เยว่ชิงเซียน (มาเฟีข้ามภพ) [จบแล้ว]

    ตอนที่38


           การเดินทางบนท้องนภาครั้งแรกในชีวิตใหม่ครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี ข้านั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆและมองไปยังพื้นที่ต่างๆที่มังกรบินผ่านถึงแม้ข้าจะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มีโอกาสมานั่งบนหัวมังกรตัวโตที่ชีวิตก่อนนั้นเป็นได้เพียงแค่ตำนานที่เล่าขานต่อๆมาเท่านั้น อีกทั้งมันยังให้ความรู้สึกที่หลากหลายทั้งความรู้สึกแปลกใหม่ อากาศที่สดชื่นไร้มลพิษทางอากาศ แต่ถึงอย่างนั้นหากเปรียบสิ่งเหล่านี้ในชีวิตก่อนมันก็คงไม่ต่างจากนั่งเครื่องบินที่ไม่มีหลังคา? หากแต่ถ้าโลกนี้มีแสงจากดวงไฟยามค่ำคืนประดับตามสถานที่ต่างๆเหมือนดั่งโลกเดิมของข้าถ้ามองด้วยความสูงระดับนี้คงสวยมากเป็นแน่ 


          หากกล่าวว่าการได้ใช้ชีวิตที่นี่แล้วล่ะก็ถึงแม้มันจะสงบกว่าชีวิตที่แล้ว? แต่มันก็ยังคอยมีเรื่องยุ่งยากวุ่นวายเข้ามาได้ตลอดการมาที่นี่มันทำให้เขาได้เห็นว่าที่ไหนๆก็เหมือนกัน เขาจึงไม่ติดใจในการตายครั้งก่อนเลยสักนิดเพราะการมาที่นี่นั้นมันทำให้เขาได้เห็น? ทั้งการทำสงความเพื่อแสวงหาในสิ่งที่ตนต้องการการก่อกฎบเพื่อจะได้มาซึ่งอำนาจ โดยหาได้คำนึงถึงประชาชนตาดำๆที่ได้รับความเดือดร้อน  การกดขี่ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า สังคมที่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ การทรยศหักหลังแลกกับการที่จะได้รับผลประโยชน์ที่ตัวเองต้องการฯลฯ สรุปไม่ว่าจะที่ไหน? ชนเผ่าใด? สภาพแวดล้อมแบบไหน? ชนชั้นไหน? ภพไหนหรือแม้แต่ยุคไหนๆ มนุษย์ก็ยังคงมีบุคคลที่มีความทะเยอทะยาน! บ้าอำนาจ! เห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว! ใช้อำนาจในทางที่มิชอบ! กดขี่ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า! อยากได้อยากมีในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง! ถึงแม้ที่นี่คนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่อยู่รอดก็เถอะแต่ถ้าคิดดีๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดทุกๆที่จะต้องมีคนที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่ส่วนใหญ่ทำไมคนที่ทำดีกับไม่มีค่าแต่คนทำชั่วช้ากับมีอำนาจคับฟ้า? นั้นจึงทำให้เห็นว่าการที่มีคนแบบนี้มันทำให้พื้นที่นั้นๆประสบพบเจอแต่หายนะเสมอมา.....


         ยกตัวอย่างเช่นฝั่งแคว้นต้าที่ต้องการทำศึกสงความทั้งที่ไม่รู้ว่าตนจะชนะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เพราะความ'โลภ 'ของคนกลุ่มเดียวอาจจะนำหายนะสู่แคว้นตนได้โดยคนเหล่านั้นไม่คำนึงนึกถึงไปยังประชาชนชาวบ้านตาดำๆฃว่าจะได้รับผลเสียอย่างไรถ้าหากตนพ้ายแพ้ในการทำศึกครั้งนี้! 


          นั่นเพียงเพราะความต้องการของคนๆเดียวหรือกลุ่มคนกลุ่มนึงเท่านั้น พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วข้าก็รู้สึกสมเพชเวทนาคนเหล่านั้นยิ่งนักข้าจะทำให้พวกมันรู้เองว่าการอยากได้ในสิ่งที่ตนไม่ใช่เจ้าของจะเป็นอย่างไรเพราะทุกเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดมันทำให้ชีวิตที่ได้รับมาใหม่ของข้าดูจะวุ่นวายหาความสงบสุขไม่ได้เสียแล้วและที่สำคัญหากข้ากำจัดพวกคนเหล่านี้ไปได้ไม่ใช่ข้าที่จะได้ความสงบสุขคืนเท่านั้นทั้งยังเป็นการช่วยคนในครอบครัวได้และอาจจะช่วยชาวบ้านให้รอดพ้นจากภัยสงครามก็เป็นไปได้มันอาจจะไม่มีผลมากนักแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยใช่หรือไม่......


    "ท่านชิงเซียนท่านคิดอันใดอยู่รึขอรับ?"ฮุ่ยหลงถามขึ้นเมื่อเห็นคิ้วของเจ้านายขมวดเข้าหากันอยู่เป็นเวลานาน....


    "ข้าแค่คิดว่าเมื่อไหร่เรื่องทุกอย่างจะจบเสียที? ข้าอยากใช้ชีวิตกับครอบครองอย่างสงบสุขหาได้ต้องการเข่นฆ่าใครไม่ แต่คนเหล่านั้นก็ไม่หยุดเสียทีจะให้ข้าฆ่าคนสักกี่คนกันเรื่องทุกอย่างมันถึงจะจบ ทำไมคนพวกนั้นถึงต้องการในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยดูข้าสิหาได้ไปวุ่นวายกับใครกับมีนักฆ่ามาตามฆ่าข้าไม่เว้นแต่ละวัน? ไอ้สิ่งที่คนพวกนั้นต้องการที่เรียกกันว่าอำนาจ มันทำให้คนเราทำได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ทั้งเข่นฆ่าญาติมิตรพี่น้อง! ฆ่าคนบริสุทธิ์! การทรยศหักหลังผู้มีพระคุณ! ทั้งที่ไอ้คำว่าอำนาจพวกเขาเหล่านั้นก็มีมากมายเพียงพอแล้วอีกทั้งเงินทองทรัพย์สินก็หาได้มีน้อยซะที่ไหนกันทำไมคนพวกนั้นถึงไม่รู้จักพอกันเสียที? แค่นี้ยังนำความเดือดร้อนมาสู่ผู้อื่นไม่มากพอรึ?....เฮ้อ....."ข้าได้แต่ระบายความในใจทำไมไม่ว่าข้าจะอยู่ที่ไหนก็หลีกหนีคนเหล่านี้ไม่ได้เสียที ชีวิตก่อนก็เพราะการทรยศหักหลังจากญาติๆที่ต้องการอำนาจเงินทองที่ข้ามี ได้ชีวิตใหม่มาทั้งทีก็ดันมาพบเจอเกี่ยวพันกับเรื่องพวกนี้อีกความโลภมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ แม้แต่คนสายเลือดเดียวกันดีที่ครอบครัวใหม่ของข้าหาใช่คนแบบนั้น......


    "มันเป็นธรรมดาของพวกมนุษย์ขอรับไม่เพียงแต่พวกมนุษย์เพียงเท่านั้นหากแต่ทุกสิ่งที่มีชิวิตต่างก็มีความอยากได้อยากมีและความเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น แม้แต่เหล่าเทพก็ไม่มีข้อยกเว้น เพราะสิ่งมีชีวิตต่างเกิดมาพร้อมกับ ความรัก โลภ โกธร หลง อิจฉาริษยาจึงบังเกิด ท่านลองคิดดูเถิด.....แม้แต่ต้นไม้ในป่าที่เป็นเพียงพืชยืนต้นยังต้องแกร่งแย่งกันหยืดต้นให้สูงกว่าต้นอื่นเพื่อที่จะได้รับแสงให้ได้มากกว่าใคร แล้วเหล่ามนุษย์ที่มีความรู้สึกนึกคิด จิตวิญญาณและด้วยสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคนต้องแกร่งแยกกันเพื่อความอยู่รอดแล้วท่านคิดว่าบุคคลเหล่านี้จะหยุดความทะเยอทะยานได้อย่างไรในเมื่อทุกคนต้องการอยู่ให้รอดแม้แต่ใช้วิธีการใดก็ตาม โดยเฉพาะคนเหล่านั้นที่ท่านพูดถึง ท่านก็รู้ดีว่าจิตใจคนเรานั้นสุดยากแท้จะหยั่งถึง! ถ้าท่านถามหาความสงบแม้ตายก็อย่าได้หวัง เพราะทุกสิ่งล้วนเวียนว่ายตายเกิดหรือมีวัฏจักรของมันเอง....."ฮุ่ยหลง


    "เจ้านับถือศาสนาพุทธรึ!???"


    "เอ่อ......อะไรคือ สะ สาพุ ขอรับ?"ฮุ่ยหลง


    "อ่ะ.....เปล่าไม่มีอะไร....แต่ก็จริงอย่าที่เจ้าพูด ว่าแต่เราใกล้ถึงรึยังถึงข้าจะมองเห็นในที่มืดแต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว?...."นางได้แต่ปฏิเสธไปและเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะนางคล้านจะอธิบาย


    "ใกล้ถึงแล้วขอรับ อีกไม่ถึงสิบลี้(1ลี้=500เมตร)ก็จะเข้าเขตหน้าประตูเมืองหลวงแล้วขอรับ"ฮุ่ยหลงเมื่อรู้ว่านางไม่อยากอธิบายขยายความก็ไม่เซ้าซี้ให้นางรำคาญใจและตอบคำถามผู้เป็นนายออกไปแทน


    "ประเดี๋ยวเราลงไปด้านล่างแถวชายป่าแล้วค่อยใช้ท่าเท้าเดินทางแล้วกันเพราะถ้าขืนไปเช่นนี้อาจมีคนเห็นเข้าเพราะตอนนี้ก็ยามอิ๋น (03.00น. - 04.59น.)แล้วและอาจมีชาวบ้านที่มาหาของป่าหรือผู้คนที่รอเข้าเมืองพบเห็นเข้ามันจะไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ และอย่าลืมสวมหน้ากากล่ะพวกเจ้าสองคนก็ด้วย เดี๋ยวข้าก็จะใช้ร่างคุณชายเหิงเยว่เช่นกัน นี่ถ้าข้าไม่เห็นพวกเจ้านั่งด้านหลังข้าคงคิดว่าข้าอยู่กับฮุ่ยหลงสองคนซะอีก...."อะไรนั่งนิ่งเงียบเป็นตอไม้เลยถ้าหน้าตาไม่ดีหันไปทีคงคิดว่าผีหลอก!


    "ขอรับ...."×3


           ตอนนี้พวกข้าทั้งสี่ต่างมุ่งหน้าไปยังประตูเมือง ระหว่างทางก็พบเห็นทั้งชาวบ้านที่มาหาของป่าและขบวนสินค้าต่างๆเข้าเมืองตามที่ได้คาดการเอาไว้ และสายตาข้าก็มองไปเห็นขบวนสินค้าขนาดกลางที่ต่อแถวเข้าเมืองพอดีแต่ที่พอดีกว่านั้นคือมันเป็นขบวนสินค้าของข้าเอง เราทั้งสี่จึงมุ่งตรงไปยังขบวนทันที โดยในขบวนสินค้านี้เป็นของที่เราขนมาจากค่ายถึงจะเอาออกมาทางประตูมิติทางหลังร้านได้แต่เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยเราจำเป็นต้องมีการขนส่งสินค้าบ้าง


    "คารวะนายท่าน! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรขอรับไหนว่าท่านไปทำธุระต่างเมือง?....เชิญท่านเข้าไปบนรถม้าก่อนขอรับ! "หลิวหัวหน้าขบวนสินค้าหรือหัวหน้าหน่วยย่อยของหน่วยมังกรทะยานกล่าวกับชิงเซียน


    "อืม....เจ้าก็ตามเข้ามาด้วยล่ะข้ามีเรื่องจะคุยด้วย ส่วนทั้งสองเจ้าคงรู้จักแล้วและอีกคนชื่อจิ่นลี่เป็นเหมือนทั้งสองคน...." หลิวได้ยินดังนั้นจึงทำความเคารพทั้งสามทันทีเพราะตอนแรกเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะทั้งสี่สวมหน้ากาก แต่ที่จำนายตนได้เพราะสีผมและพันธะสัญญาที่ทุกคนในค่ายต่างต้องทำตั้งแต่แรกก่อนเข้ามาเป็นคนของชิงเซียนและทุกคนก็เต็มใจทุกคนและมีความสุขที่ได้รับใช้ชิงเซียนด้วยเพราะชิงเซียนเป็นทั้งผู้มีพระคุณและเจ้าชีวิตหากไม่มีนางพวกเขาก็ไม่มีวันนี้


         อีกทั้งนางไม่เคยเอารัดเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงพวกเขาเลยสักครั้งมีแต่ความเมตตาทำตัวเหมือนพวกเขาเป็นดั่งครอบครัวของนางคนหนึ่ง อีกทั้งยังให้ความเท่าเทียมแก่ทุกคนไม่เหมือนกับคนอื่นที่เห็นพวกเขาเป็นดั่งเศษขยะไร้ค่า นางมอบทุกอย่างให้แก่พวกเขาทุกคนพวกเขาจึงเคารพนางมากและจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาดและยินดีทำทุกอย่างที่นางต้องการ...


         หลังจากขึ้นมาบนรถม้าก็มีสตรีหลายนางนั่งอยู่ แต่ก็แบ่งออกเป็นสัดส่วนเพราะรถม้าของทางเราได้ลงอักขระมิติไว้ทุกคันและจะมีเพียงคนของข้าหรือคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาได้


    "เอ่อ.....พวกท่านเป็นใครเจ้าคะ แล้วขึ้นมาได้อย่างไรเจ้าคะ?"มีสตรีใจกล้าถามขึ้นมาพร้อมท่าทางที่เขิลอาย หลังจากที่เห็นบุคคลปริศสนาสวมหน้ากากเข้ามาในรถม้าถึงจะรู้ว่าไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้นอกจากคนในค่ายหรือที่ได้รับอนุญาติแต่พวกนางก็ไม่เคยเห็นคนเหล่านี้ในค่ายมาก่อนเลยทั้งยังรูปงามอีกด้วยถึงแม้จะมีหน้ากากครึ่งหน้าปิดบังไว้ก็ตาม


         ที่พวกนางไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใครเป็นเพราะชิงเซียนไม่เคยเข้าไปที่ค่ายเลยนับจากรุ่นแรกฝึกจบและเวลาทำสัญญาจะมีเพียงลูกแก้วอักขระเท่านั้นนางหาได้ไปทำด้วยตัวเองดั่งเก่าก่อนเพียงให้คนที่ยินยอมหยดเลือดลงไปเท่านั้นทุกอย่างเป็นวงจรอักขระจะทำตามหน้าที่ของมันเองตามที่ชิงเซียนกำหนดไว้


        และที่พวกนางไม่รับรู้ผ่านทางสัญญาเพราะชิงเซียนไม่ได้เปิดใช้มันแต่ที่หลิวรู้เป็นเพราะนางเปิดให้หลิวรับรู้ก่อนแล้วปิดดังเดิม เนื่องด้วยระดับพลังที่มากของนางอาจจะไปกดข่มให้ผู้อยู่ใต้พันธะอาจจะเกรงกลัวก็เป็นไปได้ และชิงเซียนก็เงียบหาได้ตอบอะไรไป และนางก็อยากรู้ว่าคนของนางที่เป็นรุ่นใหม่จะทำอย่างไรต่อไปและนี่ถือเป็นการทดสอบเช่นกัน


    "ข้าถามท่านทำไมไม่ตอบ? แต่ถึงอย่างนั้นพวกท่านคงเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาติแล้วเพราะถ้าเป็นคนของค่ายพวกเราต้องเคยเห็นและรับรู้ผ่านทางสัญลักษณ์ได้ และดูเหมือนพวกท่านไม่มีใครมีสัญลักษณ์ตรงคอสักคนคงเป็นแขกสินะ หากพวกข้าเสียมารยาทต้องขออภัยพวกท่านด้วย!" สตรีนางนั้นยังกล่าวต่อไปและดูว่าช่วงแรกอาจจะเสียมารยาทไปบ้างแต่มันก็ไม่แปลกเพราะพวกเขาเข้ามาในที่ของนางทั้งยังไม่ตอบอันใดอีกคงเป็นพวกข้าที่เสียมารยาทแต่ข้าเป็นเจ้าของนิ! ต้องขอใครด้วยรึ?


    พรึบ~~~~


    "นะ...."หลิวที่เข้ามาในรถม้ากำลังที่จะกล่าวแต่ก็ต้องหยุดเพราะข้ายกมือไว้ก่อน!


    "พวกนางเป็นเด็กใหม่รึ? แล้วทำหน้าที่อะไร? ทำไมมีแต่สตรี?"


    "เอ่อ...คือ...ขอรับ...พวกนางมาใหม่ได้ไม่นานแต่มีความสามารถที่โดดเด่น? และจะไปทำงานที่ร้านน้ำชาขอรับและบางคนก็ไปประจำที่จวน"


    "แล้วทำไมไม่ให้ผ่านประตู?"


    "เพราะข้าพึ่งไปรับมาจากเมืองอื่นขอรับ เพราะท่านเหวินเรียกคนมาเพิ่มขอรับเนื่องจากคนไม่พอด้วยร้านที่ขยายใหญ่ขึ้นและความต้องการลูกค้าที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่ว่าจะที่หัวเมืองไหนๆก็มีสินค้าของทางเราขายทั้งนั้นขอรับ "หลิวตอบด้วยเสียงหนักแน่นและชำเรืองมองเหล่าเด็กใหม่ด้วย เพราะด้วยความกังวลว่าอาจไปทำให้ผู้เป็นนายอาจขุ่นเคืองเพราะถึงแม้นางจะใจดี แต่เวลาโกธรช่างน่ากลัวยิ่งนัก! พวกเขารุ่นแรกต่างรับรู้ทุกคน! 


    "เจ้าไม่ต้องกลัวหรอกอาหลิวพวกนางหาได้ทำสิ่งใดไม่ เพียงถามอะไรเล็กน้อยแต่ข้าก็ไม่ได้ตอบนางเป็นข้าเองที่เสียมารยาท....."หลิวยิ่งได้ยินแบบนั้นยิ่งหน้าซีดตาย ตาย ข้าตายแน่มาเสียมารยาทอะไรกัน เป็นพวกนางต่างหากที่เสียมารยาท เพราะตามจริงพวกนางไม่ควรมานั่งร่วมรถม้ากับพวกเขาด้วยซ้ำแต่เป็นเขาเองที่ลืมว่าด้านในพวกนางอยู่เพราะเขาตื่นเต้นที่ได้เจอผู้มีพระคุณมากเกินไป


    "ท่านจะเสียมารยาทได้อย่างไรเปะ...."เป็นอีกครั้งที่ชิงเซียนยกมือห้าม


    "ข้าบอกไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไร แล้วเจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว.....เจ้ามีชื่อว่าอย่างไร" ข้าพูดกับอาหลิวและหันไปถามสตรีใจกล้านางนั้น


    "เอ่อ....ข้าชื่อเสี่ยวหนิงเจ้าค่ะ"นางที่นั่งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆและยังสงสัยว่าพวกคนตรงหน้าเป็นใครกันหัวหน้าหลิวถึงได้ให้ความเคารพขนาดนี้ ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆก็โดนถาม


    "อืม....ข้าอยากถามพวกเจ้าว่าไอ้สัญลักษณ์ที่พวกเจ้าถามข้าตอนแรกคืออะไร?"ข้ายิ้มโปรยเสน่ห์เล็กน้อยอยากรู้ยิ่งนักว่าพวกเจ้าจะรักษากฎได้ไหม หากถูกคนหน้าตาดีมาล้วงข้อมูล ส่วนทางหลิวได้แต่งงแต่ถ้าพวกนางตอบนั้นคือหายนะแน่ๆ แถมยังใช้รอยยิ้มล่อลวงหญิงสาวอีก ใครจะไปทนท่านได้กัน! อย่านะอาหนิง! เขาได้แต่ร้องตะโกนในใจเพราะเขาจะทำอะไรได้ในเมื่อนายท่านสั่งห้ามพูด!


    "เอ่อ.....สัญลักษณ์นี่หรือเจ้าคะ?...."อย่านะอาหนิงนั้นมันกฎต้องห้ามนะ!


    "มันคือเครื่องยืนยันว่าเราจะซื่อสัตว์ต่อนายท่านแต่เพียงผู้เดียวเจ้าค่ะ"เสี่ยวหนิงตอบกลับเพราะตอนนี้ไม่ว่าสตรีนางไหนต่างก็พากันหลงไหลในรอยยิ้มจอมปลอมของชิงเซียนเข้าเสียแล้ว! ทางหลิวก็ได้แต่สิ้นหวังอยู่เพียงผู้เดียว


    "แล้วมีทุกคนเลยรึเปล่า?" 


    "เจ้าค่ะ! พวกข้าต่างก็มีทุกคน!"สตรีอีกคนกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานหยาดเยิ่มมาให้ชิงเซียน


    "แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหิงเยว่เป็นใครมาจากไหน?"ข้าถามพร้อมแจกยิ้มอบอุ่นอีกครั้ง! โอ้สวรรค์โปรดฆ่าข้าเถิดท่านต้องการอะไรนายท่าน (หลิว)


    "เอ่อ....คือพวกข้าก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ!"สตรีกนึ่งในนั้นเป็นคนตอบบ้างเพื่อที่ชิงเซียนในรูปลักษณ์เหิงเยว่จะได้สนใจตนบ้าง


    "จริงรึ? แล้วพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหิงเยว่เป็นสตรี?"ข้าว่างกับดักพวกนางแล้วหากพวกนางตกหลุมพรางก็เป็นอันจบเพราะกฎมีอยู่ว่าห้ามพูดถึงความลับของเหิงเยว่ไม่ว่าจะพูดกับใครก็แล้วแต่แม้แต่คนในค่ายก็ตาม มาดูกันแม่สาวน้อยทั้งหลายว่าพวกเจ้าจะทำยังไงกันต่อไป


    "เอ่อ..ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ? พวกข้ายังไม่รู้เลยถึงจะได้ยินมาบ้างก็เถอะ!"


    "หึหึ! ช่างมันเถอะ...แล้วในความคิดของพวกเจ้าพวกเจ้าคิดว่า....เหิงเยว่...เป็นคนเช่นไร?"หลิวที่ได้ยินคำถามแถบอยากจะระเบิดตัวตายตอนนี้! อะไรทำให้ท่านถามออกมาเช่นนี้แค่นี้พวกนางก็ผิดมากพอแล้ว แต่อสูรทั้งสามต่างก็ยกยิ้มมุมปากรอฟังเรื่องสนุกๆซะงั้นเพราะจากที่ได้ยินคำถามและวิธีการในการล้วงเอาความลับของผู้เป็นนายมันช่างเป็นอะไรที่ง่ายยิ่งนักสำหรับท่านชิงเซียน อ่าา ช่างเป็นคนที่น่ากลัวยิ่งนัก!


    "หือ?....ทำไมท่านถามแบบนั้น? ข้าไม่รู้หรอกรู้เพียงว่านายท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา รูปร่างงามสง่า ทุกคนในค่ายต่างรักและเคารพท่านมาก แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายท่านเป็นคนเช่นนั้นหรือไม่! เพราะพวกรุ่นหลังๆไม่เคยมีใครเคยพบเห็นท่านมาก่อน รู้เพียงจากปากของคนรุ่นก่อนๆมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็คิดว่าท่านคงเป็นดั่งที่ทุกคนกล่าวเพราะถ้าไม่มีนายท่าน คงไม่มีพวกข้าในวันนี้!"นางตอบด้วยความภาคภูมิใจ และหนักแน่น! อ่าา....ถึงข้าจะภูมิใจในความซื่อสัตย์แต่พวกเจ้าก็ทำผิดกฎ


    "ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าก็คิดเช่นนั้น!!"


    "แต่เขาก็ไม่เคยมาให้พวกเจ้าเห็นหน้าค่าตาเลย เขาอาจจะหลอกใช้พวกเจ้าก็ได้เจ้าไม่เคยได้ยินรึว่าทำดีเพื่อให้ตายใจเพื่อหวังผลตอบแทนในวันข้างหน้า พวกเจ้าจะเชื่อคนที่ไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้งรึเขาไม่ทำอะไรเลยเพียงเลี้ยงพวกเจ้าไว้ใช้งานเลี้ยงอย่างดี เหมือนหมูที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น พวกเจ้าไม่สงสัยในตัวของเหิงเยว่เลยรึเขาอาจจะเป็นคนชั่วช้าสารเลว ยิ่วกว่าใคร!"ตอนนี้หลิวได้แต่วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว! โอ้สวรรค์ ท่านจะมาลองใจอันใดกันตอนนี้ ทำไมต้องเป็นข้าที่ต้องพบเจอ ขณะที่หลิวกำลังโอดครวญในใจกับต้องรีบตั้งสติและตื่นตัวเมื่อสตรีในรถม้าทุกคนพอได้ยินที่ชิงเซียนกล่าวถึงผู้มีพระคุณต่างพากันชักมืดสั้นออกมาและพุ่งเข้ามาหาชิงเซียนทันที!


         แต่ก่อนอะไรจะเกิดขึ้นรถม้าก็มาถึงหน้าร้านน้ำชาจิวฮวาพอดี ชิงเซียนจึงพุ่งออกนอกรถม้าทันทีตามด้วยเหล่าสตรีที่ต่างพากันมุ่งเข้าโจมตีชิงเซียนด้วยความโกธร!


    "เจ้าไม่มีสิทธิ์มาดูถูกนายท่าน! ต่อให้เจ้าเป็นแขกของหัวหน้าหลิวแต่เจ้าอย่าบังอาจมาพูดจาสามหาวต่อนายท่านของพวกข้า! "การต่อสู้เพียงฝ่ายเดียวก็เริ่มขึ้นหาได้มีการตอบโต้จากชิงเซียนใดๆเลยมีเพียงหลบและใช้พัดในมือปัดมีดออกไปเท่านั้น นั้นทำให้พวกนางยิ่งโกธรมากขึ้นเพราะทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ อีกทั้งคนตรงหน้าคือคนที่มาดูถูกผู้ให้ชีวิตใหม่แก่พวกนางอีกด้วยต่อให้เป็นความจริงหรือไม่จริงแล้วไง แม้แต่ชีวิตพวกนางก็ให้นายท่านได้!


        ส่วนหลิวที่จะเข้าไปห้ามกับถูกจิ่นลี่ห้ามไว้เพราะถ้าปล่อยให้เข้าไปมีหวังโดนโกธรแน่ๆ ทุกคนต่างรู้ว่านี้คือบททดสอบของชิงเซียน แต่คนในร้านจิวฮวาหารู้ไม่!!


    "ใครกัน! ที่กล้ามามีเรื่องที่หน้าร้านจิวฮวา!! ไม่รู้รึว่าที่นี่มีกฎห้ามส่งเสียงรบกวนลูกค้า!! หากพวกเจ้าไม่หยุดข้าจะ....!!!!!!!!"การต่อสู้หยุดลงเพราะได้ยินเสียงคนกล่าวห้ามแต่พอหันกับไปเพื่อจะฟังแต่คนที่พูดเมื่อสักครู่กับหยุดพูดไปซะดื้อๆ แถมยังทำหน้าตาอ้าปากค้างอีก!


    "ข้าจะอะไรรึอาฟู่??......."ข้ากล่าวถามอาฟู่ที่ยืนอ้าปากอยู่แต่ก่อนจะได้ยินคำตอบเหล่าสตรีกลุ่มก็ทำความเคารพอาฟู่และบอกกล่าวในสิ่งที่ข้าพูดให้อาฟู่ฟังนั้นยิ่งทำให้เขายืนนิ่งงัน


    "ท่านได้คำตอบที่ต้องการรึยังขอรับ? "ฟู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่นและอาจรู้คำตอบดี


    "ที่ข้าทำไปเพียงแค่ต้องการตรวจสอบอะไรเล็กน้อย ทั้งความซื่อสัตย์ ความคิดอ่าน ความรอบครอบ ไหวพริบ ความรู้สึก ความอดทน ปฏิกิริยาโต้ตอบ ความแข็งแกร่ง และอีกหลายๆอย่าง....."


    "แล้วเป็นอย่างไรขอรับ?"


    "เจ้าต้องการคำตอบแบบไหน? ตรงๆหรืออ้อมๆ?"


    "ข้าขอแบบตรงๆขอรับ!!"


    "งั้นข้าขอถามเจ้าก่อนจะตอบ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เท่าไร ใครเป็นคนดูแลควบคุมการฝึก? "


    "รุ่นที่เจ็ดขอรับและคนที่ดูแลคือรุ่นก่อนหน้าเพราะเราให้รุ่น1ฝึก2 ,2ฝึก3,3ฝึก4 อะไรแบบนี้จนถึงรุ่นล่าสุดขอรับ แต่ก็มีรุ่นก่อนๆมาคุมเปลี่ยนกันเป็นระยะขอรับ!!"


    "ดี! งั้นถ่ายทอดคำสั่ง! ปิดกิจการของจิ่วฮวาชั่วคราว! และเรียกรวมพลทุกคน! ย้ำทุกคน! แม้แต่คนที่ติดภารกิจสำคัญ! หากไม่ทำตามก็ไม่ต้องกลับมา! ข้าให้เวลาหนึ่งชั่วยาม!(1ชั่วยาม=2ชั่วโมง)ส่วนเจ้าและอาเหวินเตรียมตัวรับโทษได้เลยที่ละเลยหน้าที่!"


    "เจ้า!! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!! เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งปิดกิจของพวกเรา! แถมยังมาขึ้นเสียงกับท่านฟู่แบบนี้!!"ข้าได้แต่ถอนหายใจแต่ไม่ตอบอะไรเพียงหันไปพูดกับอาฟู่


    "เจ้าเห็นหรือยังอาฟู่ อาหลิว นี่รึ? กลุ่มคนที่โดดเด่น? นี่รึที่เจ้าปล่อยให้ออกมาทำงาน? นี่รึคือสิ่งที่พวกเจ้าภูมิใจ? ความอดทนอดกลั่นก็หามีไม่! ขนาดมาถึงตอนนี้ยังมองสถานะการณ์ไม่ออกเลย....และพวกเจ้าคงลืมกฎของคนในค่ายแล้วว่าห้ามอะไรบ้างแม้จะซื่อสัตย์แต่ไม่รักษากฎจะมีประโยชน์อันใด!....ข้าจะกล่าวทุกอย่างในครั้งเดียวและต่อหน้าทุกคน!....ข้าจะไปรอพวกเจ้าทุกคน......"จากนั้นข้าก็หายไปพร้อมกับอสูรทั้งสามที่อยู่ในร่างมนุษย์ทันที


    "อ่าาาา.....อาหลิวข้าคงทำงานหละหลวมเกินไปสินะ ผิดที่ข้าเองที่รับปากนายท่านเป็นอย่างดีแต่กลับต้องทำให้นายท่านผิดหวัง......"ฟู่กล่าวอย่างเหม่อลอย


    "คงไม่ใช่แค่ท่านแต่เป็นพวกเราทั้งหมดที่ทำให้นายท่านผิดหวังทั้งที่ท่านไว้ใจให้พวกเราดูแล และเพราะข้าที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเพราะเห็นว่าพวกนางหรือคนรุ่นใหม่ต่างก็ถึงระดับตามที่นายท่านอนุญาติแล้วจึงให้ออกมาและไม่ได้ทดสอบตามที่ควรจะเป็นเพราะตอนนี้เราต้องการคนเป็นจำนวนมากจึงปล่อยผ่านไปและไม่คิดอะไรให้มากความ....."


    "พะ พวกท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ แล้วท่านไปทำให้นายท่านผิดหวังตอนไหน? แล้วๆทำไมพวกท่านถึงต้องฟังไอ้เจ้าผมขาวคนนั้นด้วย?"


    " ใช่เจ้าค่ะ! แล้วพวกท่านทำผิดอะไรเจ้าคะ? "


    "นี่พวกเจ้ายังไม่เข้าใจอีกรึ!"ฟู่ตวาดเสียงดังแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน


    "เข้าใจอะไรเจ้าคะ????"


    "ข้าจะบอกให้นะ แต่ข้าก็ไม่ตำหนิพวกเจ้าหรอกที่ไม่รู้ว่าคนเมื่อครู่เป็นใคร แต่มีสิ่งที่พวกเจ้าทำผิดเป็นอย่างมากนั้นคือเจ้าละเมิดกฎของพวกเรา! แต่ยังดีที่ท่านไม่เปิดใช้พลังของพันธะ เพราะต้องการทดสอบพวกเจ้า! ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าคงไม่มายืนเป็นตัวโง่งมเช่นนี้! "หลิวกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย


    "ทะ ท่านหัวหน้าหลิว....."


    "และที่สำคัญคนที่พวกเจ้าคิดทำร้ายเมื่อครู่นั้นก็คือคนที่พวกเจ้า! ปฎิญาณตนว่าจะปกป้องด้วยชีวิต! และเจ้าผมขาวที่พวกเจ้าเรียกและบอกให้พวกเราจัดการก็คือท่าน เหิงเยว่!"


    "ห๊ะ!!!!  ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ!!!!!":O :O :O :O :O 


    "เงาเพชรฆาตรรับคำสั่ง!"


    "ขอรับท่านฟู่!!"


    "อนุญาติให้เปิดใช้งานประตูมิติเรียกรวมพลตามที่นายท่านสั่งและกำชับว่าด่วน!!"


    "ขอรับ!!!!"


    วาร์ป วาร์ป วาร์ป วาร์ป วาร์ป วาร์ปปป~~~