บทที่ 17 พาเหยื่อกลับมาพร้อมชัยชนะ
หลิวตงเหนียงเข้ามาจากด้านนอก เห็นพี่สะใภ้เย็บสองสามฝีเข็มแล้วก็หันไปมองเด็กน้อยร่างอวบที่กำลังหลับสนิท จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มพลางพูดว่า "พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล จูจูหายดีแล้ว ไม่มีทางกลับไปเป็เหมือนเดิมอีกแน่"
หยางลี่ฮวาถอนหายใจ ดึงน้องสะใภ้ให้นั่งลง แล้วยื่นก้อนสำลีให้ช่วยปูให้เรียบ ตอบเสียงเบาว่า "ถึงเด็กคนนี้จะหายดีแล้ว แต่นางยังมึนงงอยู่บ่อย ๆ ข้ากลัวว่านางจะมีโรคแทรกซ้อน"
“ครั้งก่อนที่บิดาของนางเข้าไปในูเา พอตื่นขึ้นมาไม่เห็นคนก็ร้องไห้อยู่นาน คราวนี้ท่านปู่ไปอีก ข้ากลัวว่านางจะงอแงไม่เลิก”
“ไม่น่าเป็เช่นนั้น พอนางตื่นขึ้นมาก็ให้พวกเด็ก ๆ พาออกไปเล่นด้วยกัน เด็กเล็กมักลืมง่าย ไม่เก็บเื่ใดไว้ในใจนานนัก” หลิวตงเหนียงให้กำลังใจสองสามประโยค
ทั้งสองคนยุ่งอยู่อย่างนั้นจนฟ้ามืด เย็บไส้ผ้านวมของท่านผู้เฒ่าไท่ผืนใหม่เสร็จ จูจูถึงได้ตื่นขึ้นมา
เด็กน้อยร่างอวบขยี้ตา หาวเล็ก ๆ อย่างเพลิดเพลิน จากนั้นก็เห็นมารดาของตนอยู่ข้าง ๆ
จูจูยิ้มกว้างทันที ใช้ทั้งมือและเท้าปีนเข้าไปในอ้อมอกของมารดา แล้วเรียกเสียงหวาน "ท่านแม่!"
หัวใจที่แขวนค้างของหยางลี่ฮวาวางลงในทันใด นางยิ้มอย่างโล่งใจ กอดลูกสาวแน่นแล้วจุมพิตเบา ๆ พลางถามว่า “หมูน้อยของแม่ตื่นแล้ว หิวหรือไม่?”
เด็กหญิงร่างอวบกอดท้องน้อย ๆ ของตัวเอง ดวงตาโตมองไปทางอาสะใภ้ข้าง ๆ ยิ้มจนฟันขาวเล็ก ๆ เปล่งประกาย "อาสะใภ้รอง ท้องร้องแล้ว!"
"ได้เลย ได้เลย!" หลิวตงเหนียงอดทนไม่ไหว เข้ามาใกล้และจูบเด็กอ้วนที่มีกลิ่นนมหอม ๆ ด้วยความกระตือรือร้น “รอสักครู่นะ อาสะใภ้รองจะไปทำโจ๊กเนื้อให้เ้ากิน”
"จ๊วบ!" จูจูไม่ได้ตระหนี่ในการตอบแทนอาสะใภ้รองด้วยจูบหอม ๆ แล้วปรบมือเล็ก ๆ อวบ ๆ อย่างดีใจ "กินโจ๊กเนื้อ กินโจ๊กเนื้อ!"
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ที่กำลังเล่นอยู่ในห้องโถงได้ยินเสียงก็วิ่งเข้ามา พร้ะโกนพร้อมกัน
“ตอนเย็นกินโจ๊กเนื้อหรือ? พวกเราก็อยากกินเหมือนกัน!”
หลิวตงเหนียงยกมือเคาะศีรษะเด็กชายทั้งสองคนละที พลางบ่นว่า “โตป่านนี้แล้วยังมาแย่งกับน้องสาว รีบไปช่วยก่อไฟเสีย!”
เด็กชายทั้งสองคนหมดแรง เห็นน้องสาวตื่นแล้ว พวกเขาก็ขยับคิ้วเบิกตาทำหน้าตลกล้อเลียน จนทำให้น้องสาวหัวเราะคิกคักเสียงดังก่อนจะหยุด
หยางลี่ฮวาพูดกับหลิวตงเหนียง "เพราะว่าจูจูาเ็ที่ศีรษะ ทำให้ที่บ้านวุ่นวายมาหลายวัน การเรียนของพวกเด็ก ๆ ก็ถูกละเลยไปด้วย พรุ่งนี้ก็ให้พวกเขากลับมาเรียนกันต่อเถอะ"
หลิวตงเหนียงรีบพยักหน้าทันที "ดี ไม่ว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร การเรียนรู้มากขึ้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
"อีกอย่าง สองคนนี้ทั้งวันเป็เหมือนม้าป่าที่ไม่มีบังเหียน รีบเอาบังเหียนมาใส่เสียที บ้านจะได้สงบสักพัก"
ในชั่วครู่เดียว สองสะใภ้ก็ตกลงกันเรียบร้อย แต่ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่กลับรู้สึกเสียใจ
ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็แบบนี้ ต่อให้ถูกตีตายก็ไม่วิ่งเข้ามาหรอก!
ไม่ใช่ว่าการอ่านหนังสือ เรียนการเขียนและคำนวณมันเหนื่อยหรือยากลำบากเกินไป แต่เมื่อเทียบกันแล้ว การก่อตุ๊กตาหิมะหรือการเล่นขว้างหิมะมันน่าสนุกกว่า...
แสงอรุณรุ่งปกคลุมผืนป่าบนูเา ลมเหนือพัดพาเศษหิมะปลิวไปมา บางครั้งก็มีใบไม้แห้งร่วงหล่น เพิ่มความโดดเดี่ยวอ้างว้างให้กับทิวทัศน์
ผู้เฒ่าไท่ไพล่มือไว้ด้านหลัง มือกำกล้องยาสูบแน่น ยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่บนยอดเขา มองไปยังยอดเขาหลายลูกจากไกล ๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ไท่หย่งอันสวมหมวกผ้าฝ้าย ห่อหุ้มศีรษะใหญ่ของเขาอย่างมิดชิด
เขาเดินสลับเท้าลึกบ้างตื้นบ้างไปหาท่านปู่ แล้วพูดว่า “ท่านปู่ เหตุใดจึงตื่นเช้าเช่นนี้? ทุกคนไม่เห็นท่าน พากันใหมดแล้ว”
ท่านผู้เฒ่าหันสายตากลับมาและตอบว่า "ทำไมต้องรีบร้อน ข้าจะทิ้งไปไหนได้! จุดกองไฟในถ้ำให้แรงขึ้นหน่อย จะได้อุ่นอาหารแห้งและดื่มน้ำร้อนสักหน่อย เดี๋ยวจะได้จะเริ่มทำงานกัน"
"ข้าเห็นรอยเท้าของสัตว์ป่าแล้ว จะพยายามเอาของดี ๆ กลับไปให้คนที่บ้าน"
"ดีเลย ท่านปู่!" ไท่หย่งอันดีใจหันหลังวิ่งไปรายงานข่าวทันที
ผู้เฒ่าไท่มองไปยังยอดเขาเ่าั้เป็ครั้งสุดท้าย ในดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน สุดท้ายเขาก็เดินตามรอยเท้าของหลานชายจากไป...
พระอาทิตย์ขึ้นและพระจันทร์ตก ชั่วพริบตาคณะล่าสัตว์ก็เข้าไปในูเาได้สามวันแล้ว ทุกคนในหมู่บ้านต่างเป็ห่วง
วันนี้ แม้แต่ไท่ซานเย่ก็นั่งไม่ติดที่แล้ว เดินไปมาพร้อมกับไพล่มือไว้ข้างหลังที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
ไท่จี้จงออกไปเทน้ำสกปรก เห็นสภาพแบบนี้จึงรีบเชิญท่านลุงเข้ามานั่งในบ้านผิงไฟ
ไท่ซานเย่เข้ามาแล้ว ตามหลังมาด้วยชาวบ้านอีกเจ็ดแปดคนที่ต่างก็เป็ห่วงเช่นกัน
"ท่านอาหกกับคนอื่น ๆ ไปนานขนาดนี้แล้ว เหตุใดยังไม่กลับมาอีก?"
“หิมะในเขาหนามาก จะหลงทางหรือไม่?”
“อย่าพูดจาอัปมงคล ท่านอาหกเป็นายพรานเก่า ไม่มีทางหลงแน่!”
"โธ่ ข้าแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ข้าก็หวังให้คณะล่าสัตว์กลับมาเร็ว ๆ เช่นกัน!"
ชาวบ้านพูดคุยกันอย่างคึกคัก บางครั้งก็มีปากเสียงกันนิดหน่อย แต่พอไท่ซานเย่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้ ทุกคนก็เงียบกริบ
พอดีกับที่หยางลี่ฮวาอุ้มจูจูออกมาจากบ้าน ไท่ซานเย่ก็รับเด็กอ้วนมาอุ้มเล่น "จูจูคิดถึงท่านปู่หรือเปล่า? ท่านปู่ไปล่าสัตว์ เดี๋ยวก็จะกลับมาพร้อมกับเนื้อแล้วนะ!"
เด็กอ้วนมีดวงตากลมโตเป็ประกาย พยักหน้าแรง ๆ แล้วตอบอย่างจริงจัง "ท่านปู่จะเอาเนื้อกลับมาเยอะ ๆ ! เยอะมาก เยอะมาก!"
เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ หวานนุ่มนิ่มฟังสบายหู ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา
ชีวิตที่ยากลำบาก เด็ก ๆ ในทุกบ้านต่างผอมแห้ง ผิวเหลือง หัวโตคอบาง ไม่อาจเรียกได้ว่าน่ารัก
เมื่อมีเด็กอ้วนขาวผ่องเหมือนตุ๊กตาในภาพปีใหม่ปรากฏตรงหน้า ทุกคนต่างอยากมองหลาย ๆ ครั้ง และอยากแหย่เล่นด้วยสักสองสามประโยค
"จูจูลองทายซิ ท่านปู่จะเอาเนื้ออะไรกลับมา?"
"ใช่แล้ว จูจูลองทาย ถ้าทายถูกมีรางวัลให้!"
จูจูเอียงหัวน้อย ๆ พยายามคิดอย่างหนัก นิ้วมืออวบ ๆ ของนางนับทีละนิ้ว "เนื้อ ๆ ... เนื้อ ๆ เนื้อ ๆ !"
เด็กน้อยตัวกลม ๆ อย่างนาง จะแยกแยะเนื้อประเภทไหนออกได้ยังไง
เนื้อไม่ได้เหมือนกันหมดหรอกหรือ?
เนื้อไม่ได้หอมหวานทั้งหมดงั้นหรือ?
ก้อนแป้งน้อยรู้สึกงุนงงอย่างมาก คิ้วเล็ก ๆ ขมวดกันเหมือนเครื่องหมายคำถามสองอัน นิ้วมืออวบ ๆ ชี้ไปมาอย่างไร้เดียงสา
ทุกคนทำให้เด็กน้อยงุนงงได้สำเร็จ จึงหัวเราะกันอีกรอบ
หลังจากนั่งคุยกันอีกสักพัก เมื่อเห็นว่าแสงแดดอ่อน ๆ ข้างนอกใกล้จะอยู่เหนือศีรษะแล้ว จึงลุกขึ้นกลับบ้าน
ไท่จี้จู่และไท่จี้จงตามออกไปส่งแขก จูจูรู้สึกอึดอัดที่อยู่ในห้อง จึงเกาะกรอบประตูอยากออกไปดูข้างนอกบ้าง แต่ถูกมารดาอุ้มขึ้นมาทันที
ลมเหนือไม่มีตามองไม่เห็น หากเด็กถูกลมพัดจนน้ำมูกไหลอีกครั้ง คนในบ้านก็ต้องกังวลกันอีก
พอทุกคนเดินออกจากประตูไป ก็มองไปยังปากทางโดยสัญชาตญาณ แล้วพบว่ามีเงาดำ ๆ เล็ก ๆ เห็นเลือนรางอยู่ตรงนั้น
"โอ้! นั่นเป็คณะล่าสัตว์กลับมาแล้วหรือเปล่า?"
"เป็ไปได้ ริมถนนตรงนั้นเป็ทางลาดลง ลงเขาสบายกว่า!"
ทุกคนะโร้องด้วยความดีใจ แล้ววิ่งอย่างบ้าคลั่งไปต้อนรับพวกเขา
ไท่ลิ่วเย่เหน็บกล้องยาสูบไว้ที่เข็มขัด มือข้างที่ยังดีอยู่ถือดาบเดินนำอยู่หน้าขบวน ด้านหลังคือชาวบ้านที่กำลังลากเลื่อนหิมะสองคัน ทุกคนเหนื่อยจนหอบหายใจ คิ้วและขนตาเกาะไปด้วยน้ำค้างแข็งสีขาว
เมื่อเห็นคนในครอบครัวมารับ ทุกคนก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นอีก
"ฮ่า ๆ น้องหก กลับมาสักที! เป็อย่างไรบ้าง มีใคราเ็ไหม?" ไท่ซานเย่ดึงตัวน้องชายมองสำรวจั้แ่หัวจรดเท้า
ท่านปู่ไท่โบกมือ "วางใจเถอะ พี่สาม กลับมาพร้อมของเต็มมือ ไม่ได้เสียแรงเปล่า!"
"จริงรึ? ฮ่า ๆ ดีมาก!"