เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 81 ระดับ A

    หลี่หยางก้าวเท้าเข้าสู่โถงภารกิจของพันธมิตรนักล่าอสูรอย่างสงบนิ่ง แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยผู้ฝึกตนหลากระดับที่พลุกพล่าน แต่เขากลับดึงดูดสายตาของหลายคนได้อย่างไม่ต้องเอ่ยคำใด

    กลิ่นอายพลังของเขาแน่นหนักขึ้นกว่าเดิม ราวกับมีอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในทุกย่างก้าว

     

    เมื่อเขาเดินถึงเคาน์เตอร์ประจำ ชายชราผู้ดูแลภารกิจระดับสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าก็เงยหน้าขึ้น

    รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา

     

    “กลับมาแล้วหรือหลี่หยาง… เจ้าทำภารกิจที่สามสิบ เสร็จเรียบร้อยแล้วสินะ”

     

    ชายชรารับแผ่นภารกิจที่หลี่หยางส่งให้ ตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

    เขาหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วเปิดออกเผยให้เห็น ตราสัญลักษณ์ระดับ A ที่เปล่งแสงแผ่วเบา

     

    “ข้าติดตามผลงานเจ้ามาตลอดสองเดือนนี้ เจ้าไม่เพียงแค่ทำภารกิจสำเร็จ แต่ครั้งนี้เจ้ายังรอดกลับโดยไม่มีนักหลอมโอสถสูญเสียใด ๆ ถือว่าไม่ธรรมดาเลย ทางสำนักโอสถหยกฟ้า แจ้งมา และกล่าวชื่นชมเจ้าไม่หยุด ทำให้ข้าชักหมั่นไส้เจ้า ขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว” ชายชรายิ้มอย่างใจดี

     

    หลี่หยางยื่นมือรับตราสัญลักษณ์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในกลับรู้สึกโล่งใจอย่างแปลกประหลาด

    นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญบนเส้นทางของเขา — ก้าวเข้าสู่ระดับ A

    ภารกิจที่อันตรายยิ่งขึ้น รางวัลที่ล้ำค่ากว่าเดิม และศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า

     

    ชายชรายิ้มเล็กน้อยพลางเอ่ยเสียงแหบพร่า:

    “ยินดีด้วยพ่อหนุ่ม เจ้าเป็นนักล่าระดับ A อย่างเป็นทางการแล้ว”

     

    “ตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าไม่ใช่แค่นักล่าธรรมดาอีกแล้ว… โลกของระดับ A นั้นต่างออกไป จงเตรียมตัวให้ดี”

     

    หลี่หยางพยักหน้าเบา ๆ ค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนถามกลับทันที:

    “เช่นนั้น… พรุ่งนี้ข้าสามารถมารับภารกิจระดับ A ได้เลยใช่หรือไม่?”

     

    ชายชราหัวเราะเบา ๆ

    “ได้สิ ๆ แต่ก่อนที่เจ้าจะตื่นเต้นไปกว่านี้ ข้ามีเรื่องหนึ่งจะบอกเจ้าไว้ก่อน”

     

    ชายชราเหลือบมองตราระดับ A ในมือของหลี่หยาง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง:

     

    “แม้เจ้าจะได้รับตราระดับ A แล้วก็ตาม แต่เจ้าคงรู้ว่า…”

     

    “ตามกฎของพันธมิตรนักล่าอสูร — ผู้ที่ได้รับตรา A ใหม่ จะยังไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมภารกิจพิเศษ หรือ ‘เข้าแดนลับ’ จนกว่าจะทำผลงานระดับ A สำเร็จอย่างน้อย สามภารกิจเต็ม เพื่อยืนยันความสามารถและความมั่นคงของเจ้าในระดับนี้”

     

    หลี่หยางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขารู้อยู่แล้วว่าเส้นทางของผู้แข็งแกร่งไม่มีคำว่าง่าย

     

    แต่ครั้งนี้แดนลับจะเปิดเร็วกว่าปกติ — จากที่ควรจะเปิดในเดือนหน้า ตอนนี้มันกำลังจะเปิดภายใน 7 วันข้างหน้าเท่านั้น”

     

    หลี่หยางขมวดคิ้ว สีหน้าร้อนรนเป็นอย่างมาก ก่อนเอ่ยถามด้วยความตกใจ:

     

    “ภายใน 7 วัน ข้าไม่สามารถทำภารกิจระดับ A ได้ทันแน่ …เช่นนั้น ข้าก็หมดโอกาสแล้วหรือ?”

    เขาพูดด้วยเสียงสั่นเครือ สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดกำลังจะสูญเปล่า

     

    ชายชรายกมือขึ้นเหมือนจะขัด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม:

    “ฟังข้าให้จบก่อนพ่อหนุ่ม…

     

    แววตาหลี่หยางสั่นไหวเล็กน้อย ชายชราจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น:

    ชายชราเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่หยาง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและแน่นิ่งกว่าเดิม:

    “เพราะเหตุนี้เอง พันธมิตรนักล่าอสูรจึงจัด ‘การทดสอบพิเศษ’ ขึ้นเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมแดนลับให้ครบสิบคน — ตอนนี้ ที่นั่งมีผู้จับจองแล้วถึง 9 คน เหลืออีกเพียง หนึ่งที่นั่งสุดท้ายเท่านั้น”

     

    หลี่หยางเงียบไปครู่หนึ่ง ชายชรากล่าวต่อ:

    “การทดสอบก็ไม่ยุ่งยากอะไรนัก คนที่มีตราระดับ A ขึ้นไปสามารถ ‘ขึ้นเวทีประลอง’ ได้ทันที คนที่อยู่ด้านล่างจะมีโอกาสท้าทายคนที่อยู่บนเวทีได้เพียง หนึ่งครั้ง

    หากชนะ — ก็จะยืนอยู่บนเวทีแทน

    หากแพ้ — ก็หมดสิทธิ์ทันที”

     

    “เวทีประลองจะจัดขึ้นในลานทดสอบหลักของพันธมิตร วันพรุ่งนี้ฟ้าสาง

    และจะเปิดให้ต่อสู้ได้ตลอดวัน…

     

    เมื่อสิ้นสุดหนึ่งวันเต็ม — ใครที่ยังยืนอยู่บนเวทีได้จนวินาทีสุดท้าย

    ผู้นั้นจะได้ ‘สิทธิ์สุดท้าย’ เข้าสู่แดนลับ!”

     

    หลี่หยางเงียบไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ มุมปาก แววตาแน่วแน่ดังเดิม

     

    “หนึ่งวัน… หนึ่งเวที… หนึ่งที่นั่งสุดท้ายงั้นหรือ? ข้าจะเป็นคนที่ยืนอยู่จนถึงวาระสุดท้ายให้ได้”

     

    ชายชราหัวเราะในลำคอเบา ๆ

     

    “ดี… เจ้าหนุ่ม เจ้ามีโอกาสแล้ว ขอแค่ยืนหยัดให้ได้จนถึงยามค่ำของวันพรุ่งนี้

    แต่อย่าประมาทเชียวล่ะ“

     

    หลี่หยางไม่ตอบ เพียงแต่หันหลังเดินออกไปช้า ๆ พร้อมกับความเงียบที่ทรงพลัง —

     

    ในยามราตรีอันเงียบสงบ — แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ของห้องพักในโรงเตี๊ยมเรียบง่าย หลี่หยางนั่งขัดสมาธิบนเบาะผ้า หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ลมหายใจเปี่ยมด้วยความสงบนิ่ง แต่เบื้องใน… จิตของเขากำลังประมวลกลยุทธ์อย่างเงียบงัน

     

    “การขึ้นเวทีแต่เนิ่น ๆ… จะเท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้อื่นถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน”

    “ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด การปะทะหลายสิบครั้งติดกันโดยไม่มีช่วงพัก… ก็ย่อมต้องมีรอยรั่ว”

     

    เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาส่องประกายเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม

     

    “ข้าจะไม่เร่งรีบเหมือนพวกใจร้อน… แต่จะเลือก ‘เวลา’ และ ‘จังหวะ’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

    เพื่อก้าวขึ้นเวที… และไม่ลงมาอีกเลย”

     

    เขามองเข้าไปในทะเลจิต ซึ่งสัตว์อสูรคู่ใจทั้งห้าของเขาพักผ่อนอยู่เตรียมพร้อมสำหรับการศึกใหญ่ที่กำลังมาถึง ผีเสื้อบุปผาหยกวิญญาณแผ่กลิ่นอายอ่อนโยนออกมารอบห้อง ประหนึ่งให้พลังแห่งการฟื้นฟูไหลเวียน

     

    หลี่หยางเปิดเปลือกตาช้า ๆ สายตาพราวลึกฉายแววครุ่นคิดอีกครั้ง เขาลูบคางเบา ๆ พลางพึมพำ

     

    “แต่หากทุกคนคิดเหมือนกันหมด… ไม่มีใครขึ้นเวทีแรก อาวุโสที่ควบคุมการประลองคงไม่ปล่อยให้เสียเวลาแน่”

     

    เขาเริ่มมองการณ์ไกลออกไปอีกขั้น…

    หากไร้ผู้ขึ้นเวที อาวุโสอาจ บังคับสุ่มเลือก หรือแม้แต่ ส่งศิษย์ของพันธมิตรขึ้นเวทีเพื่อกระตุ้นการประลอง

     

    หรืออาจเปลี่ยนกติกาเป็น การจับฉลากเรียงขึ้น ซึ่งจะทำให้เขาเสียเปรียบ เพราะไม่สามารถควบคุมจังหวะได้

     

    หลี่หยางหลับตาแน่น แล้วค่อย ๆ เปิดออกอีกครั้ง สายตาเยือกเย็นมั่นคง

     

    “ข้าต้องมีแผนสอง… หากสถานการณ์ไม่เป็นใจ”

     

    เขาค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง เพื่อปล่อยให้คืนสุดท้ายก่อนการทดสอบ… เป็นคืนแห่งการพักฟื้นที่สมบูรณ์ที่สุด

     

    หลี่หยางนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่งตลอดทั้งคืน ลมหายใจเป็นจังหวะมั่นคง ลมปราณภายในกายหมุนเวียนเป็นวงสมบูรณ์ทุกจุด พลังวิญญาณนิ่งราวกับผืนน้ำไร้คลื่น ร่างกาย จิตใจ และสำนึกวิญญาณรวมเป็นหนึ่งเดียว

     

    สัตว์อสูรทั้งห้า—

    จิ้งจอกจันทร์ทมิฬ, วิหคเพลิงศักดิ์สิทธิ์, แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์, ผีเสื้อบุปผาหยกวิญญาณ และราชินีหิมะนิรันดร์—

    ต่างก็กลับเข้าสู่สภาพสมบูรณ์ พร้อมรับศึกใหญ่ พวกมันนิ่งราวกับรู้ว่าพรุ่งนี้คือวันสำคัญของเจ้านาย

     

    จนกระทั่งแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง หลี่หยางลืมตาขึ้นอย่างเงียบงัน แววตานิ่งลึกสงบแต่แฝงไว้ด้วยประกายคมกล้า

     

    เขาลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ชำระร่างกายอย่างเรียบง่าย เปลี่ยนเป็นชุดนักล่าของพันธมิตร ก่อนจะสะพายถุงสัมภาระเบา ๆ บนบ่า

     

    “วันนี้… ข้าจะคว้าสิทธิ์นั้นมาให้ได้”

     

    เมื่อกล่าวจบ เขาก็เปิดประตูห้องอย่างแน่วแน่ ก้าวออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าสู่ ลานประลองกลาง ที่อยู่ใจกลางเขตของพันธมิตรนักล่าอสูร ที่ซึ่งเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ A ขึ้นไปจะตัดสินชะตาของตนในศึกแห่งเกียรติและโอกาส

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน