เทพสงครามมังกรเทวะ

    เรื่องราว

    เมื่อสังหารขุมกำลังหมาป่าสวรรค์จนสิ้นแล้ว เฟยเสี่ยวโหรวเองพลันหันไปยกยิ้มให้กับพวกเฟยหรงที่กำลังยืนอึ้งอยู่กับพลังอันยิ่งใหญ่ของของชายที่พวกเขาเรียกว่าจอมปราชญ์ ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง พลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้คือระดับใดกันแน่

     

    ตัดกลับมาที่เฟยหรงเมื่อได้ทำตามเจตนารมณ์ของไท่ซื่อแล้วเขาก็หันกายไปหาร่างอันไร้วิญญานด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชายคนนี้ช่างเป็นคนที่ยึดติดในการต่อสู้เสียจริงๆ ยิ่งคำพูดในตอนท้ายก่อนจะสิ้นใจที่ว่า 'หากไร้ซึ่งพลัง ข้าขอยอมตายเสียดีกว่า' ยิ่งทำให้เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะเคารพในจิตใจอันมุ่งมั่นของเขา

     

    บอกตามตรงเฟยหรงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณืเช่นนี้เลย ตัวเขาหาได้อยากจะได้บัลลังก์ราชันของผุ้อื่นไม่ แค่เพียงห้าบัลลังก์ที่เขามีมันก็เพียงพอแล้ว การที่ได้บัลลังก์ที่หกมาในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่ได้รู้สึกดีใจหรือภูมิใจเลยสักนิด หากไม่ใช่อีกฝ่ายยัดใส่ให้กับตนเองและสิ้นใจไป แน่นอนว่าเอาจะไม่ยินยอมรับสิ่งที่สามารถต่อชีวิตคนอื่นเช่นนี้โดยเด็ดขาด

     

    "ท่านช่างโง่เขลาจริงๆชีวิตนี้นอกจากเรื่องต่อสู้ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายที่ท่านทำได้ ตายเป็นเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไร!"เฟยหรงกำหมัดแน่นและกล่าวอย่างไม่เข้าใจ

     

    เป่ยเฉินผู้เป็นตาก้าวไปหาชายหนุ่มและตบไหล่เบาๆ"ไท่ซือเกิดในครอบครัวที่ต้องสู้ต่อแย่งชิงทุกอย่าง ไม่แปลกที่เขาจะยึดติดกับการต่อสู้ หลานข้าในเมื่อเขาให้บัลลังก์แก่เจ้า ก็จงภูมิใจที่ได้รับมันมาเสียเถอะ อย่างน้อยก็ถือเป็นเกียรติให้แก่ตัวของเขาที่ล่วงลับ"

     

    เป่ยเฉินกล่าวขึ้นและมองไปยังร่างของไท่ซือที่แม้จะสิ้นใจกับมีรอยยิ้มเล็กๆประดับใบหน้าอยู่ด้วยความอาลัย ถึงจะเขม่นกันมากเพียงใดแต่ทว่าไทซือก็เป็นสหายเพียงไม่กี่คนของเขา อีกทั้งตอนที่ได้รับบัลลังก์ราชันมาพวกเขาก็ได้รับมาพร้อมกัน ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่เป่ยเฉินจะผูกพันธุ์กับไท่ซือถึงขนาดออกไปช่วยอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อตอนแรกที่เห็นร่างที่บาดเจ็บเจียนตาย เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าให้กับท่านตาของตน ก่อนที่ตัวเขาจะนำร่างของไท่ซื่อเก็บไว้ในแหวนรอทำพิธีฝังด้านใน

     

    ในขณะเดียวกันจอมปราชญ์เฟยเสี่ยวโหรวได้พุ่งมาหาเฟยเทียนในทันใด และสิ่งที่เขาทำต่อไปนี้ทำให้ทุกคนพากันตื่นตระหนกและมึนงงกันไปหมด นั่นคือการคุกเข่าให้กับเฟยเทียนและก้มหัวอย่างน้อบน้อมนั่นเอง

     

    "ท่านผู้อาวุโสท่านทำอะไร!!"เฟยเทียนเร่งเข้าไปประคองเฟยเสี่ยวโหรวขึ้นมา แต่ทว่ากับทำไม่ได้ "นายน้อยโปรดให้อภัยที่ข้ามาช้าจนทำให้พวกท่านได้รับบาดเจ็บ"

     

    "นายน้อย!!"เสียงอุทานของทุกคนพลันดังขึ้นมา เพียงเสี่ยวพริบตากลุ่มคนอาภรณ์ขาวก็มาคุกเข่าให้กับเฟยเทียนด้วยความเคารพเฉกเช่นเฟยเสี่ยวโหรวเช่นกัน ใบหน้าของทุกคนในครอบครัวนั้นพลันว่างเปล่าในทันใด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พวกเขางุนงงกันไปหมดแล้ว

     

    "ผู้อาวุโสท่านคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าเกิดในตระกูลเฟยแล้วจะเป็นนายน้อยของท่านได้อย่างไร"เฟยเทียนกล่าวในใจเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ตระกูลเฟยที่เขารู้จักนั้นเป็นเพียงตระกูลใหญ่ในทวีประดับสูงแล้วจะมีคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร และถ้าหากมีอยู่จริงทำไมตอนที่เป่ยอิงอิงภรรยาของเขาถูกพาตัวไปถึงได้ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย

     

    "นายน้อย แม้ชายชราคนนี้จะมีอายุมาหลายล้านปีแต่ความทรงจำไม่ได้ลบเลือนนะขอรับ หากท่านเป็นบุตรของนายน้อยเฟยหงและเป็นหลานของนายท่านเฟยอู่หลินท่านย่อมเป็นนายน้อยของข้าเฟยเสี่ยวโหรวคนนี้อย่างแน่นอนขอรับ"เมื่อได้ยินทั้งชื่อบิดาและท่านปู่เฟยเทียนถึงกับผงะขึ้นมาในทันที เฟยหรงเห็นว่าเริ่มจะมีลับลมคมในก็อดไม่ได้ที่จะเปิดมิติและพาเฟยหงออกมาเพื่อให้ได้รับรู้ถึงเรื่องนี้ด้วย

     

    "พวกเราอยู่พร้อมหน้าแล้ว หากท่านบอกว่าพวกเราเป็นนายน้อยของท่านจริงๆก็ลองเล่าเรื่องราวให้เราฟังหน่อยได้หรือไม่ ว่าคนระดับท่านเหตุใดจึงเรียกท่านทวดว่านายท่านได้"เฟนหรงกล่าว เฟยเทียน และเฟยหงเองก็พยักหน้าเช่นกัน ตอนนี้เรื่องราวชีวิตของพวกเขามันดูมีปริศนาไปเสียหมด

     

    "หากนายน้อยต้องการจะรู้ข้าก็ไม่ปฏิเสธที่จะเล่า แต่เรื่องราวนี้ออกจะยาวไปเสียหน่อย พวกเราไปหาที่เหมาะกันเสียหน่อยดีกว่า ไม่ไกลจากนี้มีดวงดาวอยู่หนึ่งดวงเราไปคุยกันที่นั่นดีกว่าขอรับ"เฟยเสี่ยวโหรวกล่าวก่อนที่เขาจะนำทางพวกเฟยหรงไป แน่นอนพวกเฟยหรงเองด้วยความสงสัยพวกเขาจึงพากันตายเฟยเสี่ยวโหรวไปจนมาถึงดวงดาวที่ไร้ซึ่งผู้คนอาศัย

     

    เมื่อลงมาถึงพื้นดาวแล้ว เฟยหรงและคนอื่นๆต่างพากันมองไปที่ชายที่ได้ชื่อว่าจอมปราชญ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เฟยเสี่ยวโหรวเมื่อเห็นว่าพวกคุณชายของเขาไม่อาจที่จะรอคำตอบได้อีกต่อไปจึงได้นั่งลงและเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง

     

    "หากจะให้เล่าคงจะต้องอธิบายเรื่องความรู้พื้นฐานเสียก่อน จักรวาลแห่งนี้มีชื่อว่าจักรวาลเก้าลักษณ์คือจักรวาลที่เกิดจากการสร้างของพระเจ้าเก้าสี ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของบัลลังก์ราชันที่พวกท่านถือครองอยู่"

     

    "จักรวาลแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน เหนือ ใต้ ออก ตก เช่นเดียวกับทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ปานแต่ทว่าขุมกำลังลำดับที่หนึ่งกลับมีเพียงแค่ขุมกำลังเดียวในแต่ละทิศ ซึ่งในตอนนี้ข้าไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรพวกท่านคงต้องไปศึกษากันเอาเอง"

     

    "เรามาเข้าประเด็นที่เกี่ยวกับนายท่านกันดีกว่า ต้องบอกก่อนว่านายท่านนั้นแท้จริงไม่ได้เป็นคนของโลกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"

     

    "อะไรนะ??"เฟยหรง เฟยเทียน และเฟยหง อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาข้อเท็จจริงข้อนี้ทำให้พวกเขาแทบจะหัวใจหยุดเต้น เฟยเสี่ยวโหรวที่เห็นกิริยาท่าท่างของอีกฝ่ายก็อดยิ้มไม่ได้ก่อนจะกล่าวอธิบายต่อไป

     

    "นายท่านของข้าหรือเฟยอู่หลินนั้นคือบุตรชายเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลเฟยในห้วงจักรวาลทิศใต้ ซึ่งตระกูลเฟยนี่เองเป็นตระกูลที่ปกครองนิกายหนึ่งเอาไว้นั่นคือดาราสวรรค์ ซึ่งตอนที่ข้าอยู่นั้นยังเป็นขุมกำลังอันดับหนึ่งในทิศใต้อีกด้วย"

     

    "แต่ด้วยเมื่อก่อนนายท่านเป็นคนมุทะลุมักทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดทำให้พี่สาวของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการบุกไปช่วยเขาจากวงล้อมของศัตรู ทำให้เมื่อกลับไปยังนิกาย นายใหญ่จึงทำโทษโดยการปิดผนึกความทรงจำและพลังของนายท่านและให้ข้าส่งเขามายังโลกเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้อ่อนแอ แต่ทว่าในเวลาน้ั้นภรรยาของนายท่านเฟยหงลี่ไม่อยากให้เขาต้องเดียวดายจึงได้ปิดผนึกความทรงจำและพลังของตนเองเช่นกันและลงมาที่โลกพร้อมกับเขา โดยที่ข้าเป็นคนเอาพวกเขามาฝากไว้ที่ตระกูลเฟยในโลกใบนี้นั่นเองขอรับ นี่คือประวัติของนายใหญ่คร่าวๆที่ข้าพอจะเล่าให้ท่านฟังได้"

     

    "ที่แท้ท่านพ่อมีความเป็นมาที่ลึกลับเช่นนี้!!"เฟยหงอดไม่ได้ที่จะตื่นตกใจ นั่นใช่ท่านพ่อของเขาจริงๆหรือ

     

    "เห้อ นายท่านพึ่งฟื้นความทรงจำเมื่อห้าปีที่แล้วขอรับ แต่กลับไม่อยากบอกให้พวกท่านได้รับรู้และบอกว่านายน้อยทุกคนล้วนมีเส้นทางเป็นของตนเองดังนั้นจึงไม่คิดที่จะขัดขวางเส้นทางของพวกท่านและพากลับไปยังตระกูลเฟย"

     

    "อึก!!"คนอื่นๆนอกจากเฟยหรง เฟยเทียน และเฟยหงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความสั่นสะท้านอย่างถึงที่สุด เรื่องราวที่ลึกลับซับซ้อนเช่นนี้กลับมาอยู่ที่ตัวของสามคนปู่ พ่อ หลาน สามคนนี้เสียทั้งหมด แต่ทว่าอีกใจก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจการที่ตระกูลเฟยเป็นสมาชิกของนิกายใหญ่นั่นหมายถึงพวกเขาจะมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอนาคต

     

    "หากเป็นเช่นนั้นตอนที่อิงอิงถูกพาตัวไป!!"

     

    "อ้า เรื่องนั้นชายชราผู้นี้ต้องขออภัยด้วยขอรับ พวกข้าไม่อยากจะแทรกแทรงชีวิตความเป็นอยู่ของนายน้อยมากเกินไป ดังนั้นหากไม่มีอันตรายถึงชีวิตอย่างเช่นเรื่องในตระกูลหยุน พวกเราจะไม่แสดงตนออกมาช่วยเหลืออย่างเด็ดขาดขอรับ"เฟยเสี่ยวโหรวเข้าใจว่าเฟยเทียนต้องการจะพูดอะไรดังนั้นจึงอธิบายในทันที ทุกคนต่างเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีแล้ว

     

    "โอ้ดูเหมือนจะมีคนมารับพวกท่านนะขอรับ"

     

     

    ในเวลาเดียวกันนั้นเองตรีศูลบนมือของเป่ยอวิ้นเอ๋อก็เรื่องแสงกระพริบไหว ทุกคนต่างพากันจับจ้องมันในทันใด แสงที่กระพริบไหวนั้นเริ่มเปร่งแสงเต็มกำลัง เบื้องบนฟากฟ้านั้นปรากฏชายหน้าตาหล่อเหล่าเกษาฟ้าครามที่ยืนตระหง่านอย่างสูงส่ง มือหนึ่งถือตรีศูลเช่นเดียวกับเป่ยอวิ้นเอ๋อ ด้านข้างมีชายหนุ่มผมสีเขียวและหญิงงามผมสีดำสนิทยืนอยู่ด้วย

     

    เฟยเสี่ยวโหรวที่เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่ยืนแผ่พลังของตนเองเพื่อทำลายล้างความสูงส่งนี้และลอยไปเทียบเสมอกับทั้งสามคน แน่นอนหากสู้กันจริงๆด้วยตบะของเขาที่อยู่เทพนิรันทร์พรรกาลขั้นต้นไม่มีทางเทียบสามเทพนี้ได้ แต่ทว่าเขาต้องแสดงจุดยืนของตนเองให้ชัดเจนว่าไม่ได้เกรงกลัวอีกฝ่ายและพร้อมสู้เสมอถ้าหากอีกฝ่ายต้องการ

     

    "เจ้าหนูเทพผลาญสวรรค์ ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ ไหนตำหนักดาราสวรรค์บอกว่าหายสาบสูญไปแล้วไง"เป่ยฮ่าวหลานหรือเทพสมุทรกล่าวด้วยความสงสัย อีกสองเทพเองก็สงสัยเช่นกัน

     

    "เป่ยฮ่าวหลานหากเรียกข้าว่าเจ้าหนูฆ่าจะตัดสิ้นของเจ้าซะ"เฟยเสี่ยวโหรวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ และทำกิริยาราวเด็กน้อย จนเฟยหรงและคนอื่นๆแทบจะหงายหลัง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นั่นใช่ผู้อาวุโสที่สูงส่งเมื่อครู่จริงๆหรือ

     

    "ฮ่าๆๆ หากตบะของเจ้าถึงระดับนิรันทร์บรรพกาลขั้นปลายก็น่าจะตึงมือข้าอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เจ้าหนูผสาญสวรรค์อย่าได้ลองจะดีกว่า"

     

    "เจ้า!!"

     

    "หึ!"

     

    "คอยดูเถอะ เจอกันครั้งหน้าข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้ ดูแลพวกนายน้อยของข้าให้ดีด้วย"กล่าวจบเฟยเสี่ยวโหรวก็หันหน้าและพุ่งตัวออกไป การกระทำเยี่ยงเด็กน้อยของเขานั้นทำให้สามเทพอดไม่ได้ที่จะขบขัน และยิ้มออกมาก่อนที่จะหันไปทางกลุ่มของเฟยหรงที่เงยหน้ามองพวกเขาอยู่และบ่นพึมพำ "ต้องดูแลอยู่แล้วสิ ก็พวกเขาเองก็เป็นลูกหลานของข้านี่น่า"

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740