Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 48 เปิดพินัยกรรม

    ตอนที่ 48สถานที่จัดงานศพจากนี้ไปจะขอเปิดพินัยกรรมของตระกูลทาเคนากะขอให้ทุกท่านตั้งใจฟังให้ดีด้วยนะครับ” เสียงทนายประจำตระกูลทาเคนากะพูดทนายประจำตระกูลกวาดสายตามองบุคคลทั่วห้องรับรองภายในวัดของสถานที่จัดงานศพแห่งนี้ภายในห้องแห่งนี้ประกอบไปด้วยญาตและผู้ถือหุ้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนหลายสิบชีวิตแน่นอนภายในห้องนี้มีหมอนากิสะและพ่อของเธออยู่ด้วยไม่ไกลก็มีตระกูลซาน่าดะนั่งอยู่เช่นกันซึ่งนั่นก็คือหมอยูมิและพ่อของเธอนั่นเอง“เอาล่ะอย่าเสียเวลาเลยเรามาเปิดพินัยกรรมกันเถอะ” พ่อของหมอนากิสะพูดหลังจากเห็นว่าเสียเวลาไปมากแล้วแน่นอนมีญาตหลายคนแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดต่อว่าอะไรออกมาเพราะพวกเขาเองก็ต้องการจะรู้พินัยกรรมแล้วเช่นกันว่าพวกเขาจะได้รับอะไรกันบ้างจากการเปิดพินัยกรรมครั้งนี้“ได้ครับถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันที่พินัยกรรมฉบับแรกเป็นที่ดินของจังหวัดกิฟุจำนวนสองร้อยไร่” ทนายพูดออกมาทำให้เหล่าญาตที่ได้ยินต่างดีใจกันเนื้อเต้นเพราะที่ดินนั่นมีขนาดถึงสองร้อยไร่แถมยังเป็นในจังหวัดกิฟุที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีบ่อน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียวถ้าได้ที่ดินผืนนั้นไปล่ะก็ราคาต่ำๆก็กว่าพันล้านเยนแล้ว“จากพินัยกรรมที่ทำเอาไว้ท่านขอมอบที่ดินผืนนี้ให้แก่ทาเคนากะ จูจิโร่และครอบครัว !!” ทนายอ่านเนื้อหาในพินัยกรรมให้ทุกคนฟัง“เยส !!” ชายคนที่ชื่อทาเคนากะ จูจิโร่ร้องออกมาอย่างดีใจส่วนคนอื่นๆที่เป็นครอบครัวนั้นก็ยิ้มจนปากแทบฉีกต่างจากคนอื่นที่พอไม่ได้ยินชื่อของตัวเองก็ทำหน้าบึ้งทันทีแต่ทว่าก็ไม่ได้พูดหรือคัดค้านอะไรเพราะยังมีสมบัติอีกหลายอย่างเลยนั่นเอง“ต่อไปเป็นที่ดินพร้อมรีสอร์ทที่เกาะโอกินาว่า เนื้อที่ทั้งหมดร้อยสิบไร่ขอมอบให้แก่......” ทนายยังอ่านพินัยกรรมต่อไปเรื่อยๆคนที่ได้รับสมบัติและมรดกต่างดีใจกันถ้วนหน้าซึ่งแต่ละอย่างที่ได้ไปนั้นมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันล้านทั้งนั้นเลยจนกระทั่งมาถึงเนื้อหาสุดท้ายของพินัยกรรมนั่นก็คือเรื่องหุ้นโรงพยาบาลและผู้สืบทอดคนต่อไปของตระกูลทาเคนากะแน่นอนทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าผู้สืบทอดคนต่อไปจะต้องเป็นฮิคาริหลานสายตรงจากลูกชายคนโตของท่านอดีตผู้นำตระกูลแน่นอนจึงไม่ตื่นเต้นอะไรนักแต่หุ้นโรงพยาบาลนี่สิโรงพยาบาลทาเคนากะนั้นมีสาขาอยู่ทั่วประเทศมีมูลค่าหลายหมื่นล้านเยนและผู้ที่ถือหุ้นอยู่มากที่สุดก็คืออดีตผู้นำตระกูลนั่นเองเขาถือหุ้นอยู่ทั้งหมดสี่สิบเปอร์เซ็นเลยทีเดียวและคนต่อมาคือฮิคาริที่ซึ่งได้รับหุ้นต่อมาจากพ่อที่ตายไปซึ่งมันมีมากถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนพ่อของหมอนากิสะนั้นก็ถืออยู่สิบเปอร์เซ็นเทียบเท่ากับตระกูลซานาดะเช่นกันและแน่นอนเวลาที่ผ่านมานั้นพ่อของหมอนากิสะไม่สามารถซื้อหุ้นเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นคนอื่นได้เลยจึงทำให้เขามีหุ้นอยู่สิบเปอร์เซ็นต์เท่าเดิม“หุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของทาเคนากะกรุ๊ปขอมอบให้แก่ทาเคนากะ ฮิคาริผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวยี่สิบเปอร์เซ็นต์และอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ขอมอบให้กับทาเคนากะ โออิชิ ผู้มีศักดิ์เป็นลูกบุญธรรม !!” ทนายพูดเนื้อหาของพินัยกรรมออกมาและแน่นอนพอเนื้อหาของพินัยกรรมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็มีเสียงไม่พอใจเล็กน้อยของญาติคนอื่นๆแต่ก็ไม่มีใครสามารถเถียงอะไรได้เพราะนี่คือพินัยกรรมนั่นเองฮือ !! ฮา !! เสียงคนในห้องเริ่มคุยกัน“ลูกหาเธอเจอหรือยัง” พ่อของหมอนากิสะหรือทาเคนากะ โออิชิกระซิบถามลูกสาวของเขา“ยังค่ะแต่หนูได้เบาะแสมาแล้วค่ะอีกไม่นานเจอเธอแน่ๆ” หมอนากิสะพูด“หาให้เจอเร็วที่สุดแล้วจัดให้เธอมอบหุ้นให้พ่อซะแต่ถ้าเธอไม่ยอมก็หาวิธีทำให้เธอมาเซ็นรับมอบพินัยกรรมไม่ทันซะเท่านั้นหุ้นก็จะตกเป็นของพ่อ” พ่อของหมอนากิสะพูด“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” หมอนากิสะพยักหน้า“ถ้าเป็นไปได้ฆ่าเธอเลยก็ดีเพราะถ้าเธอตายพ่อก็จะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปและพอครบเดือนพ่อก็จะได้หุ้นในส่วนของเธอมาด้วยเพราะเธอไม่มีเซ็นรับหุ้น” พ่อของหมอนากิสะพูดด้วยสีหน้าเหี้ยมโหดแน่นอนหมอนากิสะที่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ทว่าในตอนนั้นเองตอนที่ทุกคนคิดว่าพินัยกรรมได้ถูกอ่านจบไปแล้วเสียงทนายก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง“แต่ว่าถ้าเกิดกรณีทาเคนากะ ฮิคาริผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวเซ็นรับมอบพินัยกรรมไม่ทันภายในหนึ่งเดือนหรือถ้าเกิดว่ามีการเสียชีวิตของทาเคนากะ ฮิคาริผู้เป็นหลานสาวเกิดขึ้นหุ้นทั้งหมดจะขอมอบให้รัฐบาลทั้งหมด ลงชื่อ ทาเคนากะ ริวจิ ผู้นำตระกูลเทเคนากะรุ่นที่สิบแปด !!” ทนายอ่านข้อความเนื้อให้ในพินัยกรรมย่อหน้าสุดท้ายทุกคนที่ได้ยินต่างทำสีหน้าตกตะลึงกันหมดเพราะถ้าหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นถูกยกให้รัฐบาลไปล่ะก็ทาเคนากะกรุ๊ปจะกลายเป็นโรงพยาบาลของรัฐทันทีจะไม่ใช่ทรัพยสินของตระกูลทาเคนากะอีกต่อไปปัง !! พ่อของหมอนากิสะที่ได้ยินเงื่อนเนื้อหาย่อหน้าสุดท้ายนั่นตบโต๊ะเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นตวาดถามทนายทันที“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันคุณทนายทำไมพินัยกรรมถึงเป็นแบบนั้นได้นั่นต้องเป็นของปลอมแน่ๆ !!” พ่อของหมอนากิสะตวาดถามเสียงดัง“ไม่ครับนี่เป็นพินัยกรรมที่เขียนขึ้นโดยท่านทาเคนากะ ริวจิ เรามีคลิปหลักฐานตอนท่านเขียนพินัยกรรมอยู่ด้วยคุณจะดูหรือไม่ครับคุณทาเคนากะ โออิชิ !!” ทนายถามพ่อของหมอนากิสะพร้อมทั้งเตรียมหยิบหลักฐานออกมาให้ดูว่าพินัยกรรมนี่ถูกเขียนขึ้นมาจริงๆโดยเจ้าตัวไม่ใช่ของปลอมที่ไหน“นั่นมัน !!” พ่อของหมอนากิสะมีสีหน้าย่ำแย่ทันทีเมื่อได้ยินดังนั้นเพราะถ้าทนายออกตัวแบบนี้แสดงว่าพินัยกรรมนี่เป็นของจริง“เอาล่ะๆการเปิดพินัยกรรมก็จบลงไปแล้วนี่ก็ใกล้ได้เวลาทำพิธีศพต่อแล้วเราออกไปข้างนอกกันเถอะ ยูมิไปกันเถอะลูก” พ่อของหมอยูมิพูดพลางหันไปยิ้มบอกลูกสาวของเขา“ค่ะคุณพ่อ” หมอยูมิพยักหน้าจากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องรับรองของวัดไปแน่นอนญาติคนอื่นๆที่เห็นว่ามีคนออกไปแล้วก็เริ่มตามออกไปบ้างถึงพวกเขาจะไม่ได้หุ้นของโรงพยาบาลเลยแต่ก็ยังได้ที่ดินมูลค่าสูงติดไม้ติดมือมาบ้างจึงไม่มีใครติดใจอะไรเท่าไหร่“แบบนี้เราจะเอายังไงกันดีคะคุณพ่อ” หมอนากิสะถามพ่อของเธอ“บ้าจริงเป็นแบบนี้ได้ยังไงแบบนี้เราก็หาทางกำจัดวันต่อมาที่โรงพยาบาลขณะนี้เวลาเที่ยงกว่าๆแล้วดนัยและหมอยูมิยังคงมานั่งกินข้าวที่ใต้ต้นไม้อยู่เช่นเดิมถึงแม้จะไม่มีวิญญาณของฮิคาริอยู่ใกล้ๆดนัยแล้วแต่ว่าพวกเขาทั้งคู่ก็ชินกับการมากินข้าวในสวนของโรงพยาบาลไปเรียบร้อยแล้ว“โหนี่เอาไปสร้างเป็นละครหลังข่าวได้เลยนะเนี่ยเรื่องพวกนี้ตระกูลใหญ่ๆนี่วุ่นวายชะมัดแต่จากที่ฟังทรัพย์สินที่แบ่งไปนั่นมูลค่าหลายหมื่นล้านเยนเลยนะนั่นแถมยังไม่รวมทาเคนากะกรุ๊ปเลยด้วย” ดนัยพูดขณะฟังหมอยูมิเล่าเรื่องเมื่อวานให้ฟัง“ค่ะตระกูลใหญ่ทรัพย์สินเยอะก็วุ่นวายแบบนี้ล่ะค่ะ” หมอยูมิที่เล่าเรื่องราวให้ดนัยฟังพยักหน้า“แล้วเรื่องของฮิคาริล่ะเธอได้เป็นผ้นำตระกูลเลยหรือเปล่า” ดนัยถาม“ใช่ค่ะตอนนี้ฮิคาริมีศักดิ์เป็นผู้นำตระกูลทาเคนากะรุ่นที่สิบเก้าแล้ว” หมอยูมิตอบ“โหยัยนั่นขนาดนอนอยู่ยังกลายเป็นผู้นำตระกูลเฉยเลย” ดนัยอดพูดขึ้นมาไม่ได้“อ๊ะแล้วหุ้นนั่นถ้าไม่เซ็นภายในหนึ่งเดือนหุ้นทั้งหมดจะถูกยกให้พ่อของหมอนากิสะสินะครับ” ดนัยพูด“เปล่าเลยฉันเองก็นึกไม่ถึงว่าคุณปู่ท่านจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้” หมอยูมิพูด“เอ๋...หมายความว่ายังไงครับไม่ใช่ก่อนหน้านี้....” ดนัยอุทานอย่างแปลกใจ“นิพัยกรรมก่อนหน้าเป็นพินัยกรรมฉบับเก่าน่ะค่ะส่วนฉบับใหม่มีเนื้อหาแบบนี้” หมอยูมิพูดพลางเล่าเนื้อหาให้ดนัยฟัง“โอ้...เจ้าเล่ห์จริงด้วยกรณีนี้ถือเป็นการรับประกันชีวิตฮิคาริได้ด้วยเพราะถ้าเธอตายหุ้นทั้งหมดจะกลายเป็นของรัฐทันที” ดนัยอดชื่นชมในความเจ้าเล่ห์ของปู่ฮิคาริไม่ได้“ใช่ค่ะดูเหมือนท่านปู่เขาคิดจะตั้งใจพนันวัดดวงเลยว่าฮิคาริจะตื่นขึ้นมาภายในหนึ่งเดือนหรือไม่” หมอยูมิพยักหน้า“แล้วเธอมีแนวโน้มว่าจะฟื้นขึ้นมาบ้างมั้ย” ดนัยถามอาการของฮิคาริเพราะช่วงนี้เขาไม่ค่อยว่างเท่าไหร่เนื่องจากผ่าตัดคนไข้ค่อนข้างเยอะ“ยังเลยค่ะ” หมอยูมิพูด“เหรอแล้วพวกผู้อำนวยการแก้ตัวเรื่องฮิคาริว่ายังไง” ดนัยสงสัย“ผู้อำนวยการบอกว่าฮิคาริเป็นแพทย์อาสาอยู่ในเขตทุระกันดารที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ค่ะคงต้องใช้เวลาสักพักในการส่งคนไปแจ้งข่าวนี่ผู้อำนวยการก็อุส่าลงทุนบินไปแอฟริกาด้วยตนเองเพื่อหลอกคนอื่นๆเลยนะคะเนี่ย” หมอยูมิบอก“โหผู้อำนวยการลงทุนน่าดูเราคงต้องหวังให้ฮิคาริฟื้นขึ้นมาในเดือนนี้สินะ” ดนัยอุทานเบาๆ“อือถ้าเธอไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆคงต้องออกตามหาคนหน้าเหมือนมาปลอมเป็นเธอแล้วล่ะ” หมอยูมิพูดติดตลกจากนั้นเวลาพักกลางวันของทั้งคู่ก็หมดลงต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานอีกด้านหนึ่งบริเวณด้านหลังของอาคารผู้ป่วยตรงจุดนี้นั้นในช่วงกลางวันจะไม่มีคนเดินมาเลยแต่ทว่าตอนนี้กลับมีหมอผู้หญิงและหมอผู้ชายกำลังอยู่ด้วยกันสองคนถ้าคนอื่นมาเห็นคงเข้าใจผิดว่าทั้งคู่แอบมาพลอดรักกันแต่ทว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้นทั้งคู่เพียงแค่กำลังยืนคุยกันเท่านั้น“เป็นรถตู้ของบริษัทขนย้ายแห่งหนึ่งในโตเกียวครับ” หมอผู้ชายพูดซึ่งเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหมออุจิมะนั่นเองและส่วนหมอผู้หญิงแน่นอนเป็นหมอนากิสะนั่นเอง“เหรอแล้วได้ชื่อคนขับมามั้ย” หมอนากิสะถาม“ไม่ครับดูเหมือนวันนั้นรถตู้จะถูกเช่าแบบเหมาแถมคนขับก็เป็นผู้เช่าเองที่เตรียมเอาไว้” หมออุจิมะตอบ“เห...น่าแปลกจังนะปกติผู้ให้บริการขนย้ายคนขับรถตู้จะต้องเป็นคนของบริษัทเท่านั้นนี่นา” หมอนากิสะพูดขึ้นอย่างแปลกใจ“จากที่ผมหลอกถามมาได้ดูเหมือนจะเป็นเพราะของที่ต้องขนย้ายนั้นเป็นของที่ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษจึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญครับซึ่งทางผู้เช่าให้เงินสูงทางบริษัทจึงยอมให้ทางผู้เช่าใช้คนของเขาทั้งหมดในงานนี้” หมออุจิมะพูด“หึ...ทำยังกับขนสารเคมีอันตราย” หมอนากิสะพูดประชดประชัน“หรือไม่ก็อาจจะขนผู้ป่วยเลยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ” หมออุจิมะพูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์“อืม...แล้วได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมามั้ย” หมอนากิสะถามเข้าเรื่อง“ไม่ครับภาพวันนั้นถูกลบไปหมด” หมออุจิมะส่ายหน้า“มืออาชีพสินะถ้าอย่างนั้นเธอก็คงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในหอพักแพทย์นั่นแต่จะเป็นห้องไหนล่ะ” หมอนากิสะครุ่นคิด“จะค้นทีละห้องก็ไม่ได้ด้วยสินะครับหรือเราจะแกล้งวางเพลิงดีถ้าเธอถูกซ่อนตัวเอาไว้ที่หอพักจริงเธอจะต้องถูกย้ายออกมาเพื่อความปลอดภัยแน่ๆ” หมออุจิมะพูด“ทำแบบนั้นไม่ได้เพราด้วยพินัยกรรมฉบับใหม่เธอห้ามตายเด็ดขาดเราต้องกลับไปใช้แผนบังคับให้เธอเซ็นมอบหุ้น” หมอนากิสะพูด“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงดีครับ” หมออุจิมะคิดไม่ตกตอนนั้นเองเขาก็เหลือบมองไปเห็นหม้อแปลงไฟฟ้าของโรงพยาบาล“อ๊ะจริงสิผมนึกอะไรออกแล้ว” หมออุจิมะอุทานเสียงดัง“นึกอะไรออกงั้นเหรอหมออุจิมะ” หมอนากิสะสงสัย“ถ้าเธอป่วยและถูกซ่อนตัวเอาไว้ที่นั่นจะต้องมีเครื่องมือแพทย์หลายอย่างถูกใช้กับเธอแน่นอนและด้วยอาชีพแพทย์อย่างเราการจะได้ใช้เวลาในหอพักนั้นค่อนข้างน้อยผมคิดว่าค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนจะต้องน้อยแน่ๆแต่ถ้าเกิดว่า...” หมออุจิมะยังพูดอธิบายไม่จบแต่หมอนากิสะก็เข้าใจแล้วว่าเขากำลังจะสื่ออะไร“ถ้ามีผู้ป่วยถูกซ่อนเอาไว้จริงจะต้องมีเครื่องมือต่างๆถูกติดตั้งตลอดและเครื่องมือพวกนั้นคงใช้ไฟเป็นจำนวนมากห้องที่ค่าไฟแพงที่สุดก็จะเป็นที่อยู่ของเธอสินะ !!!” หมอนากิสะยิ้มออกมา“ใช่ครับ” หมออุจิมะพยักหน้า“ดีมากฝากเธอจัดการเรื่องหาห้องที่ค่าไฟแพงที่สุดด้วยได้เรื่องแล้วมาบอกฉันได้เลยส่วนเรื่องการพาตัวเธอออกมานั้นพ่อฉันเตรียมคนเอาไว้แล้ว” หมอนากิสะบอก“เข้าใจแล้วครับถ้ายังไงขอค่าดำเนินการหน่อยได้มั้ยครับ” หมออุจิมะพูดพลางยกมือขึ้นถูกันไปมา“ชิ…นายนี่หน้าเงินเสียจริงรอบนี้เอาไปแสนนึงแล้วกันถ้าได้เรื่องเมื่อไหร่จะโอนให้หนึ่งล้านเหมือนเดิม” หมอนากิสะสบถออกมาอย่างไม่ชอบใจแต่ก็กดโอนเงินให้หมออุจิมะไปแสนนึงในไม่กี่วินาทีต่อมาครืด !! เสียงข้อความในมือถือของหมออุจิมะเข้าเขายกมันขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่ามีเงินเข้ามาแสนเยนก็ยิ้มออกมา“ขอบคุณมากครับไม่เกินสามวันคุณจะได้หมายเลขห้องที่ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากถึงตอนนั้นผมจะเอาหมายเลขห้องมาแลกกับเงินล้านนะครับถ้ายังไงผมไปกินข้าวก่อนนะหิวจะแย่แล้ว” หมออุจิมะพูดก่อนจะเดินไปทันทีส่วนหมอนากิมะเมื่อเห็นว่าหมออุจิมะไปแล้วเธอก็กลับเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อไปกินข้าวกลางวันของเธอบ้างเช่นกันจบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน