รอรัก รอแค้น

    บทที่ 18 เรื่องราวในอดีต 3 NC

    “ตื่น กูบอกให้มึงตื่น!”ร่างงามผุดผ่องกำลังนอนคุดคู้อยู่บนไม้กระดานเพราะอากาศที่หนาวเย็นทั้งร่างมีเพียงแค่ผ้าผืนเก่าๆ บางๆ คลุมร่างกายไม่มีแม้กระทั่งหมอนหรือเสื่อสาด“ขอข้านอน เมื่อคืนเราก็แสดงกันจนเกือบรุ่งสาง”“วันนี้คณะเราต้องไปแสดง เขาว่ามีแต่เศรษฐีคนรวยเชื้อเจ้า เรายิ่งต้องไปเตรียมงานให้ดีแสดงที่ดีเผื่อว่าจะมีใครเอาเราไปชุบไปเลี้ยงคณะเราจะได้สบายสักที“แม่เลิกคิดเลิกฝันสักที เทวดาก็ยอมคู่กับนางฟ้าเขาไม่มองมนุษย์เดินดินอย่างเราหรอก”“มันก็ไม่แน่” ผู้เป็นมารดายิ้มเมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง งานนี้เธอจะได้สบายซะทีไม่ต้องทนอยู่กับผัวจนๆ ที่เธอใช้อารมณ์ในวัยรุ่นตัดสินถ้าตอนนั้นเธอเชื่อฟังคำสอนแม่ของเธอ เธอก็สบายไปแล้วตกเย็นวันนั้นภายในบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าของเศรษฐีมีงานเลี้ยงสังสรรค์การติดต่อการค้าเกิดขึ้นมีมหรสพอยู่หลาย อย่างหนึ่งในนั้นก็คือคณะวงดนตรีที่มีนางรำอยู่ สองคนและดูเหมือนคณะนี้เองจะได้รับความสนใจจากผู้อื่นมากมายอันเนื่องมาจากนางรำ ที่นอกจากจะมีท่วงท่าลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อยงดงามแล้วใบหน้าของเธอยังงดงามราวกับนางในวรรณคดี“มันงามจริงๆ เว้ย ทุกท่านดูไว้นี่แหละเมียคนใหม่ของข้า”อัครเดชที่นั่งอยู่ในบรรดาแขกเหรื่อได้ฟังแล้วรู้สึกสมเพชชายแก่เจ้าของงานเป็นอย่างมาก ตนเองก็อายุอานามไม่น้อยมากพอจะเป็นปู่เป็นตาหญิงคนนี้ได้ด้วยซ้ำ เหตุใดจึงยังไม่หยุดทำตัวเป็นเฒ่าหัวงูเช่นนี้เล่า ไม่ให้เกียรติกระทั่งภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยคืนนั้นหลังงานเลิกอัครเดชยังไม่กลับบ้านเพราะยังติดปัญหาธุระกับเจ้าบ้านก่อน ก่อนจะกลับเขาถึงได้เห็นนางรํายื้อกับมารดาของเธอ ท่าทางหญิงคนนั้นน่าสงสารเธอร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดอ้อนวอนขออะไรสักอย่าง“แม่…อย่าทำแบบนี้เลยเราไม่ต้องทำแบบนี้ เราก็อยู่กันได้ไม่ใช่หรอ”“อยู่ได้กับผีมึงสิ อดมื้อกินมื้อแบบนี้เราอยู่กันได้หรือ”“ข้าไม่อยากไปเป็นเมียน้อยคนรุ่นปู่รุ่นตาแบบนั้น แม่จ๋าได้โปรดเมตตาสงสารข้าเถอะ”“อีนี่ กูเป็นแม่มึงนะ กูคลอดมึงออกมายากลำบากแสนเข็ญกูเลี้ยงมึงมาลำบากแทบตาย แค่นี้มึงทำให้กูหน่อยไม่ได้เหรอ!!”“แม่ให้ข้าทำอะไร ข้ายอมแต่เรื่องนี้ข้าขอ ได้โปรดแม่จ๋า”เขาเห็นหญิงคนนั้นคุกเข่าอ้อนวอนกอดขาแม่ใจเขาเริ่มหวิวๆ เขาสงสารเธอจับใจเธอคงรู้สึกย่ำแย่มากที่ต้องตกเป็นอนุของคนที่แก่รุ่นปู่รุ่นตาเช่นนั้น“ทำบุญทำทานสักครั้ง” เขาพูดกับตัวเอง “ราคาเท่าไหร่ข้าจะให้เพิ่มเป็นสองเท่า” เขาเอ่ยถามมารดาของหญิงคนนั้นได้ยินอย่างนั้นหญิงผู้โลภมากถึงกับตาโต สองเท่าสองเท่าเชียวนะ เงินที่ขายลูกให้เศรษฐีแก่นั่นก็ใช่ว่าน้อยๆ แต่นี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเรื่องเงินเรื่องอะไรเธอจะไม่อยากได้แต่เธอเกรงอิทธิพลของมันน่ะสิ“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ข้ารับปากกับท่านเขาเอาไว้แล้วข้าไม่อาจผิดคำพูดได้”เขาเหลือบมองหญิงที่นั่งคุดคู้อยู่บนพื้นยกมือไหว้เขาพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาเหมือนกับลูกนกตกน้ำ“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะไปคุยกับท่านให้เอง เรื่องหน้าที่การงานท่านยังคงต้องพึ่งข้าอยู่มาก ท่านคงมีความเกรงใจในตัวข้าอยู่บ้าง เอ็งได้โปรดยกนางให้กับข้าเถิด”“ได้เจ้าค่ะ” สิ้นประโยคเธอแบมือขอเงินอย่างไร้มารยาท ชายหนุ่มรู้สึกรังเกียจเขาจึงตัดใจส่งถุงเงินใหญ่ให้นางไปสองถุง ทางมารดาได้เห็นเงินจำนวนมากมายเธอถึงกับตาโต ก่อนเดินออกมาเธอไม่ลืมกระซิบบอกลูกสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ “ไอ้หนุ่มดูท่าทางรวยดี มึงต้องจับไอ้หนุ่มนี่ให้อยู่เข้าใจหรือไม่”หลังจากนั้นเขาจึงไปพูดคุยกับท่านเศรษฐีด้วยความที่เขาถือไพ่เหนือกว่าท่านเศรษฐีจึงต้องยอมทำตามที่เขาขอร้อง ทั้งที่ในใจกำลังโกรธเป็นไฟหลังจากนั้นเขานั่งรถม้ากลับมาที่บ้านโดยมีหญิงสาวติดสอยห้อยตามไปด้วย“กลับเรือนเจ้าไปเสีย” เขาพูด“จะให้ข้ากลับได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านซื้อตัวข้ามาแล้วร่างกายจะมีชายใดชายตาแลหญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าโดนชายอื่นซื้อไปแล้ว”ชายหนุ่มช้อนหน้าเธอให้เงยหน้าสบตา เพียงแรกพบสบตาเขาลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างหญิงคนนี้งาม งามไม่แพ้ใครเสียจริง สมแล้วที่ตาเท่านั่นอยากได้นักอยากได้หนา”“ลุกขึ้นเถิด” ชายหนุ่มประคองหญิงสาวยืนขึ้น และขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาวจนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน“เจ้าชื่ออะไร”“ทับทิม”“งามสมชื่อเจ้าจริงๆ เป็นเมียข้านะ” คำของ่ายๆ ตรงๆ ของชายหนุ่มทำให้จิตใจหญิงแรกรักสันระริก“เจ้าค่ะ” หญิงสาวเองก็รับคำง่ายๆ เช่นกันชายหนุ่มช้อนร่างเธอขึ้นกับห้องตัวเอง ตอนนั้นนึกบางอย่างขึ้น“เมียที่ดีควรกราบเท้าผัวก่อนนอน”ชายหนุ่มว่างร่างบางลงและขึ้นไปนอนบนเตียงเหมือนเช่นที่ทำกับกลิ่นแก้วประจำ ทับทิมก้มกราบตามที่ชายหนุ่มต้องการ“ในวันพรุ่งข้าจะร้อยมาลัยให้นะเจ้าคะ”เมื่อได้สิ่งที่ตนเองต้องการอย่างแรกแล้ว เขาลุกขึ้นจัดการกับเสื้อผ้าตนเองและชายหนุ่มกระตุกผ้าที่พันลอบเนินอกหญิงสาวออกให้พ้นกาย จากนั้นขึ้นคร่อมทับร่างของหญิงสาวเขา เริ่มจูบตั้งแต่แก้มลงมายังต้นคอ ริมฝีปากของชายหนุ่มสัมผัสตรงที่ใดก็สร้างความร้อนรุ่มให้หญิงสาวตรงที่นั่น ดูเหมือนไฟราคะจะครอบงำร่างของหญิงสาวจึงได้โอบกอดเขาอย่างแนบแน่นไม่ใช่แค่เพียงมือเท่านั้นขาทั้งสองข้างแยกออกจากการเปิดทางให้เขาสัมผัสร่างเธอได้เต็มที่ เขาก้มจูบต่ำลงไปยังเนินอก มือข้างหนึ่งคอยบีบขยำดอกบัวงามไปด้วยมือที่ว่างเขาลูบไล้ไปตามสรีระงดงามสมกับอาชีพนางรําของเธอ“ข้าร้อน ได้โปรดช่วยข้าด้วยค่าเป็นอะไรก็ไม่ทราบ”“ร้อนแรงยิ่งนัก”ว่าจบแล้วเขาสะบัดผ้าถุงเธอออกส่งมือมาทักทายกลีบกุหลาบของเธอพบว่ามันชุ่มไปด้วยน้ำเกสรแห่งความต้องการแล้ว เขาเห็นหญิงสาวพร้อมต้อนรับเขาเต็มที่แล้วเขาไม่รอช้า ลุกขึ้นนั่งบนข้อเท้าของตัวเองจับแยกขาทั้งสองข้างของเธอให้กว้างขึ้นก่อนสอดผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเธอ“โอ๊ยยย ...เจ็บ…. อารมณ์หวานเมื่อสักครู่นี้หายไปในพริบตา กลายเป็นความเจ็บปวดกลีบผกาอย่างรุนแรงเจ็บราวกับดอกไม้งามของเธอจะฉีกเป็นชิ้นๆ อย่างนั้นแหละ แต่ดูเหมือนความเจ็บปวดของเธอจะไม่ได้ ทำให้อีกคนเกิดจิตใจเมตตาสงสารเลย เขายังคงขยับเข้าออกกลีบดอกไม้ของเธออย่างเมามันเพราะอารมณ์ราคะทำให้จิตใจเมตตาของเขาเลือนหายไปหมดสิ้น ทับทิมเจ็บปวดได้ไม่นานอารมณ์หวานเมื่อสักครู่นี้ก็กลับมาอีกครั้งแถมกลับมามากกว่าเก่าเสียด้วย“อ๊าาาสสสส” หญิงสาวร้องครวญครางอย่างสุขสมพร้อมกับขยับแยกขาเรียวออกให้มากกว่าเก่าเพื่ออำนวยความสะดวกให้เขามากขึ้น ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวเป็นใจให้เขามากถึงเพียงนี้เขาไม่รอช้า จับเอวทั้งสองข้างดึงเธอเข้าหาในจังหวะที่เขาขยับเข้ามาสร้างอารมณ์เร่าร้อนให้ทั้งสองได้มากกว่าเก่า“อ๊าาา….อ๊าาสสส”“โอ๊ยย….โว้ยยยย”เพลงรักเร่าร้อนบรรเลงต่อไปเรื่อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าตามความร้อนแรงของทั้งสองโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆครือ!!!เสียงฟ้าคะนองอย่างรุนแรงข้างนอกทำให้ร่างเล็กที่หลับใหลอยู่สะดุ้งตื่นเธอมองไปยังที่ที่อีกคนเคยนอนประจำและพบเพียงความว่างเปล่ายิ่งรู้สึกใจหวิวหวิว“ข้าคงติดท่านไปเสียแล้ว”กลิ่นแก้วนึกขำตัวเองในใจร้อยวันพันปีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าไม่เคยทำให้เธอสะดุ้งตื่นได้แต่นี่สามีเธอไปเพียงไม่กี่วันทำให้เธอผวาได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง“อึ…”หญิงสาวเกิดอาการคลื่นไส้เวียนหัวจนต้องปิดปากรีบอาเจียนที่หน้าต่าง จนบ่าวที่นอนเฝ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ยิน“ท่านหญิงเป็นอะไรเจ้าคะ”“ข้าไม่เป็นไรไปนอนต่อเถอะ“ไม่เป็นอันไร ได้อย่างใดเจ้าคะ หน้าตาของท่านหญิงซีดเซียวมากเหลือเกิน”“นางบัวเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ หากเจ้าเป็นห่วงข้าถึงเพียงนั้นเจ้าไปนำที่นอนเจ้ามานอนข้างข้าดีหรือไม่และตอนเช้าเจ้าให้คนเป็นพาหมอมาตรวจข้า”ผู้เป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์ประคองท่านหญิงของตัวเองนอน เธอดูจนแน่ใจว่าท่านหญิงของเธอหลับแล้วเธอจึงได้ไปนำที่นอนมานอนบนพื้นข้างกายท่านหญิงของเธอ
    กลิ่นแก้วเป็นไรอ่ะ