บทที่24 หากินกับป่า
เช้าวันนี้ ท่านแม่ อันหยาง และอันผิงต่างแบกตะกร้าเข้าป่าเพื่อไปเก็บเฉ่าเหมยป่ากัน เมื่อไปถึงชายป่าพรของอันผิงก็ทำงาน เพราะผิงกั่วกับชื่อจึก็มีสีแดงและสีเหลืองแล้ว อันผิงจึงเก็บเ้าพวกนี้ก่อนได้เต็มตะกร้าแล้วจึงไปช่วยท่านแม่กับอันหยางเก็บเฉ่าเหมยป่าต่อ
เมื่อเก็บเสร็จได้ถึงหนึ่งตะกร้าใหญ่ และอีกหนึ่งตะกร้าขนาดกลางแต่จำนวนของเฉ่าเหมยที่ยังไม่สุกนั้นก็เหลือน้อยแล้วแต่โชคดีว่าถ้าเข้าไปในป่าอีกก็จะเจอต้นเฉ่าเหมยนี้ขึ้นให้เห็นอีกแหมช่างขึ้นกันดก ออกลูกกันดกเสียจริง ยังมีแหล่งกำเนิดเงินอีกเยอะแยะ
ท่านแม่จึงเป็คนแบกตะกร้าใหญ่และตะกร้าเล็กที่เต็มไปด้วยผิงกั่วและลูกชื่อจึกลับบ้านเพราะดูแล้วอันผิงไม่น่าจะแบกอันใดอันหนึ่งไหวแน่ๆ ดีว่าบ้านของพวกเขาสามแม่ลูก ไม่ได้ไกลจากูเามากใช้เวลาเดินไม่นานก็ถึงบ้านแล้ว
หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว สามคนในบ้านจึงลงมือผลิตแยมกัน ระหว่างทำสือเว่ยเว่ยมาหาพอดีจึงได้เป็ลูกมืออีกคน ครอบครัวโจวก็เป็หนึ่งในลูกค้าเหมือนกัน
ยามซื่อ(9.00-11.00) แยมก็ถูกบรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่เพื่อเตรียมขายอันหยางบรรจุมันใส่ตะกร้าหลัง ส่วนสือเว่ยเว่ยรับของตัวเอง ถือกลับบ้านพร้อมกับที่อันหยางลดราคาให้เหลือ 5 อีแปะเด็กหญิงยิ้มเต็มใบหน้า และดูท่าจะชอบของหวานนี้อย่างมากกล่าวลาและรีบวิ่งกลับบ้าน คาดว่าน่าจะเอาไปให้คนที่บ้านโจวกินด้วย
หลังจากอันหยางไปส่งแยม ไม่นานเถ้าแก่อู๋ก็มาที่บ้านเขามาเจรจาเื่ซื้อแยม เพราะเมื่อวานเขาเอาไปเสนอขายในเมือง มีคนสนใจไม่น้อยจึงมาสั่งบ้านอัน และตกลงเื่ราคากัน ท่านแม่จึงคิดราคาไหล่ะ 40อีแปะ แต่เถ้าแก่อู๋ต้องหาไหมาให้ และมาขนเอง
เถ้าแก่อู๋ตกลง และบอกว่าหลังจากกลับไป จะให้ลูกน้องนำไหมาส่งให้ ท่านแม่จึงแจ้งว่าน่าจะทำไหเล็กได้สัก 15 ไหจากเฉ่าเหมยป่าที่เก็บมาได้
เถ้าแก่อู๋เสียดาย เพราะอยากได้มากกว่านี้ แต่ด้วยกำลังการผลิตเท่านี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว จากนั้นก็ขอตัวกลับ
เมื่อคนงานเถ้าแก่อู๋เอาไหมาส่งอันผิงจึงขอให้ท่านแม่ต้มน้ำร้อนลวกไหด้วย อย่างน้อยเพื่อเป็การฆ่าเชื้อโรคข้างใน
ท่านแม่จึงลงมือทำแยมจากเฉ่าเหมยป่าที่เหลือ พอดีกับอันหยางกลับมา จึงได้ไปช่วยท่านแม่ด้วย ตลอดทั้งวันท่านแม่กับอันหยางจึงวุ่นอยู่กับการทำแยมส่วนอันผิงไปอยู่เป็เพื่อนท่านพ่อ ไม่อย่างนั้นท่านพ่อจะเครียดเอาได้ถึงแม้ตอนนี้จะพอเดินได้แล้ว แต่ต้องมีที่ยึดเกาะ แม้ท่านพ่ออยากจะไปช่วยทำงาน แต่ท่านแม่ไม่อนุญาตท่านพ่อจะทำได้ก็เมื่อท่านหมอบอกว่าหายดีแล้ว อันผิงจึงเสนอว่าเดี๋ยวรอตอนบรรจุแยม ค่อยให้ท่านพ่อไปช่วยทำ เพราะท่านพ่อน่าจะทำได้แค่ตักแยมใส่ไห
ท่านแม่จึงตกลง
อันผิงจึงนำผิงกั่วและลูกชื่อจึไปขอให้ท่านพ่อปอกให้กิน รสชาติของผิงกั่วไม่ได้หวานกรอบอย่างที่เคยซื้อหาในโลกก่อน ส่วนชื่อจึนั้นฝาดอยู่บ้างหรือเพราะว่าพวกมันไม่ได้ปรับปรุงพันธุกรรม สุดท้ายกินไปหลายชิ้นอันผิงเลยใช้พรขอให้รสชาติผิงกั่วและชื่อจึต้นที่ชายป่าที่เธอขอเมื่อวานนั้นอร่อยด้วยเพราะไหนๆ ก็ขอไปแล้วให้มันออกลูกไปตลอดหน้าหนาวนี้โดยให้ระบบหาเอาเองว่ารสชาติที่อร่อยของคนส่วนใหญ่นั้นควรเป็แบบไหน
และจากความร่วมมือกันภายในครอบครัว แยม 15 ไห ก็เสร็จสิ้น มีแค่อันผิงที่รู้สึกเหนื่อย ท่านพ่อ ท่านแม่กับอันหยางยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า พวกเขาคงคิดว่า ทำงานก็คือได้เงิน เพราะคำนวณคร่าวๆ พวกเขาได้เงินราว 600 อีแปะ
อันหยางรับหน้าที่ไปแจ้งบ้านเถ้าแก่อู๋ให้มารับแยมทั้งหมดนี้ท่านแม่จึงบอกอันหยางว่าระหว่างทางให้แวะบอกบ้านจางด้วยพรุ่งนี้ท่านแม่จะจ้างพวกเขาขึ้นไปเก็บเฉ่าเหมยป่ามาไว้ก่อน
รุ่งเช้าของวันใหม่ ครอบครัวจางก็ยกกันมาทั้งครอบครัวข้างหลังพวกเขามีตะกร้าสะพายหลัง จางชิวเหมยก็มีตะกร้าใบเล็กอยู่ข้างหลังด้วยมองดูน่ารักเชียว พอเห็นอันผิงเอ่ยชม อาจางฝายบอกว่าพรุ่งนี้จะสานมาให้อันผิงเลยกล่าวขอบคุณ
วันนี้อันผิงไม่ได้ตามไปด้วย อยู่เป็เพื่อนท่านพ่อที่บ้าน
กลางยามเฉิน (7.00-9.00) ครอบครัวจาง ท่านแม่กับอันหยาง ก็กลับมาบ้านหลังจากกินโจ๊กธัญพืช ทั้งหมดก็ช่วยกันทำงาน ท่านแม่อธิบายวิธีกวนเฉ่าเหมยป่าเพื่อที่ตอนหลังครอบครัวจางจะได้ทำขาย สะใภ้จางกล่าวขอบคุณด้วยความซึ้งใจ
ยามอู่(11.00-13.00) การทำเฉ่าเหมยป่ากวนและบรรจุลงไหก็เสร็จเรียบร้อย นับจำนวนไห ได้ถึง 50 ไหอันผิงคำนวณเงินในใจ ได้ถึง 2 ตำลึงเงินเชียวนะท่านแม่ให้ค่าจ้างครอบครัวจางคนล่ะ 30 อีแปะแม้ว่าสะใภ้จางจะปฏิเสธว่าของจางชิวเหมยนั้นไม่ต้อง แต่ท่านแม่ก็ยืนกรานจะให้ถ้าไม่รับคราวหน้าจะไม่เรียกจ้างงานครอบครัวจางแล้ว สะใภ้จางจึงจนด้วยเหตุผล
หลังจากกินข้าวเที่ยง ครอบครัวจางก็เข้าป่าเพื่อไปเก็บเฉ่าเหมยที่ป่าเอามาส่งให้บ้านอัน ท่านแม่จึงจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มอีกและบอกว่าให้พวกเขาลองไปทำขายดู เพราะเถ้าแก่อู๋ยัง้าอีกหลายไห
เป็จริงดังที่คาด เพราะอาจเป็ขนมแปลกใหม่ คนในเมืองจึงชื่นชอบมากหรือเพราะยังถือว่าเป็ฤดูหนาวอยู่ แม้จะไม่มีหิมะตกเลย พวกของขายยังมีไม่มากนอกจากครอบครัวจางที่ผลิตเพิ่มขึ้นมาก่อน 2 วันครอบครัวโจวก็ทำตามอีก 2 วันต่อมาน่าจะเถ้าแก่อู๋ที่ไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้รู้ข่าว จึงบากหน้ามาพูดคุยที่บ้านอันสุดท้าย ตอนนี้หลายครัวเรือนยังไม่ได้เริ่มเพาะปลูก หากมีรายได้เพิ่มจะเป็การดีท่านแม่จึงบอกวิธีทำให้กับผู้ใหญ่บ้านโดยให้สะใภ้จางรับหน้าที่เป็คนทำให้ชาวบ้านดู
่นี้จึงมีคนผ่านหน้าบ้านอันเพื่อไปเก็บเฉ่าเหมยป่าอย่างคึกคักและเพราะต้นผิงกั่ว และชื่อจึออกผลตลอด ทำให้ทั้งหมู่บ้านมีผลไม้ให้กินแทนผักสดเป็ที่ชอบใจของทุกคนด้วย
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านอันไม่ได้ทำแยมเฉ่าเหมยป่าแล้วเพราะไม่อยากไปเก็บแย่งกับชาวบ้าน แต่พวกเขาจะไปเก็บลูกชื่อจึกับผิงกั่วมาแทนอันผิงมองดูผลที่เต็มต้นของต้นผลไม้ทั้งสอง แล้วเริ่มหนักใจ ดีว่ามันยังไม่สุกเธอทำทีไปเที่ยวหาจางชิวเหมย เพื่อดูว่า ชาวบ้านมีการตากแห้งผลไม้บ้างไหมแต่ไม่เห็น ส่วนมากพวกเขาจะกินสด
และก็ผ่านมาอีก 1 อาทิตย์เป็สองอาทิตย์แล้ว อันผิงจึงนึกถึงไข่เค็มของตน จึงบอกท่านแม่ถึงเื่นี้ท่านแม่จึงเปิดไห หยิบออกมาทั้งหมด อันผิงร้องอยากต้มไข่ที่ดองไว้ ท่านแม่ก็ตามใจนำไปต้มให้
พอน้ำเย็นก็เอาออกมาวางให้แห้งก่อน มื้อกลางวันบ้านอัน บนโต๊ะจึงมีไข่เค็มที่เนื้อไข่แดงสีสดดูจากภายนอกเหมือนไข่นั้นจะแข็ง แต่พอเอาตะเกียบคีบชิมแล้ว รสชาติมันเค็มแบบพอดีและไข่แดงนั้นนุ่มมาก พอนำไปกินกับข้าวสวย หรือกินกับโจ๊กหรือข้าวต้มนั้นอร่อยกลมกล่อมเข้ากันมากท่านพ่อกับอันหยางนั้นชอบมาก โดยเฉพาะอันหยางนั้นตักกินแต่ไข่แดง จนท่านแม่ต้องดุ
แต่ไข่เค็มก็อร่อยตรงไข่แดงนี่แหละ
รอให้ได้พวกเครื่องยำก่อนเถอะ แล้วยำไข่เค็มจะอร่อยกว่านี้อีกเ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่ พี่ใหญ่
เพราะไม่รู้จะบอกท่านแม่ว่า จริงๆ ไข่เค็มนั้นอยู่ได้เป็เดือนถ้าเก็บในที่อุณหภูมิปกติยิ่งเก็บไว้ได้นาน อันผิงจึงหยิบไปเก็บไว้ห้อง 2ฟอง แม้จะโดนท่านแม่ทักท้วงว่าไข่อาจจะเน่าได้แต่อันผิงก็ยังยืนยันว่าจะเก็บมันไว้ เพื่อรอเวลาให้ผ่านไปสักอาทิตย์ค่อยเอาออกมาให้ท่านแม่ผ่าดู และจะได้บอกว่า มันไม่ได้เสียเลยเห็นไหมค่ะ แต่ตอนนี้ที่ทำได้ แค่ต้องทำเป็ดื้นรันรอเวลาก่อน
ท่านแม่จึงนำอีกไหมาต้ม และให้ไปให้เพื่อนบ้าน อย่างสะใภ้หลิวและบ้านป้าโจว วันต่อมาป้าโจวที่มาถามถึงวิธีทำ เพราะไข่ดองอันนี้อร่อยมากอันผิงจึงแย้งว่า มันเรียกว่าไข่เค็ม เพราะเกลือนั้นเค็ม
ผู้ใหญ่จึงหัวเราะ และเรียกไข่เค็มตามเธอ
ป้าโจว ลูบหัวอันผิงด้วยความเอ็นดู ชมเธอว่าผิงเอ๋อร์นี่ต่อไปต้องเป็สตรีที่เก่งศาสตร์อาหารเป็แน่
ท่านแม่หัวเราะ และลูบหัวอันผิงด้วยความภูมิใจ
เมื่อยังเหลือไข่เค็มอีกไหหนึ่ง ท่านแม่จึงจะแบ่งให้ท่านป้าโจวระหว่างรอไข่เป็ดเพราะคาดว่าลุงคนนั้นจะต้องนำมาขายอีกแน่ แต่ป้าโจวปฎิเสธจะรอไข่เป็ดมาขายท่านแม่จึงหยิบออกมาต้ม 3 ฟอง เพื่อลองเอาไปขายที่บ้านเถ้าแก่อู๋แน่นอนว่าเถ้าแก่อู๋หลังจากได้ชิมแล้ว ก็ขอรับซื้อแบบที่ดองท่านแม่จึงขายให้เถ้าแก่อู๋ไปในราคา 35 อีแปะตกราคาฟองละ 5 อีแปะเลยนะ เพิ่มมูลค่าไข่เป็ดขึ้นมาอย่างมาก
เถ้าแก่อู๋ก็ไม่ปฏิเสธ ควักเงินจ่ายทันที
และก็เหมือนเดจาวูเมื่อคุณลุงคนขายไข่เป็ดนั้นได้กลับมาเคาะที่ประตูรั้วบ้านอีกรอบ ไม่ต้องบอกเขานำไข่เป็ดนั้นมาขายอีกครั้ง ท่านแม่จึงไปเรียกป้าโจวออกมาซื้อด้วยครั้งนี้จำนวนไข่เป็ดมีทั้งหมด 50 ฟองได้ท่านแม่จึงแบ่งกันคนล่ะครึ่งกับป้าโจว
และทั้งสองใจป้ำ ให้ราคาฟองล่ะหนึ่งอีแปะ ลุงคนขายจึงใอย่างยิ่งแต่เขาไม่ปฏิเสธ ใจคงคิดว่าแค่ขายได้ราคามากกว่าเดิมก็โชคดียิ่ง
ท่านแม่จึงบอกเขาว่า ถ้ามีอีกให้เอามาส่งได้เลย ที่รับซื้อเพราะไข่เป็ดนั้น เอาไปดองเค็มแล้วอร่อยมาก คุณลุงทำหน้าไม่เชื่อ แต่ป้าโจวยืนยันสีหน้าคุณลุงเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งป้าโจวเลยเสียดายที่ไม่มีให้คุณลุงเ้าของไข่เป็ดได้ชิมท่านแม่จึงนึกถึงไข่เค็มที่อันผิงเก็บไว้ จึงกลับเข้าไปในบ้าน แม้ลึกๆจะกลัวว่าไข่ฟองนั้นจะเน่าเสียไปแล้ว
แต่ปรากฏว่าผ่านไป 4 วันแล้วไข่นั้นยังดีอยู่ ท่านแม่จึงนำมันมาให้คุณลุง และยื่นตะเกียบไม้ให้เขาคีบชิมคุณลุงก็ทำหน้าแปลกใจ
“ถ้าบ้านท่านมีสะใภ้ ก็มาเรียนรู้วิธีทำไข่เค็มนี้ได้ข้าไม่คิดเงินค่าสอน”
อาจเพราะรสชาติของไข่และราคาที่ท่านแม่บอกกล่าวว่าขายให้เถ้าแก่อู๋ได้ฟองละ 5อีแปะ วันต่อมาคุณลุงจึงพาเมีย และลูกสะใภ้มาด้วยเพื่อมาเรียนรู้วิธีทำไข่เค็ม
ท่านแม่บอกว่าถ้าขายที่ไหนไม่ได้ ให้นำไปขายให้เถ้าแก่อู๋หลังจากเรียนเสร็จ พวกเขาก็กล่าวขอบคุณ และยกไหที่ดองไข่นั้นกลับบ้านไป
หลังจากนั้นก็ไม่มีไข่เป็ดมาเร่ขายที่หมู่บ้านหยางอีกเลยกิจการที่ว่าจะขายไข่เค็มก็ต้องเป็อันยุติ และอันผิงก็ไม่ได้สนใจแต่ป้าโจวมาบอกว่า พอพ้นหน้าหนาวจะไปซื้อเป็ดมาเลี้ยง เผื่อได้ไข่ไว้ดองกินแต่พอคุยกับลุงโจว เป็ดนั้นต้องอยู่ใกล้น้ำ ความคิดนี้ของป้าโจวก็ต้องพับไปเหมือนกัน
ทีแรกทั้งสองบ้านก็คิดอย่างนั้นแต่กลับเป็เถ้าแก่อู๋ที่ไปหาไข่เป็ดมาได้และเขานำไข่เป็ดเ่าั้มาจ้างบ้านอันทำ โดยให้ค่าแรงไหล่ะ 10อีแปะ แน่นอนท่านแม่รับทำ เพราะไม่กินแรงอะไรมากมายแถมท่านแม่ยังให้เถ้าแก่อู๋ออกค่าเกลือให้ด้วย
ที่บ้านจึงมีรายได้ตรงนี้เข้ามาอีกทาง
แต่เื่สูตรการดองไข่เค็มก็ยังเป็ของบ้านอันเพราะเถ้าแก่อู๋ไม่ได้กระจายข่าวพวกนี้ออกไปถึงจะมีชาวบ้านบางคนมาเลียบเคียงถามจากป้าโจว แต่เหมือนว่าจะจบที่บ้านโจวเท่านั้น
อันผิงเพิ่งรู้จากเสี่ยวหลงเป่าว่า ป้าโจวบอกว่า วิธีทำเฉ่าเหมย กวนพวกเ้าก็ได้ไปแล้วนี่ยังไม่รวมเห็ดฟางอีก เหลือทางทำมาหากินให้บ้านอันบ้างเถอะนั่นจึงทำให้พวกเขาไม่กล้าบากหน้ามาที่บ้านอันโดยตรง
ส่วนอันผิงนั้นกังวลกับผลไม้สองอย่างที่ใช้พรขอไป เพราะตอนนี้ชื่อจึกับผิงกั่วเริ่มสุกเยอะและดูท่าชาวบ้านกับพวกสัตว์ต่างๆ จะกินกันไม่ทันถึงแม้ด้วยรสชาติของผลไม้ที่แสนอร่อยตามพรที่อันผิงขอไป ทำให้มันทั้งหวานกรอบเป็ที่ชื่นชอบของชาวบ้าน แต่ถ้าของมันเยอะมัน กินไปบ่อยๆ ก็เบื่อ
อันผิงจึงถามท่านแม่ว่าเรานำไปขายสดๆ ไม่ได้เหรอท่านแม่เหมือนจะเห็นด้วย เลยเอาผลไม้ที่มีไปถามบ้านเถ้าแก่อู๋เดิมทีเถ้าแก่อู๋ดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะเขาซื้อมาจากทางเหนือซึ่งรสผิงกั่วและชื่อจึทางนั้นอร่อยกว่าูเาแถวนี้มาก แต่พอได้ลองชิมเขาถึงกลับทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ถึงกับเอ่ยออกมา
“เดี๋ยวนี้รสชาติมันดีกว่าเมื่อก่อนแถมอร่อยกว่าที่ข้าซื้อมาอีก หรือตอนข้าเด็ก ข้าโชคร้ายได้ผลที่ไม่อร่อยกันแน่”
ท่านแม่เพียงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ว่าท่านคงโชคร้ายแล้วแหละสุดท้าย เถ้าแก่อู๋จึงติดป้ายประกาศเพื่อรับซื้อผลไม้ทั้งสอง เพราะตอนนี้เฉ่าเหมยเริ่มจะหมดป่าล่ะคนในหมู่บ้านเลยหันมาเก็บผลไม้สองอย่างนี้มาขายแทน