ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 75 ขอแต่งงาน

            เทวินยังคงตื่นแต่เช้าโดยมีเรนิตาในอ้อมกอดเขามองใบหน้างดงามผิวขาวอมชมพูและเส้นผมที่ยาวสลวยเป็นสีน้ำตาลทอง
    เขาจูบ
    ที่หน้าผากของเธอเบาๆ ด้วยความรักใคร่ 

            เขามองมองใบหน้าของเธอสักพักก่อนค่อยๆลงจากเตียงอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากรบกวนเธอ เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าก็ค่อยเปิดประตู
    ออกจากห้องไปยังห้องของตัวเองเพื่อทำกิจวัตรส่วนตัว

            ที่ห้องประกอบอาหารขณะที่โสภาและน้ามะลิกำลังเตรียมอาหารเช้าสำหรับทุกคน

            “ไม่ต้องเตรียมเผื่อผมกับเรเนียนะครับ”เช้านี้เขาตั้งใจเตรียมของว่างและข้าวต้มเครื่องให้เรนิตา 

            “คุณเทวินจะเตรียมเองเหรอคะ?” น้ามะลิเอ่ยถามส่วนโสภารู้ว่าเขามักจะเตรียมของว่างและอาหารด้วยตัวเองก็ไม่แปลกใจ

            “ใช่ครับเดี๋ยมผมเตรียมเองครับ” เขาตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขและมีเสน่ห์บนใบหน้า

            “ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นน้าจะไปที่ตลาดกับน้าชัย คุณเทวินจะฝากซื้ออะไรหรือเปล่าคะ?” น้ามะลิเอ่ยถาม

            “เออ...ผมยังไม่รู้ว่าจะฝากซื้ออะไรเลยประเดี๋ยวถ้านึกออกผมจะโทรบอกนะครับ” เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ

            โสภา : “น้ามะลิ โสภาไปด้วยพอดีจะไปซื้อของ”

            น้ามะลิ : “ได้สิว่าแต่เช้านี้ยังไม่เห็นเรเนียเลย โสภาไม่ไปดูเธอหน่อยเหรอ เผื่อจะไม่สบาย”

            โสภา :“เมื่อเย็นวานนี้ก็ยังดีอยู่นะ เธออาจจะเพลียก็เลยนอนหลับยาว น้ามะลิไม่ต้องเป็นห่วง”

            “อืม...งั้นก็ไปกันเลยเดี๋ยวจะต้องไปซื้อผลไม้ที่ตลาดเช้าด้วย” น้ามะลิบอกกับโสภาและหันมากล่าวกับเทวิน
    “ถ้าอย่างนั้นน้ากับโสภาจะขอไปตลาดก่อนนะคะคุณเทวินฝากดูแลเรเนียด้วยนะคะ”

            “ได้ครับไม่ต้องเป็นห่วงครับ” เขาตอบพร้อมกับยิ้มแบบเขินๆ ก่อนทั้งคู่จะออกจากห้องไป

            ก่อนหน้าวิชุดาได้เตรียมอาหารเช้าให้ตัวเองก่อนไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับพิเชษฐ์ตอนนี้จึงไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากตัวเขาและเรนิตาที่ยังนอนอยู่

            เรนิตาเมื่อตื่นนอนก็หันไปอีกทางหนึ่งของเตียงหลังใหญ่ เธอไม่เห็นเทวินจึงลุกเข้าห้องน้ำทำกิจวัตรส่วนตัว ระหว่างอาบน้ำยังได้นึกถึง
    สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเธอเองกับเทวิน
    'เราพร้อมแล้ว’

            เมื่ออาบน้ำเสร็จเธอได้เลือกใส่ชุดสบายๆ การแต่งตัวของเธอดูเรียบง่าย ขณะกำลังจะเปิดประตูห้อง พอดีเทวินก็เปิดประตูห้องเข้ามา
    เพื่อดูว่าเธอตื่นหรือยัง“เออ..คือ...ผมจะมา....”

            เขามองใบหน้างดงามและดวงตาคู่สีฟ้าของเธอ“คุณสวยจัง” เมื่อเห็นริมฝีปากสีชมพูนั้น ทำให้เขาไม่อาจจะหักห้ามใจตัวเองได้จึงเข้าไปหอมพร้อมกับจูบเธอด้วยสเน่หา

            “พอแล้วค่ะเดี๋ยวมีใครมาเห็น” เธอจูบรับก่อนพลักตัวเขาออกก่อนที่จะละลาย

            “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านครับ”เขาบอกกับเธอโดยยังกอดอยู่

            “คุณทำให้เรเนียรู้สึกเหมือนกำลังละลาย”เธอบอกกับเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มและใบหน้าเป็นสีแดง

            “คุณก็เหมือนกันครับผมไม่อาจจะพละออกจากตัวคุณได้เลย” เขาเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน

            “เราลงไปข้างล่างกันเถอะนะคะ”เธอเอ่ยชวนเขา

            “ได้ครับ ผมเตรียมของว่างให้คุณแล้ว”เขาบอกกับเธอ ก่อนจูงมือเธอไว้กระทั่งลงมาถึงห้องรับอาหารว่าง เขาเตรียมชาข้าวหอม
    พร้อมชงเตรียมขนมปังและข้าวต้มให้เธอ แล้วจึงชงกาแฟและทำขนมปังปิ้งให้กับตัวเองก่อนจะไปนั่งพูดคุยกันที่ระเบียงข้างบ้าน

            “ผมไม่อยากกลับไปอยู่ที่บ้านเลยครับ”เมื่อนึกถึงว่าต้องกลับไป เขาจึงบอกกับเธอ

            “คุณเทวิน...แต่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดในตอนนี้ไม่ได้นะคะ” เธอให้เหตุผล

            “เรเนีย แต่งงานกับผมนะครับ”เขาจับมือเธอไว้อย่างทะนุถนอมพร้อมกับเอ่ยขอเธอแต่งงาน

            “โอ้!...” เธอมองตาเขาแม้เธอจะรักเขาแต่ดูจะเร็วไปสำหรับการแต่งงาน “เรเนียว่าเราหมั้นหมายต่อกันกันก่อนดีไหมคะ?”เธออธิบายต่อ

            “คือเรเนียอยากให้เป็นไปแบบประเพณีไทยมากกว่านะคะ”

            “อืม...ก็ได้ครับผมจะบอกต่อผู้ใหญ่ เมื่อมีพร้อมมากกว่านี้เราค่อยแต่งงานกัน” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม รู้สึกยินดีที่เธอไม่ปฏิเสธสองคนจึงได้พูดคุยพร้อมกับวางแผนให้กับชีวิตที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกันกระทั่งคนของเธอทั้งสามกลับจากตลาด

            นอกจากมีพื้นที่สวนติดกันและบ้านอยู่ใกล้กันแล้วดูเหมือนตอนนี้ทุกคนจะกลายเป็นคนครอบครัวเดียวกัน

            “เดี๋ยวผมต้องไปที่บ้านก่อนนะครับคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องย้ายกลับแล้วครับ” เขาบอกกับทุกคนเมื่ออยู่ด้วยกันพร้อมหน้า

            “ได้ค่ะแต่เย็นนี้เชิญทุกคนรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน คุณเทวินชวนน้องดาและเชษฐ์ด้วยนะคะ” เรนิตาเป็นตัวแทนทุกคนกล่าวกับเขา

            “ได้ครับ” เขารับปากกับเธอก่อนจะไปเดินไปบ้านของพิเชษฐ์เพื่อขับจักรยานไปดูที่บ้านของตัวเอง นอกจากนี้ก็ต้องไปจัดการ
    เรื่อง
    มังค์งิงที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับต้นมะม่วงที่สวนหลังบ้าน

            แต่เมื่อใกล้ถึงบ้านเขาก็รับรู้ได้จากความสามารถในการจับความเคลื่อนไหว พบว่าทางด้านมังค์งิง ไม่มีความเคลื่อนไหวและลมหายใจ
    ‘คงจะมีสภาพเช่นเดียวกับมังค์จาแล้ว’

            เมื่อถึงบ้านจึงรุดไปที่บริเวณต้นมะม่วงสิ่งที่พบเห็นนั้นมีเพียงรอยเลือดและกองกระดูกของมังค์งิง บนกิ่งต้นมะม่วงต้นนั้นนั่งเกาะด้วยพญาไก่ฟ้าและแมวสีนิลที่กำลังรอเขาอยู่

            “เงี้ยววๆ” แมวสีนิลส่งเสียงให้เขาก่อนใช้พลังอำนาจจากพญาเสือดำที่บังคับวัตถุได้กลบกระดูกเหล่านั้นจมดินไป

            “อืม...นางพญาและราชาปลวกถูกทำลายแล้วและคราวนี้มังค์งิงที่ตายไปแล้วก็ได้ตกตายไปอย่างแท้จริง” เขากล่าวกับแมวสีนิล
    และ
    พญาไก่ฟ้า เมื่อกล่าวจบก็ยังรู้สึกมีบางอย่างนิ่มๆ เกาะที่แขนข้างหนึ่ง

            “สายฟ้า!”เขารู้สึกดีใจที่ไม่มีใครเป็นอะไรโดยเฉพาะเจ้าสายฟ้าที่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติและสามารถหายตัวได้เหมือนเดิมแล้ว

            “ค้อกก...แคว้กกๆ”กระรอกสายฟ้าส่งเสียงให้กับเทวิน เขายิ้มให้กับเจ้าสายฟ้า

            แมวสีนิลหันมองไปที่พญาไก่ฟ้าที่เตรียมจะไปอยู่บำเพ็ญตนต่อยังที่สงบหลังเสร็จสิ้นภาระกิจการช่วยเทวิน
    ทำลายนางพญาและ
    ราชาปลวกตามที่ท่านฤษิวิศรุฒได้บอกไว้

            “ท่านจะไปแล้ว?”เขาเอ่ยถามพญาไก่ฟ้า 

            พญาไก่ฟ้าผงกหัวรับแล้วจึงร้องขันก็ได้เกิดมีลมพัดแรงไปยังสวนป่ามะม่วง พญาไก่ฟ้าที่สง่าสวยงามก็ได้บินหายไปในป่ามะม่วง
    พร้อมกับสายลมแรงก็ได้เพียงพัดโชยให้ความรู้สึกที่สบายและ
    ผ่อนคลาย เขายิ้มและมองไปยังบริเวณที่พญาไก่ฟ้าได้หายลับตาไป