ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 39 : เซียมซีโชคร้าย จุดเริ่มต้นแห่งความฉิบหายของฉินเทียน

    ต้องยอมรับนี่คือครั้งแรกจริงๆ ของฉินเทียนที่ได้มาเยือนเมืองขนาดใหญ่ของโลกใบนี้ มันแทบมิต่างกับมหานครในโลกเก่าก่อนของมันเลย ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็คล้ายจะตกตะลึกอยู่ไม่น้อย นอกจากเหล่าผู้บำเพ็ญที่มีอิทธิฤทธิ์โบยบินนั้นก็แลดูจะมีจำนวนไม่น้อยพอมีให้ได้เห็นเป็นระยะๆ


    แม้จะไม่ได้มากถึงขนาดเห็นทีละร้อยพันคน หากแต่สองสามคน ห้าคนก็มีให้เห็นได้เป็นระยะๆ ซึ่งนี่ต่างจะเมืองบ้านนอกคอกนาที่ฉินเทียนนั้นเกิดมากนัก ตัวตนระดับผู้โบยบินมีแต่ท่านเจ้าสำนักกับเท่าเจ้าเมืองและอาวุโสของตระกูลใหญ่เก่าแก่


    ยามนี่สองตัวน้อยพยุงร่างฉินเทียน ลงเดินหน้าประตูใหญ่ยักษ์สูงราวๆ สี่ห้าจั้งเห็นจะได้ เนื่องด้วยตัวฉินเทียนเห็นว่าเวลานี้ควรแก่การแล้ว แผนหลอกใช้เด็กน้อยสำเร็จเรียบร้อย ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องเสแสร้งใดๆ ให้วุ่นวายอีก มันจึงบอกกล่าวต่อเด็กน้อยทั้งว่าตัวมันอาการดีขึ้นมากแล้วสมควรแก่การเดินเหินเอง


    เมื่อทั้งสามเดินผ่านเข้าประตูเมือง ธรรมเนียมของบ้านเมืองนี้ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน มันคล้ายๆ จุดตรวจคนเข้าเมือง หากแต่มิได้วุ่นวายมากความเท่าในโลกมิติเก่าก่อนของตัวมันฉินเทียนนัก เพียงแค่มีเงินเหรียญทอง 10 เหรียญ ก็สามารถซื้อป้ายซึ่งลงอักขระเข้าเมืองได้แล้ว


    ซึ่งสิ่งนี้ต่างจากเมืองบ้านนอกของฉินเทียนนักที่มิได้มีสิ่งเหล่านี้ ใครจะใคร่เข้าใคร่ออกมิมีผู้ใดสนใจ ยกเว้นจะตั้งร้านค้าสร้างบ้านเรือน จึงจะมีฝ่ายราชการหมู่เมืองมาดูแล


    ไม่ช้าปัญหาด่านประตูเมืองก็จบลงอย่างรวดเร็ว


    สองเด็กน้อยของฉินเทียน ทั้งสองย่อมมิเคยเห็นความใหญ่โตของบ้านเมืองเช่นนี้มาก่อน เด็กน้อยต่างเดินตามหลังฉินเทียนไม่ห่าง ฉินผิงนางคล้ายเป็นกังวล ฉินเทียนจึงอุ้มนางเดิน


    สิ่งหนึ่งที่ฉินเทียนต้องยอมรับ มีบ้างสิ่งที่มันคล้ายจะไม่คาดคิด หากแต่ดินแดนในห้วงมิตินี้ของมันกลับทำได้ดียิ่ง นั่นก็คือการก่อสร้างบ้านในหมู่เมืองนี้ ช่างยิ่งใหญ่อลังการเกินจินตนาการของมันนัก ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าจะได้เห็นบ้านเมืองที่มีอาคารสูงสี่ห้าชั้นมากมายขนาดนี้ ในโลกที่คล้ายกับยุคโบราณ หากแต่เมื่อคิดดีๆ สิ่งเหล่านี้ก็น่าจะสมควรเป็นไปได้ เพราะผู้คนในดินแดนนี้ต่างมีผู้ใช้ฤทธิ์ จะขนหินยกของนักก็แลจะไม่ใช่ปัญหา หรือจะโม่ปูนโบกเป็นเสาคานหากร่ายฤทธิ์และทำให้แห้งก็น่าจะทำได้รวดเร็ว เมื่อเป็นเช่นนี้การก่อนสร้างบ้านเรือนก็แลดูจะมิใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก


    แล้วเมื่อฉินเทียนทอดสายตาไปไกลสุดนั้น ก็ยังเห็นตำหนักใหญ่แห่งหนึ่งที่มีขนาดสูงใหญ่ราวกับเป็นภูเขาลูกย่อมๆ ปรากฏอยู่ ฉินเทียนเมื่อเห็นแบบนี้ก็แถบไม่อยากเชื่อสายตาเช่นกัน


    ในความคิดของผู้ข้ามมิติต่างโลก บ้านเมืองส่วนใหญ่มันควรจะเก่าๆ โทรมคล้ายวัฒนธรรมเก่าก่อนของแผ่นดินใหญ่มันมิใช่รึ หากแต่สิ่งที่เห็นกลับต่างโดยสิ้นเชิงจริงๆ มันแลดูเป็นการประยุกต์ร่วมกันของโลกผู้ฝึกตนเก่าคร่ำครึบวกกับโลกยุค 80 90 ของห้วงมิติเก่าก่อนของมันเสียมากกว่า


    นอกจากนั้นสัตว์วิเศษต่างๆ ก็แลดูจะมีให้ซื้อหาและขับขี่อยู่ไม่น้อย แลดูละลานตาจริงๆ


    หากแต่ในห้วงที่วุ่นวายของชาวบ้านนอกอย่างฉินเทียนเช่นนี้ ไม่ช้าก็มีเสียงแจ้งเตือนของระบบดัง ♫ติง ♫ติง ♫ติง ฉินเทียนไม่รอช้าเปิดอ่านทันที


    -----------


    [ภารกิจพิเศษศาลเทพสวรรค์ รางวัลเสี่ยงเซียมซีไม้ 3 ครั้ง]


    [เพื่อแสดงถึงความจริงใจและความยิ่งใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของศาลเทพสวรรค์ เราได้ตรวจพบว่าท่านได้อยู่ในดินแดนที่มากมายไปด้วยผู้คน และด้วยจำนวนผู้ศรัทธาในปัจจุบันที่น้อยเกินไป ศาลเทพสวรรค์อยากเห็นพัฒนาการของท่านไปในทางที่ดี เราจึงมอบภารกิจง่ายๆ ให้ท่านกระทำ]


    [ภายใน 3 วัน หาผู้ศรัทธาในตัวท่านจำนวน 10 คน โดยใน 10 คนนี้ต้องมีระดับการฝึกฝนไม่ต่ำไปกว่าตัวท่าน]


    [หมายเหตุ ภารกิจพิเศษนี้ของศาลเทพสวรรค์ ท่านไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้ นอกจากนั้นก็ห้ามใช้ของวิเศษใดๆ มิเช่นนั้นท่านจะโดนลงโทษโดยทัณฑ์ฟ้าทันทีที่ระบบตรวจพบ นอกจากนั้นหลังจากท่านกดปุ่มรับภารกิจแล้ว หากภายใน 3 วันท่านมิอาจจะทำภารกิจได้สำเร็จ ท่านจะได้รับเซียมซีโชคร้าย 3 เป็นบทลงโทษ โดยเซียมซีนี้แม้ท่านจะมิใช้งานหากแต่มันสามารถทำงานด้วยตัวมันเองได้]


    -----------


    'เวลา 3 วัน' ตอนนี้ในหัวของฉินเทียนเริ่มขบคิดทันที ภารกิจนี้จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก


    หากแต่ปัญหาหนึ่งของระบบศาลเทพสวรรค์ในภารกิจนี้คือห้ามมีคนช่วยตัวมัน ซึ่ง ณ ตอนนี้ฉินต้องพูดจริงๆ ว่าเรื่องนี้พอเป็นปัญหาอยู่บ้างหากแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเมื่อตัวมันฉินเทียนได้นึกถึงแม่ลูกตระกูลฟู่แล้ว ฉินเทียนตัวมันก็พลันแย้มยิ้มอย่างมีความสุข มิใช่ว่านางมีบริวารระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณที่สูงกว่าตัวมันมากมายหลอกรึ คิกคิก เมื่อฉินเทียนคิดได้ดังนี้ มันก็พร้อมกดปุ่มรับภารกิจโดยมิต้องคิดต่อทันที


    ไม่แน่ว่าวันนี้มันไปพบแม่ลูกตระกูลฟู่ภารกิจนี้ก็อาจจะเสร็จสำเร็จทันทีทันใดหลอกรึ


    ฉินเทียนยิ้มร่าเบิกบาน ก่อนกดปุ่มรับภารกิจทันที โดยในใจไร้ซึ่งกังวลใดๆ จริงๆ ก่อนที่ในไม่ช้าตัวมันจะเดินไปหาห้องพักให้กับตัวเอง ส่วนเด็กน้อยวัยเยาว์ทั้งสองมันก็พากลับไปยังศาลเทพสวรรค์เสีย ให้อาจารย์ทั้งสองฝึกฝนเด็กน้อยทั้งสองต่อไป... ส่วนตัวมันจะแวะพักหาของกินอร่อยๆ นอนแช่น้ำสบายๆ สักวันสองวันก่อนทำภารกิจก็ยังไม่สาย หุหุ


    .


    .


    .


    และในไม่ช้าวันเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก


    2 วันกับอีก 20 ชั่วโมงได้ล่วงผ่านไปแล้ว


    หากแต่เวลานี้ฉินเทียนกับยังมิสามารถหาผู้ศรัทธาในตัวมันได้เลยสักคน ยามนี้ฉินเทียนเริ่มยืนนิ่งพร้อมรู้หนาวสั่นแล้วเพราะคาดความเคราะห์กำลังจะมาเยือนมันแล้ว มันไม่คิดเลยว่าแค่เริ่มต้นเข้าเมืองมา ความฉิบหายก็จะบังเกิดขึ้นกับตัวมันรวดเร็วถึงเพียงนี้ มันได้ออกเดินทางตามหาบ้านตระกูลฟู่แม่ลูก ไม่นานนักมันก็ได้รับข่าวสารสุดระคายหูเป็นที่สุดว่า... ภายในอีกไม่เกิน 7 วัน เหล่าแม่ลูกตระกูลฟู่พร้อมครอบครัวของนางจะถูกประหารสิ้น


    หากแต่แม้ว่าข่าวนี้ดูจะแย่แล้ว หากแต่กลับมีสิ่งที่แลดูจะแย่กว่านั้นก็ยังมีอยู่อีก ในเมืองใหญ่เช่นเมืองพยัคฆ์ขาวนี้กำลังมีการเกณฑ์ไพร่พลไปสงคราม มันผู้ใดที่มีระดับการฝึกฝนบำเพ็ญทุกขั้นชั้นที่มีอายุเกิน 15 ปีขึ้นไปต่างถูกเรียกตัว


    ทำให้ตอนนี้ในตัวเมืองหาผู้ฝึกฝนบำเพ็ญระดับต่างๆ ยากเต็มที ฉินเทียนมิคิดเลยว่าเพียงรับภารกิจแรกของระบบศาลเทพสวรรค์มันจะซวยซ้ำซวยซ้อนได้ถึงเพียงนี้ ราวกับว่ามันใช้โชคดวงไปหมดแล้ว


    ตอนนี้ในใจมันได้แต่คิดว่าจะทำเช่นไรดี ตอนนี้ก็เวลากระชั้นเข้ามานัก


    หากแต่ส่วนหนึ่งที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ก็ต้องโทษตัวมันฉินเทียนด้วยเช่นกัน เพราะความย่ามใจในตัวมันและการใช้ชีวิตวิถีสโลว์ไลฟ์ของตัวมันฉินเทียน ที่วันๆ เอาแต่ดื่มชาหาของอร่อยกิน แถมชอบแช่น้ำเป็นวันๆ จดเวลาหมดไปเปล่าๆ ปี้ๆ เกือบๆ 2 วัน กว่ามันจะตามหาตระกูฟู่เจอก็เป็นช่วงเวลาเย็นค่ำของวันที่สองแล้ว


    ในตอนนี้มันเหลือเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงฉินเทียนตัวมันควรทำเยี่ยงไรดี มันได้แต่นึกคิด


    .


    .


    .


    หากแต่ในไม่ช้า...


    ฟ้าฝนก็ช่างแลจะเป็นใจให้มันอยู่บ้าง เพราะอยู่ๆ ก็มีกลุ่มเด็กน้อยผู้ฝึกตนอายุวัยราว 12 ถึง 15 ปีเดินกันมาเป็นขบวนกลุ่มใหญ่ แต่ละคนก็แลดูจะมีระดับการฝึกฝนบำเพ็ญที่ไม่ต่ำทรามเลยแม้แต่น้อย ยามนี้เช่นเทียนเริ่มเล็งเห็นช่องทางทำมาหากินแล้ว


    ฉินเทียนตัวมันมั่นใจนัก แม้มันจะมิใช่ผู้แข็งแกร่งจนใครๆ ต้องเกริ่นเกรงหากแต่แผนการหลอกเด็กมันช่างชำนิชำนาญนัก ขนมหวานของกิน ของเล่นขนมขบเคี้ยว หากตัวมันยอมกระเป๋าหนักเปย์สักหน่อยไม่ช้าเด็กๆ พวกนี้ก็ต้องตกเป็นทาสศรัทธาของตัวมันเป็นแน่ ฮะฮาฮา


    .


    .


    .


    ไม่ช้าเวลาก็ล่วงผ่านไปอีกครั้ง ฉินเทียนมิคิดเลยว่าเหล่าเด็กน้อยฝึกตนผู้บำเพ็ญในเมืองใหญ่เช่นนี้ นอกจากจะไม่ถูกมันหลอกล่วงแล้ว


    หากแต่ แต่ละคนกลับช่างเฉลียวฉลาดพร้อมจะตลกแดก หลอกล่อเอาเงินทองของมัน หลอกให้มันไปซื้อหาขนมหวานเอาไปกินกันฟรีๆ ได้โดยง่ายนัก


    ไม่ช้าเหล่าเด็กๆ ก็โบกไม้โบกมือลาตัวมันฉินเทียนอย่างมีความสุข หลังจากเหล่าผู้บำเพ็ญวัยเยาว์ได้หลอกกินของฟรีจากตัวมันกันไปจนอิ่มแปล้ พร้อมถึงเวลาที่ต้องรีบกลับบ้านของเหล่าวัยเยาว์ทั้งหลายแล้ว


    ไม่ช้าเหล่าวัยเยาว์ทั้งหลายก็ต่างร้องตะโกนเสียงดังอย่างมีความสุข แต่ละคนหน้าชื่นบานกันทั้งนั้น


    "ท่านปู่ไว้มาซื้อขนมให้พวกเรากินอีกนะ พวกเราชอบท่านมากๆ เลย แต่ท่านปู่เล่นเกมไพ่ไม่เก่งเลยจริงๆ วันหลังฝึกแล้วมาเล่นกับพวกเราใหม่นะ"


    ฉินเทียนยืนนิ่งโบกมือลาให้กับกลุ่มวัยเยาว์ผู้ฝึกตนตัวน้อย พร้อมมองเกมไพ่สงครามสัตว์เทพเจ้าในมือมันที่วันนี้เล่นแพ้มิมีชนะเลยสักครั้ง


    ไพ่ในมือของฉินเทียนตอนนี้คือพระเจ้าที่ถูกล่ามโซ่ หากมันสะสมได้ 5 ใบ มันก็จะปลดปล่อยอำนาจแห่งมหาเทวะ เอาชนะเหล่าเด็กน้อยได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าเหล่าเด็กน้อยจะมีไพ่อะไรในมือตัวมันฉินเทียนก็จะชนะทันที หากแต่ว่าต่อให้ฉินเทียนจะพยายามจั่วไพ่สักกี่ครั้งมันก็สะสมไพ่พระเจ้าที่ถูกล่ามโซ่ได้เพียง 4 ใบเท่านั้น


    ก่อนในไม่ช้าเกมแล้วเกมเล่า มันจะถูกเหล่าเด็กน้อยตบให้พ่ายแพ้ด้วยไพ่มังกรขาวนัยน์ตาฟ้าครามที่มีพลังโจมตี 3000 หน่วย จนสุดท้ายไม่ว่าจะทำอย่างไรฉินเทียนก็ทำได้แค่เพียงแพ้ และแพ้อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ตัวมันยอมรับความพ่ายแพ้แล้วจริงๆ


    หากแต่สิ่งหนึ่งที่ฉินเทียนติดใจนักในครั้งนี้ คือเกมไพ่สงครามสัตว์เทพเจ้าของเหล่าวัยเยาว์ในดินแดนนี้มันช่างมันและสะใจสมจริงนัก ยามโยนไพ่อิทธิฤทธิ์ลงไปแต่ละครั้ง จะปรากฏร่างสัตว์วิญญาณในไพ่ออกมาต่อสู้ห้ำหั่นกันจริงๆ ด้วย สิ่งนี้เหนือล้ำโลกเก่าก่อนยุค 5G ของมันนัก ที่ยังทำแบบนี้มิได้เลย เพราะมันยังมีแค่ VR กากๆ กับโลกเมต้าเวอร์สที่ยังไม่สมจริง เป็นโมเดลสามมิติที่สัมผัสได้ว่าปลอมเปลือกอยู่ไม่น้อย


    หากแต่สุดท้ายในตอนนี้ตัวฉินเทียนมันก็ทำได้เพียงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้มันไม่รู้เลยว่าต่อไปจากนี้มันจะพบเจออะไร เพราะในไม่ช้าเมื่อมันหันกลับมามองหน้าจอตัวเลขของระบบที่กำลังนับถอยหลังเวลาของภารกิจของตัวมันที่ใกล้จะหมดลง มันมีความกังวลใจอย่างแปลกประหลาดนักในตอนนี้ คล้ายกับว่านี่คือลางสังหรณ์อะไรสักอย่าง


    [เวลาภารกิจของท่านเหลือ "00.00.05" 4 3 2 1.... 0 ตุ๊ดดดดดดดดด]


    ในไม่ช้าเสียงฟ้าร้อง เมฆครื้มก็ปรากฏ โลกหล้าทั้งหลายและทุกสิ่งอย่างกลายเป็นหยุดนิ่ง ก่อนที่ในไม่ช้าจะปรากฏกลุ่มควันสีทมิฬมากมายแผ่พุ่งมาจากขอบฟ้าจากทั่วสารทิศในแดนดินพร้อมหมุนวนก่อตัวเป็นเกลียวราวพายุดับโลกา ในไม่ช้ามันก็มารายล้อมรอบกายของฉินเทียนอย่างรวดเร็ว มันมีระยะห่างในตอนนี้จากตัวมันฉินเทียนเพียง 50 ถึง 60 จั้งเท่านั้น กับภาพการหมุนวนของเหล่าพายุกลุ่มควันสีทมิฬ สิ่งนี้หากผู้ใดได้พบเห็นมันแลจะให้ความรู้สึกหนาวเย็นและแลดูน่าขนลุกอย่างน่าประหลาด


    และจากนั้นในไม่ช้า ฉินเทียนก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ⇅ฉึกซ่า ⇅ฉึกซ่า ⇅ฉึกซ่า มันคือเสียงของเหล่าเซียมซีที่กำลังถูกเขย่าอย่างเร่งเร้าเป็นจังหวะ เสียงเซียมซีกระบอกแล้วกระบอกเล่าจำนวนมากถูกเขย่า หากแต่เสียงการเขย่าเซียมซีในครั้งนี้ช่างแตกต่างจากที่ฉินเทียนเคยเขย่าเซียมซีทองนัก เพราะมันแลดูจะมีน้ำเสียงและจังหวะที่น่าขนลุกและน่าหวาดกลัวอยู่หลายส่วน ราวกับว่าเซียนซีทั้งหลายกำลังเขย่าตัวเองเป็นเสียงพิธีบูชาแห่งความตายยังไงยังงั้น


    ฉินเทียนหันมองหมุนวนรอบกาย ไม่ช้าในกลุ่มควันสีทมิฬ ก็ค่อยๆ มีกระบอกเซียมซีสีดำทมิฬขนาดพอดีมือกระบอกแล้วกระบอกเล่าโผล่ออกมาจากกลุ่มควัน กระบอกไม้เซียมซีเหล่านี้มืดมิดและก็ดูเก่าโทรมมากในเวลาเดียวกัน อักษรต่างๆ ที่ถูกสลักในเซียมซีก็แลดูจะถูกขีดเขียนด้วยโลหิตมาเนิ่นนาน กระบอกเซียมซีและไม้เซียมซีภายในก็แลดูผุพังยิ่งนัก


    ไม่น่าเชื่อแค่เพียงเสียงกระบอกเซียมซีโง่ๆ จำนวนมากเหล่านี้ หากแต่เมื่อมันมารวมกัน พร้อมกับบรรยากาศของโลกอันมืดมนพร้อมกลุ่มควันสีทมิฬนี้


    มันจะมอบความรู้สึกอันน่าขนลุกและสั่นกลัวได้มากยิ่ง


    และในไม่ช้า ⚡️เปรี๊ยง เสียงสายฟ้าอัสนีคลั่งฟาดตรงเบื้องหน้าของฉินเทียนเสียงดังสนั่น ไม่ช้าก็มีเซียมซีไม้ชิ้นหนึ่งกระเด็นออกมาจากกระบอกเซียมซีด้านหลังของฉินเทียน ที่ในไม่ช้ามันจะหมุนตัวตวัดลอยมาปรากฏตรงหน้าฉินเทียน พร้อมหันหมายเลขให้ตัวฉินเทียนได้เห็นมัน และทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น หากแต่ครั้งนี้น้ำเสียงของระบบนั้นมิใช่น้ำเสียงของเด็กน้อยที่แลน่ารักและน่าฟังอีกต่อไป หากแต่ครั้งนี้กับเป็นเสียงของบุรุษชราที่แหบพร่าให้ความรู้สึกมืดมิดน่าขนลุกเป็นที่สุด


    [ป้ายเซียมซีหมวดห้าม หมายเลข 69] [ห้ามพูดโกหก] [ทุกครั้งที่ท่านโกหกท่านจะเจอโชคร้ายที่ไม่คาดฝัน ระยะเวลาป้ายเซียมซีหมวดห้าม 30 วัน หมายเหตุโชคร้ายอาจจะนำพาเรื่องไม่คาดฝันที่ไม่แน่นอนและอาจจะอันตรายถึงชีวิตท่านก็ได้ ความโชคร้ายมีระดับไม่แน่นอน ข้อยกเว้นพิเศษ ท่านสามารถปกปิด โกหกหรือไม่พูดตอบเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับศาลเทพสวรรค์ได้]


    หลังจากไม้เซียมซีสีดำทมิฬไม้แรกปรากฏ ไม่ช้า ⚡️เปรี๊ยง เสียงสายฟ้าฟาดอัสนีคลั่งก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง พร้อมไม้เซียมซีอีกอันที่กระเด้งออกมา


    [ป้ายเซียมซีหมวดห้าม หมายเลข 99] [ห้ามปฏิเสธคำขอร้อง] [ทุกครั้งที่มีคนขอร้องท่าน หากมิใช่เรื่องผิดศีลธรรม ท่านมิอาจจะปฏิเสธได้ หากท่านปฏิเสธ ท่านจะถูกนำดวงวิญญาณไปขังในแดนทรมานวิญญาณ 1 ชั่วยาม ถึง 7 วัน และจะกลับมายังช่วงเวลาเดิม หาคนผู้นั้นยังขอร้องท่านและท่านปฏิเสธท่านก็จะถูกนำดวงวิญญาณไปขังในนรกภูมิ 7 วันเช่นเดิม ระยะเวลาป้ายเซียมซีหมวดห้าม 30 วัน หมายเหตุ หากจิตใจท่านมิอาจจะทนต่อทัณฑ์ทรมานได้ท่านมีสิทธิ์ตายจริงๆ ข้อยกเว้นพิเศษ ท่านสามารถปฏิเสธคำขอร้องใดๆ ที่ข้องเกี่ยวกับศาลเทพสวรรค์ได้]


    และสุดท้ายไม้เซียมซีสุดท้ายก็ปรากฏ


    [ป้ายเซียมซีหมวดรางวัล] [ห้ามตายใน 30 วัน] [รางวัลท่านจะได้โอกาสเสี่ยงเซียมซีเหล็ก 2 ครั้ง หมายเหตุภายใน 30 วันนี้ท่านมิอาจจะก้าวย่างกลับสู่ศาลเทพสวรรค์ได้]


    และเมื่อสิ้นเสียงของบุรุษชราที่น่าหวาดกลัว โลกก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง


    พร้อมด้านหน้าของฉินเทียนที่มีตัวจับเวลาปรากฏให้มันเห็นแต่เพียงผู้เดียว


    ฉินเทียนไม่รอช้าคืนร่างจากชายชราผมขาวกลับเป็นร่างแท้จริงของมันทันที เพราะด้วยภารกิจเช่นนี้ หากมันใช้ภาพลักษณ์ของบุรุษชรานามย่ำฟ้า เกรงว่าในไม่ช้าชื่อเสียงนามนี้ต้องป่นปี้ไม่เป็นชิ้นดีเป็นแน่ และนอกจากนั้นโอกาสที่มันจำต้องโกหกเพราะร่างชราก็มากจนเกินไป เช่นนั้นการกลับเป็นร่างสามัญของมันนั้นจึงน่าจะแลดูเหมาะสมเป็นที่สุดสำหรับสถานการณ์เช่นนี้


    ในตอนนี้ฉินเทียนรู้สึกได้ถึงความฉิบหายที่กำลังจะถาโถมเข้ามาในชีวิตของมันแล้วอย่างแท้จริง


    .


    .


    .


    เวลานับถอยหลัง ตุ๊ดๆ ... ตุ๊ดๆ ...


    [29.23.59] [29.23.59] [29.23.59]


    .


    .


    .


    ในบ้านหลังเล็กแห่งหนึ่งในชานเมืองพยัคฆ์ขาว บัดนี้มีบุรุษกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งล้อมวงเพื่อคิดการใหญ่


    "ฟันไท่พี่ใหญ่มาแล้ว" บุรุษหนุ่มนามฟันจินพูดขึ้น พร้อมดึงเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามาจัดเตรียมให้กับพี่ใหญ่ของมัน


    ไม่ช้าในห้องมืดมิดที่มีแค่เพียงแสงเปลวเทียนโบกสะบัด ก็คล้ายจะมีกลุ่มบุรุษค่อยๆ เดินก้าวเข้ามามากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าในห้องเล็กๆ แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยบุรุษที่แลดูกล้าแกร่งหลายสิบ


    ก่อนที่ในไม่ช้าจะมีคนเริ่มหยิบบ้างสิ่งที่คล้ายแผ่นพังอะไรสักอย่างขึ้นมากลางไว้ที่โต๊ะตัวใหญ่


    หากแต่เมื่อมองใบหน้าบุรุษผู้นี้ให้ชัดเจน เราก็จะพบว่ามันผู้นี้นั้นช่างเป็นผู้ที่คุ้นเคยนัก มันก็คือฟันต้านักรบหัวหน้าขบวนรถม้าของฮูหยินตระกูลฟู่นั้นเอง ไม่ช้ามันก็เริ่มพูดกล่าว


    "ข้าได้แผนผังคุกที่คุมตัวฮูหยินและนายน้อยมาแล้ว ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนกำลังคิดอะไรอยู่ แน่นอนตอนนี้ตระกูลฟู่ตกต่ำไม่มีสิ่งใดให้เราไยดีอีกต่อไป นอกจากนั้นท่านแม่ทัพก็ได้ถูกปลิดชีพไปแล้ว หากแต่ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่ข้าจำเป็นต้องพูดกล่าว ตัวข้าฟันต้ามิใช่ผู้รักตัวกลัวตาย ยามนั้นเมื่อ 25 ปีก่อน หากท่านแม่ทัพแห่งตระกูลฟู่มิได้ช่วยชีวิตข้าไว้ วันนี้ก็ไม่มีข้าฟันต้าผู้นี้อีกต่อไป พวกเจ้าก็เช่นกัน แต่ละคนต่างก็ได้รับโอกาสไม่ว่าจากท่านแม่ทัพ ไม่ก็จากฮูหยิน วันนี้แม้สิ่งที่เรากำลังจะกระทำแม้จะยากยิ่งและโอกาสรอดชีวิตช่างริบหรี่นัก หากแต่สิ่งนี้กลับเป็นน้ำใจเดียวที่เราจะตอบแทนบุญท่านแม่ทัพได้ ในตอนนี้หากใครคิดจะถอนตัวในการปล้นคุกครั้งนี้ก็ให้รีบพูดกล่าวเถอะ ข้าฟันต้าจะไม่รั้งท่าน..."


    ไม่ช้าในห้องก็มีบรรยากาศเงียบงั้น ณ ที่แห่งนี้แลดูว่าจะไม่มีผู้รักตัวกลัวตายเลยแม้สักคน ฟันต้ามองคนทั้งหลายพร้อมพยักหน้า มันรู้สึกดีใจยิ่งที่มีสหายร่วมอุดมการณ์เช่นนี้


    "!!!ดี ในเมื่อพวกเราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเช่นนี้ อีก 3 วันหลังจากนี้เราจะไปปล้นคุกเมืองพยัคฆ์ขาวด้วยกัน" เมื่อฟันต้าพูดจบไม่ช้าเสียงคนทั้งหลายในห้องก็โห่ร้องประสานเป็นหนึ่ง


    หากแต่ในไม่ช้าหลังจากเสียงโห่ร้อง ก็มีเสียงของหนึ่งบุรุษดังขึ้นด้วยความกังวลใจ เสียงของมันผู้นั้นคือเสียงของฟันจิน


    "พี่ใหญ่เกรงว่าจำนวนคนเท่านี้... จะไม่มากพอ แค่คนเปิดทาง คนเตรียมม้าและคนคุ้มกัน ก็แทบจะไม่พอแล้ว ข้าคิดว่าเราอาจจะต้องหาคนเพิ่มอีกอย่างน้อยๆ ก็ต้อง 2 ถึง 3 คน... พวกเราจำเป็นต้องมีผู้เสียสละเป็นตัวล่อทำการอันตราย"


    ฟันต้าขบคิด ก่อนที่ในไม่ช้าจะพยักหน้ารับ จากรูปการณ์แล้วมันยังต้องการคนอีกอย่างน้อยๆ 1 ถึง 2 คนจริงๆ


    หากแต่ในเวลาแบบนี้และภารกิจที่ยากยิ่งและมีโอกาสตกตายมากเช่นนี้ใครเล่าที่จะกล้าลงมือ หากมันมิใช่ผู้ใกล้ชิดและเป็นคนตระกูลฟู่เช่นตัวมันและเหล่าสหายผู้ร่วมอุดมการณ์


    ฟันต้าได้แต่คิด... พร้อมหวังว่าอย่างน้อยๆ หากมันหาคนเพิ่มได้อีกสักคนสองคน โอกาสรอดชีวิตของนายน้อยและฮูหยินและคนทั้งหลายคงเพิ่มขึ้นอีกมากโข


    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน