โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 48 ผีสาวความจำเสื่อม

    นักฆ่าทั้งสองแม้ตกใจ แต่ไม่หวั่นไหว ชักมีดออกมา แล้วจ้วงแทงใส่ขจรพร้อมๆ กัน ในมุมที่แตกต่าง ขจรไม่ได้หลบหนี กลับใช้มือซ้าย และขวาจับข้อมือข้อทั้งสอง แล้วบิดพร้อมๆ กัน ทำให้นักฆ่าทั้งสอง ถึงกับต้องปล่อยมีดหล่นไปที่พื้น

    ทั้งสองเลยใช้เท้าเตะสูงเข้าที่หัวของขจรทั้งสองข้าง

    เจอจู่โจมด้วยท่าเตะคู่พร้อมกันแบบนี้ ขจรได้แต่ปล่อยมือทั้งสองแล้วถอยหลังออกมา แต่ว่า นักฆ่าคู่มหากาฬทั้งสองคน กลับจู่โจมด้วยหมัดและท่าเท้าออกมาอย่างรวดเร็วทั้งบนและล่าง เป็นท่าเตะและต่อย ของนักเทควันโด ทำให้ขจรต้องรับมือพร้อมๆ กัน แต่ว่าก็หาได้ยากเย็นไม่ ขจรสามารถใช้มือและเท้าต้านรับสี่หมัดและ สี่เท้าที่ระดมอัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้าย ขจรก็ใช้ท่ามวยไทย สับศอกเข้าที่ต้นขาและต้นแขนของทั้งสอง จน ต้องล้มไปกองกับพื้น และร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้ขจรรู้ว่า มีนักฆ่าคนหนึ่งเป็นผู้หญิง

    “ผู้หญิง?”

    ทั้งสองแม้ล้มไปกับพื้น แต่ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ หม่าคุนยกแขนขึ้นมาแล้วกดสปริงที่ข้อมือ เข็มสีเงินพุ่งออกมา หลายสิบเข็มพุ่งเข้าใส่กลางหน้าอกของเขา แต่ว่า พลังจากยันต์เกราะเพชรส่องแสงวาบออกมา ทำให้ เข็มสังหารกระเด็นออกไป แล้วขจรก็เข้าถึงตัวชายนักฆ่า แล้วต่อยเข้าไปที่ลูกระเดือก จนนักฆ่าหม่าคุนถึงกับร้องไม่ออก ใช้มือคลำที่คอของเขา ดิ้นพล่านขาดใจตายไปในทันที

    “ พี่หม่าคุน”  นักฆ่าหญิงร้องเสียงหลง หันมามองขจรแล้วใช้ปลอกแขนยิงใส่ขจรทันที แต่ว่าไม่ทันที่จะยิง ขจรบุกเข้ามา แล้วเตะขวาเข้าแขนของเธอ ทำให้ปลอกเข็มสังหาร พุ่งผิดตำแหน่ง แล้วขจรก็เข้ามาต่อยเข้าไปที่กลางอกของเธอ จนกระเด็นไปติดผนังห้อง หมดทางสู้ นั่งจุกอยู่กับพื้น

    “ ไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก ผมไม่อยากฆ่าผู้หญิง”

    “ แกฆ่าพี่ชายของฉัน แกคิดว่าฉันจะยอมปล่อยแกไปง่ายๆ อย่างนั้นรึ?”

    “ ผมให้โอกาสคุณแล้ว หากคุณไม่รีบไป ผมจะให้ตำรวจมาลากคอคุกเข้าคุก”

    นักฆ่าชิงเสีย ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้ว มองพี่ชายของตนที่ตายไปอย่างน่าอนาถ ด้วยสายตาที่เคียดแค้น ในชีวิตของทั้งสอง ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเช่นนี้มาก่อน

    “ พี่หม่าคุน รอฉันด้วย ฉันจะตามไปอยู่กับพี่แล้ว”  ชิงเสียเอ่ยจบก็ถอดเสื้อนอกออก เผยให้เห็นระเบิดที่ติดอยู่ข้างลำตัว เป็นระเบิดซีโฟร์ สี่แผ่น แล้วหยิบตัวจุดระเบิดมาไว้ในมือ แล้วกระโดดเข้ามาหาขจร หมายตายไปด้วยกัน

    ขจรรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่เห็นนักฆ่าถอดเสื้อแล้ว จึงเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว  พอชิงเสียกระโดดเข้ามาหา    ขจรก็กระโดดพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่าง  เสียงระเบิดดังลั่น ห้องสวยๆ พังพินาศ  ขจรได้แต่ยืนมองเพลิงไหม้ห้องของเขาอย่างสุดแสนเสียดาย

    “ ห้องสวยๆ พังยับหมดเลย”

    ท่านชายกัน บอดี้การ์ด เข้ามาเห็นขจรปลอดภัย ก็อุ่นใจ

    “ เกิดอะไรขึ้น?”  ท่านชายเอ่ยอย่างสงสัย

    “ มีคนร้ายเข้ามาสองคน มันสู้ไม่ได้เลยระเบิดตัวเองตายไป” ขจรนึกถึงคนร้ายที่เคยเข้ามาสังหารพ่อที่โรงพยาบาล พวกมันคงเป็นพวกเดียวกัน แต่ว่ามันต้องการอะไรจากเรา หรือว่า ต้องการดาบสยบฟ้า ขจรนึกถึงอาจารย์บุญกับลูกรัฐมนตรีภาคินที่เคยแย่งประมูลดาบกับเขาทันที

    “ พวกคุณทำงานกันยังไง ปล่อยให้คนร้ายบุกเข้ามาข้างในนี้ได้ พรุ่งนี้คงต้องพิจารณาหาบริษัทใหม่มาแทนทีแล้ว”  ท่านชายภาสกรต่อว่า บอดี้การ์ดที่จ้างมาใหม่ ที่ยืนก้มหน้าสำนักผิด

    “ ห้องของท่านชายคชาธร เสียหายหมดเลย ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”

    “ เรื่องเล็ก ชีวิตเธอสำคัญที่สุด คืนนี้ไปนอนที่ โรงแรมก่อน รอที่นี่ซ่อมเสร็จ ค่อยกลับมาใหม่ เธอไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวตำรวจมาฉันจะให้ ผู้จัดการชินจัดการให้เอง”

    ขจรได้แต่พยักหน้า แล้วก็เดินไปที่โรงแรม ซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากที่ตำหนักริมน้ำเท่าใดนัก เจ้าหน้าที่พาขจรขึ้นมาพัก ที่ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรม

    มีวิญญาณหญิงสาว ที่บอกว่าเป็นเจ้าที่ เข้ามายืนอยู่ในห้องด้วย 

    “ โอ้โห ทำไมกว้างขวางใหญ่โตอย่างนี้ เตียงน่านอนจริงๆเลย”

    “ ขอบใจนะ ที่มาเตือนผมเรื่องคนร้าย”

    “ ไม่เป็นไร เริ่งจิ๊บๆ อย่าลืมเรื่องของที่ฉันสั่งเอาไว้ด้วยล่ะ”

    “ อืม..ไม่ลืม แต่ทำไมไม่ไปอยู่ที่ ศาลเจ้าที่ มาทำไมที่นี่”

    “ ฉันขอนอนที่นี่กับคุณได้ไหม ที่นี่ใหญ่กว่า สบายกว่า ฉันไม่กรนหรอกนะ”

    “ ที่นี่ห้องนอนของคน คุณเป็นผี จะมานอนได้ยังไง?”

    “ ทำไมจะไม่ได้ นี่ไงเห็นไหม”  ผีสาวลงไปนอนที่เตียงแล้วกลิ้งไปมา

    “ ตามใจ ผมนอนที่โชฟาก็ได้”

    “ นี่คุณ  มานอนด้วยกันก็ได้ ฉันไม่ถือสาอะไรหรอก คุณไม่มีทางสัมผัสฉันได้อยู่แล้ว”

    “ แต่ผมถือ แยกกันนอนดีกว่า”

    ขจรไม่สนใจหยิบหมอนมา พร้อมกับเอาผ้าผ่มสแปร์อีกผืนมาจากตู้ แล้วมานอนที่โซฟาขนาดใหญ่ แล้วก็นอนทันที

    ผีสาวก็ค่อยๆ เดินมาจ้องหน้าขจร เห็นขจรหลับตาก็เลยค่อยๆ เอาหน้าลงมาใกล้ๆ แล้วก็ลองจูบที่ริมฝีปากของขจรดู  !!

    ทั้งสองรีบผงะออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าทั้งสองจะสามารถสัมผัสกับรสจูบของกันและกันได้

    “ นี่คุณทำอะไรผมนี่”

    “ ฉันแค่จูบคุณเท่านั้น”

    “ แล้วคุณมาจูบผมทำไม?”

    “ เอ่อ... คือฉัน...” ผีสาวไม่สามารถตอบคำถามนี้ ได้แต่เกาหัวอย่างอายๆ แต่แล้วก็นึกได้ก็เอ่ยต่อว่า

    “ เรื่องนั้น คุณอย่าไปสนใจเลย แต่ว่าทำไมฉันสัมผัสกับคุณได้” ผีสาวเข้ามาใกล้กับขจร แล้วคว้ามือของขจรขึ้นมา แต่ว่ากลับคว้าอากาศธาตุ ไม่สามารถสัมผัสได้

    “ อ้าว ทำไมสัมผัสไม่ได้ หรือว่า ต้องจูบกัน ถึงจะสัมผัสได้ พวกเรามาลองจูบกันใหม่ไหม”

    “ ไม่ต้อง ไปไกลๆ อย่ามากวนผมจะนอน” คราวนี้ขจรถึงกับเอาผ้าห่มคลุมหัวเลย

    “ คนบ้าอะไร แค่จูบนิด จูบหน่อยก็ไม่ได้ เอ๊ะ ! นี่ฉันชื่อ จ๋อมหรือนี่ เย้ ฉันจำชื่อตัวเองได้แล้ว นี่คุณๆ ฉันชื่อ จ๋อม ฉันจำได้แล้ว”

    ผีสาวรีบส่งเสียงให้ขจรได้ยินข้างหูจนขจรต้องเปิดผ้าห่อมออกมา

    “ โอเค ผมรับทราบแล้ว คุณจ๋อม ตอนนี้ผมจะนอน หากว่าคุณยังก่อกวนผมอีก ผมจะสวดแผ่เมตตาให้คุณไปกำเนิดใหม่ ในคืนนี้เลย รับทราบนะครับ”

    ผีจ๋อม ได้แต่นั่งจ๋อย อ้าปากค้าง อยากจะขอจูบกับ ขจรอีกครั้ง เพื่อจะได้ความจำกลับคืนมาอีก

    “ ฉันไม่ละความพยายามแน่ จะต้องทำให้คุณจูบฉันให้ได้อีกครั้ง”

    ตีสี่ ขจรตื่นขึ้นมาเพื่อมาออกกำลังกายเหมือนเคย มองไปรอบๆ เห็นผีจ๋อม นอนกรนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ก็ได้แต่ส่ายหัว

    “ ผีอะไรวะ นอนกรนก็ได้ด้วย”

    ขจรเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปออกวิ่งรอบโรงแรม แล้วเข้ามาออกกำลังกายในห้องยิม จนกลับเข้ามาในตอนเช้า ก็ไม่เห็นผีจ๋อมแล้ว จึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทานอาหารเช้ากับท่านชาย

    “วันเสาร์นี้เธอมีธุระไปที่ไหนหรือเปล่า”

    “ ไม่มีครับ ท่านชายอยากให้ผมทำอะไรก็สั่งมาได้เลยครับ”

    “ ฉันอยากให้เธอไปจัดการปัญหาบางอย่างที่โรงแรมของเรา บนเกาะคริสตัลหน่อย”

    “ ปัญหาอะไรหรือครับ”

    “ ผู้จัดการที่นั่นแจ้งมาว่า มีผีออกมาอาละวาด ทำให้แขกที่มากพักต่างหวาดกลัว ไม่กล้าเข้ามาพัก แม้นว่าพวกเขาจะนิมนต์พระมาช่วยขับไล่แล้ว ก็ยังไม่สำเร็จ   ฉันคิดว่า เรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้ เธอน่าจะช่วยฉันได้”

    “ ก็ต้องลองดูก่อนครับ ไม่รู้วจะเป็นผีจริงหรือปลอมก็ไม่รู้”

    “ เธอจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวด้วยก็ได้นะ ที่เกาะคริสตัลนั้นสวยงามมาก ผืนน้ำทะลใสราวกับกระจก หาดทรายก็ใสราวกับแก้ว ยังมีปราสาทหินโบราณที่เหมือนกับปราสาทนครวัด แต่ว่าเก่าแก่กว่ามาก วันหยุดมีประชาชนไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก”

    “ ได้ครับ ผมจะลองชวนพวกเขาดู แต่เช้านี้ ผมมีเรื่องรบกวนท่านชายนิดหน่อยครับ”

    “ เรื่องอะไรรึ?”

    “ คืนก่อนที่เกิดเรื่องกับท่านชาย และเมื่อคืนนี้ มีเจ้าที่ได้มาเตือนผมว่าจะมีคนร้ายบุกเข้ามา ดังนั้น ผมเลยคิดว่าจะถวายอาหาร และเครื่องใช้บางอย่างไปให้กับท่านเจ้าที่บ้างนะครับ”

    “ เป็นเรื่องจริงหรือนี่”

    “ จริงครับ”

    “ ไม่มีปัญหา เธอบอกมาเลย แต่ว่าจะถวายอะไรให้ท่านบ้าง”

    ขจรนำกระดาษที่มีรายงาน ที่ผีจ๋อม ต้องการ มอบให้กับท่านชายทันที

    “ ชุดราตรี ชุดแต่งหน้า เจ้าที่นี่เป็นผู้หญิงเหรอ?”

    “ ครับผม” ขจรเอ่ยออกมา แล้วท่านชายก็สั่งให้คนไปจัดการตามที่ขจรบอกทุกอย่าง ขจรเลยขอตัวไปมหาลัยทันที

    ณ มหาลัย

    “ เกาะคริสตัล เสาร์ อาฑิตย์นี้”  เพื่อนทั้งหมดอุทานอย่างตกใจ

    “ อืม ใช่ ใครอยากไปบ้าง นอนโรงแรมนาคาไอส์แลนด์ หากตกลงผู้จัดการชินจะจัดเฮลิคอปเตอร์ รับส่งพวกเราทั้งหมด”

    “ ไปฉันไปด้วย” ซี กรกันต์ และ หัวหน้าเอกเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน

    “ แต่เราต้องถามพ่อก่อน” กิ๊ฟรีบโทรถามพ่อทันที 

    กิ๊ฟเดินออกไปคุยในที่เงียบๆ ไม่อยากให้ใครได้ยิน สักพักเดินเข้ามา

    “ พ่อบอกว่า ให้ไปก็ได้ แต่ต้องให้ จางเฉินไปด้วย”

    “ พ่อเธอทำแบบนี้ แล้วจรจะรู้สึกอย่างไร” หัวหน้าเอกเอ่ยไปตามตรง

    “ นั่นซิ ตอนนี้ขจรเป็นถึงบุตรบุญธรรมท่านชายภาสกร ผู้กำกับยังไม่ยอมรับเขาอีกเหรอเนี่ย?”

    “ ช่างเถอะ  ชวนเขาไปด้วยก็ได้” จรเอ่ยแบบไม่ใส่ใจ กิ๊ฟจับมือของขจรแล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ อย่าว่าพ่อเราเลยนะ”

    “ อืม”

    ทันใดนั้น ก็มีเด็กหญิงน้อยวัยสี่ขวบ ศรีษะโล้น วิ่งเตาะแตะมาหาขจร ในมือถือดอกหญ้า แล้วก็มายื่นให้ พร้อมกับชี้นิ้วไปทางกิ๊ฟ แล้วก็วิ่งกลับไปหาแม่ที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ซึ่งแม่ของเธอก็มีศรีษะโล้นเหมือนกัน

    “ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ผิงอันมารบกวน”

    “ ไม่ได้รบกวนเลยครับ” ขจรรีบบอก แล้วสองแม่ลูกก็เดินกลับตึกผู้ป่วยไป

    “ น้องเอาดอกหญ้ามาให้เราเหรอ?” กิ๊ฟเอ่ยเบาๆ

    “ อืม” ขจรยื่นดอกหญ้าให้กับกิ๊ฟ แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

    “ น้องเขาเอามาให้ฉันหรอกย่ะ” เป็นผีจ๋อมเองที่โผล่เข้ามานั่งขวางหน้ากิ๊ฟ ซึ่งขจรก็รู้แต่แรกแล้ว แต่ไม่สนใจทำเหมือน ผีจ๋อมไม่มีตัวตนบนโลกนี้

    “ ช่างน่าสงสารจัง คงเป็นสองคนนี้ที่พวกรุ่นพี่บอกว่า เป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดเหมือนกันทั้งแม่และลูก และอยู่ในระยะสุดท้ายพร้อมกันด้วย” ซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า

    “ ที่สำคัญคือ สามีดันทิ้งทั้งสองคนแม่ลูกไป แล้วไม่กลับมาหาเลย ใจร้ายมาก”

    กรกันต์ก็รู้เรื่องด้วย

    “ ได้ข่าวว่า ทางโรงพยาบาลของเรารับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว กำลังจะส่งตัวไปโรงพยาบาลรัฐอีกด้วย ไม่มีมูลนิธิที่ไหนช่วยเหลือเลย”

    “ ครอบครัวพวกเขาล่ะ” ขจรไม่รู้เรื่องนี้เลย

    “ ใครจะไปรู้ รุ่นพี่บอกว่า ไม่เห็นมีใครมาเยี่ยมพวกเขาเลย”

    “  ฉันเคยกลับไปบอกพ่อให้ช่วยแล้ว  แต่ว่าพ่อบอกว่าก็จะต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลเหมือนกัน”  กรกันต์เอ่ย 

    “ ฉันพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง ฉันจะช่วยสองแม่ลูกนี้เอง”

    ขจรเอ่ยจบ ก็เดินไปที่ ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลทันที โดยมีเพื่อนๆ ตามไปดูกันด้วย

    “ อาจารย์หมอบอกว่า อาการของทั้งสองคนแม่ลูกนั้นอยู่ขั้นสุดท้ายแล้ว โดยเฉพาะผู้เป็นแม่นั้น เชื้อมะเร็งลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง ทั่วร่างกายแล้ว ยาระงับปวดระดับสูง เช่นมอร์ฟีน ก็ไม่อาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้อีก ส่วนลูกสาวนั้นก็มีอาการไล่ตามกันมาติดๆ คุณหมอบอกว่า คงอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน ทั้งแม่และลูก”

    “ ทำไมโรงพยาบาลของเราไม่รับรักษาต่อไป ล่ะครับ”

    ขจรถามด้วยความสงสัย

    “ โรงพยาบาลของเราก็มี เงินสำหรับช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ไม่มีเงินรักษา แต่ว่า งบประมาณที่มอบให้แต่ละเคสนั้น มีไม่เกิน เคสละ 1 แสนบาท แต่ว่า 2 เคสนี้ยอดรวมปาเข้าไป 1ล้าน 2 แสนบาทแล้วหากรักษาต่อไป  เงินของมูลนิธิก็จะหมดไป ไม่อาจนำไปช่วยใครได้อีก มูลนิธิภายนอกที่เราติดต่อไป ก็มีงบพอๆ กับเรา เช่นกันดังนั้น ก็ต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรัฐ เป็นการดีที่สุดแล้ว”

    “ นี่คือเงิน 3 ล้านบาท หากว่าไม่พอก็บอกผมโดยตรงก็แล้วกันนะครับ”

    ขจรยื่นบัตรเงินสดมอบให้กับ ฝ่ายการเงิน รูดจ่ายล่วงหน้าเอาไว้ เพื่อนๆ ที่มาด้วยต่างก็อึ้งไป แต่ก็คิดว่า คงเป็นเงินที่ท่านชายให้ขจรมามากกว่า

    ขจรจ่ายเงินแล้วก็ รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็ขอไปเข้าห้องน้ำ

    “ คุณนี่ใจดีจังเลยนะ” ผีจ๋อมเอ่ยชื่นชม

    “ มาทำไมที่นี่ ไม่อยู่ที่ตำหนักริมน้ำ เป็นเจ้าที่ แต่มาผลุบๆ โผล่ๆ แบบนี้ได้ยังไง”

    ขจรเอ่ยเบาๆ ไม่อยากให้ใครได้ยิน

    “ ทำไมจะมาไม่ได้ แต่ว่าฉันมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า คุ้นเคยแปลกๆนะ ถ้าจะให้ดี คุณช่วยจูบฉันอีกครั้งได้ไหมอ่ะ”

    “ พอเลย” 

    ขจรไม่พูดด้วยแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนๆทันที.

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405