หลังจากที่ใช้เวลาฝึกฝนอยู่ในชั้นที่สี่ถึงห้าวัน ชั้นที่ห้าอีกเจ็ดวันไผ่ก็ลุขึ้นเดินไปยังชั้นที่หกต่อไป แรงกดดันที่ได้รับก็เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าทุกครั้ง
เมื่อไผ่เดินขึ้นมาถึงชั้นที่หก แรงกดดันจากแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าโลกภายนอกถึง320เท่าก็กดทับเข้ามา แต่เพราะความแข็งแกร่งของร่างจักรพรรดิมังกรทำให้ไผ่รู้สึกถึงแรงกดดันเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ที่ชั้นที่หกนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไปแล้วเพราะไผ่เห็นมีคนนั่งฝึกฝนอยู่เป็นจำนวนมาก ความจริงที่ชั้นที่ห้าก็เริ่มมีคนให้เห็นบ้างแล้ว
ไผ่กวาดตามองเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่บริเวณตรงกลางห้องโถงแล้ว ไผ่จึงเลือกที่จะเดินด้านข้างที่อยู่ไม่ไกลจากตรงกลางแทน จากนั้นไผ่ก็เริ่มทำเหมือนเดิม
หลังจากที่ฝึกฝนมาตลอดทั้งห้าชั้นในตอนนี้ไผ่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมทักษะธาตุต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ไผ่ที่กำลังตื่นเต้นกับการฝึกฝนและความก้าวหน้าของตัวเองจนลืมไปว่าตัวเขานั้นไม่มีทักษะใดเลยที่เกี่ยวข้องกับพลังธาตุเลย เพราะทุกทักษะที่ไผ่ได้รับมานั้นเกี่ยวกับเป็นทักษะด้านอื่นทั้งนั้น
ถ้าให้คนอื่นรู้เรื่องนี้คงจะตกใจและมองว่าไผ่เป็นสัตว์ประหลาดแน่นอน
ความจริงแล้วไผ่ไม่ควรจะได้รับประโยชน์อะไรจากหอคอยแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ที่ไผ่สามารถฝึกฝนและก้าวหน้าได้เป็นเพราะทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุล้วน ๆ เพราะทักษะนี้เองที่ทำให้ไผ่สามารถฝึกฝนและชำนาญพลังเกี่ยวกับธาตุได้
แล้วการที่ไผ่เชี่ยวชาญพลังธาตุไปแล้วจะทำยังไงในเมื่อไผ่ไม่สามารถใช้มันได้เพราะไม่มีทักษะที่เกี่ยวกับธาตุต่าง ๆ เลย
ข้อจำกัดเหล่านี้จะอยู่แค่กับผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับจันทราเท่านั้น เพราะเมื่อผู้ปลุกพลังก้าวเข้าสู่ระดับจันทราเมื่อไหร่พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ธาตุเหล่านั้นเสริมแค่ทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างเดียวอีกต่อไป พวกเขาจะสามารถใช้ธาตุที่ตัวเองเรียนรู้และฝึกฝนมาเสริมเข้ากับทักษะที่ตัวเองมีได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทักษะที่ตรงกับธาตุที่ตัวเองเชี่ยวชาญอีกต่อไป
อย่างเช่นคนที่มีทักษะด้านความเร็วคนผู้นั้นก็สามารถเสริมธาตุลมหรือสายฟ้าเข้าไปเพื่อทำให้ความเร็วของตนเองเพิ่มขึ้นไปอีกหรือจะเป็นทักษะโจมตีก็สามารถเสริมธาตุไฟหรือสายฟ้าเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังโจมตี หรือเสริมทักษะการป้องการด้วยธาตุน้ำหรือดินเข้าไป
ส่วนไม้ก็สามารถก็เสริมได้หลากหลายทักการป้องกัน การโจมตีหรือกักขังแล้วแต่ผู้ปลุกพลังคนนั้นจะเชี่ยวชาญธาตุไหนและนำมันมาส่งเสริมกับทักษะของตัวเองได้ดีที่สุด
ซึ่งสิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้จะต้องเป็นผู้ปลุกพลังระดับจันทราขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้ ส่วนผู้ปลุกพลังที่มีระดับต่ำกว่าระดับจันทราจะสามารถใช้พลังธาตุในการส่งเสริมทักษะที่เกี่ยวกับธาตุนั้น ๆ ได้เท่านั้น
ยกเว้นผู้ปลุกพลังหรือสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นอัจฉริยะหรือมีสายเลือดพิเศษเท่านั้นถึงจะสามารถทำแบบเดียวกับระดับจันทราได้ก่อนทะลวงระดับจันทรา
เพราะเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้ผู้ปลุกพลังระดับทับทิมไม่มีทางสู้หรือเทียบชั้นกับระดับจันทราได้เลย
‘เกิดอะไรขึ้นทำไมความเร็วในการดูดซับพลังธาตุและความเร็วในการทำความเข้าในของเราเพิ่มขึ้น’ไผ่พึมพำในใจด้วยความตกใจ
ไผ่พยายามสำรวจจนในที่สุดก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่าต้นไม้แห่งการรู้แจ้งได้ทำงานด้วยตัวออกมันเองและช่วยไผ่ในการดูดซับและทำความเข้าใจ
อย่างลืมว่าความสามารถของต้นไม้แห่งการรู้แจ้งนั้นคือพัฒนาและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังจิตวิญญาณของไผ่ ทำให้ความเร็วในการเรียนรู้หรือทำความเข้าในรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะถ้าทำเพียงแค่นี้ไม่ได้มันก็คงจะต้องอับอายที่ถูกเรียกว่าทักษะระดับGและได้ชื่อว่าต้นไม้แห่งการรู้แจ้ง
เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากต้นไม้แห่งการรู้แจ้งไผ่ก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองทำความเข้าใจธาตุต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องมีทักษะที่เกี่ยวข้อง
การที่ได้รู้เช่นนั้นมันอดทำให้ไผ่ตื่นเต้นไม่ได้และอดไม่ได้ที่จะทดลองในสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้มา ไผ่เปิดใช้ทักษะปราการทมิฬและใช้ธาตุมืดที่เริ่มเชี่ยวชาญเล็กน้อยเสริมเข้าไป
‘สุดยอดนี้คือความแข็งแกร่งของทักษะหลังจากเสริมพลังธาตุเข้าไปงั้นรึ’ ไผ่ตะโกนขึ้นใจด้วยด้วยความตื่นเต้น
ไม่เพียงแค่นั้นไผ่ก็เริ่มใช้ธาตุวิญาณเสริมเข้าไปในทักษะการตรวจสอบจิตใจและทักษะตรวจสอบไผ่พบว่ามันสามารถมองรายละเอียดได้มากขึ้นกว่าเดิม ทักษะพลางตัวเสร็จด้วยธาตุมืดก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
ไผ่ยังทดสอบร่างจักรพรรดิมังกรด้วยธาตุต่าง ๆ อีกด้วยและผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก
หลังจากนั้นไผ่ก็ลองใช้ทักษะก้าวหมื่นมิติและทักษะความว่างเปล่าและใช้พลังธาตุเสริมเข้าไป แต่มันกลับไม่มีผลอะไรไม่ว่าไผ่จะพยายามลองทุกวิถีทางลองเปลี่ยนธาตุไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่เป็นผล
มันจึงทำให้ไผ่คาดเดาไปว่า มิติ-กาลเวลาและความว่างเปล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่อยู่เหนือพลังธาตุเหล่านี้ขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้เรื่องพวกนี้ยังไม่สำคัญไผ่จึงปล่อยผ่านมันไปก่อน เพราะเชื่อว่าถ้าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นก็จะรู้ได้เองในอนาคต.