เขาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ ด้วยความรักใคร่
เขามองมองใบหน้าของเธอสักพักก่อนค่อยๆลงจากเตียงอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากรบกวนเธอ เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าก็ค่อยเปิดประตู
ออกจากห้องไปยังห้องของตัวเองเพื่อทำกิจวัตรส่วนตัว
ที่ห้องประกอบอาหารขณะที่โสภาและน้ามะลิกำลังเตรียมอาหารเช้าสำหรับทุกคน
“ไม่ต้องเตรียมเผื่อผมกับเรเนียนะครับ”เช้านี้เขาตั้งใจเตรียมของว่างและข้าวต้มเครื่องให้เรนิตา“คุณเทวินจะเตรียมเองเหรอคะ?” น้ามะลิเอ่ยถามส่วนโสภารู้ว่าเขามักจะเตรียมของว่างและอาหารด้วยตัวเองก็ไม่แปลกใจ
“ใช่ครับเดี๋ยมผมเตรียมเองครับ” เขาตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขและมีเสน่ห์บนใบหน้า
“ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นน้าจะไปที่ตลาดกับน้าชัย คุณเทวินจะฝากซื้ออะไรหรือเปล่าคะ?” น้ามะลิเอ่ยถาม
“เออ...ผมยังไม่รู้ว่าจะฝากซื้ออะไรเลยประเดี๋ยวถ้านึกออกผมจะโทรบอกนะครับ” เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
โสภา : “น้ามะลิ โสภาไปด้วยพอดีจะไปซื้อของ”
น้ามะลิ : “ได้สิว่าแต่เช้านี้ยังไม่เห็นเรเนียเลย โสภาไม่ไปดูเธอหน่อยเหรอ เผื่อจะไม่สบาย”
โสภา :“เมื่อเย็นวานนี้ก็ยังดีอยู่นะ เธออาจจะเพลียก็เลยนอนหลับยาว น้ามะลิไม่ต้องเป็นห่วง” “อืม...งั้นก็ไปกันเลยเดี๋ยวจะต้องไปซื้อผลไม้ที่ตลาดเช้าด้วย” น้ามะลิบอกกับโสภาและหันมากล่าวกับเทวิน“ถ้าอย่างนั้นน้ากับโสภาจะขอไปตลาดก่อนนะคะคุณเทวินฝากดูแลเรเนียด้วยนะคะ”
“ได้ครับไม่ต้องเป็นห่วงครับ” เขาตอบพร้อมกับยิ้มแบบเขินๆ ก่อนทั้งคู่จะออกจากห้องไป
ก่อนหน้าวิชุดาได้เตรียมอาหารเช้าให้ตัวเองก่อนไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับพิเชษฐ์ตอนนี้จึงไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากตัวเขาและเรนิตาที่ยังนอนอยู่ เรนิตาเมื่อตื่นนอนก็หันไปอีกทางหนึ่งของเตียงหลังใหญ่ เธอไม่เห็นเทวินจึงลุกเข้าห้องน้ำทำกิจวัตรส่วนตัว ระหว่างอาบน้ำยังได้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเธอเองกับเทวิน'เราพร้อมแล้ว’ เมื่ออาบน้ำเสร็จเธอได้เลือกใส่ชุดสบายๆ การแต่งตัวของเธอดูเรียบง่าย ขณะกำลังจะเปิดประตูห้อง พอดีเทวินก็เปิดประตูห้องเข้ามา
เพื่อดูว่าเธอตื่นหรือยัง“เออ..คือ...ผมจะมา....” เขามองใบหน้างดงามและดวงตาคู่สีฟ้าของเธอ“คุณสวยจัง” เมื่อเห็นริมฝีปากสีชมพูนั้น ทำให้เขาไม่อาจจะหักห้ามใจตัวเองได้จึงเข้าไปหอมพร้อมกับจูบเธอด้วยสเน่หา
“พอแล้วค่ะเดี๋ยวมีใครมาเห็น” เธอจูบรับก่อนพลักตัวเขาออกก่อนที่จะละลาย
“ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านครับ”เขาบอกกับเธอโดยยังกอดอยู่
“คุณทำให้เรเนียรู้สึกเหมือนกำลังละลาย”เธอบอกกับเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มและใบหน้าเป็นสีแดง“คุณก็เหมือนกันครับผมไม่อาจจะพละออกจากตัวคุณได้เลย” เขาเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน
“เราลงไปข้างล่างกันเถอะนะคะ”เธอเอ่ยชวนเขา
“ได้ครับ ผมเตรียมของว่างให้คุณแล้ว”เขาบอกกับเธอ ก่อนจูงมือเธอไว้กระทั่งลงมาถึงห้องรับอาหารว่าง เขาเตรียมชาข้าวหอม
พร้อมชงเตรียมขนมปังและข้าวต้มให้เธอ แล้วจึงชงกาแฟและทำขนมปังปิ้งให้กับตัวเองก่อนจะไปนั่งพูดคุยกันที่ระเบียงข้างบ้าน
“ผมไม่อยากกลับไปอยู่ที่บ้านเลยครับ”เมื่อนึกถึงว่าต้องกลับไป เขาจึงบอกกับเธอ
“คุณเทวิน...แต่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดในตอนนี้ไม่ได้นะคะ” เธอให้เหตุผล“เรเนีย แต่งงานกับผมนะครับ”เขาจับมือเธอไว้อย่างทะนุถนอมพร้อมกับเอ่ยขอเธอแต่งงาน
“โอ้!...” เธอมองตาเขาแม้เธอจะรักเขาแต่ดูจะเร็วไปสำหรับการแต่งงาน “เรเนียว่าเราหมั้นหมายต่อกันกันก่อนดีไหมคะ?”เธออธิบายต่อ“คือเรเนียอยากให้เป็นไปแบบประเพณีไทยมากกว่านะคะ”
“อืม...ก็ได้ครับผมจะบอกต่อผู้ใหญ่ เมื่อมีพร้อมมากกว่านี้เราค่อยแต่งงานกัน” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม รู้สึกยินดีที่เธอไม่ปฏิเสธสองคนจึงได้พูดคุยพร้อมกับวางแผนให้กับชีวิตที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกันกระทั่งคนของเธอทั้งสามกลับจากตลาดนอกจากมีพื้นที่สวนติดกันและบ้านอยู่ใกล้กันแล้วดูเหมือนตอนนี้ทุกคนจะกลายเป็นคนครอบครัวเดียวกัน
“เดี๋ยวผมต้องไปที่บ้านก่อนนะครับคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องย้ายกลับแล้วครับ” เขาบอกกับทุกคนเมื่ออยู่ด้วยกันพร้อมหน้า “ได้ค่ะแต่เย็นนี้เชิญทุกคนรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน คุณเทวินชวนน้องดาและเชษฐ์ด้วยนะคะ” เรนิตาเป็นตัวแทนทุกคนกล่าวกับเขา “ได้ครับ” เขารับปากกับเธอก่อนจะไปเดินไปบ้านของพิเชษฐ์เพื่อขับจักรยานไปดูที่บ้านของตัวเอง นอกจากนี้ก็ต้องไปจัดการเรื่องมังค์งิงที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับต้นมะม่วงที่สวนหลังบ้าน แต่เมื่อใกล้ถึงบ้านเขาก็รับรู้ได้จากความสามารถในการจับความเคลื่อนไหว พบว่าทางด้านมังค์งิง ไม่มีความเคลื่อนไหวและลมหายใจ
‘คงจะมีสภาพเช่นเดียวกับมังค์จาแล้ว’ เมื่อถึงบ้านจึงรุดไปที่บริเวณต้นมะม่วงสิ่งที่พบเห็นนั้นมีเพียงรอยเลือดและกองกระดูกของมังค์งิง บนกิ่งต้นมะม่วงต้นนั้นนั่งเกาะด้วยพญาไก่ฟ้าและแมวสีนิลที่กำลังรอเขาอยู่ “เงี้ยววๆ” แมวสีนิลส่งเสียงให้เขาก่อนใช้พลังอำนาจจากพญาเสือดำที่บังคับวัตถุได้กลบกระดูกเหล่านั้นจมดินไป “อืม...นางพญาและราชาปลวกถูกทำลายแล้วและคราวนี้มังค์งิงที่ตายไปแล้วก็ได้ตกตายไปอย่างแท้จริง” เขากล่าวกับแมวสีนิล
และพญาไก่ฟ้า เมื่อกล่าวจบก็ยังรู้สึกมีบางอย่างนิ่มๆ เกาะที่แขนข้างหนึ่ง “สายฟ้า!”เขารู้สึกดีใจที่ไม่มีใครเป็นอะไรโดยเฉพาะเจ้าสายฟ้าที่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติและสามารถหายตัวได้เหมือนเดิมแล้ว
“ค้อกก...แคว้กกๆ”กระรอกสายฟ้าส่งเสียงให้กับเทวิน เขายิ้มให้กับเจ้าสายฟ้า
แมวสีนิลหันมองไปที่พญาไก่ฟ้าที่เตรียมจะไปอยู่บำเพ็ญตนต่อยังที่สงบหลังเสร็จสิ้นภาระกิจการช่วยเทวินทำลายนางพญาและราชาปลวกตามที่ท่านฤษิวิศรุฒได้บอกไว้
“ท่านจะไปแล้ว?”เขาเอ่ยถามพญาไก่ฟ้า
พญาไก่ฟ้าผงกหัวรับแล้วจึงร้องขันก็ได้เกิดมีลมพัดแรงไปยังสวนป่ามะม่วง พญาไก่ฟ้าที่สง่าสวยงามก็ได้บินหายไปในป่ามะม่วง
พร้อมกับสายลมแรงก็ได้เพียงพัดโชยให้ความรู้สึกที่สบายและผ่อนคลาย เขายิ้มและมองไปยังบริเวณที่พญาไก่ฟ้าได้หายลับตาไป