บทที่35 โจมตี VS ป้องกัน
"เอาละ..พวกเรามาต่อกันเลยไหม?" เฟยอวี่กล่าว
"ถ้าสู้กัน1ต่อ1แบบนี้ต่อไปก็ดูจะเสียเวลาเปล่า,เรามาตัดสินกันรอบเดียวเลยเป็นอย่างไร,ระหว่างข้ากับแม่สาวชุดเหลืองนางนั้น!?" คราวนี้คนกล่าวออกมากับเป็นโจวต้าเป่า
"ข้าก็แค่หาคนมาซ้อมมือเล่นให้กับคนของข้า,แต่เจ้ากับพูดเหมือนจะสู้เดิมพันอย่างนั้นละ?" เฟยอวี่กล่าว
"ข้าก็แค่เพื่มสีสันให้กับการต่อสู้เล็กน้อย,ถ้าแม่นางน้อยชุดเหลืองนั้นสามารถเอาชนะข้าได้,พวกเจ้าสามารถมากินอาหารที่หอเลิศรสได้ฟรีตลอดชีวิต,พร้อมกับคริสตัลวิญญาณระดับสูง1000ก้อน,ส่วนถ้าข้าชนะก็ขอของที่เจ้านำออกมาให้ดูคราวก่อนนั้นทั้งหมด,เจ้าเห็นว่าอย่างไร?" โจวต้าเป่ากล่าวพร้อมกับยืนยืดอกด้วยท่าทางมั่นใจ
"ฮ่าฮ่า...นี่เจ้าอ้วน,เจ้าถึงกับกล้าใช้เศษหินจำนวนน้อยนิด,มาเดิมพันกับสมบัติล้ำค่า?,แถมยังทำท่าทางภูมิใจเสียเต็มที่กับข้อเสนอของเจ้า!" เฟยอวี่กล่าวพร้อมกับหัวเราะ
"เฟ้ยเฟ้ย..เจ้าบอกว่ามันสมบัติล้ำค่า,แต่ใครจะรู้ว่ามันดีจริงหรือเปล่า?,ถ้าอย่างไรเอามาให้ข้าลองชิมทดสอบดูก่อนเป็นไร?" โจวต้าเป่ากล่าว
"รั่วชิงเจ้าอ้วนนี้เก่งกว่าเจ้าหัวล้านนั้นประมานหนึ่งเท่า,เจ้าคิดว่าจะรับมือกับมันไหวไหม?" เฟยอวี่หันไปกล่าวกับรั่วชิง
"ดูแล้วคิดว่าหน้าจะไม่มีปัญหาเจ้าค่ะคุณชาย!" รั่วชิงกล่างด้วยสีหน้ามั่นใจ
"เอาละเจ้าอ้วนเหมือนนางอยากจะเล่นกับเจ้า,ก็อย่าให้เสียเวลามาเริ่มกันเลยดีกว่า!" เฟยอวี่กล่าวจบรั่วชิงก็ลอยขึ้นไปข้างบนทันที
โจวต้าเป่าบินตามรั่วชิงไปเช่นกัน,ส่วนโจวต้าหย่งก็เฝ้ามองด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่
ส่วนไป๋ลี่พอกินเสร็จแล้วนางก็ขึ้นมาขี่คอเฟยอวี่พร้อมกับรอรับชมเรื่องสนุก
"เฟยอวี่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่ารั่วชิงไม่มีกระบี่ใช้!?" หม่าซินรุ่ยกล่าวกับเฟยอวี่
"ในเมื่อนางไม่ได้ขอยืมกระบี่จากเจ้า,ก็แสดงว่านางนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มันแล้ว!" เฟยอวี่ตอบกลับ
รั่วชิงกับโจวต้าเป่าต่างยืนจ้องมองกันอยู่
ตอนนี้ในมือของรั่วชิงก็ปรากฏปราณกระบี่ที่มีเปลวเพลิงสีทองลุกโชนอยู่
"น.นะ...นั้นมันกระบี่เทพอัคคี!,มันอยู่ในขั้นที่6ของวิชากระบี่เทพอัคคี,รั่วชิงสามารถใช้มันได้แล้ว!?" หม่าซินรุ่ยเจ้ามองกระบี่ด้วยดวงตาที่ลุกวาว
ดูท่า..การที่กระบี่ของนางหักในคราวก่อนจะทำให้นางหันไปสนใจกระบี่เทพอัคคี,ทำให้ข้าปลาดใจได้เสมอเลยสินะเด็กน้อยนางนี้
ขณะที่เฟยอวี่กำลังคิดอยู่,รั่วชิงก็เริ่มเปิดฉากโจมตีแล้ว!
รั่วชิงพุ่งเขาหาโจวต้าเป่าด้วยเงาเทพอัคคี
ความเร็วของรั่วชิงทำให้โจวต้าเป่าถึงกับตะลึง
"ปราการปฐพี!"
โจวต้าเป่ารีบใช่ท่าปราการปฐพีทันที,ทำให้มีกำแพงดินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา4แผ่น,กำแพงดินที่ปรากฏขึ้นมานี้,มันมีขนาดที่สูง5เมตรกว้าง3เมตรแล้วก็หนาอีก1เมตร,พร้อมกับปิดตายทั้งสี่ด้าน,ทำให้รั่วชิงที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่รู้จะเริ่มโจมตีอย่างไรดี!
โจวต้าเป่าที่อยู่ด้านในปราการปฐพีก็กำลังคิดหาวิธีรับมืออยู่,ความเร็วของสาวน้อยชุดเหลืองนั้นมากกว่าพี่ชายของเขาเสียอีก!
รั่วชิงที่อยู่ด้านนอกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเริ่มโจมตีใส่กำแพงดิน!
"เทพอัคคีฟาดฟัน!"
"ปัง!"
กระบี่ปราณสีทองในมือของนางนั้น,ฟันเข้าใส่กำแพงดินอย่างรุนแรกจนทำเกิดเสียงดังขึ้น!
กำแพงดินสันสะเทือนอย่างรุนแรง,พร้อมกับปรากฏรอยฟันของกระบี่,แต่ก็ไม่ได้พังทลายลงมาแต่อย่างใด!
ตอนนี้กำแพงดินทั้ง4แผ่นก็เริ่มขยับแล้ว,มันแยกตัวออกมาห่างกันเพียงเล็กน้อย,พร้อมกับหมุนวนอย่างรวดเร็วจนคล้ายกับพายุหมุน
ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนต่างมองเห็นซึ่งกันและกันแล้ว!
ขณะเดียวกันก็ได้มีหนามแหลมพุ่งออกมาจากพายุหมุน,เป้าหมายของมันก็คือรั่วชิง!
"ฉึบ!"
รั่วชิงไม่ได้หลบแต่อย่างใด,กับใช้ปราณกระบี่สีทองฟันสวนกลับไป,เพื่อทำลายหนามแหลมที่พุ่งเข้าใส่นาง!
แต่เหตุการแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้มันได้มาแค่อันเดียวมันกับพุ่งเข้ามาแบบรั่วๆ
"ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!" "ฉึบ!"
รั่วชิงยืนฟันหนามแหลมอย่างใจเย็น,ในขณะเดียวกันที่ด้างล่างต่างจ้องมองกันตาเป็นมัน!
"ไหนเจ้าบอกเด็กน้อยชุดเหลืองนี้เอาชนะได้ง่ายที่สุดอย่างไร!"
"แม้แต่ลูกพี่ต้าเป่ายังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด!"
"นี่มันเก่งที่สุดเลยไม่ใช่หรืออย่างไร!"
"เอ่อคือว่า...เอ่อ..แล้วพวกเจ้าจะมาสนใจเรื่องของข้าทำไม,เอาเวลาไปดูการต่อสู้นู้นไป!"
กลุ่มของลูกศิษย์ชั้นต่างเฝ้ามองการต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น
โดยเฉพาะโจวต้าหย่ง,เขาเองไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า,คนที่ดูหน้าจะอ่อนแอที่สุด,กลับกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดไปได้!
....
"เฟยอวี่รั่วชิงจะชนะเจ้าอ้วนนั้นได้ไหม?" หม่าซินรุ่ยกล่าวกับเฟยอวี่
"เจ้าอ้วนนั้นนับว่าฉลาดไม่เบาคงกำลังมองหาจุดอ่อนของรั่วชิงอยู่,แต่ก็นะถึงขนาดใช้กระบี่เทพอัคคีได้แล้ว,ท่าที่เหลือก็คงฝึกจนใช้ได้แล้วเช่นกัน!" เฟยอวี่ตอบกลับหม่าซินรุ่ยพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
รั่วชิงที่ฟันหนามแหลมจนหมดแล้วก็ยังคงครุ่นคิดอยู่ว่า,จะโจมตีโจวต้าเป่าอย่างไรดี
รั่วชิงแบมือข้างซ้ายพร้อมกับยื่นไปข้างหน้า,แล้วควบแน่นพลังลมปรานจนกลายเป็นปราณกระบี่สีแดงเพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง,จนได้ปราณกระบี่เพลิง12เล่ม
"กระบวนท่าที่3เงากระบี่โหมกระหน่ำ!"
ปราณกระบี่เพลิงทั้ง12เล่มพุ่งเข้าไปฟาดฟันใส่พายุกำแพงดินของโจวต้าเป่า
การโจมตีแต่ละครั้งของปราณกระบี่เพลิงนั้น,เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรง,บวกกับการหมุนอย่างรวดเร็วของกำแพงดินจนทำให้เกิดลมพายุ,มันยิ่งทำให้เปลวเพลิงนั้นลุกโชนขึ้นไปอีก
ปราณกระบี่เพลิงทั้ง12เล่มยังโจมตีอย่างต่อเนื่อง,โดยที่มีรั่วชิงยืนควบคุมอยู่ห่างๆ
การโจมตีของปราณกระบี่เพลิงทั้ง12เล่มทำให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
กำแพงดินของโจวต้าเป่าเองก็เริ่มอ่อนตัวลงเรื่อยๆ,สีหน้าของโจวต้าเป่าตอนนี้ไม่สู้ดีนักพร้อมกับเหงื่อที่หยดลงมาอย่างต่อเนื่อง
รั่วชิงเองก็ใช้พลังปราณไปกว่าครึ่งแล้วด้วย,ถ้าเกิดว่านางอยู่ในระดับ6ขั้นกลางการต่อสู้คงจะจบลงไปนานแล้ว!
โจวต้าเป่าเองก็คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถที่จะเป็นฝ่ายโจมตีได้,เพราะว่าความเร็วของเขาไม่ทางตามสาวน้อยชุดเหลืองนางนี้ได้ทันแน่นอน,มันก็เหลือแค่ทางเดียว,คือต้องวัดกันแล้วว่าพลังปราณใครจะหมดก่อนกัน
"ปราการปฐพี!"
ตอนนี้โจวต้าเป่าหยุดการหมุนของกำแพงดินแล้วพร้อมกับเรียกมันออกมาเพื่มอีก12อันซ้อนกันเป็นกันเป็น4ชั้น,การที่โจวต้าเป่าเรียกกำแพงดินออกมาเพื่มคราวนี้,ทำให้พลังปราณของโจวต้าเป่าหมดลงทันที,สีหน้าของโจวต้าเป่านั้นซีดลงอย่างเห็นได้ชัด!
กำแพงดินที่เพื่มขึ้นมานั้น,ทำให้รั่วชิงหยุดการโจมตีพร้อมกับเรียกปราณกระบี่เพลิงกลับมา
"โจวต้าหย่งเจ้าหนีออกมาได้อย่างไร!"
ขณะที่ทุกคนกำลังดูการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ,ก็มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นมา
"ฮ่าฮ่า..จางลี่ที่รักเจ้าให้คนแค่6มาเฝ้าข้าแค่นี้มันไม่พอหรอกนะจะบอกให้!"
โจวต้าหย่งกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
แต่จ้างลี่เมื่อสังเกตเห็นว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นด้านบน,ก็เลิกสนใจโจวต้าหย่งทันที,แล้วเลือกที่จะสนใจการต่อสู้ที่เกิดขึ้นแทน
.........
ณ มิติแห่งหนึ่ง
กลุ่มคนในชุดคลุมสีดำลายหยดโลหิตสิบกว่าคน,กำลังเฝ้ามองการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับ8ขั้นต้นตัวหนึ่ง,สัตว์อสูรระดับ8ขั้นต้นกำลังปะทะอยู่กับคนที่มีลวดลายหยดโลหิตขนาดใหญ่กว่าคนอื่น,คนๆนั้นสามารถยืนปะทะกับสัตว์อสูรที่ใหญ่กว่า15เมตรได้อย่างสบาย!
"รองหัวหน้าทำไมสาขาใหญ่จึงได้ต้องการแก่นโลหิตจำนวนมาก!"
"นั้นไม่ใช่เรื่องทีคนระดับล่างอย่างพวกเราจำเป็นจะต้องรู้,แค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมาก็พอ!"
"ตอนนี้ฐานลับต่างๆในแดนลับ,ต่างก็ได้รับคำสั่งเหมือนกันหมด,ด้วยการที่พวกเรากำลังร่วมมืออยู่กับพวกสัตว์อสูร,จึงไม่สามารถออกไปล่าด้านนอกได้,งานเลยตกมาอยู่กับพวกสาขาแดนลับทั้งหมดอย่างพวกเรา"
"ดูเหมือนว่าความสงบสุขที่มีมายาวนานของโลกสัตว์อสูรใบนี้กำลังจะหมดลงเสียแล้ว!"
.........
ตอนนี้รั่วชิงก็ได้สลายปราณระบี่เพลิงทั้ง12เล่มไปแล้วเหลือเพียงกระบี่เทพอัคคีในมือขวาเท่านั้น
ความคิดของรั่วชิงในตอนนี้ก็คือรอให้กำแพงดินนั้นสลายไปเอง,มันหน้าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน30นาที,แต่ว่านางก็ไม่อยากจะให้คนอื่นนั้นรอนาน,นางเลยตัดสินใจเลือกที่จะทำลายมันให้สิ้นซากไปเลยดีกว่า!
รั่วชิงปล่อยมือจากกระบี่เทพอัคคี,แล้วใช้พลังปราณในการบังคับให้มันลอยขึ้นไปเหนือหัวนาง,แล้วกระตุ้นเคล็ดวิชาเพลิงอัคคีสะท้านเทพเต็มกำลัง,พร้อมกับส่งพลังปราณให้กับกระบี่เทพอัคคี
กระบี่เทพอัคคีขยายตัวขึ้นในพริบตา,ขนาดของมันใหญ่กว่าขวานของชายหัวล้านเสียอีก!
ด้ามกระบี่สีทองขนาดยักษ์ลอยอยู่ตรงหน้าของรั่วชิง,พร้อมกับด้านปลายที่ชี้ไปทางกำแพงดินของโจวต้าเป่า!
ผู้คนที่รับชมอยู่ด้านล่างต่างก็ตกตะลึงกันไปตามๆกัน,โดยเฉพาะจางลี่ที่เพิ่งมาใหม่นั้น,นางหันมาทางโจวต้าหย่ง,แล้วถามด้วยอาการตกใจที่ยังคงมีให้เห็นอยู่บนสีหน้าของนาง!
"นี้มันเกิดอะไรขึ้นทำโจวต้าเป่าจึงได้ไปสู้กับเด็กคนนั้นได้!?,แล้วยังวิชาที่เด็กคนนั้นใช้พวกนางไม่ใช่ลูกศิษย์ของนักอินทรีย์ท่องนภาอย่างนั้นหรือ!?"