ห้องประชุมคณะกรรมาธิการตำบลกวนซาน
เซี่ยเจิ้งเต๋อเลขาธิการหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล เสวี่ยเหวินหลง และคนอื่นๆ ล้วนนั่งรอด้วยความร้อนรน ตั้งแต่ที่ซือเจิ้นเฉียงบอกว่าหลิวชิงหหยู่มาถึงศูนย์ราชการแล้ว พวกเขาก็รออย่างเงียบๆ พวกเขารู้ว่าตัวเอกของการประชุมวันนี้คือ หลิวชิงหยู่ และคิดว่าเขาจะปรากฏตัวในไม่ช้า
แต่เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป จนกระทั่งสิบนาทีเต็ม เสวี่ยเหวินหลงและคนอื่นๆ นั่งรอจนปวดเอว แต่หลิวชิงหยู่ก็ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมา ตอนนี้ไม่ใช่แค่เสวี่ยเหวินหลง แม้แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อก็สีหน้าไม่สู้ดี ทุกคนต่างสงสัยว่า ในเมื่อหลิวชิงหยู่มาถึงแล้ว ทำไมเขาไม่ตรงมาที่นี่ ทั้งๆ ที่มีผู้บังคับบัญชาจากเทศมณฑลรออยู่
ในขณะเดียวกันมือถือของซือเจิ้นเฉียงก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเขาก็เปิดลำโพงแล้วมีคนพูดผ่านสายมาว่า “เลขาธิการซือ หลิวชิงหยู่หลังจากมาถึงก็กลับไปที่สำนักงานของเขาเลยครับ ท่านให้ผมไปกระตุ้นเขาให้ไหม”
ซือเจิ้นเฉียง พูดกลับอีกฝ่ายไปว่า “ฝากไปบอกนายกหลิวให้รีบมาเร็วๆ ด้วย บอกเขาว่าคณะผู้นำจากเทศมณฑลทั้งหลายอยู่ในห้องประชุมแล้ว อย่าปล่อยให้ทุกท่านต้องรอนานๆ มันเสียมารยาท”
นี่คือการตำหนิอย่างแน่นอน และยังตำหนิต่อหน้าคนอีกหลายคน ซือเจิ้นเฉียงร้ายกาจจริงๆ เขาใช้คำพูดชักนำ ทำให้ผู้คนไม่พอใจหลิวชิงหยู่ ทำให้คนอื่นๆ คิดว่าหลิวชิงหยู่หยิ่งผยองไม่เห็นหัวผู้บังคับบัญชาในสายตา
ในตอนนี้สีหน้าของเซี่ยเจิ้งเต๋อดูมืดมนเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะชื่นชอบหลิวชิงหยู่ แต่สิ่งที่หลิวชิงหยู่ทำวันนี้ทำให้เขาไม่พอใจ ในความคิดของเขา แม้ว่าหลิวชิงหยู่จะมีงานมากมาย แต่ในเมื่อผู้บังคับบัญชารออยู่ เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้บังคับบัญชารอนานได้ ทว่าหลิวชิงหยู่กลับทำสิ่งที่ว่า
ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดถึงเรื่องหลิวชิงหยู่ หลิวชิงหยู่ก็ได้โพสต์ภาพเสร็จ แล้วเดินไปยังห้องประชุมอย่างไม่รีบไม่ร้อน เวลานี้หัวใจของเขาเหมือนด้านชาไปแล้ว เขารู้ดีว่าไม่ว่าจะรีบไปหรือไม่ เขาก็ต้องเผชิญกับดักที่วางเอาไว้อยู่ดี เพราะฝ่ายตรงข้ามดำเนินการไว้นานแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาจะทำได้ก็คือหาวิธีรื้อกับดักนั้น
เมื่อหลิวชิงหยู่เปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องประชุม ในห้องประชุมก็เริ่มตึงเครียด ทุกสายตาจับจ้องไปยังนายกเทศมนตรีหนุ่มผู้นี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกคณะกรรมาธิการตำบลกวนซาน ไม่มีใครคิดว่าหลิวชิงหยู่จะกล้าปล่อยให้ผู้บังคับบัญชารอนานถึง 20 นาที
หลิวชิงหยู่เดินไปยังที่ว่างข้างซือเจิ้นเฉียงแล้วนั่งลง จากนั้นก็มองไปยังเซี่ยเจิ้งเต๋อแล้วพูดว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ต้องขอโทษจริงๆ ผมมีเรื่องด่วนที่ต้องทำ เลยมาช้าหน่อย ต้องขออภัยท่านด้วยจริงๆ ”
สิ้นเสียงของหลิวชิงหยู่ ซือเจิ้นเฉียงก็เปิดปากออกมาทันที “หลิวชิงหยู่คุณกำลังทำอะไร ผมไม่ได้บอกหรือว่ามีคนรออยู่ที่นี่และให้มาทันทีเมื่อกลับมาถึง”
ซือเจิ้นเฉียงเริ่มตำหนิทันที
เมื่อหลิวชิงหยู่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าแล้วพูดออกไปทันทีว่า “ใช่แล้ว ผมไม่เถียง หลังจากกลับมาถึงสำนักงาน ผมก็เปิดคอมพิวเตอร์แล้วโพสต์รูปถ้ำเซียนในภูเขาชุ่ยผิง ลงบนอินเทอร์เน็ต เหตุผลที่ทำแบบนั้นก็เพราะมีชาวเน็ตคนหนึ่งสนใจภาพเหล่านี้อย่างมาก ผมรู้สึกว่า ถ้ามีชาวเน็ตมากมายเห็นภาพถ่ายของภูเขาชุ่ยผิง อาจจะมีคนอยากลงทุนกับมันก็ได้”
ซือเจิ้นเฉียงได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป ก่อนจะพูดว่า “สหายหลิวชิงหยู่ คุณไร้เดียงสาจริงๆ ผมไม่ได้บอกหรือว่า เทศมณฑลเองก็เคยมีโครงการสร้างรีสอร์ตชมวิวที่ภูเขาชุ่ยผิง ทางตำบลเองก็เคยมีแผนหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ คุณคิดว่าแค่การโพสต์รูปง่ายๆ จะหานักลงทุนได้หรือ สหายหลิวชิงหยู่ ผมบอกให้คุณเลิกล้มโครงการนี้แล้วสนใจในงานบ้านงานเมืองแทน แต่คุณไม่ฟัง เห็นแก่ที่คุณอยากทำเพื่อตำบลกวนซาน ผมจึงยังไม่รายงานไปยังเทศมณฑล ต่อจากนี้ผมคงช่วยคุณอีกไม่ได้แล้ว หลิวชิงหยู่ที่คุณทำมันมากเกินไปแล้ว ผมปล่อยให้งานของนายกเทศมนตรีล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
หลังจากพูดจบซือเจิ้นเฉียงก็มองไปยัง เซี่ยเจิ้งเต๋อกับเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผู้ว่าการเสวี่ย ผมไม่คิดว่าสหายหลิวชิงหยู่จะดื้อรั้นคิดถึงเรื่องธุรกิจมากขนาดนี้ และด้วยเหตุผลนี้จึงมีงานเอกสารค้างไม่ได้ดำเนินการอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้า โปรดลงโทษผมด้วย”
ได้ยินซือเจิ้นเฉียงพูด ฉินรุ่ยเจียกับเมิ่งฮวนก็รู้สึกโกรธ พวกเขาไม่คิดว่าซือเจิ้นเฉียงจะไร้ยางอายขนาดนี้ ไม่เพียงจะลากให้เผชิญกับปัญหา แต่ยังสาดโคลนใส่หลิวชิงหยู่อีกด้วย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับผู้นำของเทศมณฑลว่าจะจัดการเรื่องนี้กันอย่างไร
เรื่องหลิวชิงหยู่ เซี่ยเจิ้งเต๋อนั้นเป็นคนที่จับตาดูเขาตลอด ดังนั้นมีหรือที่จะปล่อยให้ซือเจิ้นเฉียงทำตามที่ชอบได้ เขาไม่รอให้เสวี่ยเหวินหลงและคนอื่นๆ พูด เขาชิงพูดขึ้นทันทีว่า “สหายหลิวชิงหยู่ คุณมีคำอธิบายในเรื่องที่ซือเจิ้นเฉียงพูดหรือไม่”
เซี่ยเจิ้งเต๋อกำลังหาโอกาสให้หลิวชิงหยู่ได้แก้ต่าง
หลิวชิงหยู่มองไปยังเซี่ยเจิ้งเต๋อด้วยความขอบคุณ จากนั้นก็พูดออกไปด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เลขาธิการเซี่ย ผมว่าเลขาธิการซือเขาก็พูดเกินไป”
พูดถึงตรงนี้เขาก็มองไปยังซือเจิ้นเฉียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ว่า “เลขาธิการซือผมไม่คิดว่าคุณจะเกลียดผมถึงขนาดถึงใช้วิธีที่น่ารังเกียจแบบนี้จัดการกับผม ผมผิดหวังในตัวคุณมาก”
พูดถึงตรงนี้เขาก็กวาดสายตามองทุกคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเกรี้ยวกราดว่า “เรียนผู้บังคับบัญชาและสหายที่เคารพ แม้ว่าผมจะพึ่งเข้าร่วมการประชุมแต่ผมก็เห็นกองเอกสารบนโต๊ะแล้ว มันมีคนตั้งใจเอาเอกสารมาไว้ที่โต๊ะผม เป้าหมายก็คืออยากจะให้ผมมีงานค้างมากมายและเขี่ยผมลงจากตำแหน่ง แม้ผมจะพึ่งมาประชุม แต่ผมขอเล่าเค้าโครงเรื่องให้ทุกคนฟัง เพื่อชี้ให้ทุกคนเห็นว่ามีใครบางคนต้องการทำลายผม และใช้วิธีที่น่ารังเกียจแค่ไหน”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่พูด เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ตาเป็นประกายแล้วยกนิ้วให้ในใจ เขาเห็นชัดแล้วว่าหลิวชิงหยู่เป็นคนที่ฉลาดมาก ด้วยคำพูดของเขาจะทำให้แผนการของซือเจิ้นเฉียงกับเสวี่ยเหวินหลงเผยปรากฏขึ้นมา เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ก่อนที่พวกเสวี่ยเหวินหลงจะชิงเอามาใช้เอง เพราะถ้าหลิวชิงหยู่เป็นคนเปิดเผยออกมา มันจะทำให้แผนพวกเสวี่ยเหวินหลงหลุดกรอบชั่วพริบตา ในฐานะที่เป็นตกเป็นเหยื่อดิ้นรนขัดขืนได้ยาก เขาสามารถตอบโต้กับความสิ้นหวัง อีกทั้งยังมีการสนับสนุนจากหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล มันทำให้หลิวชิงหยู่ตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีแนวโน้มที่จะหลุดจากกับดักที่เสวี่ยเหวินหลงและซือเจิ้นเฉียงร่วมกันวางแผน
หลิวชิงหยู่ มีพรสวรรค์มากมายจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เซี่ยเจิ้งเต๋อ รู้ดีอยู่เต็มอก มีหรือเสวี่ยเหวินหลงจะไม่เล็งเห็น แม้เขาจะไม่รู้ว่าหลิวชิงหยู่รู้มากแค่ไหน แต่มันก็ชัดเจนถึงแผนการโต้กลับของหลิวชิงหยู่ เขาจะเปิดโอกาสให้หลิวชิงหยู่ได้อย่างไร ถ้าปล่อยผ่าน มันจะกลายเป็นว่าเขาผลักตัวเองให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่ใช่หรือ ดังนั้นก่อนที่หลิวชิงหยู่จะเริ่มขุดคุ้ยและฝังพวกเขา ใบหน้าเสวี่ยเหวินหลงจึงบึ้งตึงขณะพูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว “พอได้แล้ว หลิวชิงหยู่คุณรู้ไหมว่าคุณเป็นใคร คุณเป็นนายกเทศมนตรี เป็นข้าราชการของตำบลกวนซาน คุณไม่ใช่นักสืบที่จะมาสันนิษฐานสิ่งที่ไร้หลักฐานด้วยเหตุผลไร้สาระแบบนี้ กลับกันสหายซือเจิ้นเฉียงคอยสนับสนุนและอดกลั้นปกป้องคุณมาตลอด แต่คุณกลับหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง เพื่องานอดิเรกส่วนตัว ทำให้คุณไม่สนใจงานของบ้านเมืองและทิ้งเอกสารกองโตเอาไว้ในสำนักงาน นี่คือสิ่งที่พวกเราเห็นไม่ว่าคุณจะอธิบายอะไร คำอธิบายของคุณก็ฟังไม่ขึ้น บวกกับข้อเท็จจริงที่ทางเทศมณฑลได้รับ การปฏิบัติตนของคุณมันยังไม่เหมาะสมและมีการละเมิดต่อวินัยหน้าที่ ในฐานะผู้ว่าการของเทศมณฑล เราจะต้องรับผิดชอบต่อองค์กรและประชาชนกวนซาน เราไม่สามารถให้นายกเทศมนตรีที่ไม่เหมาะสมปกครองตำบลกวนซานต่อไปได้ เพราะมันจะส่งผลต่อการพัฒนาตำบลกวนซาน ผู้อำนวยการหวังในเมื่องคุณอยู่ทีนี่แล้วผมขอให้คุณทำการปลด หลิวชิงหยู่ออกจากตำแหน่งคณะกรรมาธิการพรรคตำบลกวนซานพร้อมกับตำแหน่งตัวแทนนายกเทศมนตรีตำบลกวนซานด้วย”