ถึงการปรับตัวเท่านั้นยังดูถูกเขาอีกแต่เพราะเขาเป็นเด็กที่ฉลาดและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ .....
อึ๊บ! อึ๊บ! พรึบ! พรึบ!
กล้วยพยายามที่จะขยับปีกของเขาอย่างช้าๆ เพื่อทำให้ตัวเองบินได้แต่เพราะเขาไม่เคยอยู่ในร่างของนกมาก่อนและไม่รู้ว่าพวกนกนั้นสามารถบินได้อย่างไรดังนั้นในการฝึกบินครั้งแรกของเขาจึงได้ยากมากและทุกคนที่เขาขยับปีกเพื่อให้ตัวลอยขึ้นมาเขาก็จะหัวทิ่มลงดินตลอด......
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
“เร็วๆ หน่อยนะเจ้าหนูกล้วย!ถ้าช้าไปกว่านี้พวกเราคงไปไม่ถึงที่หมายสักที”พระฤๅษีคงดูจะมีความสุขมากที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกล้วยจากการฝึกบินแต่อย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกชื่นชมในความพยายามของกล้วยไม่น้อยเลยเพราะกล้วยไม่ถามเขาและเลือกที่จะลองมันด้วยตัวเอง......
สองชั่วโมงผ่านไป.......
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
ฮะ......ฮ้า!
สำเร็จแล้ว!
หลังจากที่กล้วยใช้เวลาอยู่สองชั่วโมงกับการฝึกหัดบินในที่สุดเขาก็สามารถประคองตัวเองให้ลอยตัวได้โดยที่ไม่หัวทิ่มลงพื้นเหมือนก่อนหน้านี้ซึ่งกล้วยต้องใช้ความพยายามอย่างมากจนตัวเขามอมแมมไปหมดแล้วถ้าเกิดเขาไม่อยู่ในร่างของนกที่ไม่มีเสื้อผ้าตัวเขาคงดูเลอะเทอะมากกว่านี้อย่างแน่นอน เพราะพื้นที่แถวนี้มีโคลนด้วย......
“ไม่เลวเลยนะเจ้าหนูกล้วยสมแล้วที่เป็นเด็กที่ถูกคาดหวังเอาไว้โดยพระเสาร์ ใช้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงก็สามารถลอยตัวได้แล้วถ้าเป็นคนอื่นคงใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน!”พระฤๅษีคงพึ่งจะได้สติกลับมาเมื่อเห็นว่ากล้วยสามารถบินลอยตัวได้เพราะปกติแล้วจะต้องใช้เวลามากกว่าสามหรือสี่วันเลยทีเดียวถึงจะทำได้แต่เพื่อไม่ให้กล้วยหลงระเริงเขาจึงได้พูดไม่ให้มันดูเว่อร์ไป......
“ข้าเก่งอยู่แล้วขอรับท่านพระฤๅษีคงถ้าท่านให้เวลาข้าอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงละก็ข้าคิดว่าข้าคงสามารถบินได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนพวกนกจริงๆ!”กล้วยไม่รอช้าที่จะพูดโอ้อวดตัวเอง เขารู้ว่าการฝึกบินนี้ไม่ง่ายเลยและมันออกจะไปทางยากด้วยซ้ำ และอีกอย่างเขาก็รู้ว่าพระฤๅษีคงต้องมีเรื่องบางอย่างปิดบังเขาจากคำพูดเมื่อครู่นี้เพราะเขาสังเกตเห็นสีหน้าตกใจที่พระฤๅษีคงแสดงออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆ ก็ตาม.......
เชอะ!
“เอ็งอย่าได้ทำเป็นอวดดีไปไอ้หนูกล้วย!งั้นถ้าเอ็งสามารถทำได้อย่างปากว่าจริงๆข้าจะยอมให้เอ็งขอข้าอะไรก็ได้หนึ่งอย่างดีไหม?” ถึงแม้ว่าพระฤๅษีคงจะเห็นว่ากล้วยนั้นมีความสามารถสูงแต่เขาก็ไม่เชื่อว่ากล้วยจะสามารถบินได้อย่างอิสระเหมือนกับนกด้วยเวลาอันสั้นแค่นี้ดังนั้นเขาจึงยอมที่จะให้กล้วยขออะไรเขาก็ได้หนึ่งอย่างถ้าทำได้จริงๆ .......
“ท่านพระฤๅษีคงพูดแล้วห้ามคืนคำนะ ถ้าข้าทำได้จริงๆแล้วข้าจะสามารถขออะไรท่านก็ได้หนึ่งอย่างน่ะ?” กล้วยดูจะมีความสุขมากเมื่อได้ยินแบบนั้นเพราะเขามั่นใจมากกว่าตัวเขาสามารถทำได้อย่างที่พูดออกไปเนื่องจากในตอนที่เขากำลังฝึกหัดบินลอยตัวนั้นเขาได้เข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับลักษณะของพวกนักดังนั้นเขาจึงคิดว่าทำได้แน่นอน......
“แน่นอน! ข้าเป็นผู้ถือศีลนะข้าไม่โกหกเจ้าหรอกเจ้าหนูกล้วยและต่อไปนี้เอ็งก็ไม่ต้องเรียกข้าเต็มยศแบบนั้นแล้วก็ได้เอ็งเรียกข้าว่าท่านตาก็พอแล้ว เพราะว่าต่อจากนี้ไปพวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน”พระฤๅษีคงพยักหน้าให้กับกล้วยเบาๆ เพื่อยืนยันคำพูดของเขาก่อนจะบอกให้กล้วยเรียกตนว่าท่านตาก็พอแล้ว เพราะมันสั่นและเรียกได้ง่ายกว่าแถมยังดูเป็นกันเองอีกด้วย.......
“ได้ขอรับท่านตาเพราะข้าเองก็คิดว่าจะเรียกท่านแบบนี้อยู่แล้ว! เพราะอาจารย์ก็เหมือนพ่อแต่ท่านแก่แล้ว คงต้องเป็นตาของข้า อิอิ!” กล้วยรีบตอบตกลงทันทีเพราะเขาเองก็อยากที่จะเรียกพระฤๅษีคงแบบนี้อยู่แล้ว เพราะมันง่ายและดูเป็นกันเองและแน่นอนว่ากล้วยไม่รอช้าที่จะพูดเอาคืนพระฤๅษีคงด้วยคำพูดของเขา......
“เอ็งนิ! เอาละ! เอ็งฝึกต่อไปเถอะ ตาจะออกไปหาผลไม้แถวนี้สักหน่อยและถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบส่งเสียงตะโกนเรียกตาทันทีเลยนะรู้ไหม?” พระฤๅษีคงรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อยที่ถูกกล้วยหลอกด่าแต่เขาก็รู้สึกมีความสุขมากกว่า ซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วเขารู้สึกเหงาที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวมานานพอควรในเมื่อเขารับกล้วยเป็นศิษย์และเห็นกล้วยเป็นหลานเขาคนหนึ่งเขาก็จะดูแลกล้วยให้ดีที่สุดดังนั้นเขาจึงคิดที่จะออกไปหาผลไม้แถวนี้และปล่อยให้กล้วยฝึกต่อไป.......
ขอรับท่านตา!
กล้วยยังคงฝึกบินต่อไปซึ่งไม่นานเขาก็เริ่มที่จะขยับตัวและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น จากเดิมที่บินไปข้างหน้าได้เพียงแค่ไม่กี่เมตรในตอนนี้เขาสามารถบินไปมากกว่าสิบเมตรแล้ว แต่มันก็ยังเป็นการบินในระนาบทางตรงเขายังไม่อาจที่จะบินในท่าอื่นๆ ได้.......
อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป........
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ย๊ะหู้ววววววววววว!!
“ไม่คิดเลยว่าการบินบนท้องฟ้ามันจะรู้สึกดีแบบนี้!”
หลังจากที่กล้วยได้ฝึกบินอีกหนึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาก็สามารถบินในระนาบทางตรงได้เป็นอย่างดีและสามารถที่จะลอยตัวได้สูงขึ้นพร้อมกับบินในท่วงท่าอื่นๆได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการบินหมุนตัวเป็นวงกลม การบินเฉียงซ้ายขวาหรือเหมือนแต่บินหลบสิ่งกรีดขวางเองก็ทำได้เช่นกัน.......
ซึ่งนอกจากกล้วยจะสามารถบินได้เหมือนกับนกแล้วสายตาของเขาก็ดีขึ้นด้วยราวกับว่าการที่เขาได้กลายเป็นนกนั้นมันได้ทำให้เขาเพิ่มความสามารถด้านการมองเห็นเพิ่มอีกเพราะเขาสามารถมองได้ไกลถึงสามสิบเมตรหรืออาจะมากกว่านี้เล็กน้อย........
หือ?
“ทำไมตรงนั้นถึงมีกลุ่มควัน? หรือว่าจะมีคนอยู่ตรงนั้น?”ทว่าในตอนนั้นเองสายตาของกล้วยก็พลันเหลือบมองไปเห็นกลุ่มควันที่ลอยขึ้นมาบนท้องฟ้าราวกับว่าเป็นควันที่เกิดขึ้นจากกองไฟแต่เขาเองก็ไม่แน่ใจควันไฟนี้เกิดจากคนหรือตัวอะไรเพราะเขาได้ยินพระฤๅษีคงพูดว่าในช่วงนี้มีข่าวเรื่องพวกยักษ์เข้ามาแถวนี้อยู่บ่อยๆดังนั้นเขาจึงดูเป็นกังวลไม่น้อย.......
กล้วย!
ท่านตา!
ซึ่งในเวลานั้นเองเสียงของพระฤๅษีคงก็ได้ดังขึ้นมาเพื่อเรียกสติเขาออกมาจากความคิดและเมื่อเขาเห็นพระฤๅษีคง เขาจึงรีบบินลงไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเล่นท่าด้วย.......
หือ?
“นี่หลานทำมันได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอเนี่ย?!” พระฤๅษีคงดูจะตกใจมากเมื่อเห็นกล้วยสามารถบินบนฟ้าได้อย่างอิสระแถมยังบินเล่นท่าให้เขาดูด้วย......
“ข้าก็บอกท่าตาไปแล้วว่าข้าสามารถทำได้จริงๆเอาละท่านตา ในเมื่อข้าชนะตามที่พวกเราตกลงกันเอาไว้แล้ว งั้นข้าขอ.........”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนหลานตา!ตอนนี้พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนเพราะมีกองกำลังขนาดเล็กของไอ้พวกยักษ์อยู่ใกล้ๆ นี้ถ้าพวกมันเห็นพวกเราเข้าคงจักเป็นเรื่องไม่ดีนัก!”พระฤๅษีคงถึงขัดจังหวะก่อนที่กล้วยจะได้พูดจบ ซึ่งสีหน้าของพระฤๅษีคงดูมืดมนเป็นอย่างมากเพราะในตอนที่เขาออกไปหาผลไม้นั้นเขาบังเอิญไปเห็นค่ายของพวกยักษ์เข้าเขาจึงรีบกลับมาหากล้วยและไปจากที่ตรงนี้ก่อนก่อนที่พวกนั้นจะมาเห็นพวกตนเข้า.......
“หลานเข้าใจแล้วท่านตา!แต่พื้นที่แถวนี้อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านท่าเสด็จเลยนะขอรับ ข้ากลัวว่าพวกมันจะพบหมู่บ้านและคนในหมู่บ้านจะเป็นอันตราย!”สีหน้าของพระฤๅษีคงว่าดูเป็นกังวลแล้ว แต่สีหน้าของกล้วยกังวลหนักกว่าอีกเพราะเขารู้ว่าพื้นที่ที่เขาอยู่นี้ไม่ห่างจากหมู่บ้านท่านเสด็จมากถ้าเกิดว่าพวกยักษ์เห็นหมู่บ้านคงไม่ใช่เรื่องดีแน่.......
“เรื่องนั้นหลานไม่ต้องกังวลเพราะตาคงของหลานจะทำการแสดงอะไรดีๆ ให้หลานดูเองแต่ก่อนอื่นพวกเราจะต้องไปจากที่ตรงนี้กันเสียก่อน!”พระฤๅษีคงรู้ว่ากล้วยกำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งเขาเองก็จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงต้องแสดงฝีมือและความสามารถให้กล้วยได้ดู......
ขอรับท่านตา!
หลังจากที่พระฤๅษีคงพูดจบและกล้วยตกลงแล้วเขาก็พากล้วยออกไปจากที่ตรงนี้ทันที ซึ่งเขาไม่ได้เสกให้กล้วยกลับมาเป็นคนเช่นเดิมเพราะด้วยรูปร่างของกล้วยที่เล็กแบบนี้มันจะช่วยให้พระฤๅษีคงดูแลกล้วยได้ง่ายขึ้นเขาสามารถเอากล้วยเข้ามาเก็บไว้ในถุงย่ามของเขาได้และเมื่อเอากล้วยเข้าไปไว้ในย่ามแล้วเขาก็รีบวิ่งไปจากที่ตรงนี้และหาพื้นสูงที่เหมาะๆทันที......
“ท่านตา!ไอ้พวกยักษ์ตั้งค่ายห่างออกไปแค่ไม่กี่ร้ายเมตรเท่านั้นและดูจากควันไฟก่อนหน้านี้แล้วคงมีมากกว่าร้อยตนเป็นแน่ใช่ไหมขอรับท่านตา?”กล้วยได้โผล่หัวออกมาจากยามของพระฤๅษีคงพร้อมกับถามถึงขนาดกองกำลังยักษ์จากสิ่งที่เขาเห็น......
หือ?
“หลานรู้ได้อย่างไร? หรือว่าหลานแอบไปที่นั่นมา?”พระฤๅษีคงถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเมื่อคิดว่ากล้วยแอบไปที่นั่นมาเพราะมันอันตรายเป็นอย่างมากถ้าเกิดว่าถูกจับได้......
“ไม่ขอรับท่านตาหลานเพียงแค่เห็นควันไฟและดูจากพื้นที่วงรอบเท่านั้น” กล้วยรีบพูดแก้ตัวให้กับตัวเองในทันทีว่าเขานั้นไม่แอบไปที่ค่ายของพวกยักษ์แค่เขาแค่นำองค์ประกอบหลายๆอย่างมารวมกันเพื่อวิเคราะห์ขนาดของกองกำลังยักษ์......
เฮ้อ!
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็แล้วไปแต่ที่หลานว่ามามันก็ถูกต้องแล้วพวกมันมียักษ์ชั้นต่ำกว่าร้อยตนและมีอสุรกายอีกเป็นพันตัวและผู้ที่นำทัพก็เป็นถึงยักษ์ชั้นพันเลยทีเดียวแต่ถึงอย่างนั้นมันก็มิใช่คู่มือของตาหรอกหลานถ้าไม่ใช่เพราะตากลัวว่าพวกมันจะรู้ที่อยู่ของหมู่บ้านท่าเสด็จตาคงถล่มค่ายของพวกมันเสียนานแล้ว ไม่มัวมาอยู่ตรงนี้ดอกหนา!”พระฤๅษีคงไม่ได้อยากที่จะพูดโอ้อวดตนเองเท่าไหร่แต่ที่เขาพูดมานั้นมันเป็นความจริงทุกประการเพราะเพียงแค่ตัวเขาคนเดียวก็สามารถกวาดล้างทักยักษ์เพียงแค่นี้ได้แต่เขาอาจจะต้องเสียพลังไม่น้อย......
“ท่านตาเก่งที่สุดอยู่แล้วจ้ะ!หลานเชื่อว่าท่านตาจะต้องช่วยหมู่บ้านท่าเสด็จเอาไว้ได้ รวมถึงจัดการไอ้พวกยักษ์ชั่วร้ายเหล่านั้นได้!”กล้วยรู้ว่าพระฤๅษีคงนั้นไม่ได้พูดโกหก ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นด้วยตาของตัวเองก็ตามแต่เขาก็เชื่ออย่างสนิทใจและมั่นใจมากกว่าพระฤๅษีคงจะช่วยให้หมู่บ้านท่าเสด็จรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้.........
“หลานเชื่อใจตาคงผู้นี้เลย ตาของเจ้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน!”ในตอนแรกพระฤๅษีคงก็ไม่ได้คิดอะไรมากแต่เมื่อเขาเห็นแววตาที่เชื่อใจและไว้ใจของกล้วยแล้วเขามุ่งมั่นและไฟในตัวของเขาก็พลันลุกโชนขึ้นมาในบัดดล........
ขอรับท่านตา!