หลังจากกินข้าวเย็นเรียบร้อยแล้วตะวันก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมานั่งทำงานที่โซฟาตัวยาวส่วนเ้าไข่ตุ๋นก็นอนเล่นอยู่บนพรมใกล้ ๆ กัน ตะวันทำงานไปได้ไม่เท่าไหร่เสียงออดที่หน้าบ้านก็ดังขึ้น
ติ๊งหน่อง~ ติ๊งหน่อง~
ตะวันเงยหน้าขึ้นและหยุดมือจากการทำงานก่อนจะลุกขึ้นสาวเท้าเดินไปที่ประตู เขามองผ่านตาแมวดูก็ไม่พบใครแต่กลับเห็นอะไรไหวๆ อยู่ที่ขอบล่างของตาแมวจึงเปิดประตูออกมาดูแล้วก็เห็นเป็ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเขาและกำลังก้ม ๆ เงย ๆอยู่กับของในมือของเธอ เธอเป็ผู้หญิงตัวเล็กมากความสูงประมาณ 150 เห็นจะได้ นั่นเป็เหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงมองออกมาไม่เห็นเธอเขามองหญิงสาวแล้วก็รู้สึกคุ้นตากับรูปร่างและชุดที่เธอใส่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะรู้แล้วว่าเขาอยู่ข้างหน้าเธอจึงเอ่ยทักทายเขาทั้ง ๆที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เมื่อเธอพูดจบแต่ไม่ได้ยินเสียงของเขาตอบรับอะไรหญิงสาวก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองเขาเมื่อตะวันได้เห็นหน้าของเธอก็จำได้ทันทีว่าเธอคือสาวน้อยที่ร้านชานมไข่มุกที่เขาเห็นเมื่อตอนบ่ายสีหน้าของเขาดูแปลกใจและดีใจเล็กน้อยที่ได้เจอเธออีกครั้งแต่เขาก็รีบซ่อนมันเอาไว้และทำหน้านิ่ง ๆ ด้วยกลัวว่าเธอจะสังเกตเห็นหญิงสาวเมื่อเห็นหน้าของเขาก็ตาโตขึ้นเล็กน้อย ทั้งสองจ้องตากันอยู่สักพักก่อนที่จะได้ยินเสียงจากซันนี่แว่วมาเรียกสติให้กับน้ำขิงเธอจึงยื่นถุงในมือส่งให้ตะวัน
“อ...อันนี้เอามาให้ค่ะฉันชื่อน้ำขิงนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” น้ำขิงพูดด้วยเสียงตื่นเต้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มบาง ๆ ให้เขา ตะวันรับถุงต้นไม้มาจากมือของเธอ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ
“ขอบคุณครับผมตะวัน” เขาตอบเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ สีหน้านิ่งสงบแต่ที่จริงแล้วเขากำลังรู้สึกประหม่า อาจเพราะเธอตรงสเปคของเขามากตะวันไม่ได้รู้สึกกับใครแบบนี้มา 5 ปีแล้วหลังจากที่เขาเลิกกับแฟนคนล่าสุดความรู้สึกมันเหมือนรักแรกพบในตอนที่เขาเห็นเธอครั้งแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เจอเธออีก
“ฉ...ฉันไม่รบกวนแล้วค่ะขอตัวนะคะ”น้ำขิงพูดก่อนจะค้อมตัวให้เขาเล็กน้อยแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งกลับมาที่บ้านของเธอเมื่อเจอกับเพื่อนทั้งสองที่ยืนรออยู่ เธอก็ใช้มือดันให้ทั้งสองคนรีบเดินเข้าบ้านไปตะวันที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าเขาเผลอทำหน้านิ่งใส่เธอก็เดินตามมาถึงรั้วบ้านและกำลังจะเรียกเธอแต่ไม่ทันได้พูดออกมาประตูบ้านก็ปิดลงไปซะแล้วเขาถึงกับขำออกมาเบา ๆ กับตัวเองเมื่อนึกถึงอาการประหม่าของเขาและท่าทีของน้ำขิงที่ดูลนลานเข้าบ้านไปแบบนั้นเขายกถุงในมือขึ้นมาดูก็พบว่าของที่เธอเอามาให้คือ ‘ต้นซินเซลีย’ *เป็ต้นไม้ขนาดเล็กชนิดที่หายากในระดับหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับต้นกระบองเพชรแคระจุดเด่นของมันคือสีของดอกจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิห้องแต่ที่เขาได้มานี้มันยังไม่ออกดอก ตะวันเคยได้ยินมาจากเพื่อนของพ่อที่เป็นักสะสมต้นไม้หายากว่ามันเป็ต้นไม้ที่นำโชคและมีความหมายสื่อถึงการเริ่มต้นเพื่อพบความสุขตะวันเงยหน้าขึ้นมามองไปที่ประตูบ้านของน้ำขิงอีกครั้งก่อนจะกลับหลังหันเดินเข้าไปในบ้านเขาเดินไปที่หลังบ้านแล้วนั่งยอง ๆ ลงข้างสวนต้นไม้เล็ก ๆแล้วหยิบต้นซินเซลียออกมาจากถุงวางมันลงข้าง ๆ กันกับต้นอื่น ๆเขามองไปที่ต้นซินเซลียก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
“น้ำขิง...ชื่อน่ารักดี”พูดจบเขาก็เดินเข้าบ้านไป
ปัง!!
น้ำขิงดันประตูบ้านให้ปิดลงทันทีส่วนซันนี่กับบัวที่ถูกดันกันเข้ามาในบ้านก็หันกลับมาส่งสายตาพิฆาตใส่น้ำขิงพร้อมกัน
“ยัยขิงแกจะดันพวกฉันเข้ามาทำไมเนี่ยฉันกับนังบัวจะรวมร่างกันอยู่แล้ว!!?” ซันนี่เริ่มพูดทันที
“เออไอขิงแกเป็อะไรของแก แล้วดูดิ๊ยังไม่ได้ชวนเขาคุยเลย”บัวถามเพราะเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเพื่อนแต่ซันนี่ก็พูดขึ้นมาก่อนที่น้ำขิงจะได้ตอบคำถามของบัว
“เดี๋ยว ๆนังบัวเื่นั้นมันไม่ใช่ประเด็นยัยขิงแกพูดมาว่าที่ฉันเห็นเมื่อกี้นี้ฉันไม่ได้ตาฝาดไปผู้ชายข้างบ้านแกคนนั้นใช่พ่อหนุ่มร้านชานมไข่มุกไหม?!” บัวที่ได้ยินแบบนั้นก็สนใจเื่นี้ด้วยเลยพูดเสริมขึ้น
“เออตอบเื่นี้ก่อนก็ได้พูดมาให้ชัดเพราะตอนที่เห็นครั้งแรกฉันกับนังซันก็เถียงกันอยู่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่”ทั้งสองจ้องมาที่เธออย่างรอคำตอบ แล้วน้ำขิงก็พยักหน้าช้า
“ใช่เป็เขานั่นแหละแล้วที่ฉันบอกว่าเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อเช้าฉันเห็นเขาจูงหมาไปขึ้นรถที่จอดหน้าบ้านอะแต่ที่ฉันจำไม่ได้ก็เพราะตอนนั้นฉันมัวแต่สนใจน้องหมา เลยไม่ได้มองชัด ๆว่าเขาหน้าตาเป็ยังไงอะ” น้ำขิงพูดพลางยิ้มอ่อนและทำตาปริบ ๆใส่เพื่อนรักทั้งสองของเธอ ที่ตอนนี้หันไปมองหน้ากัน บัวหัวเราะในลำคอแล้วพูดขึ้น
“หึ ๆเพื่อนฉันเจอผู้ชายหล่อขนาดนี้แต่กลับไปสนใจหมาของเขาแทน” พูดจบบัวก็ถอนหายใจออกมาซันนี่ก็มองหน้าบัวก่อนจะพูดขึ้น
“แกยังไม่ชินอีกหรอนี่ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย”ซันนี่พูดก่อนจะหันไปหาน้ำขิง “เอาล่ะ กลับไปที่คำถามของนังบัวไม่ทันได้ชวนเขาคุยก็วิ่งแจ้นกลับมาแล้ว แกเป็อะไรของแก” ซันนี่ถามอย่างเหนื่อยใจ
“ก็แกดูหน้าเขาสิเหมือนฉันไปรบกวนเขาเลยอะถ้าขืนอยู่ต่อเขาอาจจะว่าฉันเอาก็ได้นะ” น้ำขิงตอบทั้งสองที่ได้ยินก็ถึงกับมองบนไปพร้อมกัน บัวเลยเดินเข้ามาจับไหล่น้ำขิงเบา ๆ
“เพื่อนคะใจเย็น ๆสงบจิตสงบใจไว้ เขาไม่ทำแบบนั้นหรอกหรือถ้าเขาจะทำแบบนั้นจริง ๆเนี่ยนะฉันจะส่งนังซันนี่ไปรับคำด่านั้นไว้เอง”เมื่อบัวพูดจบซันนี่ก็หันขวับมามองหน้าบัวทันทีแล้วก็พลันนึกขึ้นมาได้ถึงเื่ที่พวกเธอคุยกันบนรถก่อนหน้านี้
“เดี๋ยวนะไหนแกสองคนบอกฉันว่า ข้างบ้านเนี่ยเป็ฝรั่งแก่ ๆ ไม่ใช่หรอ”ซันนี่พูดก่อนจะหันมองบัวกับน้ำขิงอย่างคาดโทษบัวกับน้ำขิงหันมามองหน้ากันก่อนจะทำตาปริบ ๆแล้วบัวก็หันไปหาซันนี่ก่อนจะโพล่งขึ้นมา
“ยัยขิงเลย!ฉันแค่เล่นไปตามน้ำอะ” บัวพูดแล้วยิ้มแหย๋พลางก้าวถอยหลังไปทีละนิดส่วนน้ำขิงในตอนนี้ก็ค่อยหันไปมองซันนี่ที่ยืนยิ้มสยองอยู่แล้วค่อย ๆก้าวเข้ามาหาเธอ และไม่ทันที่น้ำขิงจะได้อ้าปากพูดอะไรซันนี่ก็วิ่งเข้ามาหาเธอทันทีทำให้น้ำขิงกับบัวต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นไปทั่วบ้านและจบลงที่น้ำขิงกับบัวผลัดกันเอาน้ำ เอาขนมมาบริการให้ซันนี่ที่นั่งวางมาดราชินีอยู่ที่โซฟาแต่เพียงครู่เดียวซันนี่ก็หายโกรธแล้วก็ชวนกันไปจัดของซึ่งใช้เวลาไม่นานก็จัดเสร็จแล้วทั้งสามก็มานั่งพักกันให้หายเหนื่อยพลางพูดคุยเื่ต่าง ๆ กันไปเรื่อยจนประมาณสามทุ่มกว่าทั้งสองคนก็กลับบ้านไป ส่วนน้ำขิงก็ขึ้นไปอาบน้ำและเข้านอนทันทีด้วยความเพลีย
เช้านี้ตะวันพาไข่ตุ๋นมาวิ่งออกกำลังกายในหมู่บ้านตอนหกโมงเช้าเหมือนทุกวันสักประมาณหกโมงสี่สิบเขาก็กลับเข้ามาอาบน้ำแต่งตัวและกินข้าวเช้าที่บ้านเมื่อกินข้าวเสร็จตะวันก็หยิบโทรศัพท์กับกุญแจรถเดินไปที่ประตูบ้านโดยมีไข่ตุ๋นที่เดินตามเขาไปติด ๆ เพราะรู้ว่าเ้านายจะออกไปทำงานแล้วตะวันเปิดประตูก่อนจะหันกลับมาแล้วย่อตัวลงมาลูบหัวเ้าไข่ตุ๋นที่ตอนนี้มันนั่งรออย่างเรียบร้อย
“อยู่บ้านดี ๆล่ะเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะซื้อของโปรดแกมาฝาก”เขาพูดพลางใช้มือลูบหัวของไข่ตุ๋นอย่างอ่อนโยน เ้าไข่ตุ๋นเองก็เชิดหน้าขึ้นพลางหลับตาพริ้มตะวันยืดตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินออกมาแล้วปิดประตูให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินมาขึ้นรถแล้วขับออกไป
น้ำขิงตื่นขึ้นมาตอนเจ็ดโมงกว่าเธอลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงไปข้างล่างวันนี้เธอใส่ชุดเสื้อยืดสีขาวกับเอี๊ยมยีนขายาว น้ำขิงวางแผนไว้ว่าจะไปเดินตลาดเช้าเพื่อหาซื้อของสดเข้าบ้านในวันที่มาดูบ้านเธอได้ถามกับนิติของหมู่บ้านไว้แล้วว่าใกล้ ๆ นี้มีตลาดวันไหนบ้างแล้วก็ได้รู้ว่าทุกวันอังคารจะมีตลาดสดตอนเช้าส่วนวันเสาร์จะมีไนท์มาร์เก็ทที่ห้างเซนไทม์ น้ำขิงสะพายกระเป๋าผ้าเดินออกมาที่โรงรถจากนั้นกดรีโมทเปิดประตูเพื่อเข้าไปจูงจักรยานออกมาแล้วกดปิดประตูจักรยานคันนี้เธอตั้งใจว่าจะเอาไว้ใช้ไปตลาดใกล้ ๆหรือปั่นเที่ยวเล่นในหมู่บ้านเพราะแม้ว่าที่นี่จะอยู่ในกรุงเทพแต่ก็เป็หมู่บ้านที่มีพื้นที่สีเขียวเยอะและอากาศก็สดชื่นเย็นสบายมีสวนใหญ่ ๆ ให้นั่งพักผ่อนและเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นกันได้สบาย ๆ เลยเมื่อน้ำขิงปั่นจักรยานออกจากหมู่บ้านมาไม่ไกลนักก็เจอตลาดสดในร่มขนาดใหญ่มีผู้คนประปรายตื่นเช้ามาจ่ายตลาดในเช้าวันอังคารแบบนี้น้ำขิงจอดจักรยานไว้ในที่จอดจักรยานแล้วเดินเข้าไปในตลาดเธอเดินดูพวกผักก่อนเพราะมันอยู่ที่โซนแรกของตลาดน้ำขิงมองหาผักที่อยากได้และเลือกดูไปทีละอย่างแต่พอดูไปสักพักก็รู้สึกว่ามีผักบางอย่างที่เธอเลือกไม่ค่อยเป็ว่าควรเลือกแบบไหนดี
“ผักกาดขาวอืมต้องดูยังไงนะ”น้ำขิงพึมพำกับตัวเองพลางกวาดสายตาดูผักกาดขาวที่วางเรียงอยู่บนแผงอย่างชั่งใจระหว่างที่กำลังจดจ่ออยู่กับกองผักกาดขาวตรงหน้าทำให้ไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังมองการกระทำของเธออยู่ชายหนุ่มที่ยืนเลือกผักอยู่อีกฝั่งของแผงผักก็ค่อย ๆเดินเข้ามาหาเธอก่อนจะหยิบผักกาดขาวหัวหนึ่งขึ้นมาดูครู่หนึ่งแล้วยื่นให้เธอ
“นี่ครับใบห่อกันแน่นมีน้ำหนัก ใบไม่หลวม กรอบแล้วก็ไม่เหี่ยว”น้ำขิงมองผักกาดขาวตรงหน้าก่อนจะมองตามมือไปก็พบกับชายหนุ่มเ้าของมือยืนส่งยิ้มให้เธออยู่เขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดูจะอายุมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่และตัวสูงจนเธอต้องแหงนหน้าขึ้นไปมอง เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงวอมสีดำแถบขาวและรองเท้าแตะรัดส้นสีดำคุมโทนดูสบาย ๆต้องยอมรับเลยว่าเป็ชายหนุ่มที่แต่งตัวธรรมดามาจ่ายตลาดแต่ก็ยังดูมีเสน่ห์อยู่ดี
“เอ่อ ขอบคุณค่ะ”น้ำขิงพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้เขาเป็มารยาทแล้วรับผักกาดขาวมาถือไว้เธอเขยิบออกห่างจากเขาเล็กน้อย เพราะรู้สึกอึดอัดที่ต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้าในระยะประชิดแบบนี้บวกกันความสูงของเขาที่ถ้าเธอยืนห่าง ๆ ก็จะได้ไม่ต้องเงยหน้ามาก
“คุณอยากได้อะไรอีกรึเปล่าครับเดี๋ยวผมช่วยเลือกให้” เขาถาม เพราะเห็นว่าเธอเลือกผักไม่ค่อยเป็
“ม...ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”น้ำขิงตอบอย่างเกรงใจ ถึงแม้เขาจะดูไม่มีพิษมีภัยอะไรแต่เขาก็คือคนแปลกหน้าอยู่ดีในตอนนั้นเองดูเหมือนเขาจะรู้ความคิดของเธอหรือเพราะสังเกตเห็นท่าทีของเธอเมื่อสักครู่เลยรีบแนะนำตัวก่อน
“เอ่อผมชื่อเจนะครับ มาจ่ายตลาดที่นี่ประจำถ้าคุณอยากให้ผมช่วยเลือกผักเนี่ยผมยินดีนะครับ” เจกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็มิตรให้น้ำขิงแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรน้ำขิงก็เหลือบไปเห็นหญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ด้านหลังของเจในตอนแรกดูเหมือนจะเดินผ่านหน้าร้านขายผักไปแต่ก็แวะเข้ามาทางนี้แทน
“เอ้าพ่อเจวันนี้ป้าเตรียมหมูสวย ๆ ไว้ให้พ่อเจเลือกหลายชิ้นเลยนะไปดูที่ร้านได้เลยนะจ๊ะ”หญิงสูงวัยเอ่ยทักเจอย่างคุ้นเคยฟังจากที่พูดคงจะเป็เ้าของร้านขายเนื้อหมูในตลาดนี้น้ำขิงเห็นแบบนั้นก็คิดว่าที่เจบอกว่ามาที่นี่ประจำคงจะเป็เื่จริงเจหันไปหาคุณป้าคนนั้นพร้อมกับส่งยิ้มหวาน
“ได้เลยครับแต่ขอแวะไปดูปลาก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบไปหาเลย”เขาตอบกลับก่อนจะขยิบตาให้กับคุณป้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานเช่นเดิมก่อนที่คุณป้าคนนั้นจะเดินผ่านไปนั่นเป็รอยยิ้มที่ทำให้โดนตกกันทั้งสาวน้อยสาวใหญ่จริง ๆดูแล้วเขาคงเป็หนุ่มทรงเสน่ห์น่าดูเลยเขาหันกลับมามองที่เธอก่อนจะถามซ้ำอีกครั้งเพราะเมื่อกี้เธอยังไม่ได้ตอบเขาเลย
“แล้วคุณอยากได้อะไรอีกไหมครับ”เขาถาม น้ำขิงคิดว่าไม่อยากรบกวนเขาจริง ๆ เลยปฏิเสธไป
“ไม่แล้วค่ะขอบคุณนะคะ” น้ำขิงตอบก่อนจะเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง เจที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มบาง ๆและพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันไปทางแม่ค้าร้านผักแล้วพูดขึ้น
“วันนี้เอาแค่นี้ครับ”แม่ค้าผักก็หยิบผักในตะกร้าที่เขาเลือกไว้มาคิดเงินแล้วเขาก็หันกลับมามองเธออีกครั้ง “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีกนะครับคุณ...?” เขาพูดลาก่อนจะเว้นวรรคเป็เชิงถามชื่อของเธอ
“...น้ำขิงค่ะ”น้ำขิงตอบเขาไป เจที่ได้ยินก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้า
“ครับไว้เจอกันนะครับคุณน้ำขิง” พูดจบเขาก็ส่งยิ้มหวานให้เธอก่อนจะหันไปจ่ายเงินค่าผักแล้วถือถุงใส่ผักถุงใหญ่เดินออกไป น้ำขิงที่ดูเกร็ง ๆพอเจเดินไปแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอาการกลัวคนแปลกหน้าของเธอดีขึ้นมากจริง ๆ ถึงแม้จะมีอาการวิตกกังวลและใจสั่นมือสั่นอยู่บ้างแต่อาการเ่าั้ก็แทบไม่มีใครสังเกตเห็นได้ชัด ๆ แต่คงยกเว้นคนที่หูตาไวอย่างเจ
หลังจากนั้นน้ำขิงก็เลือกดูผักอีกสองสามอย่างก่อนที่จะจ่ายเงินแล้วเดินไปดูของอย่างอื่นต่อจนมาถึงร้านขายเนื้อหมูก็เจอคุณป้าคนที่ทักเจหน้าร้านขายผัก ร้านนี้คงเป็ร้านของคุณป้าคนนั้นสินะสิ้นสุดความคิดของเธอก็มีเสียงของเจดังมาจากข้างหลัง
“มาแล้วครับป้าสวยยย”เจลากเสียงยาวสาวเท้าเดินเข้ามาที่ร้านขายหมู
“แหม๋พ่อเจก็ป้าชื่อสายเรียกป้าสวยทุกวันจนป้าเขินตัวลอยไปหมดแล้วเนี่ยฮ่าฮ่าฮ่า”ป้าสายพูดพลางดุเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความปากหวานของชายหนุ่มแล้วหัวเราะร่าออกมา
“ก็ป้าสวยจริง ๆนี่ครับผมพูดผิดตรงไหน” เขาพูดพร้อมส่งยิ้มหวานเช่นเคยทั้งสองหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแล้วป้าสายที่เพิ่งหันมาเห็นน้ำขิงก็เอ่ยทักขึ้น
“อ้าว!แม่หนูป้าขอโทษนะลูกมัวแต่ทักคนอื่นอยู่ ถ้าอยากได้ชิ้นไหนก็บอกป้าได้เลยนะจ๊ะ”เมื่อป้าสายพูดจบเจก็หันมามองทางน้ำขิง
“อ้าวคุณน้ำขิงเจอกันอีกแล้วนะครับ” เจพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เธออีกแล้วน้ำขิงไม่รู้จะตอบอะไรเลยส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา ป้าสายที่เห็นแบบนั้นก็ทักขึ้น
“เอ้ารู้จักแม่หนูคนนี้หรอพ่อเจ”ป้าสายถามพลางมองทั้งสองคนสลับกัน
“ก็เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้แหละครับ”เจตอบป้าสายก่อนจะหันมามองน้ำขิง เขารู้สึกว่าเธอดูน่ารักดีเป็ผู้หญิงวัยยี่สิบต้น ๆ ที่ตื่นเช้ามาจ่ายตลาดธรรมดา ๆแบบนี้แทนที่จะเป็ในห้างที่แอร์เย็น ๆ บวกกับหน้าตาจิ้มลิ้มและตัวเล็กน่ารักหรือเป็เพราะเขาเคยเจอแต่ผู้หญิงที่แต่งตัวเก่งหุ่นนางแบบที่เจอตามผับบาร์ในยามราตรี พอได้เจอเธอทำให้รู้สึกว่าเธอดูน่าสนใจขึ้นมา
น้ำขิงหลบตาเจก่อนจะหันมาเลือกหมูเจมองออกว่าเธอทำตัวไม่ถูกเขาเลยไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะมีแต่จะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเปล่าๆ เจเลยหันไปเลือกหมูบ้าง น้ำขิงมองหาเนื้อหมูแบบที่แม่สอนมาแล้วเธอก็เห็นชิ้นหนึ่งที่ดูใช้ได้ตรงตามตำราของแม่เป๊ะเธอเลยเอื้อมมือไปหยิบแต่ก็ต้องชนเข้ากับมือของเจที่กำลังจะหยิบหมูชิ้นนั้นเหมือนกันน้ำขิงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจแต่เพียงครู่เดียวเธอก็หลบตาเขาและรีบชักมือกลับ เจเห็นท่าทางของเธอก็แอบยิ้มและคิดว่าตอนที่เธอทำตัวไม่ถูกนี่มันก็น่ารักดีเหมือนกันเขาหยิบเนื้อชิ้นนั้นมาดูก่อนจะหันมาพูดกับเธอ
“จะซื้อแค่ชิ้นเดียวหรอครับ”เขาถาม น้ำขิงก็พยักหน้าแล้วตอบ
“ใช่ค่ะ”เจที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปส่งหมูให้กับคุณป้าเ้าของร้าน
“อันนี้ใส่ถุงให้หน่อยครับ”น้ำขิงที่เห็นแบบนั้นถึงกับงง นี่เขาจะซื้อเนื้อชิ้นนั้นไปทั้ง ๆที่ก็รู้ว่าเธอจะซื้อมันอย่างงั้นหรอเราสองคนก็กำลังจะหยิบเนื้อชิ้นนั้นพร้อมกันแท้ ๆแล้วแบบนี้เมื่อกี้เขาจะถามเธอเพื่อ? เมื่อคิดได้ดังนั้นน้ำขิงก็กำลังจะเอ่ยทักท้วงเขาขึ้นมาแต่ทันทีที่ป้าสายส่งถุงใส่เนื้อหมูนั้นให้เจ เขาก็รับมันมาแล้วยื่นให้น้ำขิงเธอมองถุงเนื้อหมูสลับกับมองหน้าของเจ และกำลังคิดว่า ‘อะไรของเขากันนะ’
“คะ?” เธอพูดออกมาเป็เชิงถามว่า ‘เขาจะทำอะไร’ เจที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ผมให้ครับ”เขาตอบ แต่น้ำขิงก็ยังไม่หายข้องใจอยู่ดี จึงเอ่ยถามเขาอีกครั้ง
“เอ่อแล้วคุณซื้อให้ฉันทำไมคะ”น้ำขิงพูดพร้อมทำหน้างุนงงเจลอบยิ้มกับสีหน้าของเธอก่อนจะตอบคำถามของเธอด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์
“ผมแค่รู้สึกถูกชะตากับคุณนะครับก็เลยอยากจะให้อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถ้าเป็ของมีค่าก็กลัวว่าคุณจะไม่รับเพราะเราเพิ่งรู้จักกันแต่ผมรู้สึกว่าคุณเป็คนชอบทำอาหารดูจากที่มาตลาดแต่เช้าแบบนี้แล้วก็เลือกหมูได้ดีด้วย” เขาพูดน้ำขิงที่ฟังก็รู้สึกว่าเขาเป็คนช่างสังเกตเหมือนกันแต่ประทับใจเลยซื้อหมูให้เนี่ยนะ น้ำขิงงง ๆ กับสิ่งที่เขาคิด
“คุณก็เลยซื้อนี่ให้ฉันแบบนั้นใช่ไหมคะ” น้ำขิงพูดแล้วชี้ไปที่ถุงในมือของเขา เจยิ้มเล็ก ๆที่มุมปากพลางพยักหน้าแทนคำตอบ เขาคิดไม่ผิดจริง ๆ เธอเป็ผู้หญิงที่ไม่เหมือนใครถึงแม้ว่าจะดูบอบบางและใสซื่อแต่ก็หัวไว“แต่ก็อย่างที่คุณพูดนั่นแหละค่ะว่าเราเพิ่งรู้จักกัน ดังนั้นฉันไม่รับของแล้วกันนะคะแต่จะขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ” น้ำขิงพูดพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้เจเขาได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆเขาคิดไว้แล้วว่าเธอคงไม่ยอมรับของจากเขาง่าย ๆในตอนนี้ป้าสายที่อยู่ในเหตุการณ์มาอย่างเงียบ ๆ ั้แ่ต้นก็พูดขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นแม่หนูจะเอาเนื้อหมูชิ้นไหนดีล่ะลูก”ป้าสายถาม น้ำขิงเลยมองหาเนื้อหมูชิ้นอื่นเจที่เห็นแบบนั้นก็ยื่นถุงเนื้อหมูมาให้น้ำขิงอีกครั้งน้ำขิงหันมามองที่เขาและกำลังจะปฏิเสธแต่เจก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน
“ซื้อชิ้นนี้เถอะครับยังไงตอนแรกคุณก็จะซื้อมันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างมันยังไม่ได้คิดเงินด้วยเพราะงั้นไม่ถือว่าผมซื้อให้คุณนะครับ”เมื่อเจพูดจบ น้ำขิงก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่งแต่ก็ตัดสินใจรับเนื้อหมูถุงนั้นมา
“ค่ะ”น้ำขิงคิดว่าการจะปฏิเสธเขาอีกครั้งมันก็ดูเสียมารยาทไปหน่อยแล้วอีกอย่างเนื้อหมูชิ้นนี้ก็เป็ชิ้นที่เธออยากได้น้ำขิงหันไปถามราคาเนื้อหมูกับป้าสายแล้วก็จ่ายเงินให้เรียบร้อยเสร็จแล้วจึงหันกลับมาหาตะวันที่กำลังมองเธออยู่ตลอด “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันวันนี้งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” น้ำขิงพูดพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้เจเขาก็ยิ้มตอบก่อนที่น้ำขิงจะเดินออกมา โดยมีสายตาของเจมองตามหลังเธอไปจนไกลพอสมควรป้าสายที่มองเจสลับกับน้ำขิงก็กระแอมขึ้นมาเบาๆ
“อะแฮ่ม...พ่อเจชอบแม่หนูคนนั้นหรอ” ป้าสายพูด เจที่ได้ยินแบบนั้นก็หันกลับมาคุยกับป้าสาย
“แล้วเธอน่ารักมั้ยครับ”เจพูดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ป้าสายที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มกว้าง
“น่ารักสิแล้วเขายังชอบทำอาหารเหมือนพ่อเจด้วยนิ” ป้าสายพูดพลางทำท่าพยักพเยิดไปที่เจ“ดูจากท่าทางของหนูคนนั้นก็พอจะรู้ว่าเป็เด็กเรียบร้อย น่ารักดังนั้นคนนี้ป้าให้ผ่าน” ป้าสายพูดจบก็ยกมือขึ้นมาทำท่าโอเคส่งให้เจเจที่ได้ฟังแบบนั้นก็ยิ้มกว้างให้ป้าสาย จากที่เขาเห็นดูเหมือนเธอจะไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับเขาเหมือนตอนอยู่ที่ร้านผักแล้วสำหรับเขานั่นก็ถือเป็เื่ที่ดีแล้ว
น้ำขิงที่เดินออกมาจากร้านขายเนื้อหมูก็เดินไปซื้อของอย่างอื่นอีกสองสามอย่างก่อนจะปั่นจักรยานกลับบ้านเมื่อมาถึงบ้านตอนแปดโมงครึ่งน้ำขิงก็เอาจักรยานไปจอดในโรงรถแล้วเข้าบ้านไปทำอาหารหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จเธอก็หยิบแล็ปท็อปมานั่งหางานที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาถึงสิบเอ็ดโมงก็มีสายโทรเข้ามาที่โทรศัพท์ของน้ำขิง
อืด อืด อืด...
น้ำขิงหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยขึ้นมาดูก็เห็นว่าคนที่โทรมาคือบัวเธอกดรับสายแล้วยกขึ้นมาแนบหู
“ฮัลโหล”น้ำขิงพูด แต่สายตาก็ยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอแล็ปท็อป
[ขิงวันนี้แกมีธุระที่ไหนรึเปล่า]บัวถาม น้ำขิงก็ส่ายหัวก่อนจะตอบ
“ไม่มีนะแกมีอะไรอะ” น้ำขิงถามกลับ ถ้าเป็วันหยุดบัวก็คงจะชวนเธอไปเที่ยวแต่นี่มันวันอังคารเพื่อนของเธอที่ถึงจะชอบเที่ยวมากแค่ไหนแต่ก็คงไม่กล้าโดดงานแล้วไปเที่ยวแน่ ๆเพราะพ่อของบัวเป็คนเข้มงวดในเื่การทำงานมากขืนโดดงานไปละก็...ไม่รอด
[ก็พ่ออะดิ บอกให้ฉันชวนแกมาดูที่บริษัทว่ามีงานที่แกชอบบ้างไหม]น้ำขิงที่ได้ยินแบบนั้นก็หยุดมือที่กำลังเลื่อนหางานอยู่แล้วหันมาสนใจกับสิ่งที่บัวพูดก่อนจะคิดสงสัยขึ้นมาอย่างที่บอกว่าพ่อของบัวเข้มงวดเื่การทำงานมากดังนั้นการจะรับพนักงานจึงไม่เคยมีกรณีเส้นสายเลย ดูกันที่ความสามารถล้วน ๆซึ่งในตอนแรกบัวก็อยากจะขอพ่อให้รับน้ำขิงเข้ามาทำงานเหมือนกันแต่เป็น้ำขิงเองที่ห้ามไว้เพราะพอจะรู้เื่นี้อยู่บ้างเลยไม่อยากให้ทั้งบัวกับพ่อต้องลำบากใจแต่ทำไมวันนี้ท่านถึงเสนอให้เธอไปดูงานที่บริษัท ยังไม่ทันได้ถามออกไปบัวที่คงกำลังคิดเหมือนกันอยู่ก็พูดขึ้น [หรือว่าจะเป็วันนั้น...]บัวที่พูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้แต่ก็เว้นวรรคไป
“วันไหน?” น้ำขิงถามต่อด้วยความอยากรู้
[ก็ก่อนที่แกจะย้ายมาอยู่บ้านนั้นสักประมาณวันสองวันฉันได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์กับใครสักคนที่บ้านอะ แล้วพ่อก็ตอบว่าได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาไม่ต้องเกรงใจ อะไรประมาณนี้อะ] น้ำขิงที่ได้ฟังก็ประมวณเหตุการณ์ในตอนนี้แล้วก็ได้ผู้ต้องสงสัยที่มีความเป็ไปได้มากที่สุดคนคนนั้นก็คือ...พ่อของน้ำขิงเอง พอคิดได้แบบนั้นน้ำขิงก็ถอนหายใจออกมาบัวที่ได้ยินก็ถามออกมา [เป็อะไร หรือแกรู้แล้วว่าเป็ใคร] บัวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“แล้วแกคิดว่าจะมีสักกี่คนล่ะที่หวังดีกับฉันและกล้าพูดเื่นี้กับพ่อแกอะ” น้ำขิงตอบแบบให้เพื่อนรักได้ลองคิดทบทวนดูบัวที่ได้ฟังก็เงียบไปครู่เดียวก่อนจะตอบเสียงดังกลับมา
[พ่อแกหรอ!?]น้ำขิงได้ยินก็ถึงกับต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูด้วยความใก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เพื่อนรักแกว่าหูคนเรารับเสียงดังได้แค่ไหนหรอ”บัวที่ได้ฟังก็ขนลุกขึ้นมาทันทีเพราะถึงน้ำขิงจะดูใสซื่อน่ารักแต่เวลาที่โกรธขึ้นมาก็จะน่ากลัวมาก ทำให้บัวต้องลากเสียงยาวขอโทษเธอเลยทีเดียว
[ฉันขอโทษ...ก็คนมันในี่นาเพราะถึงแกจะเป็เพื่อนสนิทฉันแต่พ่อก็ไม่น่าจะอนุญาตง่าย ๆ อะแล้วนี่อะไรพ่อแกโทรไปพูดไม่กี่คำพ่อก็รับปากอย่างดีเลยอะ]ฟังจากที่บัวพูดน้ำขิงก็คิดเช่นเดียวกัน เลยคิดว่าต้องมีอะไรแน่ ๆถ้าไปถึงบริษัทคงต้องถามท่านด้วยตัวเอง บัวที่เห็นว่าน้ำขิงเงียบไปเลยพูดต่อ [ไหนๆวันนี้แกก็ว่างอยู่แล้วงั้นมาดูบริษัทฉันบ่ายนี้เลยสิฉันว่างพอดีเดี๋ยวพาแกทัวร์บริษัทเอง]น้ำขิงที่อยากรู้เื่นี้เร็ว ๆ ก็ตอบตกลงไป
“โอเคตามนั้น”น้ำขิงที่กำลังจะวางสายก็ได้ยินเสียงบัวดังออกมาจากโทรศัพท์เลยเอาโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอีกครั้ง“แกว่าอะไรนะ” เธอถาม
[นี่มันจะเที่ยงแล้วเดี๋ยวฉันไปรับแกแล้วไปกินข้าวกันเสร็จแล้วค่อยเข้าบริษัท] บัวพูดน้ำขิงก็พยักหน้าแล้วตอบพลางเอามือปิดหน้าจอแล็ปท็อปลง
“โอเคงั้นเดี๋ยวฉันบอก รปภ.หมู่บ้านไว้ละกันแกมาถึงก็บอกชื่อเขาไปนะแล้วเขาจะให้แกเข้ามาเอง” น้ำขิงบอกก่อนจะวางสายจากบัวแล้วโทรแจ้งกับ รปภ.หน้าหมู่บ้าน เสร็จแล้วจึงขึ้นไปแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก
บัวที่ขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านของน้ำขิงก็ส่งข้อความไปบอกว่าเธอมารอที่หน้าบ้านแล้วเพียงครู่เดียวน้ำขิงก็เปิดประตูออกมาเธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนตุ๊กตานุ่งทับด้วยกระโปรงยีนสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเล็กน้อยมีแอกเซสซอรีเป็นาฬิกาข้อมือเรือนเล็ก กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กสีครีมและสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ส่วนผมก็ถูกถักเป็เปียเดียวหลวม ๆน้ำขิงเดินมาขึ้นรถบัวแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปพูดกับบัว
“ป่ะ” น้ำขิงพูดบัวก็พยักหน้ารับแล้วเพิ่มเสียงเพลงในรถขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะขับรถออกไปทั้งสองคุยเื่ต่าง ๆ กันมาตลอดทางจนมาถึงที่หมายที่นี่เป็ร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทของพ่อบัวมากนักทั้งสองลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้าน บัวเดินนำเข้าไปตามด้วยน้ำขิงที่มองสำรวจไปทั่วร้านเพราะชอบในสไตล์การตกแต่งเลยเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปเดินขนาบกับบัวแล้วเอ่ยถามเบา ๆ
“บัวแกเคยมาร้านนี้แล้วทำไมเพิ่งจะชวนฉันมาล่ะร้านสวย ๆ แบบนี้แกมาแค่กับหนุ่ม ๆ หรอ” บัวได้ยินแบบนั้นก็ขำออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบ
“ฉันก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกย่ะ”ในตอนนี้บัวก็เดินมาถึงโต๊ะที่เธออยากนั่งพอดีมันคือโซนที่เป็หลังคาโปร่งแสงที่ตอนนี้ถูกปรับเป็สีทึบด้วยรีโมทในมือของพนักงานด้วยเหตุผลที่ว่าแดดในตอนกลางวันนั้นแรงเกินไปบัวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งที่หันหน้ามาทางด้านในร้านส่วนน้ำขิงก็นั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามน้ำขิงได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นก็มองหน้าบัวด้วยความสงสัยโดยปกติแล้วบัวไม่ใช่คนที่ชอบลองไปร้านใหม่ ๆต่างจากซันนี่เพราะกลัวว่าอาหารจะไม่ถูกปากแล้วเสียดายเงินและด้วยความสงสัยน้ำขิงจึงถามออกไป
“ปกติแกไม่ชอบลองไปร้านใหม่ๆ ไม่ใช่หรอ แล้ววันนี้นึกยังไงเนี่ย” น้ำขิงมองหน้าบัวด้วยความสงสัยก่อนที่จะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็ใแทน เหมือนคาดเดาอะไรขึ้นมาได้ “เฮือก!!อย่าบอกนะว่าแกจะมาจับกิ๊กของคนคุยแกอีกแล้วอะ”จากที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่น้ำขิงก็เด้งตัวมานั่งหลังตรงทันทีเพราะเหตุการณ์ในวันนั้นยังติดตาเธออยู่เลย
ครั้งหนึ่งตอนที่บัวกำลังคุยๆ กันกับรุ่นพี่ที่อยู่คนละคณะกันก็เกิดเื่แปลกขึ้นคือมีคนในคณะเราเม้ากันว่าเห็นรุ่นพี่คนนั้นมาที่คณะเราบ่อย ๆ ทั้ง ๆที่วันนั้นบัวไม่ได้เจอกับรุ่นพี่คนนั้นเลย เพราะเขาบอกว่าติดเรียนเลยไม่ว่างมาหาตอนนั้นทำให้บัวเริ่มจ้างสายเสือก...เอ้ยสายสืบประจำคณะเราหรือก็คือคนที่รู้เื่ของทุกคนในคณะนั่นแหละแล้วไม่นานก็ได้รู้ว่ารุ่นพี่คนนั้นมาจีบรุ่นน้องในคณะเดียวกันกับบัวพอบัวรู้ก็จะตามไปวีนทันทีซึ่งในตอนนั้นสายของบัวก็รายงานมาว่าทั้งสองคนไปจู๋จี๋กันที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งอีตารุ่นพี่นี่รู้ดีว่าบัวไม่ชอบไปร้านที่ไม่เคยไปเลยคิดว่าบัวจะไม่มาเจอตัวเองที่พาสาวคนอื่นมาร้านนี้แต่เขาคงไม่รู้ว่าเพื่อนฉันไม่เคยยอมให้ใครหลอกได้วันนั้นพวกเราเลิกเร็วบัวก็เลยชวนฉันไปร้านที่สายของเธอรายงานมาโดยฉันไม่รู้เื่นี้มาก่อนและยัยบัวก็ไม่ยอมบอกเพราะรู้ดีว่าถ้าบอกฉันต้องไม่ยอมมาแน่ๆ ในตอนที่พนักงานมาเสิร์ฟไอศกรีมเซ็ทใหญ่ที่บัวสั่งมาตอนแรกฉันก็ยังงงว่าเรามากันสองคนจะสั่งชุดใหญ่ทำไมแต่เพื่อนรักก็ไม่รอให้ฉันถามเพราะทันทีที่พนักงานวางถาดไอศกรีมลงบนโต๊ะบัวก็ยกถาดนั้นขึ้นมาแล้วเดินตรงไปหารุ่นพี่คนนั้นที่นั่งหันหลังมาทางพวกเรา แล้วก็คว่ำถาดที่เต็มไปด้วยไอศกรีมและท็อปปิ้งมากมายลงบัวหัวของรุ่นพี่คนนั้นทันทีจนทุกอย่างวุ่นวายไปหมด
น้ำขิงคิดย้อนถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นจบก็ส่ายหน้าไปมาเหมือนพยายามจะสลัดภาพพวกนั้นออกไปให้หมดส่วนบัวที่นั่งมองเพื่อนตัวเองที่ทำท่าทางแบบนั้นอยู่ก็ถึงกับหลุดขำออกมา
“ไอบ้าไม่ใช่ย่ะที่ฉันมาเพราะเป็ร้านของรุ่นพี่ที่รู้จักต่างหาก่ที่เขาเรียนจบก็ขาดการติดต่อกันไป ไม่นานมานี้บังเอิญเจอกันอีกเขาเลยชวนฉันมาเห็นว่าทำร้านนี้ร่วมกับเพื่อนของเขาั้แ่เรียนจบแล้วนี่ก็สองปีแล้วมั้งฉันผ่านที่นี่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยเข้ามาเลยอะวันนี้เลยชวนแกมาเป็เพื่อนนี่แหละ” น้ำขิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับโล่งอกเธอคิดว่าจะต้องมาเป็กรรมการห้ามมวยที่นี่ซะแล้ว
“แล้วไปวันหลังแกก็บอกฉันก่อนสิ ฉันใจหายใจคว่ำหมดแล้ว” น้ำขิงพูดพลางเอามือลูบเบา ๆที่ตำแหน่งหัวใจตัวเอง ในตอนนั้นเองพนักงานก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ
“สวัสดีครับนี่เมนูครับ” พนักงานเสิร์ฟเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนจะวางเมนูลงบนโต๊ะทั้งสองคนสั่งเมนูที่น่าสนใจไปคนละอย่างพนักงานรับออเดอร์เสร็จก็เดินออกไปน้ำขิงที่นั่งอยู่ว่าง ๆ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปมุมหน้าต่าง ๆในร้านเพื่อลงเช็กอินใน ‘Onstagram’ เผื่ออร่อยจะได้ชวนพ่อกับแม่มาที่นี่บ้างบัวที่นั่งมองลูกค้าคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในร้านก็กำลังคิดถึงเื่ธุรกิจอยู่ในหัวก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่หน้าตู้เค้กและเขาก็หันมาสบตาเธอเข้าพอดี แว็บแรกเขามีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มมาให้เธอบัวก็ส่งยิ้มกว้างตอบ ชายหนุ่มหันไปคุยอะไรสักอย่างกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์และเดินกลับออกมาพร้อมกับถาดที่มีอาหารวางอยู่สองจานแล้วจึงเดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ เมื่อเดินมาถึงเขาก็วางจานอาหารทั้งสองจานลงบนโต๊ะ
“อาหารที่สั่งได้แล้วครับ”ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มน้ำขิงที่ก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองอาหารตรงหน้าแล้วตาของเธอก็เป็ประกายเมื่อได้เห็นว่ามันน่ากินมากไม่คิดว่าร้านคาเฟ่จะทำอาหารออกมาหน้าตาเหมือนกับที่เสิร์ฟในร้านหรู ๆ เลยเชฟร้านนี้ต้องมีฝีมือมากแน่ เธอยกมือขึ้นป้องปากก่อนจะพูดขึ้น
“น่ากินมากอะแก”น้ำขิงพูดก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาเพื่อจะลองชิมบัวที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะถามพนักงานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โต๊ะของทั้งสอง
“ถ้ารู้จักกับเ้าของร้านนี่กินฟรีได้ไหมคะ”
เคร้ง!
เสียงช้อนตกกระทบลงบนจานของน้ำขิงจากที่เธอกำลังจะชิมแต่พอได้ยินเพื่อนรักพูดกับพนักงานทำนองว่าจะกินฟรีก็ทำให้เธอถึงกับมือไม้อ่อนก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองบัวที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้เธอน้ำขิงที่ตอนนี้มืออีกข้างคว้าซ่อมขึ้นมาและทำท่าจะใช้มันตีไปที่บัวก็ทำให้บัวต้องยกมือขึ้นมาห้ามพร้อมกับพูดขึ้น
“อย่า ๆฉันล้อเล่นฮ่าฮ่าฮ่า นี่รุ่นพี่ฉันเองพี่ปาล์ม”บัวพูดจบก็ชี้ไปทางคนที่น้ำขิงคิดว่าเป็พนักงานเพราะเขาเป็คนยกอาหารมาเสิร์ฟและเธอไม่ทันได้มองหน้าน้ำขิงจึงลดมือแล้ววางซ่อมลง ก่อนจะหันไปมองคนที่เพื่อนแนะนำก็เห็นเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ตอนนี้กำลังมองไปทางบัวแล้วขำออกมาเบา ๆก่อนจะหันมาสบตาเธอ เขาเป็ผู้ชายที่แค่มองก็รู้เลยว่าเป็คนที่อ่อนโยนทั้งการแต่งตัวที่อยู่ในชุดเสื้อไหมพรมแขนสั้นลายทางสีครีมสลับขาวกับกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบสีขาวทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา แล้วก็รอยยิ้มนั่น “พี่ปาล์มคะนี่น้ำขิงเพื่อนบัวเองค่ะ” บัวแนะนำ
“สวัสดีค่ะ”น้ำขิงพูดก่อนจะค้อมตัวให้ปาล์มเล็กน้อยแทนการยกมือไหว้เพราะจากที่ฟังบัวพูดถึงเขา ก็ดูเหมือนว่าปาล์มจะอายุมากกว่าเธอแค่สองสามปีส่วนปาล์มในตอนนี้ยังมองเธอไม่วางตา เขากำลังคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าดูน่ารักดียิ่งตอนที่เธอมองของกินที่อยู่ตรงหน้าด้วยตาเป็ประกายก็ยิ่งน่ารักบัวที่จับสังเกตได้ว่ารุ่นพี่คนดีของเธอมีท่าทางแปลกไป เธอก็กระแอมออกมาเบา ๆเพื่อเรียกสติเขา
“อะแฮ่ม...”นั่นทำให้ตะวันหลุดจากภวังค์ก่อนจะเอ่ยทักทายกลับไป
“สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จักนะ” เขาพูดจบแต่ก็ยังไม่ละสายตาไปจากน้ำขิงนั่นทำให้น้ำขิงรู้สึกอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย เธอจึงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้บัวเมื่อบัวเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้น
“พี่ปาล์มคะ ที่หน้ายัยขิงมีอะไรติดอยู่หรอคะ”บัวถามยิ้ม ๆทำให้ปาล์มที่เอาแต่มองน้ำขิงอยู่หันมามองบัวพลางทำหน้าเหลอหลาก่อนจะหันกลับไปมองน้ำขิงที่ตอนนี้ยกมือขึ้นมาจับไว้ที่หน้าของตัวเอง
“ไม่มี ๆไม่ได้เปื้อนอะไรหรอกครับฮ่าฮ่า” ปาล์มพูดก่อนจะโบกไม้โบกมือไปมาพลางขำแห้ง ๆ ก่อนจะหันไปทำสายตาดุใส่บัวส่วนเ้าตัวที่โดนดุก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนปาล์มลอบถอนหายใจเบา ๆ กับความแสบของรุ่นน้องของเขาคนนี้เมื่อเริ่มไม่รู้จะไปต่อยังไงเขาเลยหาทางหลบไปก่อนดีกว่า “เอ่อ พี่อบขนมทิ้งไว้อะทั้งสองคนรีบทานเถอะเดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยอีกสักพักพี่จะเอาขนมตัวใหม่มาให้ลองชิมนะ”ปาล์มพูดก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่หลังเคาน์เตอร์ โดยมีทั้งสองมองตามหลังเขาไปบัวที่พยายามนิ่งมานานก็ขำออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่เจอกันสองปีแต่เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ” บัวพูด น้ำขิงได้ยินก็หันกลับมามองบัว
“เมื่อกี้พี่เขาเป็อะไรอะ”น้ำขิงถาม บัวที่ได้ยินแบบนั้นก็ค่อย ๆ หุบยิ้มลง แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“ช่างเถอะแกกินสิลองชิมดู” บัวพูดพลางส่งยิ้มอ่อน ๆ ที่ดูจะเป็อ่อนใจกับเพื่อนรักมากกว่าเธอคิดว่าไม่แปลกใจเลยที่ทำไมน้ำขิงถึงยังไม่มีแฟนสักที ขนาดพี่ปาล์มที่ประหม่าต่อหน้านางขนาดนั้นนางยังไม่รู้เลยหรือเธอควรจะจัดคอร์สหลักสูตรการรับรู้ต่อสิ่งรอบข้างให้น้ำขิงดีนะบัวคิดพลางเอามือเท้าคางมองเพื่อนรักที่กำลังกินอาหารตรงหน้าอย่างมีความสุขบัวที่เห็นแบบนั้นก็กลับมาสนใจจานของตัวเองบ้าง ก่อนจะตักขึ้นมาลองชิม ทำให้เธอถึงกับตาโตเพราะมันอร่อยจริงๆ จนอยากรู้แล้วว่าเชฟฝีมือดีแบบนี้ รุ่นพี่ของเธอไปหามาจากไหนกัน
“อย่างน้อยเซนส์ในการชิมของเพื่อนฉันก็ใช้ได้เลยนะเนี่ย”บัวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะตั้งหน้าตั้งตากินจนหมดจานแต่กลับรู้สึกว่ายังกินของอร่อย ๆ แบบนี้ได้อีกเรื่อย ๆ เลย
เมื่อกินหมดแล้วบัวก็นั่งพิงไปกับพนักเก้าอี้เช่นเดียวกับน้ำขิงในตอนนี้
“ฉันชักจะอยากรู้แล้วสิว่าเชฟคนนี้คือใครเผื่อจะขอดึงตัวไปเป็ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในโปรเจคอาหารที่ฉันกำลังทำอยู่”บัวพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำขิงที่ได้ฟังก็หัวเราะเหอะ ๆ ออกมา
“แกคิดว่าถ้าพี่ปาล์มเขารู้ว่าแกจะดึงตัวเชฟฝีมือดีของเขาไปเขาจะยอมหรอ”น้ำขิงพูด บัวได้ฟังก็ยักไหล่
“ใครจะไปรู้ล่ะถ้ายังไม่ลองถามดูก่อน” บัวพูดแล้วเหลือบไปมองด้านหลังของน้ำขิงก็เห็นว่าปาล์มกำลังถือถาดขนมเดินเข้ามาหาพวกเธอไม่ทันที่น้ำขิงจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงปาล์มดังขึ้นข้างหลังของเธอ
“เป็ยังไงบ้างอาหารถูกปากรึเปล่า” ปาล์มถามขึ้น แล้วเดินมาหยุดยืนที่ข้าง ๆ โต๊ะก่อนจะหันมามองทางน้ำขิง
“อร่อยมากเลยค่ะ”น้ำขิงตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้เขาปาล์มที่เห็นรอยยิ้มของน้ำขิงก็ทำให้เขายิ้มกว้างออกมา บัวที่เห็นแบบนั้นก็พูดเสริมขึ้นมา
“อร่อยมาก ๆ เลยอร่อยจนอยากลองชิมเมนูอื่นด้วยเลยค่ะ” บัวพูดปาล์มที่ได้ยินก็หันไปมองเธอด้วยสีหน้าแปลกใจ
“แสดงว่าอร่อยมากจริงๆ เพราะขนาดคุณบัวผู้ไม่ชอบไปกินอาหารร้านใหม่ ๆแต่มากินที่นี่ครั้งแรกก็ชมขนาดนี้ สงสัยต้องเรียกเชฟมาฟังสักหน่อยแล้ว” ปาล์มพูดแล้วพยักหน้าหงึกหงักบัวที่ได้ยินก็ตาลุกวาวพลางคิดว่านี่เป็โอกาสที่ดีเลยถ้าได้รู้จักกันไว้เื่ที่จะติดต่อให้เขามาทำงานกับเธอก็ไม่ใช่เื่ยากแล้ว
“ดีเลยค่ะบัวก็อยากรู้จักกับเชฟมือดีของพี่เหมือนกัน” บัวพูดพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์น้ำขิงที่เห็นแบบนั้นก็รู้แล้วว่าบัวคิดอะไรอยู่
“ได้ไม่มีปัญหาแต่ลองชิมนี่ก่อนขนมที่พี่เพิ่งคิดมาใหม่”ปาล์มพูดก่อนจะวางจานขนมสองจานลงบนโต๊ะ พวกเธอเอาช้อนตักแล้วก็ชิมเข้าปากไป
“หืม...”น้ำขิงร้องออกมาก่อนจะยกมือขึ้นป้องปาก “อร่อยมากเลยค่ะ”น้ำขิงพูดพลางทำตาโตเป็ประกาย
“จริงงงง...อร่อยมากอะพี่ปาล์ม”บัวพูดก่อนจะตักขนมใส่ปากไปอีกคำ ปาล์มที่เห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้
“ทั้งสองคนแกล้งอวยพี่รึเปล่าเนี่ย”เขาพูดแล้วทำหน้าชั่งใจ บัวที่ได้ยินแบบนั้นก็โบกไม้โบกมือ ก่อนจะพูดขึ้น
“ไม่มีทางค่ะถ้าอะไรที่ยัยขิงบอกว่าอร่อยก็คืออร่อยจริง ๆ ไม่มีอวยแน่นอนบัวรับประกัน”ปาล์มที่ได้ยินแบบนั้นก็หันมามองทางน้ำขิงก็เห็นเธอพยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งยิ้มให้เขา นั่นทำให้ตะวันยิ้มออกมา
“โอเค ๆพี่เชื่อแล้ว งั้นรอแป๊บหนึ่งนะเดี๋ยวไปตามเชฟมาให้”ปาล์มพูดก่อนจะหันไปมองทางบัวตอนพูดท้ายประโยคแล้วจึงเดินไป เพียงครู่เดียวปาล์มก็เดินกลับมาพร้อมกับเชฟที่ว่าเขาเป็ชายหนุ่มที่สูงไล่เลี่ยกันกับปาล์มแต่เขาก็ใส่แมสปิดหน้าอยู่เลยทำให้ไม่เห็นหน้าเขาชัด ๆ เขาอยู่ในชุดเชฟสีดำในตอนนี้บัวที่เห็นเชฟคนนั้นก็รู้สึกว่ารูปร่างเขาดูคุ้นตามากหรือว่าเธอจะเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน ทั้งสองหนุ่มเดินมายืนที่โต๊ะของพวกเธอทำเอาสาว ๆ ในร้านตกตะลึงเพราะปกติแล้วเชฟสุดหล่อของร้านที่พวกเธอรู้จักจะไม่ค่อยออกมาปรากฏตัวในเวลาเปิดร้านแบบนี้พวกเธอต่างก็คิดไปว่าใครกันนะที่ทำให้เชฟสุดหล่อออกมาหาได้
“นี่ไงเชฟมือดีหนึ่งเดียวของร้าน”ปาล์มพูดก่อนจะผายมือไปทางด้านหลังของเขา น้ำขิงที่นั่งหันหลังอยู่ก็หันกลับไปมองชายหนุ่มเมื่อได้เห็นน้ำขิงก็ยิ้มขึ้นมาภายใต้หน้ากากเขารู้สึกดีใจมากที่ได้เจอเธอเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้งเร็วขนาดนี้เขายกมือขึ้นมาแล้วถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหล่อเหลา จนเกิดเสียงฮือฮาเบา ๆมาจากลูกค้าสาวคนอื่น ๆ น้ำขิงที่เห็นหน้าของเขาก็ใเล็กน้อยเพราะเขาคือ ‘เจ’ผู้ชายที่เธอเจอที่ตลาดเมื่อเช้านี้นั่นทำให้น้ำขิงคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมป้าสายถึงคุยกับเขาเื่เนื้อหมูแล้วก็ผักถุงใหญ่ที่เขาซื้อที่แท้เขาก็เป็เชฟนี่เอง ส่วนบัวที่ได้เห็นหน้าของเจเธอก็ถึงกับยืนขึ้นแล้วยกมือขึ้นชี้หน้าของเขา
“อ...ไอพี่เจ”บัวพูดขึ้นเสียงดัง น้ำขิงหันไปมองเพื่อนรักอย่างสงสัยว่าทั้งสองรู้จักกันด้วยหรอก่อนจะมองไปทางลูกค้าคนอื่นภายในร้านที่ตอนนี้กำลังมองมาทางพวกเธอน้ำขิงจึงใช้มือสะกิดบัวยิก ๆ
“ไอบัวจะเสียงดังทำไมเนี่ย”น้ำขิงพูดเบา ๆ พอให้บัวได้ยิน ปาล์มที่เห็นท่าทางของบัวก็ถึงกับขำออกมา
“พี่ขอแนะนำนะนี่เจเชฟมือหนึ่งของร้านแล้วก็ยังเป็หุ้นส่วนของร้านนี้ด้วยและที่สำคัญที่สุดคือเป็เพื่อนสนิทของพี่เอง”ปาล์มพูดจบก็มองบัวกับเจสลับกัน
“ไม่เจอกันนานนะครับน้องบัว...ตูม”เจพูดก่อนจะยิ้มร้าย บัวที่ได้ฟังกัดฟันกรอดก่อนจะยิ้มะเื
“ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากเจอกันอีกหรอกค่ะไอพี่เจ” บัวกัดฟันพูด ส่วนเจก็ยิ้มกวน ๆ
“ถ้าจะขึ้น ‘ไอ’ขนาดนี้ไม่ต้องเรียกพี่แล้วก็ได้มั้งง...” เจพูดกวนประสาทบัวพลางทำท่าลอยหน้าลอยตาไม่รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่บัวแผ่ออกมา ปาล์มที่เห็นท่าไม่ดีก็พูดขึ้น
“ไอเจนั่นเพื่อนของบัวชื่อ…”ปาล์มที่กำลังจะแนะนำน้ำขิงแต่เจก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
“คุณน้ำขิงเจอกันอีกแล้วนะครับยังไม่ทันข้ามวันเลย” ปาล์มที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปเขามองสลับไปมาระหว่างน้ำขิงกับเจ
“ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วหรอ”ปาล์มถาม เจที่มองน้ำขิงอยู่ก็หันมาตอบ
“บังเอิญได้รู้จักกันที่ตลาดเมื่อเช้านี้นะโลกกลมจังเลยนะครับ” พูดจบก็หันกลับไปมองน้ำขิงอีกครั้งบัวที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้
“เห้อโลกมันน่าจะแบนนะคนบางคนจะได้ตกโลกไปเลย แบบนั้นเนี่ยก็จะได้ไม่ต้องเจอกันอีก”บัวพูดก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนเก้าอี้ แล้วหันมาพูดกับปาล์ม“คิดเงินที่เคาน์เตอร์ใช่ไหมคะ” ปาล์มที่เห็นว่าบัวหัวเสียที่ได้เจอเจและกำลังจะกลับก็พูดขึ้น
“ไม่เป็ไรมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง”บัวที่อารมณ์เสียอยู่แต่พอได้ยินปาล์มพูดแบบนั้นก็ยิ้มอ่อน ๆ ส่งให้เขา
“ขอบคุณค่ะไว้เจอกันคราวหน้าบัวจะเลี้ยงคืนนะคะ” บัวพูด ก่อนจะหันไปทางเจ“แต่วันนี้คงจะต้องขอตัวก่อน!” พูดจบบัวก็หันไปบอกน้ำขิง “ไปขิง”น้ำขิงที่พอจะดูสถานการณ์ออกก็รีบหยิบกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะบอกลาทั้งสองหนุ่ม
“ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ”น้ำขิงพูดพลางส่งยิ้มขอบคุณ ทำให้ทั้งสองหนุ่มยิ้มรับโดยอัตโนมัติจากนั้นบัวก็เดินผ่านหน้าทั้งสามคนออกมา ตอนที่น้ำขิงกำลังจะเดินตามหลังบัวไป เจก็พูดขึ้น
“ไว้มาอีกนะครับน้องน้ำขิง” น้ำขิงที่ได้ยินก็หันมาส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้กับเจส่วนบัวก็หยุดเดินแล้วหันขวับกลับมา ก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มร้าย
“พี่ปาล์มคะของหวานที่พี่ทำวันนี้อร่อยมากเลยค่ะ แต่ของคาวเนี่ย…”บัวพูดก่อนจะทำท่าคิดอะไรสักอย่างแล้วพูดต่อ“คือครั้งหน้าไปทานของคาวที่อื่นแล้วมาทานของหวานที่นี่เอาดีกว่าคะมื้อหน้าบัวเลี้ยงนะคะ” พูดจบบัวก็หันกลับไปเดินต่อเจที่ได้ยินบัวสบประมาทฝีตัวเองแบบนั้นถึงกับยกมือขึ้นเท้าเอวข้างหนึ่งด้วยความเจ็บใจพลางคิดว่าฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวดี บัวที่เดินยิ้มอย่างสะใจที่ได้ว่าเจส่งท้ายไว้ก็กำลังจะเปิดประตูออกจากร้านแต่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาซะก่อนบัวเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าคน คนนั้นคือตะวันนั่นเอง มันทำให้บัวคิดว่าโลกมันกลมเกินไปรึเปล่านะส่วนน้ำขิงที่เห็นว่าบัวหยุดเดินเลยมองไปข้างหน้าก็ต้องใว่าทำไมถึงมาบังเอิญเจอกันที่นี่ได้นะ!?