แล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน

    ตอนที่ 23 100%


    เมื่อลู่อันเฉินเห็นว่าเด็กชายไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะด้วย นางจึงเรียกเด็กชายคนนั้น "นี่น้องชาย เจ้าก็นั่งลงเถิด"


    "ขอบคุณพี่สาวขอรับ แต่ข้ายื่นอยู่อย่างนี้จะเหมาะสมกว่า พวกพี่ชายพี่สาวตามสบายเถิดครับ เดี๋ยวข้าจะไปตามเสี่ยวเอ้อร์มาให้" พูดจบเด็กชายก็รีบวิ่งออกไปจากห้องเพื่อไปตามเสี่ยวเอ้อร์มาจดรายการอาหาร


    ภายในห้องพิเศษ หลี่ซูเม่ยได้เริ่มการสนทนาขึ้นมาว่า "ศิษย์พี่รอง ตอนอยู่บนเรือ ท่านบอกว่าหลังจากที่ลงจากเรือแล้ว ท่านจะบอกพวกเราว่าท่านเป็นอะไร ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ศิษย์พี่รอง ท่านบอกข้าเถิดว่าอาการของท่านมีสาเหตุมาจากอะไร"


    "จริงๆ แล้วเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องมงคลนะศิษย์น้องเล็ก เจ้ากำลังจะได้เป็นน้าคนแล้ว"


    "อ๊ะ! อย่าบอกนะว่า...ท่านตั้งครรภ์แล้ว!? "


    "อืม ตอนนี้ก็สี่เดือนแล้ว"


    เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวทั้งสอง ทั้งหลี่ซูเม่ยและมู่ไป๋อันต่างกล่าวแสดงความยินดี


    "ยินดีกับท่านด้วยศิษย์พี่รอง"


    "ใช่แล้วยินดีกับพี่อันเฉินด้วย"


    "ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้ว ศิษย์น้องร่างกายเจ้าตอนนี้ไม่ปกติ เจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ ละ" หยวนจางเอ่ยกำชับ


    "เจ้าค่ะศิษย์พี่"


    "แล้วนี่พี่อันเฉิน ท่านบอกท่านแม่ทัพแล้วหรือยัง" มู่ไป๋อันสอบถาม


    "ข้าจะบอกได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่อยู่ที่บ้านมาหลายเดือนแล้ว ยิ่งมายังดินแดนอื่น ยิ่งติดต่อกันยาก ช่างมันเถิด แล้วพวกเจ้าละ จะแต่งกันวันไหน เลือกวันแล้วหรือยัง หากยังเดี๋ยวข้าช่วยจัดการให้ อิอิ"


    "พี่อันเฉินก็...อันที่จริงข้าได้ปรึกษากับสือปาแล้ว พวกเราคิดว่าจะรออีกสองสามปีให้น้องเล็กแต่งไปก่อน อีกอย่างหลังจากนี้คงจะยุ่งวุ่นวายน่าดู รอให้กลุ่มมดจัดตั้งอย่างมั่นคงก็คงไม่สายเกินไป"


    หลี่ซูเม่ยได้ฟังก็รู้สึกไม่เห็นด้วยจึงกล่าวว่า "นี่ๆ พี่รอง พี่สี่ พวกท่านทั้งสองต่างก็อาวุโสกว่าข้า ตามลำดับแล้วพวกท่านสมควรแต่งก่อนข้า เพราะฉะนั้นพวกท่านไม่ต้องรอข้าหรอก ศิษย์พี่รองท่านเลือกวันมงคลให้พวกเขาทั้งสองเถิด"


    "น้องเล็ก ไฉนเจ้าพูดเช่นนี้เล่า พวกข้าถือว่าเจ้าเป็นผู้มีพระคุณของพวกเรา หากไม่ได้เจ้าช่วยไว้ในวันนั้น ตอนนี้ข้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ยังไม่รู้เลย ดังนั้นข้าจึงอยากช่วยเจ้าจัดการงานต่างๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน"


    เมื่อเห็นว่ามู่ไป๋อันยังคงดื้อดึงไม่ยินยอม หลี่ซูเม่ยจึงกล่าวอีกว่า "พี่สี่ ข้าแค่เห็นว่าพวกท่านทั้งสองต่างก็รักใคร่กลมเกลียวกันดี ไม่มีเหตุผลอันใดที่ท่านทั้งสองต้องรั้งรอ ข้าอยากเห็นพวกท่านมีความสุข ส่วนเรื่องในตอนนั้น เป็นท่านที่ไม่ยอมแพ้เอง อีกอย่างคนที่ช่วยพวกเราในตอนนั้นคือพี่ใหญ่กับพี่รองต่างหาก ดังนั้นหากพี่สี่พูดถึงบุญคุณ ท่านก็ตอบแทนพี่รองโดยการแต่งให้พี่รองโดยเร็วเถิด"


    สือปาได้ยินดังนั้นจึงรีบกล่าวสนับสนุนหลี่ซูเม่ยโดยเร็ว "อันเอ๋อร์ ที่น้องเล็กพูดมาก็มีเหตุผลอยู่นะ ข้าเห็นด้วยกับที่น้องเล็กบอกว่างานแต่งของพวกเราจัดยิ่งเร็วยิ่งดี เจ้าว่าอย่างไร" พูดจบสือปาก็หันหน้าไปมองมู่ไป๋อันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก รอคอยคำตอบจากปากของนางในดวงใจ


    มู่ไป๋อันเห็นสือปามองมาด้วยสายตาเช่นนั้นก็หน้าแดง ไม่รู้ว่าควรแสดงออกเช่นไร จึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแง่งอน "นี่ท่าน! แล้วแต่ท่าน ข้าไม่พูดเรื่องนี้แล้ว" มู่ไป๋อันพูดจบก็หันหน้าหนี ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสายตาเช่นนั้นของสือปา


    ก็อก ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในห้องกลับสู่ปกติ ตามมาด้วยเสียงของเด็กชายที่ออกไปตามเสี่ยวเอ้อร์


    "พี่สาวพี่ชาย ข้าไปตามเสี่ยวเอ้อร์มาให้แล้วขอรับ ข้าจะเข้าไปแล้วนะขอรับ"


    หลังจากที่ได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็ได้เข้าไปในห้อง เสี่ยวเอ้อร์ทำการแนะนำรายการอาหารที่ขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยม โดยมีเด็กชายคอยช่วยบรรยายถึงหน้าตาและรสชาติอาหารตามที่ตนเคยรับรู้ นี่ทำให้พวกหลี่ซูเม่ยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะ


    เมื่อเสี่ยวเอ้อร์จดรายการอาหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนเห็นว่าเด็กชายยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมมานั่งรวมโต๊ะ ทุกคนเลยช่วยกันพูดจนในที่สุดเด็กชายก็ไม่สามารถหาคำมาโต้แย้งทุกคนได้ จึงต้องจำยอมนั่งรวมโต๊ะ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เด็กชายจึงเริ่มเล่าถึงเมืองเวยซานและดินแดนเสียงสวรรค์


    หลังจากฟังจบทุกคนจึงรู้ว่าเมืองเวยซานเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้สุดของดินแดนเสียงสวรรค์ เป็นเมืองใหญ่อันดับหนึ่งในภาคใต้ ก่อนเข้าเมืองทุกคนต้องมีป้ายยืนยันสถานะ ป้ายนี้หากทำหายก็สามารถขอใหม่ได้ที่ที่ว่าการประจำเมือง โดยทางที่ว่าการจะมีแผ่นหยกบันทึกข้อมูลรายชื่ออยู่ หากยังไม่เคยแจ้งชื่อ แจ้งข้อมูลก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการหลายวัน อีกทั้งยังเสียตำลึงเงินเพื่อเพิ่มขื่อเข้าไปในหยก


    คนในดินแดนแห่งนี้วัดกันที่ระดับพลังเช่นเดียวกันกับที่ดินแดนต้าชิง แต่ที่ดินแดนนี้ยังมีระดับที่สูงกว่าระดับสีทอง ซึ่งก็คือระดับสีรุ้ง ระดับสีขาว และระดับไร้สีเป็นระดับสูงสุด คนที่ฝึกถึงระดับไร้สีนั้นมีจำนวนน้อยมาก ส่วนมากเป็นพวกผู้อาวุโสในตระกูลใหญ่ ในดินแดนเสียงสวรรค์มีไอพลังที่มีส่วนช่วยในการฝึกฝนพลังเข้มข้นกว่าที่ต้าชิงหลายเท่า ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในดินแดนนี้จึงมีระดับพลังอยู่ที่สีม่วง เด็กหลายคนเกิดมาก็มีระดับพลังอยู่ที่สีเหลืองหรือไม่ก็สีเขียวแล้ว


    เด็กชายเองก็ได้แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก ชื่อของเขาคือหลินซาน ปีนี้อายุ 10 ปี ตอนนี้อยู่ตัวคนเดียว ความรู้เหล่านี้ที่เขาได้กล่าวไปล้วนมาจากตระกูลของเขา เขาได้แอบหนีจากตระกูลมาเพราะอยากผจญภัย เขาเพิ่งมาถึงเมืองนี้ได้ไม่กี่วันก็โชคดีได้เจอกับพวกหลี่ซูเม่ย


    "พี่ชายพี่สาวทั้งหลาย ไม่ทราบว่าสนใจรับน้องชายคนนี้เข้าร่วมกลุ่มหรือไม่"


    "เหตุใดเจ้าจึงอยากเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเราหรือ"


    "เพราะว่าหนึ่งพวกท่านมีบุญคุณต่อข้า ข้าต้องการตอบแทนบุญคุณพวกท่าน


    สองเพราะว่าพวกท่านดูเหมือนคนต่างถิ่น พวกท่านดูไม่ค่อยคุ้นชินกับสิ่งต่างๆ ข้ามีความรู้ความสามารถอยู่ระดับหนึ่ง ข้าสามารถช่วยพวกท่านได้


    สามข้าช่วยพวกท่านสืบข่าวได้ ข้ารู้จักกับขอทานมากมายในเมืองนี้ รวมถึงเมืองอื่นๆ ที่ข้าได้ผ่านทางมา


    สี่เพราะว่าพวกท่านมีระดับพลังที่สูงกว่าคนทั่วไป สามารถช่วยคุ้มครองข้าได้ อีกทั้งยังช่วยสอนข้าได้อีกด้วย"


    "เจ้าเด็กน้อยหลินซาน เจ้าเฉลียวฉลาดจริงๆ พวกข้าให้เจ้าร่วมได้ แต่พวกเราต้องทำสัญญากันก่อน"


    "ได้เลย เชิญพวกท่านเสนอเงื่อนไขมา หากข้าสามารถรับได้ก็ถือว่าเป็นอันตกลง"


    "ข้อแรก เจ้าต้องบอกความจริงกับพวกเราทั้งหมด พวกเราก็จะบอกความจริงกับเจ้าเช่นกัน และหากเรื่องไหนมีความสำคัญทั้งสองฝ่ายต่างก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนั้นเป็นอันขาด


    ข้อสอง พวกเราถือว่าเป็นพี่น้องกัน ไม่ถือว่าเป็นนายบ่าว


    ข้อสาม สัญญาฉบับนี้จะยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น


    ข้อสี่ ตรายใดที่สัญญายังคงอยู่ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา หรือคิดไม่ดีต่ออีกฝ่าย อีกฝ่ายจะจัดการเช่นไรก็ได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ


    น้องหลินซาน เจ้าเห็นว่าสัญญานี้เป็นอย่างไร"


    "ข้าไม่มีปัญหาอะไร"


    "เช่นนั้นก็ลงชื่อเถิด"


    เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงเปลี่ยนสถานที่ไปยังห้องพัก ห้องพักที่จองไว้มีทั้งหมดสามห้อง คราแรกได้ตกลงกันไว้ว่าหลี่ซูเม่ยกับลู่อันเฉินอยู่ด้วยกันหนึ่งห้อง มู่ไป๋อันกับสือปาหนึ่งห้อง ส่วนอีกหนึ่งห้องให้หยวนจางอยู่กับหลินซาน แต่ปรากฏว่าหลินซานไม่ยอมอยู่ห้องเดี๋ยวกับหยวนจาง เขาต้องการอยู่กับหลี่ซูเม่ย ไม่ว่าจะพูดอธิบายเช่นไรหลินซานก็ไม่ฟัง จะอยู่กับหลี่ซูเม่ยให้ได้เพียงอย่างเดียว ทำให้มู่ไป๋อันต้องไปอยู่กับลู่อันเฉิน และสือปาไปอยู่กับหยวนจาง การที่หลี่ซูเม่ยได้พักห้องเดียวกันกับหลินซาน ทำให้นางได้รู้ความลับที่คาดไม่ถึงของหลินซาน...


    -------------------------------------------------


    * ฝากรีดให้กำลังใจและติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️

    คล้ายกับเรื่องแล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน ที่คุณอ่าน