“ด้วยพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับพระเจ้าบวกกับพรสวรรค์เบญจธาตุผันแปร เกราะเหล็กระดับพระเจ้า พรสวรรค์กระดูกเพชรระดับลึกลับพลังป้องกันของเราตอนนี้แทบจะไร้เทียมทาน แต่อย่างไรก็ตามพรสวรรค์กระดูกเพชรไม่ใช่พรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับพลังป้องกันโดยตรงทำให้มันไม่ค่อยมีผลกับการป้องกันมากนัก พลังป้องกันของเราจึงเทียบเท่ากับจักรพรรดิหมีดำเท่านั้น”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
สิ่งที่เขาต้องการคือศาสตร์ลับปราณป้องกันเช่นเดียวกับที่จักรพรรดิหมีดำมีหากเขาสามารถหามันมาครอบครองได้ พลังการต่อสู้โดยรวมของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยปกติแล้วพรสวรรค์ด้านการป้องกันยากที่จะพัฒนาขึ้นได้ผู้ฝึกยุทธ์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งอื่นๆ จากภายนอก ยกตัวอย่างเช่นศาสตร์ลับปราณป้องกัน
น่าเสียดายที่ศาสตร์ลับนี้หาได้ยากยิ่งแม้แต่ระดับทั่วไปก็ยังมีมูลค่าที่สูงมาก แต่เย่เทียนก็ไม่ได้สนใจศาสตร์ลับระดับธรรมดา
เขาต้องการศาสตร์ลับระดับสูงแต่เขาไม่รู้ว่าจะหามันได้จากที่ไหน
“ช่างมันเถอะเราคงจะมีโอกาสได้มันมาในอนาคต หรือไม่ก็สร้างมันขึ้นมาเองเสียเลย!”
เย่เทียนคิดในใจ
จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มเก็บตัวและฝึกฝนอีกครั้ง
เมืองฉินเฟิง ภายในศาลาหอม
เมื่อหลิวชิงอี้มาพบฉินจือซวนพวกเธอก็เริ่มพูดคุยกัน
“ชิงอี้ ปกติเธอไม่ค่อยมาหาฉันเลยแล้วทำไมครั้งนี้เธอถึงมาหาฉันได้ มีเรื่องใหญ่อะไรหรือเปล่า?”
ฉินจือซวนถามด้วยความสนใจ
หลิวชิงอี้จึงเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนว่า“เธอก็รู้ว่าฉันต้องการเงิน แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปประนีประนอมกับท่านปู่ ดังนั้นฉันจึงมองหาวิธีอื่นเพื่อช่วยหาเงินให้ฉันในที่สุดฉันก็พบวิธีที่เหมาะสม ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะได้รับเงินอย่างน้อย 1 พันล้านคะแนน!”
“1 พันล้านคะแนน?วิธีอะไรงั้นเหรอที่จะทำเงินได้ 1 พันล้านอย่างรวดเร็ว?”
ฉินจือซวนรู้สึกประหลาดใจ
เธอเองก็รู้สึกหวั่นไหวเช่นกันเพราะเธอเองก็เพิ่งเสียเงินไป 1,000ล้านคะแนนดวงดาว และเงินที่เธอสูญเสียไปนั้น ส่วนหนึ่งเธอก็ขอยืมมาจากญาติผู้พี่
“เธอเคยได้ยินเรื่องกิเลนทองทมิฬไหม?”
หลิวชิงอี้เอ่ยถาม
“กิเลนทองทมิฬ?กิเลนทองทมิฬที่มีพรสวรรค์ด้านมิตินั่น???” ฉินจือซวนรู้สึกประหลาดใจ
สัตว์อสูรชนิดนี้มีชื่อเสียงมากในโลกของสัตว์อสูรไม่เพียงแต่มันจะมีพรสวรรค์ด้านมิติเท่านั้น แต่มันยังมีพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าอีกด้วย
ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าทำให้กิเลนทองทมิฬเป็นสัตว์อสูรที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
ที่สำคัญกว่านั้นคือพรสวรรค์ทางสายเลือดของกิเลนทองทมิฬนั้นสูงมากโดยพื้นฐานแล้วพวกมันล้วนมีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวัน เมื่อพวกมันกลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬนั้นจะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในพาหนะที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แท้จริงหลายคนต้องการที่จะครอบครองสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬแต่กิเลนทองทมิฬนั้นเป็นสัตว์อสูรที่พบเจอได้ยาก และยากที่จะกำราบมันได้ ทำให้มูลค่าของมันจึงสูงมากเช่นกัน
“ถูกต้อง!”หลิวชิงอี้ตอบอย่างมั่นใจ “ฉันรู้ถึงที่อยู่ของกิเลนทองทมิฬ ถ้าพวกเราจับกิเลนทองทมิฬได้และขายมันให้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แท้จริงในตระกูลของเราสักคนเราจะได้รับเงินมากกว่าหลายพันล้านคะแนนดวงดาว”
“เธอแน่ใจนะว่าพวกเราจะสามารถจับกิเลนทองทมิฬได้?”
ฉินจือซวนถาม
“วางใจเถอะเป้าหมายของเราคือกิเลนทองทมิฬระดับจักรพรรดิ ไม่ใช่ระดับเทพ ถ้าเป็นกิเลนทองทมิฬระดับเทพราคาของมันจะมากกว่าหลายหมื่นล้านคะแนนดวงดาวแน่ แต่มันเกินความสามารถของเรามากเกินไปจากข้อมูลที่ฉันได้รับมา ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬน่าจะอยู่ในระดับจักรพรรดิ9 ดารา แน่นอนว่าด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้า อาศัยเพียงพวกเราสองคนไม่สามารถจับมันได้อย่างแน่นอนดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องหาพันธมิตร!” หลิวชิงอี้กล่าว
“พันธมิตร?เธอกำลังมองหาใคร? ฉันนั้นสามารถหาผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แข็งแกร่งมาได้แต่แน่นอนว่าพวกเขาต้องเรียกร้องผลประโยชน์มากมายอย่างแน่นอน” ฉินจือซวนขมวดคิ้ว
“พวกเราจะไม่เลือกผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพมาช่วยพวกเราเราต้องหาพันธมิตรระดับจักรพรรดิ!” หลิวชิงอี้กล่าว
“ระดับจักรพรรดิ?พรสวรรค์ด้านมิติของกิเลนทองทมิฬส่วนใหญ่อยู่ในระดับลึกลับปลอม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันจักรพรรดิ 9 ดาราทั่วไปไม่มีทางที่จะทำอะไรมันได้ ถ้าไม่สามารถหยุดพรสวรรค์ด้านมิติของอีกฝ่ายได้แล้วเราจะจับมันได้อย่างไร?” ฉินจือซวนกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
หลิวชิงอี้ยิ้มและกล่าวว่า“เธอลืมไปแล้วหรือว่ามีจักรพรรดิคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับที่สามารถต่อกรกับพรสวรรค์ด้านมิติของกิเลนทองทมิฬได้บวกกับไพ่ตายของเธอและฉัน เรามีโอกาสสูงที่จะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ!”
“นี่เธอกำลังพูดถึง...”ฉินจือซวนนึกถึงจักรพรรดิที่ไร้ยางอายคนหนึ่งขึ้นมา
“เธอต้องการขอความร่วมมือจากจักรพรรดิหมื่นสวรรค์อย่างนั้นหรือ?ไม่ เจ้าหมอนั่นทำให้ฉันต้องสูญเสียเงินไปอย่างมหาศาล!”
“ไม่เป็นไรถ้าเธอไม่เต็มใจ ฉันจะไปหาคนอื่น!”
หลิวชิงอี้กล่าว
“เดี๋ยวก่อน...”ฉินจือซวนรีบหยุดหลิวชิงอี้ไว้ก่อน “ชิงอี้ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ แต่ถ้าเราไปหาเขา เขาจะยอมรับข้อเสนอของเราอย่างนั้นหรือ?”
“เธอวางใจเถอะเขาต้องยอมรับแน่! ฉันมีวิธี!”
หลิวชิงอี้กล่าวด้วยความมั่นใจ
“ชิงอี้ กิเลนทองทมิฬอยู่ที่ไหนกันแน่?”ฉินจือซวนเอ่ยถาม
“ในหุบเหวหมื่นโบราณ!”
หลิวชิงอี้กล่าวตอบอย่างใจเย็น
“อะไรนะ!! เธอคิดว่านั่นมันคือที่ไหนกัน?เธอบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!” ฉินจือซวนเบิกตากว้าง
หุบเหวหมื่นโบราณไม่ใช่สถานที่ธรรมดากล่าวกันว่ามันเป็นรอยแยกที่แตกออกมาจากดาวสีเงินในสมัยโบราณ ที่แห่งนี้ทอดยาวลึกลงไปในชั้นใต้ดิน
หลังจากผ่านเวลาไปอย่างเนิ่นนานหุบเหวหมื่นโบราณก็ได้กลายเป็นสวรรค์ของสัตว์อสูร
ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเจตจำนงของหุบเหวหมื่นโบราณจึงปฏิเสธระดับตัวตนระดับเทพหรือสูงกว่านั้น หากระดับเทพเข้าสู่หุบเหวหมื่นโบราณความแข็งแกร่งของพวกเขาจะถูกจำกัดและจะถูกค้นพบได้อย่างง่ายดายโดยสัตว์อสูรระดับเทพในหุบเหวหมื่นโบราณ
ด้วยเหตุนี้ยอดฝีมือระดับเทพขึ้นไปจึงไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณ
แน่นอน
ดาวสีเงินนั้นมีตัวตนที่สามารถกวาดล้างหุบเหวหมื่นโบราณได้แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำลายมัน เพราะหุบเหวหมื่นโบราณเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมสำหรับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ
มีสมบัติมากมายที่เกิดขึ้นภายในหุบเหวหมื่นโบราณดังนั้นจึงมีจักรพรรดิจำนวนมากที่เต็มใจยอมเสี่ยงเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณเพื่อค้นหาโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นสถานที่ที่อันตรายมากผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิส่วนใหญ่ล้วนแต่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งในหุบเหวหมื่นโบราณ
ฉินจือซวนไม่เคยเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณมาก่อนดังนั้นเธอจึงหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย
“เราไม่ได้จะเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณโดยตรงแต่จะสำรวจพื้นที่รอบนอกเท่านั้น เนื่องจากสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬอยู่รวมกันเป็นฝูงในหุบเหวหมื่นโบราณจึงเป็นเรื่องยากที่เราจะจับมันได้ และถ้าเราพาผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิจำนวนมากไปด้วยนั่นย่อมดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรระดับเทพที่ทรงพลังมา มันจะดีกว่าถ้าเราเดินทางกันแค่3-4 คน เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ฉันได้ยินเรื่องนี้จากผู้อาวุโสคนหนึ่งในตระกูลและไม่มีใครที่รู้เรื่องนี้มาก่อน”หลิวชิงอี้กล่าว
ฉินจือซวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น“ตกลง ฉันเห็นด้วย ถึงอย่างไรพวกเราก็มีไพ่ตายที่จะช่วยรักษาชีวิตอยู่แล้ว โอกาสรอดชีวิตจึงสูงมากกิเลนทองทมิฬตัวหนึ่งมีมูลค่าอย่างมาก พวกเราต้องเสี่ยงอันตรายสักหน่อยก็เป็นเรื่องสมควรเราไม่สามารถพึ่งพาครอบครัวได้ตลอดไป อย่างน้อยเราก็ต้องมองหาวิธีที่จะทำเงินได้ด้วยตัวเอง!”
“อืม งั้นพวกเราไปหาจักรพรรดิหมื่นสวรรค์กันเถอะ!”
หลิวชิงอี้เร่งเร้า
“ได้!”
ฉินจือซวนพยักหน้าตอบ
พวกเธอรู้ว่าเย่เทียนพักอยู่ที่ไหนนานแล้ว
ด้วยสถานะของพวกเธอในเมืองฉินเฟิงการจะหาที่อยู่ของเย่เทียนย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
หลังจากนั้นไม่นานพวกเธอก็มาถึงนอกวิลลาของเย่เทียน
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์คุณอยู่บ้านหรือไม่?”
เสียงของฉินจือซวนดังขึ้น
เย่เทียนที่กำลังเก็บตัวฝึกฝนและเปิดใช้งานค่ายกลฉนวนกันเสียงไว้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงของฉินจือซวน แต่ค่ายกลเหนี่ยวนำก็เตือนให้เขารู้ว่ามีคนอยู่ข้างนอก
จากนั้น
เย่เทียนก็ปิดค่ายกลฉนวนกันเสียงและค่ายกลอื่นๆแล้วใช้จิตสำนึกของเขาตรวจสอบทันที
“ฉินจือซวนหลิวชิงอี้? พวกเธอมาหาเราทำไม? หรือพวกเธอจะจงใจมาที่นี่เพื่อคิดบัญชีกับเรา?”
เย่เทียนพึมพำด้วยความสับสน
อย่างไรก็ตามเขาก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว
เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาของทั้งสองคนเห็นได้ชัดว่าทั้งสองสาวไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาเรื่องเขา นอกจากนี้พวกเขาเองก็ไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆต่อกัน ระหว่างพวกเขามีเพียงแค่การประลองและการพ่ายแพ้ในการเดิมพันเท่านั้น
แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาพวกเธอไม่สามารถใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการหาเรื่องเขาได้!
“เข้ามาสิ!”
เสียงของเย่เทียนดังออกมาจากวิลลา
เมื่อประตูเปิดออก ฉินจือซวนและหลิวชิงอี้ก็เดินเข้าไปในบ้านของเย่เทียน
ภายในห้องรับแขก
เย่เทียนและหญิงสาวทั้งสองก็นั่งลง
“พวกคุณมาหาผมด้วยเรื่องอะไร?”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็ถามออกมาตรงๆ