“อุ๊ยยย!!” ตกใจหันมองรอบๆ เมื่อหย่งเจี้ยนอุ้มนางขึ้นรถม้า “จะอุ้มทำไมเจ้าคะอายคนอื่นเค้า”
“อายอันใด..เจ้าเป็นคู่หมั้นพี่ทำเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว”
เข้ามาในรถม้าคันใหญ่ต่างฝ่ายต่างถอดรองเท้าออก เหม่ยเซียนมองด้านในรถม้าที่ปูพรมขนแกะทุกพื้นที่มีโต๊ะน้ำชาเล็กๆ ด้านข้าง หน้าต่างอีกหนึ่งบาน ‘ในนี้อบอุ่นดีจริงๆ’ หันหน้ากลับมาเห็นหย่งเซิงกำลังถอดรองเท้าและมองหน้านาง
“คิดถึงพี่หรือไม่..หืม” ขยับเข้ามาใกล้ดึงนางเข้าไปกอด
“มือของผู้ฝึกยุทธ์นี่ว่องไวกันจริงนะเจ้าคะ” ทำท่าค้อนน่ารักในอ้อมกอดหย่งเซิง ทั้งสองได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ 55/5555
“ก็ว่องไวแค่กับเจ้า” หอมแก้มนางสองครั้ง ฟอดดดด ฟอดด!!!
“อย่าทำอันใดเหม่ยเอ๋อร์นะเจ้าคะ..ไม่ยอมแล้ว" ยกสองมือปิดริมฝีปาก หย่งเซิงกับหย่งเจี้ยนยิ้มให้กับความน่ารักของนาง
“มิทำอันใดหรอก.. " กอดแล้ววางคางลงบนบ่านาง
“เจ้าสนิทสนมกับคุณหนูตู้รึ..ถึงเดินทางมากับนางได้” หย่งเจี้ยนที่นั่งตรงข้ามคนทั้งคู่เอ่ยถาม
“ใช่เจ้าค่ะ..เหม่ยเอ๋อร์มาดูของที่ท่าเรือกับนางสองสามครั้งแล้วเพียงแต่ครั้งนี้มีน้องสาวของนางติดตามมาด้วย..และเกิดเรื่องขึ้น”
“คราวหน้าคราวหลังอย่าพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวิวาทอีก ให้ลี่หงกับอี้หงเป็นผู้จัดการเข้าใจหรือไม่?” หย่งเจี้ยนย้ำ
“เจ้าค่ะ” หันมองคนข้างๆ ที่เริ่มทิ้งตัวลงนอนด้านหลังไม่พอยังฉุดนางลงไปโอบกอด
"พี่รีบเร่งร่ำเรียนวิชาให้จบโดยไวอีกทั้งยังเร่งเดินทางกลับไปหาเจ้าที่เมืองหลวงเดินทางเหน็ดเหนื่อยยิ่งนักขอกอดเจ้านอนพักเช่นนี้ได้หรือไม่” หย่งเซิงพูดอยู่ด้านหลังของนาง ‘ช่างอ้อนเสียจริงนะองค์ชายสาม’
“พี่หย่งเจี้ยนมิอยากพักหรือเจ้าคะ” แค่นอนกอด
“ได้รึ??”
“ห้ามทำมากกว่านี้เจ้าค่ะ” อนุญาตเองหน้าแดงเอง หย่งเจี้ยนยกยิ้มและขยับเข้าไปใกล้ๆ นาง ล้มตัวลงนอนด้านข้างยกมือเกลี่ยแก้มใสเบาๆ เหม่ยเซียนจึงเริ่มหลับตาลง
“ฝูจิน” เรียกองครักษ์เสียงไม่ดังไม่เบา
“พะยะค่ะ”
“หากคุณหนูตู้มาถึงแล้วก็ออกเดินทางเลยมิต้องเข้ามาเรียกข้า”
“พะยะค่ะ” ฝูจินรับคำและปล่อยให้เจ้านายทั้งสามนอนหลับพักผ่อนในรถม้าโดยที่มิมีผู้ใดกล้ารบกวน
๑------------------------๑
สกุลจู:ศาลาริมน้ำ
‘วันเวลาช่างรวดเร็วเสียจริง..พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเกิดของฮองเฮาแล้วสินะ ของขวัญวันเกิดก็คิดไม่ออกทำยังไงดีเนี่ย จะขอความเห็นจากคู่หมั้นคงจะดีไม่น้อยทีเดียว เปลืองเนื้อเปลืองตัวสักหน่อยก็ช่างมันตอนนี้ยามเว่ย (13.00) อีกสักครู่ก็คงจะมาแล้วไม่หนึ่งคนก็สองคน นับตั้งแต่เรียนจบทั้งคู่ก็จะมาหานางเป็นประจำทุกวันคอยแต่เกี้ยวพานางมิได้หยุดหย่อนจนคร้านที่จะห้ามแล้วล่ะ อืมม..อีกแค่สองเดือนนางก็ต้องแต่งเข้าวังคิดไปคิดมาก็อาย..จะเข้าหอยังไงกับเจ้าบ่าวตั้งสองคน จะทำเหมือนนางเอกหนังโป๊ที่รับมือได้ทั้งประตูหน้าและประตูหลัง..งี้เหรอ'
"อ๊ายย..ยย" ยกมือปิดหน้าตัวเองกรีดร้อง 'ไม่เอาแบบนั้นนะ..เจ็บตายห่า'
"คุณหนูของพวกเจ้าเป็นอันใดน่ะ" หย่งเซิงเดินเข้ามาในศาลาแล้วเห็นท่าทางของคู่หมั้นก็ได้แต่งงจึงหันมองสามสาวใช้ข้างกายนาง
"มิทราบเพคะ" เสี่ยวถงพูดพลางส่ายหน้า หย่งเซิงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ คู่หมั้น
"เหม่ยเอ๋อร์ๆ" จับบ่าเรียกเบาๆ
"ว้ายย!" สะดุ้งและหันมองหย่งเซิงขยับถอยไปด้านข้าง "พี่หย่งเซิง..เหม่ยเอ๋อร์ตกใจหมดเจ้าค่ะ" ถอนหายใจหนึ่งที และหน้าแดง
"พี่เห็นเจ้านั่งปิดใบหน้ากรีดร้อง..มีเรื่องอันใดรึ?"
"เอ่อ.." เหลือบมองไปทางเป้ากางเกงหย่งเซิงแล้วหันหน้าไปทางอื่น องค์ชายสามมองตามสายตานั้นแล้วหัวเราะ
"หึหึหึ..มองสิ่งใดของเจ้า ก่อนพี่จะมาคิดเรื่องลามกอยู่ใช่หรือไม่ หืมม..มม" เอื้อมมือคว้าแขนของนางดึงเข้ามาใกล้ๆ แล้วโอบกอด
"เปล่าเจ้าค่ะ" ก้มหน้า
"เปล่า..แล้วเหตุใดใบหน้าจึงแดงนักเล่าฮึ!" เชยคางมนขึ้นมองสำรวจ ใบหน้าขาวใสขึ้นสีแดงจัดหางตาซ้ายมีไฝชาดเม็ดเล็กๆ เปลือกตามีสีส้มอ่อนๆ คิ้วเรียวสวย ริมฝีปากบางเม้มนิดๆ 'งดงามขึ้นทุกวันจริงๆ' หย่งเซิงโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆ แตะริมฝีปากลงบนปลายจมูกโด่งของนาง จุ้บ!
เหม่ยเซียนตาโตขยับใบหน้าถอยออกมา มือขาวเรียวยกขึ้นจับจมูกตนเองเบาๆ
"พี่หย่งเซิงอ่ะ" ..พูดเสียงน่ารัก
"เจ้ามันน่ารักน่าใคร่มิรู้ตัวรึ??" บีบจมูกนางอย่างหมั่นเขี้ยว "แล้วมานั่งคิดเล็กคิดน้อยอันใดของเจ้า..กรีดร้องจนบ่าวตกใจกันไปหมด"
"คิดเรื่องของกำนัลถวายในงานวันเกิดพรุ่งนี้เจ้าค่ะ พี่หย่งเซิงมีสิ่งใดแนะนำเหม่ยเอ๋อร์บ้างไหมเจ้าคะ" นางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"จริงรึ???" เอียงคอมองเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่เห็นนางผงกหัวย้ำจึงไม่อยากคาดคั้น "เรื่องของเสด็จแม่เจ้ามิต้องกังวลไปหรอก หากเจ้าไปตัวเปล่าก็หาได้มีผู้ใดว่าไม่"
"จะน่าเกลียดน่ะสิเจ้าคะ" คิ้วขมวดมุ่น
"เสด็จแม่มีทุกสิ่งทุกอย่างมากมายจนเต็มห้องคลังของพระองค์เสียจนจำมิได้ด้วยซ้ำว่าผู้ใดมามอบให้ ในแคว้นเจ้ามิมีสิ่งใดที่พระองค์มิเคยมี ถ้าหากมีสิ่งที่พี่ว่าคงจะน่าสนใจสำหรับพระองค์"
"สิ่งที่พระองค์มิเคยมี...เช่นนั้นรึ??" 'ยากจริง'
๑---------------------------๑
ยามโหย่ว (17.00-19.00)
หลังรับสำรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหม่ยเซียนนั่งถอนหายใจอยู่หน้าเรือนหลานฮวาคิดไม่ตกเรื่องของขวัญ พรุ่งนี้งานเลี้ยงจะเริ่มในยามเซิน (15.00) นางจะไปหาที่ไหนทันกันล่ะ ท่านพ่อและท่านแม่บอกว่ามีของขวัญในนามสกุลจูอยู่แล้วหากนางเดินเข้างานร่วมกับพวกท่านถึงจะมิมีของขวัญก็มิเป็นไร 'แต่นางกำลังจะเป็นลูกสะใภ้นะ..ไม่น่าเกลียดหรือ??'
"คุณหนูเจ้าคะ" เสียวถงเอ่ยเรียก "เหตุใดทำหน้าตาเช่นนั้นเจ้าคะ?"
"พวกเจ้าว่าหากเราที่กำลังจะเป็นลูกสะใภ้ของฮองเฮาเข้าไปในงานแต่มิมีของกำนัลไปถวายจะน่าเกลียดรึไม่?"
"หากคุณหนูมิสนคำนินทาก็มิเป็นไรเจ้าค่ะ" ลี่หงกล่าว
"จากที่องค์ชายสามกล่าวมา..ของที่มิเคยมีในแคว้นเจ้าบ่าวนึกออกเพียงสิ่งเดียว" อี้หงเสนอความคิด
"หือออ...สิ่งใดรึ? อี้หง" เหม่ยเซียนถามอย่างสนใจ สาวใช้อีกสองคนหันมองตาม
"ชุด..เอ่อ.."
"ชุดอะไร?"
"ชุด..ชั้นใน" ทุกคนที่ได้ยินต่างก็เงียบและนึกตาม
"อ๊ายย..ย" เหม่ยเซียนกระโดดกอดอี้หงอย่างดีใจ "จริงสินะ!!..ป่ะ พวกเราเข้าเรือนกันเถอะ!!" เดินแกมวิ่งเข้าห้องไปหาม้วนผ้าฝ้ายที่ซื้อมาหลากหลายสีสันออกมาคัดเลือกและช่วยกันตัดเย็บอยู่ค่อนคืน
๑------------------------๑
วังหลวงในยามซื่อ (9.00) ห้องทรงงานตำหนักอี้หลง
"เสด็จพ่อทราบแล้วใช่หรือไม่พะยะค่ะเรื่องที่แคว้นชางส่งองค์หญิงมาร่วมงานพระราชสมภพของเสด็จแม่" รัชทายาทเอ่ยถาม
"อืม...เจ้าคิดเช่นไร"