ณ ตำหนักพระสนมเอกอิลิยา พระราชวังเอเลน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ กระทบกับร่างของไท่เซวียนที่กำลังประคองถ้วยยาเข้ามาในห้องบรรทมอย่างระมัดระวัง ไออุ่นจากถ้วยยาลอยกรุ่น กลิ่นสมุนไพรจางๆ แตะจมูก
"ตื่นแล้วหรือพะย่ะค่ะ ท่านแม่" ไท่เซวียนคุกเข่าลงข้างแท่นบรรทม เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ข้าชงยามาให้ท่าน โปรดท่านเสวยเถิดพะย่ะค่ะ"
พระสนมอิลิยาค่อยๆ ปรือพระเนตรขึ้น มองโอรสด้วยแววตาอ่อนโยนแต่แฝงความอ่อนล้า
"ขอบใจมาก...ไท่เซวียน" นางรับถ้วยยามาจิบเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงให้เขานำไปเก็บ
"เจ้าดู...ผ่ายผอมไปนะลูก" นางกล่าว แววตาฉายความกังวล "การเดินทางไปเมือง 896 คงจะลำบากมากสินะ"
"มิได้ลำบากอันใดเลยพะย่ะค่ะท่านแม่" ไท่เซวียนรีบตอบ "เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกเสียอีก" เขาฝืนยิ้ม
อิลิยามองลึกเข้าไปในดวงตาของบุตรชาย นางรู้ดีว่าเขากำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่าง นางแสร้งป่วยครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อดึงให้ฝ่าบาทคิมสันใจอ่อนยอมให้ไท่เซวียนกลับวัง เพราะนางคิดถึงเขาเหลือเกิน และอีกส่วนหนึ่ง...คือข่าวที่สายลับของฝ่าบาทที่ส่งไปจับตาดูไท่เซวียนที่เมือง 896 รายงานว่าเขา "ไม่เหมือนเดิม" อีกต่อไปแล้ว ฝ่าบาทเป็นคนบอกนาง
"ฝ่าบาท...ทรงอนุญาตให้เจ้ากลับมาได้อย่างง่ายดาย ข้าเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย" อิลิยาเปรยขึ้น "บางที...พระองค์อาจจะทรงเริ่มเห็น...บางอย่างในตัวเจ้าแล้วกระมัง"
ไท่เซวียนก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบคำใด เขารู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ท่านแม่คิด บรรยากาศในวังยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งรัชทายาท แม้องค์ชายใหญ่คิมทันจะมีภาษีดีกว่าใคร แต่ก็ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้พระทัยของราชาคิมสันได้
"ท่านแม่...ทรงกังวลเรื่องใดอยู่หรือพะย่ะค่ะ?" ไท่เซวียนตัดสินใจเอ่ยถาม
อิลิยาถอนหายใจแผ่วเบา "เรื่องตำแหน่งรัชทายาทนั่นอย่างไรเล่า" นางกล่าว "แม้คิมทันจะดูเหมาะสมที่สุด แต่ใจของฝ่าบาทนั้นยากแท้หยั่งถึง..ข้าเชื่อว่าพี่น้องของเจ้า...พวกเขายังไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะกำจัดเจ้าให้พ้นทาง พวกเขาคงส่งคนตามสืบความเคลื่อนไหวของเจ้าอยู่ตลอดเวลา"
นางจับมือไท่เซวียนแน่น "แม่หนักใจเหลือเกิน...เจ้าไม่ทะเยอทะยาน ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงเลยสักนิด การเป็นเช่นนี้...มันอันตรายต่อตัวเจ้าและแม่มากนะลูกรู้หรือไม่"
"ท่านแม่...ลูกเข้าใจ" ไท่เซวียนตอบเสียงเบา "การทำตัวขี้ขลาด หวาดกลัว ไม่เอาไหน ให้ทุกคนมองข้ามความสำคัญของลูกไป...นั่นคือหนทางเดียวที่ลูกจะปลอดภัยมิใช่หรือพะย่ะค่ะ? หากลูกโดดเด่นขึ้นมา...มีหวังคงถูกขย้ำตายเสียก่อนจะได้เห็นวันแต่งตั้งรัชทายาท"
อิลิยามองบุตรชายด้วยแววตาซับซ้อน นางรู้ว่าเหตุผลของเขามีน้ำหนัก แต่นางก็อดที่จะคาดหวังให้เขาเป็นมากกว่านี้ไม่ได้ "แต่แม่ต้องการให้เจ้าเป็นรัชทายาท...ไท่เซวียน"
"ท่านแม่..."
"แม่รู้ว่าเจ้าไม่ต้องการ" อิลิยาตัดบท "แต่เมื่อเจ้าได้เป็นแล้ว...เจ้าจะต้องทำงานใหญ่อย่างหนึ่งให้แม่...งานที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของพวกเราเสียอีก แต่ตอนนี้...ยังไม่ถึงเวลาที่แม่จะบอกเจ้า"
นางเว้นจังหวะ "สิ่งที่แม่ต้องการจากเจ้าในตอนนี้คือ...เจ้าต้องแข็งแกร่งขึ้น เรียนรู้การต่อสู้ และปิดบังเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด โดยเฉพาะเหล่าพี่น้องของเจ้า"
ไท่เซวียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาท่านแม่ "ท่านแม่...หลังจากถูกเนรเทศ ลูกได้พบกับอาจารย์ท่านหนึ่งโดยบังเอิญที่เมือง 896 ท่านได้สั่งสอนวิชาการต่อสู้ให้ลูก...ฝีมือของท่าน...ลูกคิดว่าไม่น่าจะต่ำกว่าเสด็จพ่อเลยพะย่ะค่ะ"
แววตาของอิลิยาฉายประกายสนใจขึ้นมาทันที "อาจารย์รึ? ยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในดินแดนทุรกันดารเช่นนั้นเชียว? น่าสนใจยิ่งนัก" นางพึมพำ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้รายละเอียดมากไปกว่านั้น เพียงแค่เอ่ยว่า "ดีแล้ว...จงตั้งใจฝึกฝนกับท่านผู้นั้น แต่อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้ใดรู้เป็นอันขาด"
ไท่เซวียนพยักหน้ารับ เขาไม่ได้เล่าเรื่องแหวนธรรมรงค์สวรรค์ หรือเรื่องที่อาจารย์ของเขาตาบอดและถูกกักขังให้ท่านแม่ฟัง "แต่ลูกมีปัญหาเรื่องคู่ซ้อมพะย่ะค่ะ การฝึกคนเดียวย่อมพัฒนาได้ช้า"
อิลิยายิ้มบางๆ "เรื่องนั้น...แม่พอจะมีหนทาง" นางมองออกไปนอกหน้าต่าง "เจ้าเคยได้ยินชื่อ 'อีลิค' หรือไม่? ขุนพลคลื่นคลั่ง...สหายร่วมรบและลูกน้องคนสนิทของ...ขุนพลมังกรเจี๋ยนซิน"
ไท่เซวียนส่ายหน้า "ลูกไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยพะย่ะค่ะ"
"เขาเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับได้ยาก" อิลิยาเล่าต่อ "แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น...แม่ก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิดในบางอย่างกับแม่ จึงได้หมางเมินกับแม่ไป...และนั่นก็ทำให้เขาแตกหักกับฝ่าบาทคิมสันด้วยเช่นกัน ทั้งที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา" น้ำเสียงของนางแฝงความขมขื่น
"แต่ตอนนี้...เพื่อเจ้า...ไท่เซวียน มันถึงเวลาแล้วที่แม่จะต้องไปพบเขา...และเล่าความจริงบางอย่างให้เขารู้"
ณ หมู่บ้านชาวประมงริมชายฝั่ง ห่างจากพระราชวังพอสมควร
อิลิยา ไท่เซวียน และนางกำนัลคนสนิท ปลอมตัวเดินทางมาถึงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งหนึ่ง กลิ่นเค็มของทะเลและเสียงคลื่นซัดสาดสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากในวังอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าการเดินทางของพวกเขาไม่ได้รอดพ้นสายตาของเหล่าองค์ชายองค์หญิง...
"ท่านพี่คิมทัน ดูเหมือนว่าพระสนมอิลิยากับเจ้าไท่เซวียนนั่น กำลังเดินทางไปทางหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลพะย่ะค่ะ" คิมบอลได้รับรายงานจากสายทหารของเขา
"หมู่บ้านชาวประมง?" คิมทันขมวดคิ้ว "พวกนางจะไปทำอะไรที่นั่น? ส่งคนของเราตามไปเงียบๆ อย่าให้พวกเขารู้ตัว จับตาดูให้ดีว่าพวกเขามีแผนการอะไรกันแน่"
ณ ท่าเรือเล็กๆ ของหมู่บ้าน ชาวประมงหลายคนกำลังสาละวนอยู่กับการนำเรือเข้าฝั่งและขนถ่ายปลาที่จับมาได้
นางกำนัลคนสนิทของอิลิยาเดินตรงไปยังชายชราท่าทางเหมือนผู้คุมท่าเรือ "ท่านลุงเจ้าขา พอจะทราบหรือไม่ว่าคนที่ชื่อ 'อีคอม' อยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามอย่างสุภาพ พวกนางรู้ว่าอีลิคใช้นามแฝงในการปลอมตัว
ชายชราผู้คุมท่าเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าไปยังกลุ่มชาวประมงกลุ่มใหญ่ที่กำลังช่วยกันลากอวนอยู่ริมหาด "พวกที่อยู่ตรงนั้นน่ะ ลองไปถามดูเถิดแม่หนู"
เมื่ออิลิยาเดินเข้าไปใกล้กลุ่มชาวประมงเหล่านั้น และเอ่ยถามหา "อีคอม" ชายฉกรรจ์ร่างกำยำผิวคล้ำแดดทุกคนในกลุ่มนั้นก็พลันหยุดมือจากการทำงาน แล้วหันขวับมามองนางเป็นตาเดียว! สายตาของพวกเขานิ่งและเย็นชา ทำให้บรรยากาศกดดันขึ้นมาในทันที
"พวกท่าน...ใครคืออีคอมหรือเจ้าคะ?" อิลิยาถามอีกครั้ง พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ
ชาวประมงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่ม รูปร่างสูงใหญ่กว่าใครเพื่อน มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านแก้มซ้าย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว ก้าวออกมาข้างหน้า เขามองพวกอิลิยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตา...เหยียดหยาม
"ข้าเอง...อีคอม" เสียงของเขาห้าวและหยาบกระด้าง "พวกเจ้า...มีธุระอันใดกับข้า?" เขามองผ่านอิลิยาไปยังไท่เซวียนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แววตาฉายความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน
อีลิคจ้องมองอิลิยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...ความโกรธ...ความผิดหวัง...และความขมขื่นที่สั่งสมมานานปี ภาพของสตรีที่เคยงดงามอ่อนหวาน บัดนี้กลับกลายเป็นพระสนมเอกของคิมสัน ผู้ที่เขาเคยเคารพในฐานะรัชทายาท แต่ก็แอบชิงชังในใจที่มาแย่งชิงหญิงคนรักของสหายไป มันทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน!
เขาจำได้ดี...วันที่เจี๋ยนซินรอดชีวิตจากหน้าผานั่น...หากสหายรักไม่ห้ามไว้ เขาคงจะบุกเข้าไปแทงคิมสันด้วยมือของตนเองไปแล้ว! เจี๋ยนซินบอกให้เขาเก็บเรื่องที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นความลับ อย่าได้บอกนาง...มันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่เขาต้องแบกรับมาตลอดหลายปี!
"ท่านอีลิค...ข้า..." อิลิยาพยายามจะเอ่ยปาก แต่ก็ถูกสายตาเย็นชาของเขาตัดบท
นางถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหันไปทางไท่เซวียนและนางกำนัล "พวกเจ้าถอยไปรออยู่ตรงนั้นก่อนเถิด ข้ามีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับเขาตามลำพัง"
เมื่อเหลือเพียงสองคน อิลิยาเงยหน้าขึ้นสบตาอีลิคอย่างแน่วแน่ "ท่านอีลิค...บุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้น...องค์ชายไท่เซวียน...เขาคือบุตรชายของข้า"
อีลิคแค่นเสียง "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า? ลูกของเจ้าแล้วทำไม?" เขาสบถอย่างไม่สบอารมณ์
อิลิยาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้น เผยความจริงที่เก็บงำมานานนับสิบปี...
"...เขาคือบุตรชายของข้า...กับเจี๋ยนซิน"
สิ้นคำพูดนั้น! ความเงียบอันหนักอึ้งก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ! อีลิคเบิกตากว้าง! ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป! สีหน้าและแววตาของเขาเปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็นความตกตะลึงสุดขีด!
"...ว...ว่ากระไรนะ!?" เสียงของเขาแหบพร่า สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "เจ้า...เจ้าพูดว่า..."