1
โผล่มายุค1968 อย่างงงๆ
เฉินหงอี้ สาววัย 25 ปี ั้แ่เกิดโรคระบาด ผู้คนกลายเป็ซอมบี้โลกที่เคยรู้จักถูกทำลาย มันเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลกเสียอีก ชีวิตของเธอก็มีเพียงแค่สู้สู้และต้องสู้เท่านั้นถึงจะสามารถมีชีวิตรอด
เมืุ่์ส่วนใหญ่กลายเป็ซอมบี้ กัดกินมนุษย์ด้วยกันเองเชื้อร้ายแพร่ไปยังทุกหนทุกแห่งกว่าจะรับมือและตั้งหลักได้ประชากรมนุษย์ที่เหลือรอดก็น้อยเต็มทีเมื่อก้าวขาออกนอกกำแพง ก็เจอแต่ซอมบี้ ทุกหนทุกแห่งพวกมัมมีมากกว่าประชากรมนุษย์ที่รอดชีวิตเสียอีก
นานวันเข้าทั้งมนุษย์และซ้อมบี้ก็เกิดวิวัฒนาการตามกฎการอยู่รอดของทุกสรรพสิ่ง มนุษย์บางส่วนเกิดการกลายพันธุ์ทำให้ทรงพลังแข็งแกร่ง การต่อสู้ของมนุษย์และซอมบี้ยังคงดำเนินต่อไป
เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่กลายพันธุ์จะยิ่งแข็งแกร่งและทรงพลังเมื่อได้รับถ่ายทอดยีนกลายพันธุ์ของพ่อและแม่
เฉินหงอี้เกิดในป้อมปราการ เขต 11 เมืองซี ที่นี้มีป้อมปราการสำหรับอยู่อาศัยของมนุษย์ แต่ก็ยังต้องออกไปข้างนอกป้อมกำแพงเพื่อหาเสบียงและลาดตระเวนพื้นที่รอบนอกทุกคนที่อยู่ในป้อมต้องทำงาน เพื่อสะสมคะแนนเอาไว้ใช้แลกอาหารอาหารส่วนใหญ่จะเป็อาหารสังเคราะห์ แทบไม่มีรสชาติ กินเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
เฉินหงอี้เป็หน่วยลาดตระเวนและสะสมเสบียงแน่นอนว่าที่สำคัญสำหรับมนุษย์ไม่ว่าไหนยุคสมัยไหนก็คือ ปัจจัยสี่ถึงแม้ในป้อมปราการจะมีพื้นที่ให้เพาะปลูกแต่มันก็ไม่เพียงพอต่อทุกคน อาหารสังเคราะห์ทำให้อิ่มท้อง คุณประโยชน์ครบถ้วนแต่มนุษย์ก็ยังคงแสวงหาอาหารที่มีรสชาติ
ในแต่ละเดือนหน่วยลาดตระเวนจะออกลาดตระเวนและหาเสบียงนอกป้อมปราการเป็การตรวจตราพื้นที่รอบนอก แล้วก็ล่าสัตว์กลายพันธุ์เอามาเป็อาหารเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์มีประโยชน์ มันสามารถเพิ่มพละกำลังได้ ทุกอย่างที่หามาได้จะถูกแบ่งให้ทีมครึ่งหนึ่ง เก็บเข้าส่วนกลางอีกครึ่งหนึ่ง
ทีมของเฉินหงอี้มีกันทั้งหมด 15 คน มีมนุษย์กลายพันธุ์ที่ทรงพลังเป็หัวหน้าทีมทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเอง ทุกคนล้วนมีพลัง แม้แต่เฉินหงอี้เองก็ด้วยเธอมีพลังในการรักษา หัวหน้าทีมมีพลังสายฟ้า นอกจากนี้ลูกทีมยังมีพลังโจมตีอย่างไฟน้ำแข็ง มีคนที่มีพลังทางจิต
บางคนมีพลังมิติ คนพวกนี้จำเป็อย่างมาก เพราะมิติสามารถจัดเก็บสิ่งของเข้าไปได้หากคนไหนพิเศษมากๆมิติสามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้ด้วย แต่คนกลุ่มนี้หาได้ยากมาก
ทีมของเฉินหงอี้มีคนมีพลังมิติถึง 2 คน แต่ละคนแบ่งหน้าที่เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกสัตว์เองก็เกิดวิวัฒนาการเช่นเดียวกันพวกมันเกิดการกลายพันธุ์ พวกเราเรียกมันว่า สัตว์กลายพันธุ์มีทั้งหมด 5 ระดับ แบ่งตามความแข็งแกร่งของพวกมัน
ตอนนี้สถานการณ์ของทีมกำลังย่ำแย่ ทีมกำลังถูกสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงโจมตีเป็สัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 แล้วยังเป็ระดับ 5 ตัวแรกที่เฉินหงอี้เคยเจอ
เมื่อสู้ไม่ได้ก็มีทางเดียวก็คือหลบหนี ทั้งทีมแยกกันหลบหนีในระหว่างที่หนีออกมาจนพ้นอันตรายจากสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 ก็มาพบเจอกับาาซอมบี้เข้าให้
ราวกับว่าหนีเสือมาพบกับพญาราชสีห์ที่เรียกมันว่าาาซอมบี้เพราะมันมีแก่นพลังสีดำ สังเกตจากกลิ่นอายพลังของมันซอมบี้เองก็มีการแบ่งระดับชั้นความแข็งแกร่ง จาก ส้ม แดง น้ำเงิน ขาว ดำ
ตอนนี้เธอกำลังเจอเข้ากับฝูงาาซอมบี้นับร้อยตัวทางเดียวที่มีก็คือสู้ สู้เท่านั้นถึงจะรอดเฉินหงอี้ใช้อาวุธอย่างธนูที่ฝังะเิเอาไว้ที่หัวลูกศร กราดยิงพวกมันแต่ก็อย่างว่าพวกาาซอมบี้ไม่ใช่จะกำจัดได้ง่ายๆ
พวกมันเริ่มจู่โจมกลับ เธอสู้กับพวกมันอย่างไม่คิดชีวิตเพราะถ้าไม่สู้เธอก็จะต้องตายอย่างแน่นอน ทั้งจู่โจมทั้งตั้งรับสู้กับพวกมันอยู่ครึ่งชั่วโมง
เหมือนกับว่าเธอจะโดนพลังของมันโจมตีพลังรักษาของเธอฟื้นฟูร่างกายของเธอแทบไม่ทันเก็บแก่นพลังสีดำที่ได้จากการสังหารพวกมันเข้ามาเพิ่มพลังให้ตัวเอง จากนั้นก็เริ่มการโจมตีพวกมันอีกครั้งแต่สู้ยังไงก็สู้ไม่ได้พวกมันมีมากเกินไป ทางหนีถูกปิดล้อมเอาไว้
เฉินหงอี้ตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปใจกลางฝูงซอมบี้เธอปักศรธนูเข้าไปในตาของซอมบี้ ธนูดอกนี้คือะเินาโนโมเลกุลที่พึ่งคิดค้นเสร็จยังไม่ได้ลองใช้ เธอคิดค้นและลองทำมันออกมา
เฉินหงอี้รับรู้ถึงแรงะเิ เธอคิดว่าเธอคงจะตายจากโลกที่แสนโหดร้ายนี้ไปแล้วเฉินหงอี้หลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม แรงะเิซัดร่างกายของเธอให้ลอยไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง
จากนั้นสติการรับรู้ของเฉินหงอี้ก็ค่อยๆวูบดับไป
ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เฉินหงอี้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วก็พบว่าตนเองยังไม่ตายแถมแผ่นหลังยังพิงกับต้นไม้ใหญ่ ขนาดของต้นไม้นั้นราวๆ 4-5 คนโอบเห็นจะได้
เฉินหงอี้มองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าเธออยู่ในป่าก่อนจะสำรวจร่างกายของตนเอง พบว่าร่างกายของเธอไม่มีส่วนไหนที่าเ็เธอจำได้ว่าตัวเองถูกแรงะเิซัดเข้าเต็มๆ จนกระเด็นออกมากระแทกกับต้นไม้
เฉินหงอี้หยิบปืนขนาดเล็กที่เก็บเอาไว้ที่ข้อเท้าออกมาเธอมองรอบๆอย่างระแวดระวัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ รอบตัวเธอมีแต่ป่า
ป่าที่อุดมสมบรูณ์ เธอไม่เคยเห็นป่าที่อุดมสมบรูณ์แบบนี้มาก่อนหรือว่าเธอกำลังฝันอยู่ เฉินหงอี้หยิกแขนตัวเองเต็มแรง พบว่ามันเจ็บเธอไม่ได้ฝันไป เธอบอกตัวเองให้ตั้งสติ
ไม่รู้ว่าทีมของเธอจะเป็ยังไงบ้าง เฉินหงอี้มองรอบๆตัวก่อนจะพบกระเป๋าเป้สีดำ มันเป็เป้ของเธอนั้นเอง ในนั้นมีอาวุธและะุอยู่
ดีที่มันเป็เทคโนโลยีนาโน ทุกอย่างย่อส่วนให้เป็ขนาดเล็ก แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีนี้ใช้ได้กับแค่พวกโลหะและโลหะสังเคราะห์เท่านั้นมันจึงถูกพัฒนาขึ้นมาใช้กับอาวุธเป็หลัก เพื่อย่อส่วนอาวุธ ทำให้น้ำหนักของมันเบาเพียงแต่พกเครื่องขยายอนุภาคนาโนมา อาวุธพวกนี้ก็จะกลับมามีขนาดและน้ำหนักเช่นเดิม
กระเป๋าเป้ของเธอมีทั้งเครื่องขยายอนุภาคและอาวุธอยู่เยอะเลยอาวุธที่เอาออกมาจากป้อมยังไม่ได้ถูกใช้เลย เพราะเธอใช้อาวุธที่เอาติดไว้กับตัวและในกระเป๋าคาดเอวที่ทำจากพอลิเมอร์นาโนชนิดพิเศษอาวุธถูกใช้ในการรับมือาาซอมบี้ไปไม่น้อย แต่ก็ยังเหลืออยู่เกินครึ่งที่เตรียมมา
ทุกครั้งที่ออกมานอกป้อมเธอจะจัดเตรียมอาวุธมาเพื่อเจอกับสถานการณ์ที่ยากเกินจะรับมือครั้งนี้ก็เหมือนกัน ใครจะรู้ว่าจะต้องมาพบกับสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 พอหนีจากมันมาได้ ก็มาเจอฝูงาาซอมบี้เข้าอีก
เฉินหงอี้สำรวจรอบๆบริเวณ ก่อนจะมองดูนาฬิกาบอกเวลาที่ข้อมือของตนเองพบว่ามันเป็เวลาหกโมงเย็น เธอคิดว่านาฬิกาของเธอต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน
ตอนนี้ดวงอาทิตย์มันอยู่ตรงหัวเธอพอดีมันไม่มีทางที่จะเป็เวลาหกโมงเย็นอย่างแน่นอน เพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามามันทำให้เธอคิดว่า มันน่าจะเป็เวลาเที่ยงมากกว่า
ไม่รู้ว่าเธอหมดสติไปนานแค่ไหน แต่บรรยากาศรอบๆดูไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เฉินหงอี้กระชับเป้ที่สะพายอยู่ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปทางที่เธอได้ยินเสียงน้ำ
เมื่อเดินและสำรวจป่า เธอรู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้องเธอเห็นสัตว์เล็กๆอย่างกระรอก ผลไม้ที่ร่วงหล่นมีพวกนก กระรอกกระแตนั้นกำลังกัดกินพวกมัน
จากที่เธอสังเกตพวกมันเป็เพียงสัตว์ป่าธรรมดาๆเท่านั้น แถมป่าแห่งนี้ก็อุดมสมบรูณ์ ไม่มีรอยเท้าของมนุษย์หรือร่องรอยของซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์เลย
เฉินหงอี้เดินไปตามเสียงน้ำที่เธอได้ยิน เดินไปราวๆ 2 ลี้เธอก็พบเข้ากับน้ำตก เธอเดินเข้าไปตรงธารน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกพบปลาแหวกว่ายอยู่จำนวนมาก
“ปลา?” ฉินหงอี้เอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจแหล่งน้ำที่นี้ช่างอุดมสมบูรณ์ พอมองพวกมันแหวกว่ายท้องของเธอมันก็ร้องประท้วงในเป้ไม่มีเสบียงอาหารติดตัวมาเลย แต่โชคดีที่เธอมาเจอปลา เฉินหงอี้ใช้ศรธรรมดาๆยิงพวกมัน ด้วยความเร็วและพละกำลัง ทำให้เธอยิงมันได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
เฉินหงอี้หาฟืนมาก่อไฟ กระเป๋าคาดเอวของเธอมีแท่งแม็กนีเซียมอยู่พอดีมันง่ายสำหรับการจุดไฟ จากนั้นทำการย่างปลา 5 ตัวสายตาของเธอมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง มือข้างหนึ่งถืออาวุธปืนอยู่ตลอดจนกระทั่งปลาถูกย่างจนสุก เธอพบว่าเนื้อของมันหวานช่ำมาก ถึงแม้ไม่ได้ใส่อะไรเลยด้วยความหิวไม่นานก็กินพวกมันจนหมด
ในขณะที่กำลังตักน้ำมาดับไฟ เธอได้ยินเสียงร้องดังของเด็กน่าจะเป็เด็กผู้ชายเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังเจออันตรายจากอะไรบางอย่าง
เฉินหงอี้รีบดับไปและเคลื่อนตัวไปยังต้นเสียงอย่างรวดเร็วเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วหนึ่งในความสมารถของมนุษย์ที่กลายพันธุ์ คือร่างกายแข็งแรง การฟัง การเคลื่อนไหวประสาทััตอบสนองอย่างรวดเร็ว ยิ่งเกิดจากพ่อและแม่ที่กลายพันธุ์ก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
เพียงไม่ถึง 5 นาที เฉินหงอี้ก็มาถึง เธอพบกับเด็กชายสองคนอยู่บนต้นไม้ต้นไม่ใหญ่มากและด้านล่างก็มีหมูป่าหนักราวๆ 180 จิน มันกำลังใช้ส่วนหัวชนกับต้นไม้
“เฟยเหมียนเราจะทำยังไงดี เราต้องตายแน่ๆเลย” เด็กสองคนกำลังหวาดกลัวกับเ้าหมูป่าตัวใหญ่เฉินหงอี้กลับมองเห็นโอกาสที่จะได้กินเนื้อย่าง หมูป่าขนาดตัวกำลังดีเนื้อของมันจะเป็อาหารที่ทำให้อิ่มท้องอย่างแน่นอน
เฉินหงอี้เคลื่อนตัวเข้าไปจากนั้นใช้ธนูยิงไปที่ตรงลำคอด้านข้างของหมูป่า ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำ จากนั้นรีบเคลื่อนตัวเข้าไปหาเ้าหมูป่าพร้อมกับมีดอันแหลมคมแทงไปยังตำแหน่งใกล้ๆกับลูกธนู ก่อนจะกดมีดเข้าไปในลำคอของหมูป่าจนสุดแรง
เด็กชายทั้งสองคนมองภาพการจู่โจมหมูป่าด้วยความใ ก่อนจะค่อยๆปีนลงมาจากต้นไม้
“พี่สาว ขอบคุณนะครับ” ทั้งสองคนก็จ้องมองพี่สาวด้วยความแปลกใจดูจากการแต่งตัวที่แปลกตาพี่สาวคงไม่ใช่คนในหมู่บ้าน
เฉินหงอี้ก็มองเด็กสองคนด้วยความแปลกใจเช่นกันเด็กชายสองคนที่ใบหน้าคล้ายกัน ทั้งสองผอมแห้งมาก เสื้อที่ใส่ก็มีรอยซ่อมเนื้อผ้าคงทำมาจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ
มันทำให้คิ้วของเฉินหงอี้ขมวดกันเป็ปม พยายามจัดลำดับความคิดเธอปะทะกับาาซอมบี้ โดนแรงะเิ ถึงจะมีพลังรักษาแต่แรงะเิต้องฉีกร่างไม่เหลือชิ้นดีอย่างแน่นอนเธอไม่มีทางรอดจากแรงะเิได้เลย
เธอลืมตาตื่นขึ้นมา ตัวเธอพิงกับต้นไม้ใหญ่ อยู่ในป่าที่แปลกตาไร้ร่องรอยของสัตว์กลายพันธุ์และซอมบี้สมองคิดประมวลผลเหตุการณ์และคาดคะเนความน่าจะเป็อย่างรวดเร็ว
“พี่สาวไม่ใช่คนแถวนี้หรือครับ” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยถามเฉินหงอี้ไม่แน่ว่าเป็คนพี่หรือคนน้องแต่ดูจากใบหน้าและความสูงทั้งคู่น่าจะเป็ฝาแฝดกัน
“พี่สาวแต่งตัวแปลกๆ มาจากในเมืองหรือครับ พวกเราต้องขอบคุณพี่สาวมาก”เด็กอีกคนเอ่ยถาม เฉินหงอี้ ก้มมองการแต่งตัวของเธอ เธอใส่เสื้อและกางเกงสีดำรัดรูปมันทำมาจากพอลิเมอร์ชนิดพิเศษเป็ชุดของทีมหาเสบียง
จากนั้นสวมแจ็คเก็ตหนังสีดำรอบเอวมีกระเป๋าคาดเอาไว้ที่ทำจากวัสดุพิเศษ เอาไว้สำหรับจัดเก็บอาวุธรองเท้าทำจากวัสดุพิเศษ รูปทรงเหมือนรองเท้าทหาร
ส่วนเด็กตรงหน้าแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลเข้มไม่ใช่ว่าในยุคนี้เขาไม่ใส่ผ้าฝ้ายกันแล้วไม่ใช่หรอเสื้อผ้าส่วนใหญ่ทำจากพอลิเมอร์คุณภาพดี สวมใส่สบาย เหนียว คงทน เด็กชายทั้งสองคนสวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายแถมยังดูเก่ามากๆ
“ที่นี้คือที่ไหนหรอ?” เฉินหงอี้เอ่ยถามเด็กทั้งสองคน เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเอ่ยถามออกไปแบบนั้นแต่เหมือนเธอจะนึกบ้างอย่างขึ้นมาได้
“ที่นี้เขตหมู่บ้านปี้เฟิงครับ เมืองหย่าอัน มณฑลเสฉวน”เฉินหงอี้กำลังนึกถึงหนังสือประวัติศาสตร์ เหมือนจะเคยอ่านเจอผ่านๆคุ้นๆกับชื่อมณฑลเสฉวน
แต่การแบ่งเขตปกครองออกเป็มณฑลถูกยกเลิกไปแล้วไม่ใช่หรอ? ถูกยกเลิกไปหลายร้อยปีแล้ว เปลี่ยนมาเป็เขตปกครองแบบรัฐ และนครรัฐแทนทำไมเด็กสองคนนี้ถึงได้บอกว่าอยู่ในมณฑลเฉสวน?
เฉินหงอี้ขบคิดก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อคิดถึงหลักความเป็ไปได้ดูจากป่าที่เธอเดินผ่านมา ดูจากการแต่งตัวของเด็กสองคนตรงหน้า
“นี่วันเดือน ปี อะไร?” เฉิงหงอี้เอ่ยถามเด็กสองคนตรงหน้าเด็กชายสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่อีกคนจะเป็คนตอบคำถามของเธอ
“เดือนสาม ปี 1968 ครับ” เฉินอี้หงได้ยินก็ตื่นใ
“ปี 1968!!” เธอเอ่ยย้ำกับตัวเองก่อนจะสบมองเด็กชายสองคนที่พยักหน้าพร้อมกันยืนยันว่าสิ่งที่เธอได้ยินจากปากเด็กชายทั้งสองคนนี้ไม่ผิดอย่างแน่นอน
สมองของเฉิงหงอี้ประมวลผลและคาดการณ์ความเป็ไปได้ปกติเธอเคยอ่านนิยายทะลุมิติ ยืมร่าง คืนิญญามานิดหน่อย แต่นี้มันไม่ใช่เธอไม่ได้ตายแล้วมาอยู่ในร่างของคนอื่น เธอก็ยังคงเป็เธอ เป็เฉินหงอี้ จากปี 3XXX
ยืนยันได้จากข้าวของ เสื้อผ้าที่เธอใส่ เธอคือเฉินหงอี้ จากยุค 3XXX ตอนนี้เธอมาอยู่ที่ ยุค 1968 อเมซิ่งสุดๆไม่ต้องวิ่งหลบซอมบี้ ที่นี้มีูเาที่อุดมสมบรูณ์ ไม่มีสัตว์กลายพันธุ์ไม่มีาาซอมบี้
แต่ว่าชีวิตต่อจากนี้จะเอายังไงดีในยุคนี้ผู้คนเขาใช้ชีวิตกันแบบไหนละเนี่ย
สรุปเธอโผล่มา ยุค 1968 แบบงงๆ สินะ
---TBC---