ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 11 บทที่ 302 สองสาวมองหาพันธมิตร!

        “ด้วยพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับพระเจ้าบวกกับพรสวรรค์เบญจธาตุผันแปร เกราะเหล็กระดับพระเจ้า พรสวรรค์กระดูกเพชรระดับลึกลับพลังป้องกันของเราตอนนี้แทบจะไร้เทียมทาน แต่อย่างไรก็ตามพรสวรรค์กระดูกเพชรไม่ใช่พรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับพลังป้องกันโดยตรงทำให้มันไม่ค่อยมีผลกับการป้องกันมากนัก พลังป้องกันของเราจึงเทียบเท่ากับจักรพรรดิหมีดำเท่านั้น”

        เย่เทียนคิดกับตัวเอง

        สิ่งที่เขาต้องการคือศาสตร์ลับปราณป้องกันเช่นเดียวกับที่จักรพรรดิหมีดำมีหากเขาสามารถหามันมาครอบครองได้ พลังการต่อสู้โดยรวมของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

        โดยปกติแล้วพรสวรรค์ด้านการป้องกันยากที่จะพัฒนาขึ้นได้ผู้ฝึกยุทธ์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งอื่นๆ จากภายนอก ยกตัวอย่างเช่นศาสตร์ลับปราณป้องกัน

        น่าเสียดายที่ศาสตร์ลับนี้หาได้ยากยิ่งแม้แต่ระดับทั่วไปก็ยังมีมูลค่าที่สูงมาก แต่เย่เทียนก็ไม่ได้สนใจศาสตร์ลับระดับธรรมดา

        เขาต้องการศาสตร์ลับระดับสูงแต่เขาไม่รู้ว่าจะหามันได้จากที่ไหน

        “ช่างมันเถอะเราคงจะมีโอกาสได้มันมาในอนาคต หรือไม่ก็สร้างมันขึ้นมาเองเสียเลย!”

        เย่เทียนคิดในใจ

        จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มเก็บตัวและฝึกฝนอีกครั้ง

        เมืองฉินเฟิง ภายในศาลาหอม

        เมื่อหลิวชิงอี้มาพบฉินจือซวนพวกเธอก็เริ่มพูดคุยกัน

        “ชิงอี้ ปกติเธอไม่ค่อยมาหาฉันเลยแล้วทำไมครั้งนี้เธอถึงมาหาฉันได้ มีเรื่องใหญ่อะไรหรือเปล่า?”

        ฉินจือซวนถามด้วยความสนใจ

        หลิวชิงอี้จึงเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนว่า“เธอก็รู้ว่าฉันต้องการเงิน แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปประนีประนอมกับท่านปู่ ดังนั้นฉันจึงมองหาวิธีอื่นเพื่อช่วยหาเงินให้ฉันในที่สุดฉันก็พบวิธีที่เหมาะสม ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะได้รับเงินอย่างน้อย 1 พันล้านคะแนน!”

        “1 พันล้านคะแนน?วิธีอะไรงั้นเหรอที่จะทำเงินได้ 1 พันล้านอย่างรวดเร็ว?”

        ฉินจือซวนรู้สึกประหลาดใจ

        เธอเองก็รู้สึกหวั่นไหวเช่นกันเพราะเธอเองก็เพิ่งเสียเงินไป 1,000ล้านคะแนนดวงดาว และเงินที่เธอสูญเสียไปนั้น ส่วนหนึ่งเธอก็ขอยืมมาจากญาติผู้พี่

        “เธอเคยได้ยินเรื่องกิเลนทองทมิฬไหม?”

        หลิวชิงอี้เอ่ยถาม

        “กิเลนทองทมิฬ?กิเลนทองทมิฬที่มีพรสวรรค์ด้านมิตินั่น???” ฉินจือซวนรู้สึกประหลาดใจ

        สัตว์อสูรชนิดนี้มีชื่อเสียงมากในโลกของสัตว์อสูรไม่เพียงแต่มันจะมีพรสวรรค์ด้านมิติเท่านั้น แต่มันยังมีพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าอีกด้วย

        ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าทำให้กิเลนทองทมิฬเป็นสัตว์อสูรที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

        ที่สำคัญกว่านั้นคือพรสวรรค์ทางสายเลือดของกิเลนทองทมิฬนั้นสูงมากโดยพื้นฐานแล้วพวกมันล้วนมีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวัน เมื่อพวกมันกลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬนั้นจะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก

        ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในพาหนะที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์

        ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แท้จริงหลายคนต้องการที่จะครอบครองสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬแต่กิเลนทองทมิฬนั้นเป็นสัตว์อสูรที่พบเจอได้ยาก และยากที่จะกำราบมันได้ ทำให้มูลค่าของมันจึงสูงมากเช่นกัน

        “ถูกต้อง!”หลิวชิงอี้ตอบอย่างมั่นใจ “ฉันรู้ถึงที่อยู่ของกิเลนทองทมิฬ ถ้าพวกเราจับกิเลนทองทมิฬได้และขายมันให้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แท้จริงในตระกูลของเราสักคนเราจะได้รับเงินมากกว่าหลายพันล้านคะแนนดวงดาว”

        “เธอแน่ใจนะว่าพวกเราจะสามารถจับกิเลนทองทมิฬได้?”

        ฉินจือซวนถาม

        “วางใจเถอะเป้าหมายของเราคือกิเลนทองทมิฬระดับจักรพรรดิ ไม่ใช่ระดับเทพ ถ้าเป็นกิเลนทองทมิฬระดับเทพราคาของมันจะมากกว่าหลายหมื่นล้านคะแนนดวงดาวแน่ แต่มันเกินความสามารถของเรามากเกินไปจากข้อมูลที่ฉันได้รับมา ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬน่าจะอยู่ในระดับจักรพรรดิ9 ดารา แน่นอนว่าด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้า อาศัยเพียงพวกเราสองคนไม่สามารถจับมันได้อย่างแน่นอนดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องหาพันธมิตร!” หลิวชิงอี้กล่าว

        “พันธมิตร?เธอกำลังมองหาใคร? ฉันนั้นสามารถหาผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่แข็งแกร่งมาได้แต่แน่นอนว่าพวกเขาต้องเรียกร้องผลประโยชน์มากมายอย่างแน่นอน” ฉินจือซวนขมวดคิ้ว

        “พวกเราจะไม่เลือกผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพมาช่วยพวกเราเราต้องหาพันธมิตรระดับจักรพรรดิ!” หลิวชิงอี้กล่าว

        “ระดับจักรพรรดิ?พรสวรรค์ด้านมิติของกิเลนทองทมิฬส่วนใหญ่อยู่ในระดับลึกลับปลอม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันจักรพรรดิ 9 ดาราทั่วไปไม่มีทางที่จะทำอะไรมันได้ ถ้าไม่สามารถหยุดพรสวรรค์ด้านมิติของอีกฝ่ายได้แล้วเราจะจับมันได้อย่างไร?” ฉินจือซวนกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

        หลิวชิงอี้ยิ้มและกล่าวว่า“เธอลืมไปแล้วหรือว่ามีจักรพรรดิคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับที่สามารถต่อกรกับพรสวรรค์ด้านมิติของกิเลนทองทมิฬได้บวกกับไพ่ตายของเธอและฉัน เรามีโอกาสสูงที่จะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ!”

        “นี่เธอกำลังพูดถึง...”ฉินจือซวนนึกถึงจักรพรรดิที่ไร้ยางอายคนหนึ่งขึ้นมา

        “เธอต้องการขอความร่วมมือจากจักรพรรดิหมื่นสวรรค์อย่างนั้นหรือ?ไม่ เจ้าหมอนั่นทำให้ฉันต้องสูญเสียเงินไปอย่างมหาศาล!”

        “ไม่เป็นไรถ้าเธอไม่เต็มใจ ฉันจะไปหาคนอื่น!”

        หลิวชิงอี้กล่าว

        “เดี๋ยวก่อน...”ฉินจือซวนรีบหยุดหลิวชิงอี้ไว้ก่อน “ชิงอี้ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ แต่ถ้าเราไปหาเขา เขาจะยอมรับข้อเสนอของเราอย่างนั้นหรือ?”

        “เธอวางใจเถอะเขาต้องยอมรับแน่! ฉันมีวิธี!”

        หลิวชิงอี้กล่าวด้วยความมั่นใจ

        “ชิงอี้ กิเลนทองทมิฬอยู่ที่ไหนกันแน่?”ฉินจือซวนเอ่ยถาม

        “ในหุบเหวหมื่นโบราณ!”

        หลิวชิงอี้กล่าวตอบอย่างใจเย็น

        “อะไรนะ!! เธอคิดว่านั่นมันคือที่ไหนกัน?เธอบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!” ฉินจือซวนเบิกตากว้าง

        หุบเหวหมื่นโบราณไม่ใช่สถานที่ธรรมดากล่าวกันว่ามันเป็นรอยแยกที่แตกออกมาจากดาวสีเงินในสมัยโบราณ ที่แห่งนี้ทอดยาวลึกลงไปในชั้นใต้ดิน

        หลังจากผ่านเวลาไปอย่างเนิ่นนานหุบเหวหมื่นโบราณก็ได้กลายเป็นสวรรค์ของสัตว์อสูร

        ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเจตจำนงของหุบเหวหมื่นโบราณจึงปฏิเสธระดับตัวตนระดับเทพหรือสูงกว่านั้น หากระดับเทพเข้าสู่หุบเหวหมื่นโบราณความแข็งแกร่งของพวกเขาจะถูกจำกัดและจะถูกค้นพบได้อย่างง่ายดายโดยสัตว์อสูรระดับเทพในหุบเหวหมื่นโบราณ

        ด้วยเหตุนี้ยอดฝีมือระดับเทพขึ้นไปจึงไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณ

        แน่นอน

        ดาวสีเงินนั้นมีตัวตนที่สามารถกวาดล้างหุบเหวหมื่นโบราณได้แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำลายมัน เพราะหุบเหวหมื่นโบราณเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมสำหรับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ

        มีสมบัติมากมายที่เกิดขึ้นภายในหุบเหวหมื่นโบราณดังนั้นจึงมีจักรพรรดิจำนวนมากที่เต็มใจยอมเสี่ยงเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณเพื่อค้นหาโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้น

        แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นสถานที่ที่อันตรายมากผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิส่วนใหญ่ล้วนแต่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งในหุบเหวหมื่นโบราณ

        ฉินจือซวนไม่เคยเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณมาก่อนดังนั้นเธอจึงหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย

        “เราไม่ได้จะเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณโดยตรงแต่จะสำรวจพื้นที่รอบนอกเท่านั้น เนื่องจากสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬอยู่รวมกันเป็นฝูงในหุบเหวหมื่นโบราณจึงเป็นเรื่องยากที่เราจะจับมันได้ และถ้าเราพาผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิจำนวนมากไปด้วยนั่นย่อมดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรระดับเทพที่ทรงพลังมา มันจะดีกว่าถ้าเราเดินทางกันแค่3-4 คน เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ฉันได้ยินเรื่องนี้จากผู้อาวุโสคนหนึ่งในตระกูลและไม่มีใครที่รู้เรื่องนี้มาก่อน”หลิวชิงอี้กล่าว

        ฉินจือซวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น“ตกลง ฉันเห็นด้วย ถึงอย่างไรพวกเราก็มีไพ่ตายที่จะช่วยรักษาชีวิตอยู่แล้ว โอกาสรอดชีวิตจึงสูงมากกิเลนทองทมิฬตัวหนึ่งมีมูลค่าอย่างมาก พวกเราต้องเสี่ยงอันตรายสักหน่อยก็เป็นเรื่องสมควรเราไม่สามารถพึ่งพาครอบครัวได้ตลอดไป อย่างน้อยเราก็ต้องมองหาวิธีที่จะทำเงินได้ด้วยตัวเอง!”

        “อืม งั้นพวกเราไปหาจักรพรรดิหมื่นสวรรค์กันเถอะ!”

        หลิวชิงอี้เร่งเร้า

        “ได้!”

        ฉินจือซวนพยักหน้าตอบ

        พวกเธอรู้ว่าเย่เทียนพักอยู่ที่ไหนนานแล้ว

        ด้วยสถานะของพวกเธอในเมืองฉินเฟิงการจะหาที่อยู่ของเย่เทียนย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

        หลังจากนั้นไม่นานพวกเธอก็มาถึงนอกวิลลาของเย่เทียน

        “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์คุณอยู่บ้านหรือไม่?”

        เสียงของฉินจือซวนดังขึ้น

        เย่เทียนที่กำลังเก็บตัวฝึกฝนและเปิดใช้งานค่ายกลฉนวนกันเสียงไว้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงของฉินจือซวน แต่ค่ายกลเหนี่ยวนำก็เตือนให้เขารู้ว่ามีคนอยู่ข้างนอก

        จากนั้น

        เย่เทียนก็ปิดค่ายกลฉนวนกันเสียงและค่ายกลอื่นๆแล้วใช้จิตสำนึกของเขาตรวจสอบทันที

        “ฉินจือซวนหลิวชิงอี้? พวกเธอมาหาเราทำไม? หรือพวกเธอจะจงใจมาที่นี่เพื่อคิดบัญชีกับเรา?”

        เย่เทียนพึมพำด้วยความสับสน

        อย่างไรก็ตามเขาก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

        เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาของทั้งสองคนเห็นได้ชัดว่าทั้งสองสาวไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาเรื่องเขา นอกจากนี้พวกเขาเองก็ไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆต่อกัน ระหว่างพวกเขามีเพียงแค่การประลองและการพ่ายแพ้ในการเดิมพันเท่านั้น

        แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาพวกเธอไม่สามารถใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการหาเรื่องเขาได้!

        “เข้ามาสิ!”

        เสียงของเย่เทียนดังออกมาจากวิลลา

        เมื่อประตูเปิดออก ฉินจือซวนและหลิวชิงอี้ก็เดินเข้าไปในบ้านของเย่เทียน

        ภายในห้องรับแขก

        เย่เทียนและหญิงสาวทั้งสองก็นั่งลง

        “พวกคุณมาหาผมด้วยเรื่องอะไร?”

        ทันใดนั้นเย่เทียนก็ถามออกมาตรงๆ