เล่ห์รักโจรร้าย

    ตอนที่ 38: กับดักกลางพงไพร

    หลังจากที่ลู่เฟิ่งได้หยั่งเชิงมือปราบมู่ชิงจนแน่ใจแล้วว่านางยังคงความใสซื่อและอ่อนต่อโลก เขาจึงเริ่มแผนการขั้นต่อไป โดยใช้หมากสำคัญอย่างคุณหนูเว่ยหลิง แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น เขาต้องเตรียมการให้รอบคอบ

     

    ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ลู่เฟิ่งได้แอบผสมสมุนไพรพิเศษลงในน้ำชาที่เขานำมาเสิร์ฟให้มู่ชิงดื่มทุกเช้า สมุนไพรชนิดนี้เป็นสูตรลับที่เขาได้มาจากหมอพิษในดินแดนตะวันตก มันไม่มีพิษในตัวเอง แต่จะกลายเป็นยาพิษร้ายแรงเมื่อได้รับสารตัวที่สองเข้าไป ซึ่งเขาเรียกว่า "ยาคู่พิฆาต"

     

    "คุณหนูมู่ ข้านำชาดีๆ มาให้ดื่มขอรับ" ลู่เฟิ่งยื่นถ้วยชาหอมๆ ให้มู่ชิงในเช้าวันนั้น "เป็นชาจากใบไผ่อ่อนที่ข้าเพาะปลูกเอง ช่วยบำรุงร่างกายและเพิ่มพลังปราณ"

     

    มู่ชิงรับถ้วยชามาดื่มโดยไม่สงสัย รสชาติหวานหอมและสดชื่น ทำให้นางรู้สึกสบายใจ "ขอบคุณท่านลุงจาง ชานี้อร่อยมากเลยค่ะ"

     

    ลู่เฟิ่งยิ้มอย่างพอใจ "ข้าดีใจที่คุณหนูชอบขอรับ จะนำมาให้ดื่มทุกเช้า เพื่อบำรุงร่างกายในระหว่างที่คุณหนูพักอยู่ที่นี่"

     

    สมุนไพรตัวแรกจะต้องสะสมในร่างกายของมู่ชิงให้ถึงระดับหนึ่งก่อน จึงจะพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป ลู่เฟิ่งคำนวณแล้วว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าวัน ในระหว่างนั้นเขาต้องคอยสังเกตอาการของมู่ชิงอย่างใกล้ชิด

     

    วันแรกและวันที่สอง มู่ชิงไม่มีอาการผิดปกติใดๆ นางยังคงสืบสวนเรื่องการป่วยของคหบดีเว่ยอย่างขยันขันแข็ง และพยายามหาเบาะแสเกี่ยวกับพ่อค้าเร่ลึกลับที่ขายยาให้กับครอบครัวเว่ย

     

    วันที่สาม มู่ชิงเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่นางคิดว่าเป็นเพราะการสืบสวนที่หนักหน่วง จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก

     

    "คุณหนูมู่ดูเหนื่อยล้าเลยขอรับ" ลู่เฟิ่งแสดงความห่วงใย "บางทีควรพักผ่อนมากกว่านี้"

     

    "ไม่เป็นไรค่ะ ท่านลุงจาง" มู่ชิงตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ "ข้าแค่กังวลเรื่องคหบดีเว่ยเท่านั้น"

     

    วันที่สี่ อาการเหนื่อยล้าของมู่ชิงเพิ่มขึ้น นางรู้สึกว่าพลังปราณในร่างกายไหลเวียนช้าลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นอันตราย

     

    "แปลกจัง" มู่ชิงพึมพำกับตัวเองขณะนั่งสมาธิในห้องพัก "ทำไมพลังปราณถึงได้ไหลเวียนช้าลงแบบนี้"

     

    ลู่เฟิ่งที่แอบฟังอยู่ข้างนอกยิ้มเจ้าเล่ห์ แผนการของเขาดำเนินไปตามที่คาดหวัง

     

    วันที่ห้า ลู่เฟิ่งรู้ว่าถึงเวลาแล้ว สมุนไพรตัวแรกได้สะสมในร่างกายของมู่ชิงเพียงพอแล้ว บัดนี้เขาต้องเตรียมการสำหรับขั้นตอนสุดท้าย

     

    เขาเรียกคุณหนูเว่ยหลิงมาคุยเป็นการส่วนตัว

     

    "คุณหนูเว่ย" ลู่เฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเครียดขรึม "ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า"

     

    เว่ยหลิงมองเขาด้วยความกังวล "มีเรื่องอะไรหรือคะลุงจาง"

     

    "เรื่องคุณหนูมู่" ลู่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ "ข้าสงสัยว่านางไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยพ่อของเจ้าจริงๆ"

     

    "หมายความว่าอย่างไรคะ" เว่ยหลิงถามด้วยความตกใจ

     

    "ข้าเห็นนางแอบค้นหาสิ่งของในบ้าน และถามคำถามแปลกๆ เกี่ยวกับครอบครัวของเจ้า" ลู่เฟิ่งแต่งเรื่องขึ้นมา "ข้าเกรงว่านางอาจจะเป็นสายลับที่มาสืบความลับของตระกูลเว่ย"

     

    เว่ยหลิงหน้าซีด "สายลับหรือคะ แต่นางดูดีมาก และพยายามช่วยพ่อด้วย"

     

    "นั่นอาจจะเป็นเพียงการปลอมตัว" ลู่เฟิ่งกล่าวอย่างจริงจัง "เจ้าต้องระวังให้ดี อย่าให้นางรู้ความลับใดๆ ของครอบครัว"

     

    เว่ยหลิงพยักหน้าด้วยความกลัว "ข้าจะระวังค่ะ แต่ข้าควรทำอย่างไรดี"

     

    "ข้าต้องการให้เจ้าช่วยทดสอบนาง" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้น "ข้าจะบอกวิธีให้"

     

    ลู่เฟิ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงในการปลูกฝังความคิดให้กับเว่ยหลิง เขาใช้ความกลัวและความกังวลของนางต่อครอบครัว เพื่อให้นางยอมทำตามแผนการของเขา

     

    "คุณหนูเว่ย เจ้าต้องเข้าใจว่าข้าทำเพื่อปกป้องครอบครัวของเจ้า" ลู่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "หากคุณหนูมู่เป็นสายลับจริง นางอาจจะทำร้ายพ่อแม่ของเจ้า"

     

    เว่ยหลิงสั่นเครือด้วยความกลัว "ข้าไม่อยากให้พ่อแม่เป็นอันตราย ข้าจะทำตามที่ลุงจางบอก"

     

    "ดีมาก" ลู่เฟิ่งยิ้มพอใจ "แผนการมีดังนี้..."

     

    ในระหว่างที่ลู่เฟิ่งวางแผนการ เขาก็ได้สังเกตความใสซื่อของมู่ชิงอย่างใกล้ชิด นางมักจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่หลวมสบาย ไม่ได้คำนึงถึงการปิดบังร่างกายอย่างเข้มงวด เมื่อนางก้มลงดูสมุนไพรในสวน เสื้อคลุมก็จะหย่อนลงเผยให้เห็นเส้นคอที่ขาวเนียนและส่วนหนึ่งของอกที่นุ่มนวล แต่นางกลับไม่รู้สึกอะไร

     

    "คุณหนูมู่ ข้าขอช่วยดูแลต้นไผ่นี้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้นในวันหนึ่งขณะที่มู่ชิงกำลังก้มลงดูใบไผ่ที่เหี่ยวแห้ง

     

    "ได้เจ้าค่ะ" มู่ชิงตอบโดยไม่ลังเล เมื่อลู่เฟิ่งเข้ามาใกล้ เขาแอบแตะมือของนางเบาๆ ขณะที่ชี้ให้ดูใบไผ่ มู่ชิงไม่ได้สะดุ้งหรือถอยห่าง แต่ยังคงฟังคำอธิบายของเขาอย่างตั้งใจ

     

    อีกครั้งหนึ่ง เมื่อมู่ชิงกำลังอ่านหนังสือในสวน ลู่เฟิ่งเดินมาใกล้และนั่งลงข้างๆ นาง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้มากจนเขาสามารถได้กลิ่นหอมจากผมของนาง

     

    "คุณหนูอ่านหนังสือเรื่องอะไรขอรับ" เขาถามพลางเอนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น จนไหล่ของเขาแทบจะแตะไหล่ของนาง

     

    "เรื่องสมุนไพรค่ะ" มู่ชิงตอบด้วยความไร้เดียงสา โดยไม่ได้สังเกตว่าลู่เฟิ่งเข้ามาใกล้เกินกว่าที่ควรจะเป็น

     

    เมื่อลู่เฟิ่งขอดูหนังสือ มู่ชิงก็ยื่นให้โดยไม่ลังเล มือของทั้งคู่แตะกันเล็กน้อยขณะส่งหนังสือ แต่นางไม่ได้แสดงท่าทีอึดอัดใจแต่อย่างใด

     

    "คุณหนูมีความรู้เรื่องสมุนไพรมากเลยขอรับ" ลู่เฟิ่งชมเชยพลางเอามือไปแตะแขนของนางเบาๆ เหมือนเป็นการแสดงความชื่นชม "ข้าประทับใจมาก"

     

    มู่ชิงยิ้มรับคำชม โดยไม่ได้รู้สึกผิดปกติกับการสัมผัสของเขา "ข้าก็เพิ่งเริ่มเรียนรู้เท่านั้นเจ้าค่ะ ยังมีอีกมากที่ต้องศึกษา"

     

    ความใสซื่อและไร้เดียงสาของมู่ชิงทำให้ลู่เฟิ่งรู้สึกพอใจมาก เขารู้ว่านางไม่มีประสบการณ์กับผู้ชาย และไม่รู้จักระวังตัวในเรื่องที่ผู้หญิงควรจะระวัง

     

    ในอีกโอกาสหนึ่ง เมื่อมู่ชิงกำลังเดินผ่านสวนในยามเย็น ลู่เฟิ่งเดินตามมาและเรียกนาง

     

    "คุณหนูมู่ ข้ามีดอกไม้สวยๆ อยากให้ดู" เขาชี้ไปที่มุมสวนที่ค่อนข้างเงียบสงบ

     

    มู่ชิงตามเขาไปโดยไม่สงสัย เมื่อถึงจุดหมาย ลู่เฟิ่งก็ชี้ให้ดูดอกไม้ที่บานสะพรั่ง

     

    "สวยจริงๆ เลยค่ะ" มู่ชิงอุทานด้วยความชื่นชม

     

    "ข้าจะเด็ดให้คุณหนูเอาไปประดับผมขอรับ" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้น

     

    "ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าไม่ชอบประดับผม" มู่ชิงปฏิเสธอย่างสุภาพ

     

    "งั้นข้าจะเด็ดให้เอาไปใส่แจกันในห้องขอรับ" ลู่เฟิ่งกล่าวพลางเอื้อมมือไปเด็ดดอกไม้ที่อยู่สูง

     

    ขณะที่เขาเอื้อมมือขึ้นไป ร่างกายของเขาก็เอนเข้าไปใกล้มู่ชิงมาก จนแทบจะแนบชิดกัน มู่ชิงยืนนิ่งไม่ขยับ ไม่ได้คิดที่จะถอยห่างหรือรู้สึกอึดอัดใจ

     

    "ได้แล้วขอรับ" ลู่เฟิ่งยื่นดอกไม้ให้มู่ชิง "เอาไปประดับห้องเถอะ"

     

    "ขอบคุณค่ะ" มู่ชิงรับดอกไม้มาด้วยรอยยิ้ม

     

    ลู่เฟิ่งยิ้มในใจ เขารู้ว่าความไร้เดียงสาของมู่ชิงจะทำให้แผนการของเขาสำเร็จได้ง่าย

     

    ในอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมู่ชิงกำลังเดินผ่านห้องครัว ลู่เฟิ่งเรียกนางเข้าไปดูสมุนไพรที่เขาเก็บไว้ในตู้เล็กๆ

     

    "คุณหนูมู่ ข้าอยากให้ดูสมุนไพรหายากที่ข้าสะสมไว้" เขากล่าวพลางเปิดตู้ออก "บางชนิดหาได้ยากมาก"

     

    มู่ชิงเข้าไปดูด้วยความสนใจ ขณะที่นางก้มลงดูสมุนไพรในตู้ ลู่เฟิ่งก็ยืนอยู่ข้างหลังใกล้มาก จนลมหายใจของเขาแตะต้นคอของนาง

     

    "สมุนไพรนี้ใช้ทำอะไรคะ" มู่ชิงถามโดยไม่ได้หันมามอง ยังคงสนใจกับสมุนไพรในตู้

     

    "ใช้บำรุงร่างกายขอรับ" ลู่เฟิ่งตอบพลางเอามือไปวางบนไหล่ของนางเบาๆ "คุณหนูลองดูใบนี้สิ มีลายเส้นที่สวยมาก"

     

    มู่ชิงไม่ได้รู้สึกผิดปกติกับมือที่วางอยู่บนไหล่ นางยังคงมองดูใบสมุนไพรที่ลู่เฟิ่งชี้ให้ดู

     

    "สวยจริงๆ เลยค่ะ" นางกล่าวด้วยความชื่นชม

     

    ลู่เฟิ่งรู้สึกพอใจกับความไร้เดียงสาของมู่ชิง นางไม่รู้จักระแวงหรือป้องกันตัวเองจากผู้ชายเลย ทำให้เขามั่นใจว่าแผนการของเขาจะสำเร็จอย่างแน่นอน

     

    ในวันสุดท้ายก่อนที่จะดำเนินแผนการใหญ่ ลู่เฟิ่งได้ทดสอบความใสซื่อของมู่ชิงครั้งสุดท้าย เขาเชิญนางมาดูดาวในสวนยามค่ำคืน

     

    "คุณหนูมู่ คืนนี้ดาวสวยมาก อยากให้มาดูกัน" เขาเอ่ยขึ้น

     

    มู่ชิงตามเขาไปโดยไม่ลังเล ทั้งคู่นั่งลงบนม้านั่งหินในสวน ลู่เฟิ่งนั่งใกล้มู่ชิงมากจนแขนของทั้งคู่แตะกัน

     

    "ดาวสวยจริงๆ เลยค่ะ" มู่ชิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความชื่นชม

     

    "คุณหนูสวยกว่าดาวเสียอีก" ลู่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

     

    มู่ชิงหัวเราะเบาๆ "ท่านลุงจางพูดเก่งจริงๆ เลยค่ะ"

     

    นางไม่ได้รู้สึกผิดปกติกับคำชมที่ค่อนข้างเกินเลย ลู่เฟิ่งรู้ว่านางไร้เดียงสาจริงๆ

     

    "คุณหนูเคยมีคนรักหรือยังขอรับ" เขาถามอย่างตรงไปตรงมา

     

    มู่ชิงส่ายหน้า "ยังไม่เคยค่ะ ข้าใช้เวลาฝึกวรยุทธและช่วยเหลือคนอื่นเป็นส่วนใหญ่"

     

    "แล้วไม่อยากมีคนรักบ้างหรือ" ลู่เฟิ่งถามต่อ

     

    "ข้าไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยค่ะ" มู่ชิงตอบด้วยความไร้เดียงสา "บางทีอาจจะยังไม่ถึงเวลา"

     

    ลู่เฟิ่งยิ้มในใจ ความใสซื่อของมู่ชิงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก เขาจะได้เป็นคนแรกที่ทำลายความบริสุทธิ์ของนาง

     

    ในยามบ่ายวันหนึ่ง เว่ยหลิงในชุดที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงด้วยความหวาดกลัว ได้แอบมาหามู่ชิงที่เรือนรับรอง นางกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "คุณหนูมู่เจ้าคะ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้าค่ะ"

     

    มู่ชิงซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือเรื่องสมุนไพรที่ลู่เฟิ่งให้ยืม เงยหน้าขึ้นมอง นางสังเกตเห็นว่าเว่ยหลิงดูกระวนกระวายและหวาดกลัวผิดปกติ

     

    มู่ชิงมองใบหน้าซีดเซียวของเว่ยหลิงด้วยความสงสัย "มีเรื่องอันใดหรือคุณหนูเว่ย"

     

    "ข้า...ข้ารู้ที่ซ่อนของสมุนไพรประหลาดที่ลุงจางใช้ปรุงยาให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ" เว่ยหลิงกล่าวพลางชำเลืองมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง "ข้าแอบได้ยินท่านแม่คุยกับลุงจางว่าสมุนไพรนั้นถูกเก็บไว้ในกระท่อมร้างท้ายสวนเจ้าค่ะ"

     

    แววตาของมู่ชิงเป็นประกาย นางรู้สึกว่านี่คือเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่ความจริงทั้งหมด "เจ้าแน่ใจหรือคุณหนูเว่ย"

     

    "แน่ใจเจ้าค่ะ" เว่ยหลิงพยักหน้าหงึกๆ "แต่ข้าไม่กล้าไปคนเดียวเจ้าค่ะ ลุงจางน่ากลัวนัก หากคุณหนูมู่จะกรุณาไปกับข้า ข้าจะพาไปดูเจ้าค่ะ"

     

    มู่ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ความอยากรู้และความมุ่งมั่นที่จะสืบหาความจริงก็มีมากกว่า นางจึงตัดสินใจตอบตกลง "ได้ ข้าจะไปกับเจ้า"

     

    เว่ยหลิงพามู่ชิงเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ท้ายสวนที่รกเรื้อไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า จนกระทั่งมาถึงกระท่อมร้างหลังหนึ่งที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรม ภายในกระท่อมมืดสลัวและมีกลิ่นอับชื้นโชยออกมา

     

    "สมุนไพรอยู่ที่นี่หรือ" มู่ชิงเอ่ยถามพลางก้าวเข้าไปในกระท่อมอย่างระมัดระวัง

     

    ทันใดนั้นเอง เว่ยหลิงก็ผลักมู่ชิงเข้าไปในกระท่อมอย่างแรง ก่อนจะปิดประตูลงกลอนจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว มู่ชิงพยายามจะเปิดประตู แต่ก็พบว่ามันถูกล็อกจากด้านนอกแล้ว

     

    "คุณหนูเว่ย! นี่มันอะไรกัน!" มู่ชิงตะโกนถามด้วยความตกใจ

     

    "ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนูมู่" เสียงของเว่ยหลิงดังลอดมาจากด้านนอก "แต่ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้เจ้าค่ะ"

     

    มู่ชิงรู้สึกถึงกลิ่นหอมประหลาดที่โชยมาจากมุมหนึ่งของกระท่อม กลิ่นนั้นหอมหวานแต่กลับทำให้ร่างกายของนางรู้สึกอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว วรยุทธที่เคยเก่งกาจราวกับไร้ประโยชน์ นางพยายามจะรวบรวมพลังปราณ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทรุดตัวลงกับพื้น

     

    "เป็นอย่างไรบ้างมือปราบมู่" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านนอกประตู ลู่เฟิ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "กับดักที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าถูกใจหรือไม่"

     

    มู่ชิงกัดฟันกรอด นางพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง "เจ้า...เจ้ามันคนชั่ว!"

     

    "ชั่วหรือดี เจ้าคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะ" ลู่เฟิ่งหัวเราะในลำคอ "ยินดีต้อนรับสู่กรงขังของข้า มือปราบมู่"

     

    มือปราบสาวผู้เก่งกาจแต่ใสซื่อ บัดนี้ได้ตกอยู่ในกำมือของจอมโจรเฒ่าอย่างสมบูรณ์ ร่างกายที่อ่อนแรงและวรยุทธที่ไร้ประโยชน์ ทำให้นางต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้

    คล้ายกับเรื่องเล่ห์รักโจรร้าย ที่คุณอ่าน