ตอนที่ 2
ไม่อาจเอื้อมถึง
เสียงตวาดทำลายล้างมาพร้อมกับคลื่นไร้สภาวะที่กระจายออกไปทุกทิศทางอำนาจจู่โจมนั้นเกินกว่าจินตนาการ มันป่นทำลายทุกสิ่งที่เคลื่อนผ่านทำลายได้แม้กระทั่งความเวิ้งว้างของดินแดนแห่งนี้ พริบตาแสงแดงฉานบนท้องฟ้ากลายเป็มืดดับความเย็นยะเยียบและมืดมิดอย่างผิดเพี้ยน แผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นล่าง แต่หยางอี้ยังนับว่าโชคดีที่ตนพกพาสิ่งของวิเศษบางอย่างติดตัวเอาไว้ ทำให้รอดพ้นจากกระบวนท่าสังหารระลอกแรกไปได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็แลกมาด้วยเรี่ยวแรงที่สูญสิ้น แถมยังถูกกระแทกทั่วร่างบอบช้ำไถลครูดไปกับพื้นด้านล่างจนจมลงใต้พื้นธรณีแข็ง ลึกลงร่วมสองหุน เมื่อไร้เรี่ยวแรงฮึดสู้ สติก็มิอาจต่อต้านความง่วงเหงาของน้ำแกงที่ดื่มพรวดลงไปก่อนหน้าทุกอย่างค่อย ๆ เลอะเลือนอีกครั้ง และหนักเข้า
...ทางรอดทุกสายของข้าดูเหมือนจะตีบตันเสียแล้ว
เพียงแต่หยางอี้เป็เผ่าพันธุ์มุทะลุดื้อรั้นจนเป็สันดานยิ่งรังเกียจการยอมรับว่าตนพ่ายแพ้ ทั้งที่ยังมีลมหายใจ...หากยังมิหมดสิ้นลมหายใจ ข้าหยางอี้ก็จะมิมีวันถอดใจ
เมื่อไม่ถอดใจศีรษะที่ไถลกดจมดิน ค่อยฝืนยกเฉียงขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย ดวงตาหรี่ปรือมองดูภาพเบื้องหน้าเหนือศีรษะตนยามนั้นค่อยเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ด้วยแรงเฉื่อยของกระบวนท่าจู่โจมก่อนหน้าของมารร้ายเป็ทิศทางกระจายออกเมื่อบวกกับท่าร่างที่กำลังเคลื่อนตรงเข้าหาเสาสังสารวัฎ สองการกระทำมีทั้งส่วนหักล้างและหนุนเสริมแต่เมื่อมองดูผลลัพธ์สุดท้าย ก็ทำให้หยางอี้ยิ้มออก เพราะมันทำให้ร่างของตนเองยังคงอยู่ในทิศทางไถลขึ้นหน้าแม้จะเฉออกห่างไปบ้าง แต่เพราะเสาวิเศษมีขนาดใหญ่จึงมิได้หลุดออกจนพ้นจากขอบมุมตอนนี้อยู่ในเส้นทางเก่าแถมยังรุดใกล้เข้าไปอีก่ใหญ่...ใกล้แม้เพียงมือเอื้อมถึงเพราะเวลานี้ร่างที่แสนอ่อนล้าปรากฏนอนคว่ำอยู่ห่างจากขอบของเสาสังสารวัฎอีกเพียงไม่ถึง...หนึ่งฉื่อ
...ความหวังปรากฏสติใกล้หลุดลอย เวลาบีบกระชั้น
ทางเลือกไม่หลงเหลือเมื่อเรี่ยวแรงและสติลดต่ำจนถึงขีดสุดแม้แต่กระดิกแขนยังยากสั่งการ หยางอี้ตัดสินใจบังคับฟันขาวต่างคมศาสตรากดลึกลงไปยังริมฝีปากล่างของตนด้วยแรงเฮือกสุดท้าย คิดอาศัยความเ็ป ช่วยให้ตนสามารถยกปลายนิ้วกระดิกเคลื่อน
...โลหิตสดอาบไหลกลบปากดวงตาแม้อ่อนระโหย แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่
ความสำเร็จอยู่ใกล้ราวกับขนตาแต่วัฎจักรนี้ธรรมชาติมิเคยลำเอียง ดีชั่วเป็เพียงคำเปรียบเปรย ทุกชีวิตทุกการกระทำล้วนเท่าเทียม ดินแดนแห่งนี้ หากเก่งกล้าย่อมมีสิทธิ์ข่มเหงผู้ที่อ่อนด้อยกว่าความเท่าเทียมไม่ได้สนถูกผิด...หากเ้าสามารถเก่งกล้า แม้แต่์เ้าก็มีสิทธิ์ทำลาย
ความหวังค่อยๆ ถูกเติมเต็มทุกขณะเมื่อแขนขวา ค่อย ๆ ขยับยกขึ้นมาเล็กน้อย ฝ่ามือค่อยกางยื่นเหยียดกว้างออกทีละนิด ระยะห่างอีกแค่ไม่ถึงหนึ่งหุน ปลายนิ้วเรียวก็จะััถูกเสาแห่งการเวียนว่ายเมื่อถึงเวลานั้นหยางอี้ก็จะสามารถหลบหนีขึ้นไปยังปฐีเบื้องบนอีกครั้ง
...เพียงแต่เวลานั้นมันมิเคยมาถึง
ตูม !!!
เสียงกังวานสนั่นจนหูบอดดับ ฝุ่นควันแดงฉานกระจายทั่วสารทิศ สรรพสิ่งถูกกลบฝังอยู่ในความมืดอีกครั้งเพียงเสี้ยวเวลานั้น ความหวังของหยางอี้ก็มีอันต้องยุติลงก่อนที่จะสำเร็จ
...เสาแห่งการเวียนว่ายที่ไม่น่าจะถูกทำลายได้กลับพังทลายลงต่อหน้า อำนาจที่ไล่ตามตนเองมานั้นยิ่งใหญ่เพียงนี้เชียวหรือ
สุ่มเสียงที่มิอาจเอ่ยร่างกายที่มิอาจควบคุม ทุกอย่างพลันกลับคืนมาสู่ตัวตนของหยางอี้อีกครั้ง
ช่วยด้วยช่วยด้วยยยยยยย !!!!!!!
เสียงร้องต่อเนื่องดังยาวนานลำคอของเด็กน้อยขึ้นเอ็นปูดแหบแห้ง แต่กลับไม่มีทีท่า ว่าความหวาดกลัวนั้นจะหมดลง
...ความกลัวกัดกินทุกอณูของจิตใต้สำนึกเหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลังจนชุ่มโชกอย่างไม่รู้สติ
“ลูกอี้!!! ลูกอี้ !!!...” เสียงเรียกที่แฝงความห่วงหาอย่างไร้ข้อผูกมัดเอ่ยสอดประสานกับฝ่ามือขาวอุ่นนุ่มกำลังออกแรงเขย่าร่างของเด็กชายวัยหกขวบที่หลับใหลฝันร้าย
“ท่านแม่แฮก ! แฮก ! ทะ...ทะ...ทะ...ท่านแม่ !!!” หยางอี้ละล่ำละลักเอ่ยคำ พลางโผเข้ากอดซุกในอ้อมอกอุ่นของมารดาน้ำตาแห่งความหวาดกลัวอาบนองเปียกข้างแก้มหนึ่งขาวหนึ่งแดง “ท่านแม่ข้าฝันร้ายข้าฝันร้ายถึงเื่นั้นอีกแล้ว” เอ่ยจบคำ ร่างสั่นเทาจึงค่อยสงบลงบ้าง
“เด็กโง่ความฝันมีอันใดให้น่าใกัน อย่าได้คิดถึงเื่นั้นอีกเลยมาเถอะวันนี้วันเกิดครบหกปีของเ้า บิดาของเ้าได้จัดเตรียมของขวัญสุดวิเศษเอาไว้ให้เ้าแล้ว”หลิวซีอิ๋งผู้เป็มารดาแย้มยิ้มอ่อนโยน พลางยื่นสองมืออุ้มร่างเด็กน้อย ให้ย้ายลงมาหยัดยืนด้วยสองขาของตนที่ข้างเตียงนอน
เด็กหนอเด็กยามนั้นคำ...ของขวัญวิเศษ แว่วกระทบโสต เด็กน้อยพลันลืมเลือนความหวาดกลัวของฝันร้ายก่อนหน้าไปเสียสิ้นแม้คราบน้ำตายังไม่จาง แต่กลับปรากฏรอยยิ้มไร้เดียงสาผลิบาน “ท่านพ่ออยู่ที่ใดกันหรือขอรับ”เด็กน้อยยิ้มจนเห็นฟันขาวก่อนที่ตนจะนึกถึงเื่อื่นแทรกขึ้น “วันเกิดข้า ถ้าเช่นนั้นวันนี้ท่านพี่เจียเย่ก็จะแวะมาเล่นกับข้าด้วยใช่มั้ยขอรับ”
หลิวซีอิ๋งส่ายศีรษะไปมาพลางใช้มือจัดแต่งผมของบุตรชายพร้อมตอบคำถามก่อนหน้า “ปีนี้เจียเย่อายุสิบสองแล้วต้องเข้าสำนักศึกษาวิชาฝีมือ คงไม่อาจแวะมาหาเ้าบ่อย ๆ เช่นแต่ก่อนแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นวันเกิดปีนี้ข้าก็คงต้องอยู่คนเดียว”หยางอี้พึมพำเบา ด้วยไม่้าให้มารดาได้ยินแต่ในห้องนอนเงียบเชียบมีหรือที่มารดาจะฟังไม่ออกว่าหยางอี้พึมพำอันใดออกมา
“ลืมเื่ของเจียเย่ไปก่อนบิดาของเ้า มีของขวัญจะมอบให้เ้า มิอยากรู้หรอกหรือว่าปีนี้ท่านพ่อของเ้าจะมอบสิ่งใดให้”
หยางอี้แม้ทางหนึ่งพยักหน้ารับ แต่กลับมิอาจซ่อนความรู้สึกผิดหวังบนใบหน้าเพราะของเล่นต่าง ๆ นายน้อยลำดับสามของตระกูลหยางเช่นมัน มีหรือจะขาดแคลนแต่ที่มัน้าคือเพื่อนเล่น...เพื่อนเล่นที่จริงใจ ไม่หน้าไหว้หลังหลอกหรือดูแคลนรูปลักษณ์ของตนเอง
หลิวซีอิ๋งมองดูบุตรชายโทนด้วยใจหมองเศร้ามีหรือที่นางจะไม่รู้ถึงความทุกข์ใจของบตุรชายตนเอง ยามนั้นค่อยนึกย้อนไปในความทรงจำของตนเอง์ช่างกลั่นแกล้งผู้คน นางเองเป็คนใจบุญสุนทาน ทำแต่ความดี ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีบุตรคนแรกกลับเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายจนมิอาจมีบุตรเพิ่มเติมได้อีกแถมบุตรชายคนเดียวที่เกิดมา ภายนอกแม้อวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์แต่กลับปรากฏปานแดงขนาดใหญ่คลุมรอบร่างกายซีกขวาั้แ่ศีรษะลามลงมาจนถึงบริเวณเหนือสะดือจนเป็ที่ซุบซิบของผู้คนถึงความอัปลักษณ์ผิดแผก...หากแต่นั่นมิใช่สิ่งกีดขวางมิให้ความรักของนางที่มีต่อหยางอี้ลดน้อยลงแม้แต่น้อยนางและหยางเฉิงผู้เป็บิดาของเด็กน้อยหยางอี้ ล้วนรักและทะนุถนอมบุตรชายผู้นี้มากยิ่งกว่าสมบัติใดๆ บนโลก