หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านไป เสี่ยวเทียนได้เงินมาอีก 1 ร้อยล้านเหรียญทองก็นำมาเก็บเอาไว้ในปราสาทเทพเซียน เอาไว้ในห้องนอน ส่วนพวกสมบัติของตระกูลอู๋ เสี่ยวเทียนให้ ลุงฟงอี้ ช่วยนำไปเก็บที่ห้องสมบัติ ส่วนเหรียญทองคำของ ตระกูลอู๋มีอยู่ถึง ห้าร้อยล้านเหรียญทอง เสี่ยวเทียนก็นำมาไว้ในห้องนอนในปราสาททั้งหมด เก็บไว้ติดตัวเพียง 100 ล้านเหรียญทองเท่านั้น
คืนนั้นเสี่ยวเทียนนอนกอดถุงเหรียญทองอย่างมีความสุข แต่ในคืนนั้นภาพวาดโบราณที่เสี่ยวเทียนซื้อมา แล้วเก็บไว้ในปราสาทเทพเซียนก็เกิดแสงแว๊ปออกมา ครอบร่างของเสี่ยวเทียนเอาไว้ แล้วดูดร่างของเสี่ยวเทียน เข้าไปในภาพวาดโบราณ ในสถานที่แห่งนั้น เสี่ยวเทียนตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจไม่รู้ที่นี่คือที่ไหน แต่กลับพบสาวงามชุดขาวคนหนึ่งกำลังนั่งสวดภาวนา อยู่ในศาลาที่ยื่นไปในสระน้ำใสมีน้ำพุพุ่งขึ้นมาจากสระบัวสีขาว เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปเพื่อจะสอบถามว่าที่นี่คือที่ไหน สาวงามรู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาก็ลืมตา เห็นเสี่ยวเทียนก็ทำท่าตกใจหยุดสวดมนตร์
“ เด็กน้อย ไฉนเจ้ามาที่แห่งนี้ได้”
“ พี่สาว ที่นี่ที่ไหนกัน ” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปด้วยความสงสัยเช่นกัน
“ ที่นี่คือ วัดนกยูงขาว อยูในดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล ไม่มีมนุษย์หรือเทพองค์ใด ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะเข้ามาที่แห่งนี้ได้ เด็กน้อยเจ้าเป็นใครกันแน่” สาวงามมองหน้าที่แสนซื่อของเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบ ทำให้เกิดฉงนใจยิ่งนัก
“ ข้าชื่อว่า เฉินเสี่ยวเทียน ท่านพ่อชื่อเฉินคุณ ท่านแม่ชื่อ จางสุ่ยเหวิน มีน้องสาวชื่อว่า เสี่ยวหลิง ข้าถูกส่งมาฝึกวิชาที่สำนักสะท้านฟ้า แดนพิภพที่ สอง ข้ากำลังนอนหลับ แล้วเหตุใด ข้าถึงได้มาโผล่ ที่ดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาลได้ล่ะ ข้างงไปหมดแล้ว พี่สาวบอกข้าที ข้าจะกลับสำนักสะท้านฟ้าอย่างไร” เสี่ยวเทียนเข้ามายืนใกล้พี่สาวแสนสวยทันที
“ ดินแดนพิภพชั้นที่ สอง น่าจะเป็นดินแดนของมนุษย์ แต่ที่นี่เป็นดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล ที่แห่งนี้ตัดขาดจากโลกภายนอกมานานมากแล้ว พวกเราอยู่กันมาหลายพันปีแล้ว น่าแปลก ทำไมมนุษย์อย่างเจ้า ถึงได้เข้ามาที่แห่งนี้ได้กันนะ” พี่สาวงามรำพึงออกมาด้วยความสงสัยจริงๆ
“ พี่สาวแล้วข้าจะกลับยังไงละทีนี้” เสี่ยวเทียนฟังแล้ว แม้แต่พี่สาวคนสวยยังไม่สามารถออกไปได้เลย แล้วเขาจะกลับบ้านได้อย่างไร
“ อาจารย์ ท่านได้ยินไหม” เสี่ยวเทียนเรียกอาจารย์ลู่เอินไปอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับมาเลย
“ เกิดอะไรขี้นนี่ อาจารย์ท่านอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ตอบรับข้าเลย” เสี่ยวเทียมองแขนตัวเองก็หาได้พบกับหยกมังกรฟ้าไม่ เฮ้ย หยกมังกรฟ้าหายไปไหนวะเนี่ย ! แต่ยังเห็นปราสาทเทพเซียน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อกับฟงอี้ได้เช่นกัน
เสี่ยวเทียนยิ่งงง เข้าไปใหญ่
“ เสี่ยวเทียน เจ้าตามข้ามา ข้าจะพาไปพบกันท่านพ่อ กับท่านแม่ของข้า เผื่อว่าพวกท่านจะอธิบายเรื่องนี้ได้” หญิงสาวพาเสี่ยวเทียนกลับไปที่บ้าน พอไปถึงดูแล้วน่าจะเป็นวังเสียมากกว่า
“ พี่สาวท่านชื่ออะไรหรือขอรับ”
“ ข้าชื่อ เมี่ยวซ่าน นี่คือพระราชวังของเสด็จพ่อเมี่ยวจงของข้า” เสี่ยวเทียนสงสัยใจยิ่ง เพียงแค่เดินไม่กี่ก้าว สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปในทันที
“ ที่นี่เป็นที่อะไรกันแน่นะ?” เสี่ยวเทียนเริ่มสงสัยแล้ว
“ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกกลับมาแล้ว” พี่เมี่ยวซ่านเรียกหา พ่อกับแม่ของนาง แล้วก็มีชายวัยกลางคน พร้อมหญิงชราวัยใกล้กันอีกคน นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่
“ มีอะไรหรือเปล่าลูก” พ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูจะรัก พี่เมี่ยวซ่านมาก
“ เสด็จพ่อ นี่คือเสี่ยวเทียน เขาอยากกลับบ้าน เขามาจากโลกชั้นที่ สอง เสด็จพ่อหาทางส่งเขาออกไปจากที่นี่ได้ไหม”
เสด็จพ่อของพี่เมี่ยวซ่าน ฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว แล้วมองหน้าเสี่ยวเทียนชัดๆ อีกครั้ง
“ เรื่องนี้พวกเราทุกคนไม่มีใครออกจากที่นี่ได้ ส่วนเด็กน้อยคนนี้ เข้ามาในเขต
แดนห้วงสวรรค์บรรพกาล ได้อย่างไร พ่อต้องขอคุยกับเขา ก่อน
“ เสี่ยวเทียน เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ลองเล่ามาให้ละเอียดอีกทีซิ”
“ ข้าแค่นอนหลับ แล้วจู่ๆ ก็มาปรากฏกายที่นี่ แล้วข้าจะกลับสำนักได้ยังไงละที่นี้”
“ ฟังที่เจ้าบอกมาแค่นี้ ข้าก็ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง เพราะพวกเราก็ถูกยังไม่มีใครออกจากดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาลนี้ไปได้เลยสักคน” พ่อของพี่สาวเมี่ยวซ่านเอ่ยอย่างหนักใจ
“ ถ้าเช่นนั้น ลูกพาเขาไปพักผ่อนก่อน ไว้พวกเราหาหนทางได้เมื่อไร ค่อยพาเขาออกไปก็แล้วกัน” เมี่ยวซ่านรีบเอ่ยทันที
ทันใดนั้น ด้านนอกก็มี เสียงคนเดินมาหลายคน แต่ละคนแต่งกายคล้ายกับนักรบสวรรค์ มีแม่ทัพผู้หนึ่งเดินนำหน้า แล้วก้าวออกมารายงาน
“ รายงานฝ่าบาท” พูดได้แค่นี้ พ่อของพี่เมี่ยวซ่านก็ยกมือให้หยุดพูดก่อน เสี่ยวเทียนก็มองหน้า พ่อของพี่เมี่ยวซ่านคงเป็นจักรพรรดิอย่างแน่นอน
“ ลูกพ่อ เจ้ากลับไปที่วัดนกยูงขาวก่อนเถอะ เรื่องเจ้าหนูนี่พ่อได้รับเรื่องแล้ว จะส่งข่าวกลับไป”
“ เพคะ เสด็จพ่อ” พี่เมี่ยวซ่านจูงมือ เสี่ยวเทียนจากที่วังหลวงกลับไปที่วันนกยูงขาวทันที่ พอเดินออกจากวังหลวง ก็มาถึงวัดนกยูงขาวทันที
“ ประตูมิติหรือนี่” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ เจ้าก็รู้จักด้วยหรือ” พี่เมี่ยวซ่านเอ่ยยิ้มๆ
“ ข้าก็พอรู้มาบ้าง ท่านพ่อของพี่เมี่ยวซ่าน เป็นจักรพรรดิ แล้วทำไมพี่ถึง มาอยู่ที่วัดแห่งนี้ได้” เสี่ยวเทียนถามด้วยความสงสัย
“ ตั้งแต่จำความได้ ข้าก็เลื่อมในพระพุทธศาสนา ไม่อยากข้องเวะ เรื่องทางโลก ข้าไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่กินเนื้อสัตว์ ข้าได้แต่สวดมนตร์ฝึกตน ทำสมาธิทุกวัน
หวังว่าสักวันหนึ่ง โลกแห่งห้วงสวรรค์บรรพกาลนี้ จะสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีการเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงทรัพยากร แต่ข้าก็ทำไม่ได้ ข้าเป็นเพียงสตรีที่ไม่มีอำนาจใดใด เสด็จพ่อเห็นข้าฝักใฝ่ทางธรรมเช่นนี้ ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก จึงบอกให้ข้ามาศึกษาธรรมะที่นี่ ไม่อยากให้ข้าต้องแร่ร่อน ไปศึกษาที่อื่น” พี่เมี่ยวซ่านเอ่ยออกมา
แล้วพาเสี่ยวเทียนเข้าไปในโบสถ์เพื่อไหว้พระประธานองค์ใหญ่ แล้วเสี่ยวเทียนก็ไปก้มลงกราบไหว้า ตามที่ พี่เมี่ยวซ๋านบอก
ในท้องพระโรงวังหลวง
“ แม่ทัพโจว ท่านมีอะไรรายงาน”
“ ฝ่าบาท บัดนี้พวกเรากวาดล้าง 108 ชนเผ่าบรรพกาลไปแล้วกว่า 60 ชนเผ่า คราวนี้พวก 48 ชนเผ่าที่เหลือกลับรวมตัวกัน ทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“ เฮอะ แค่ชนเผ่าเล็กๆ กล้าหาญสู้กับ อาณาจักรห้วงสวรรค์ของข้าเชี่ยวหรือ เตรียมกำลังทหาร อีกเท่าตัว ล้อมพวกมันเอาไว้ แล้วสังหารใครทุกคนที่กล้าเป็นปรปักษ์ กับ อาจักรห้วงสวรรค์ของข้าให้หมด” จักรพรรดิเมี่ยวจง เอ่ยเสียงเหี้ยม
“ กระหม่อมจะจัดการทันทีเลยพระเจ้าค่ะ” แม่ทัพโจรโค้งคำนับ แล้วเดินออกไปในทันที แล้วก็มีชายชุดสีดำ คล้ายนักพรต ปรากฏตัวข้างๆ จักรพรรดิเมี่ยวจง
“ ถวายบังคมฝ่าบาท”
“ ท่านนักพรตเสิ่น ท่านเคยบอกว่าดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาลนี้ ไม่มีใครเข้ามาได้แล้วยังไง ทำไม ถึงมีเด็กน้อยคนหนึ่งเข้ามาได้ ท่านช่วยบอกข้าที หากเป็นเช่นนี้ หากบุตรีข้าออกไปจากที่นี่ได้ นางต้องรู้ความจริงแน่ๆ เลย แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี” จักรพรรดิเมี่ยวจงรีบเอ่ยด้วยความกังวล
“ อย่าได้เป็นห่วงเลย เท่าที่ข้าดู เด็กคนนี้ต้องมีของวิเศษบรรพกาลอยู่กับตัว ของวิเศษชิ้นนั้น ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับดินแดนแห่งนี้ ไม่เช่นนั้นมันไม่สามารถเข้ามาที่แห่งนี้ได้ เพราะว่าดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล นี้อยู่ในมิติลูกแก้วจักรวาลของท่านมหาเทพหยวนซื่อ เทียนจุน ผู้เป็นอาจารย์ของข้า ต่อให้เทพเจ้า หรือเซียนองค์ใด ก็ไม่สามารถเข้าหรือออกได้ ส่วนเรื่องของบุตรีท่านก็เช่นกัน นางไม่มีวันรู้เรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะว่านำดวงแก้วความทรงจำของนางออกจากร่างมา
เก็บซ่อนเอาไว้อย่างดี ท่านไม่ต้องห่วงไป” นักพรตเสิ่นคนนี้คือ เสิ่นกงเป้า ศิษย์ผู้น้องของท่านเทพเจียงจื่อหยา ฉายาจอมเวทย์ทมิฬ ซึ่งหายสาบสูญไปหลายพันปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามมหาเทพในอดีต แต่ไม่รู้มาปรากฏตัวร่วมกับ จักรพรรดิเมี่ยวจงได้อย่างไร
“ แล้วอย่างนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี”
“ ก็ให้มันอยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วค่อยหลอกล่อมันให้นำของวิเศษออกมา จากนั้นมันก็ไม่สามารถเข้าออกที่นี่ได้แล้ว” นักพรตดำเสิ่นกงเป้า เผยยิ้มอย่างมันใจ
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้คนเข้าไปคนตัวมันเดี๋ยวนี้เลย”
“ อย่าทำเช่นนั้น ข้าจะส่งคนของข้าไปเอง หากว่าเป็นคนของท่าน บุตรีท่านต้องรู้ว่าท่านเป็นคนทำ เกรงว่าจะมีปัญหากับนางได้ หากความจำนางกลับคืนมาพวกเราจะลำบาก” นักพรตดำเสิ่นกงเป้าวางแผนได้ละเอียดรอบคอบนัก คราวนี้เสี่ยวเทียนต้องเจอศึกหนักแน่
ณ วัดนกยูงขาว
เสี่ยวเทียนถูกพามาพักที่ห้องเงียบสงบแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพี่สาวเมี่ยวซ่านนัก ซึ่งขณะนี้เสี่ยวเทียนพยายามหาทางติดต่อกับท่านอาจารย์ลู่เอินอยู่ แล้วเข้าไปในปราสาทเทพเซียน ก็ไม่สามารถเรียกปราสาทเทพเซียนออกมาได้ สร้างความพิศวง ให้กับเสี่ยวเทียนยิ่งนัก
“ ทำไมถึงติดต่อไม่ได้ทั้งสองคนเลยนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาลมันคือที่ไหนกันนะ” เสี่ยวเทียนเรียกเมฆขาวลงมา แล้วให้พาไปเหาะขึ้นฟ้า เพื่อไปสำรวจดินแดนห้วงสวรรค์นี้ทันที พอลอยอยู่บนฟ้าก็พบว่าที่นี่เป็นดินแดนที่กว้างใหญ่ไม่น้อย มองไปสุดลูกหูลูกตา ก็เห็นแต่แผ่นดิน เต็มไปหมด มีชาวบ้าน อยู่ในดินแดนห้วงสวรรค์ไม่น้อย มีแม่น้ำ มีภูเขา มีทะเล ครบทุกอย่างเหมือนๆ กับสถานที่ทั่วไป แต่น่าแปลก ที่พอบินสูงออกมา ก็พบว่า แต่วังหลวงแต่วัดนกยูงขาวนั้นไม่มีในแผนที่ หรือว่าเป็นเขตแดนมิติเฉพาะเท่านั้น
ปกติคนอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไปได้ แต่เสี่ยวเทียนสัมผัสถึงวัดนกยูงขาวได้ จึงสามารถเข้าออกได้เป็นเรื่องปกติ แต่ทันใดนั้นเองเสี่ยวเทียนพบว่า มีเงาแห่งความตายมากมาย อยู่ทางตอนเหนือของดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล เสี่ยวเทียนขี่เมฆขาวไปหาทันที พบเห็นชนเผ่าหลายกลุ่มรวมตัวกันกว่าหลายพันคน กำลังต่อสู้กับกองทหารชุดเกราะ ซึ่งเวลานี้ชนเผ่าบรรพกาล กำลังถูกจะแย่ฝูงธนูที่ยิงใส่เป็นชุดๆ เสียงร้องของชาวบ้านทั้งเด็กและสตรีที่บริสุทธิ์กำลังล้มตายมากมาย
เสี่ยวเทียนเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ ปล่อยวายุทมิฬ ทั้งสามลูกออกไป พุ่งเข้าใส่กองทัพเกือบหมื่น ที่เข่นฆ่าชาวบ้านเป็นผักเป็นปลา ทั้งหมดถูกดูดเข้ามาในพายุทมิฬทั้งสามลูก แล้วกระแสลมที่เชี่ยวกราดก็ฉีกร่างกองทหารนับหมื่นเป็นชิ้น ไม่เหลือเศษซากเลยแม้แต่น้อย เสี่ยวเทียนเรียกวายุทมิฬทั้งสามกลับมาไว้ในแขน
ชาวบ้านก้มลงคุกเข่า ขอบคุณเสี่ยวเทียนที่ยังยืนอยู่บนเมฆ
“ ขอบคุณท่านเซียนน้อย” เสี่ยวเทียนได้แต่โบกมืออำลา แล้วก็ขี่เมฆจากไปขณะที่กำลังจะกลับเข้าไปในวัดนกยูงขาว ก็ปรากฏมี ชายชุดดำมีปีกค้างคาวลอยมาเข้ามาคิดจะจับกุมเสี่ยวเทียน จากข้างหลัง แต่เสี่ยวเทียนไม่หันมองแต่ซัดเข็มสังหารออกไปนับสิบเล่ม ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เข็มสังหารพุ่งทะลุหน้าผากทุกคนจนตายหมดสิ้น บางคนลอยตัวมาตกที่ฝ่าเท้าเสี่ยวเทียน จึงใช้มือลองตรวจความจำว่าพวกมันเป็นใคร
“ นักพรตเสิ่นกงเป้า เป็นใครกัน มาหาของวิเศษที่พาเราเข้ามา มีด้วยรึ?”
เสี่ยวเทียนยังสงสัย ว่าของวิเศษชิ้นไหนกันที่พาเขามาจากแดนพิภพชั้นสอง
เสี่ยวเทียนดีดร่างของ คนร้ายชุดดำตกเมฆไป แล้วก็กลับเข้าไปในมิติวัดนกยูงขาวทันที ท่ามกลางสายตา ของชายหนุ่มสองคน กับ เด็กน้อยอีกสองคนที่ยืนมองอยู่ด้านล่าง
“ท่านเหวยต้า นี่คงเป็นทางเข้ามิติที่ อาจารย์ถูกกักขังเอาไว้แน่เลย” เด็กน้อยใส่ชุดสีแดงเอ่ยขึ้นก่อน
“ในเมื่อพวกเรารู้แล้วว่าทางเข้ามิติอยู่ตรงไหน พวกเราก็เข้าไปเลยดีกว่า” เด็กหญิงน้อยอีกคนรีบเอ่ยต่อทันที
“ ใจเย็นก่อน พวกเราเข้าไปเวลานี้ พวเจ้าคิดว่า จะช่วยพาเจ้าแม่ออกมาได้หรือ คราก่อน พวกเราสี่คนร่วมมือกัน ยังไม่สามารถสู้นักพรตเสิ่นกงเป้าได้เลย
ถ้าเกิดมันปรากฏตัว แล้วพวกเราจะทำอย่างไร” ชายหน้าแดงเอ่ยเตือนทุกคน
“ ใช่แล้ว ต้องหาวิธีคืนความจำให้เจ้าแม่ให้ได้ก่อน” เหวยต้าชายหนุ่มรูปงามเอ่ยขึ้นกับทุกๆ คน
“ พวกมันต้องนำดวงแก้วความจำของเจ้าแม่ออกไปอย่างแน่นอน แล้วพวกมันเอาไว้ที่ใด” เด็กน้อยเสื้อแดง หรือ หงไห่เอ๋อ เอ่ยออกมา
“ เด็กคนที่เข้าไปนี้ ต้องรู้จักกับอาจารย์อย่างแน่นอน เราให้เขาช่วยดีไหม”
หลงหนี่ ศิษย์อันดันสองของเจ้าแม่เอ่ยบ้าง
“ เด็กน้อยคนนี้ ต้องออกมาอีกแน่ ครั้งหน้าพวกเราจับเขามาสอบถาม เรื่องราวของพระแม่ดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที” เหวยต้าองค์รักษ์เจ้าแม่กวนอิมเอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนเสี่ยวเทียนพอกลับเข้าไปใน วัดนกยูงขาว
ก็พบว่า พี่สาวเหมี่ยวซ่านยืนกอดอก รออยู่
“ พี่สาวคนสวย มารอใครหรือขอรับดึกๆ ดื่นป่านนี้”
“ เจ้าไปทำอะไรมา กลิ่นไอแห่งความตายถึงได้รุนแรงเช่นนี้” เมี่ยวซ่านเอ่ยแล้วมองหน้าเสี่ยวเทียน
“ คือว่า ข้าออกไปพบเห็นทหารหลายคนกำลังเข่นฆ่า คนบริสุทธิ์ มากมาย ที่แถวเขตแดนตอนเหนือ ก็เลยช่วยพวกเขา”
“ ด้วยการเข่นฆ่าคนนับหมื่นน่ะรึ?”
“ นี่พี่สาวรู้ได้ยังไงเนี่ย” เสี่ยวเทียนตะลึงที่พบว่า พี่สาวแสนจะบอบบางกลับรู้เรื่องราวของเขาได้
“ ข้าไม่ได้โง่นี่ วิญญาณที่ตามติดเจ้ามาบอกข้าจนหมดแล้ว” เสี่ยวเทียนได้ยินเช่นนั้นก็กระโดดเข้าไปใกล้พี่สาวเมี่ยวซ่าน แล้วกอดแขนนางไว้แน่น
“ มีผีติดตามข้ามาจริง ๆ?”
“ ใช้หลายตนเลย” เสี่ยวเทียนก็สามารถรู้ได้ถ้ามันมาจริงๆ แต่ที่ทำเป็นกลัว เพราะอยากให้พี่สาวเมี่ยวซ่านสงสารมากกว่า
“ เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงมันทำอะไร คนจิตแข็งอย่างเจ้าไม่ได้หรอก” พี่สาวเมี่ยวซ่านเอ่ยแล้วยิ้ม
“ ถ้าข้าไม่จัดการกับพวกเขา ชาวบ้านก็ตายกันจนหมดพอดี”
“ เจ้าไม่จำเป็นต้องฆ่าใครก็ได้ เจ้าแค่ใช้พลังของเจ้าขู่พวกมัน ทหารพวกนี้ก็กลัวเจ้าจนหมดแล้ว
“ ขอรับ ต่อไปข้าจะเชื่อฟังพี่สาวนะขอรับ” เสี่ยวเทียนยอมรับว่าทำเกินไป
“ ไปพักผ่อนเถอะดึกมากแล้ว” คืนนั้นเสี่ยวเทียนก็ลังนอนหลับอยู่ ก็มีกลิ่นหอมบางอย่างทำให้หลับลึกลงไปอีก คนร้ายเข้ามาในห้อง แล้วค้นตัวเสี่ยวเทียน แล้วค้นเข้าไปในแหวนมิติ เป็นแต่เงินอยู่ หนึ่งร้อนล้านเหรียญทอง กับ กระบี่อัสนี นอกนั้นก็ไม่มีอะไร เพราะเสี่ยวเทียนเอา ของทั้งหมดเก็บเอาไว้ในปราสาทเทพเซียนจนหมด แต่คนร้ายเห็นแต่รอยสัก แต่ไม่รู้ว่าคือ ของวิเศษ จึงได้แต่นำแหวนมิติกลับไปอย่างเดียว
รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนตื่นขึ้นมา ด้วยอาการปวดหัว แล้วมองหาแหวนมิติของตนหายไป
“ แหวนมิติหายไปไหนเนี่ย เหรียญทองของข้า ใคร ใครมันเอาเหรียญทองของข้าไป” เสี่ยวเทียนโกรธมาก ที่มีคนมาขโมยเหรียญทองของตนไปเช่นนี้ งานนี้ต่อให้พลิกแผ่นดิน ก็ต้องตามเหรียญทองกลับคืนมาให้ได้ .....