ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 20 ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน

    “สวัสดียามเช้า”


    เซี่ยปิงเอ่ยทักทาย แต่ไม่วายรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเจียงหย่าหรู หรือเป็นเพราะเธอกำลังมี ‘วันนั้นของผู้หญิง’ อารมณ์จึงขึ้นๆ ลงๆ อย่างที่เห็น 


    “สวัสดียามเช้าบ้านนายสิ”


    เจียงหย่าหรูดูไม่สบอารมณ์สุดขีด ขอบตาของเธอดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้าเหมือนกับว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน ใบหน้าที่เคยสวยงามสดใสตอนนี้กลับดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด  


    “เซี่ยปิง ไอ้คนโรคจิต นายให้ฉันดูอะไรกันแน่ ทำไมนายต้องเขียนนิยายบ้าๆ นี่”


    ใช่! ตอนนี้เธอกำลังโกรธจนใกลจะเป็นบ้า เมื่อคืนเธอเข้าไปที่เว็บไซต์เพนกวินแล้วหานิยายของเซี่ยปิง จากนั้นเธอจ่ายเงินไปยี่สิบห้าเหรียญเพื่อพิสูจน์ว่าไอ้บ้านี่เขียนนิยายอะไร ทำไมพักหลังมานี้ถึงทำตัวเย่อหยิ่งเสียเหลือเกิน 


    แค่เธอเปิดอ่านตอนแรก เธอก็รู้โดยทันทีมันไม่ใช่นิยายเกี่ยวกับชีวิตวัยเรียน มันไม่ใช่นิยายเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน หรือพวกวรรณกรรมศิลปะบทกลอน แต่มันเป็นนิยายอีโรติกปลุกเร้าอารมณ์  


    เจียงหย่าหรูที่เป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน เคยอ่านหนังสือมามากพอที่จะแยกแยะได้ว่านิยายอีโรติกนั้นหมายถึงอะไร 


    ถึงแม้เธอจะไม่ชอบอ่านนิยายประเภทนี้ก็จริง เธอก็ไม่ได้มีอคติต่อมัน และไม่คิดว่าคนที่อ่านนั้นผิด แต่ปัญหาตอนนี้คือ การอ่านเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเขียนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 


    คุณสามารถจินตนาการได้ไหม ไอ้สารเลวเซี่ยปิงคนนี้เป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมอายุสิบแปดปีเท่านั้น อยู่ในช่วงวัยเยาว์ยังบริสุทธิ์เหมือนกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง เขากลับเขียนนิยายลามกไร้ยางอายได้อย่างลื่นไหล อยากรู้นักในหัวของเขาฝังอะไรไว้กันแน่ หรือว่านี่คือเรื่องปกติที่ผู้ชายเขาทำกัน 


    เธอรู้ผู้ชายส่วนใหญ่มักคิดถึงเรื่องสกปรกอยู่ในหัวแค่ไม่เผยมันออกมา ทว่าหลักการณ์นี้ใช้ไม่ได้กับสัตว์ร้ายอย่างเซี่ยปิง เขาเปลี่ยนความคิดให้เป็นการกระทำ ด้วยการเขียนมันออกมาเป็นเรื่องราว แล้วนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ให้ผู้คนมากมายเข้ามาอ่าน 


    การกระทำเช่นนี้มันเลวร้ายเกินไป เขากลายเป็นคนไร้ยางอายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  


    “เอ่อ....เธออ่านนิยายที่ฉันเขียนเหรอ”


    เซี่ยปิงรู้สึกตกใจไม่น้อย เขาไม่คิดว่าเจียงหย่าหรูจะหามันเจอจนได้ เดาจากสีหน้าท่าทางและคำพูดของเธอ อาจไม่ใช่แค่การดูผ่านๆ ตา แต่เธอคงอ่านมันทุกบททุกตอนอย่างละเอียดเลยสินะ 


    “ใช่ ฉันอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ” ใบหน้าเจียงหย่าหรูแดงระเรื่อ ดวงตางดงามใสบริสุทธิ์คู่นั้นจ้องไปที่เซี่ยปิง ตอนแรกเธออดอคติไม่ได้ ตั้งหน้าตั้งตาคอยจับผิด พร้อมกับเตรียมคำวิจารณ์ไว้ถล่มเขาล่วงหน้า แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าเขาเขียนนิยายเรื่องนี้ออกมาได้ดีเยี่ยม และมันทำให้เธอหยุดอ่านไม่ได้ 


    เรื่องนี้สะท้อนภาพของผู้หญิงคนหนึ่งในบทอาจารย์ไป๋หรง ผ่านความสุขความเศร้า ความโกรธแค้นต่อโชคชะตา ความคับข้องใจ ความอ่อนแอสิ้นหวัง ถูกถ่ายทอดออกมาต่อหน้าเธอทั้งหมดราวกับตัวละครมีชีวิตอยู่จริง แม้ในแง่มุมหนึ่ง อาจารย์ไป๋หรงจะมีผู้ชายหลายคนเข้ามาพัวพัน แต่มันมีคำอธิบายเหตุที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ โดยปราศจากข้อสงสัย 


    “อ่านแล้วเป็นไง ฉันเขียนดีไหมละ”


    จู่ๆ เซี่ยปิงนึกอยากฟังความคิดเห็นจากมุมมองของผู้หญิงดูบ้าง เพราะปกติแล้วนิยายประเภทนี้เป็นนิยายเฉพาะกลุ่ม มีผู้หญิงเป็นส่วนน้อยที่เข้ามาอ่าน


    “ดีกับผีน่ะสิ มันเป็นนิยายยอดแย่ แย่มากถึงมากที่สุด เพราะมันแสดงถึงความโรคจิตวิตถารที่นายพยายามซ่อนไว้ อีกก้าวเดียวนายก็กลายเป็นพวกอาชญากรโรคจิตขั้นสมบูรณ์ คงไม่พ้นถูกตำรวจจับไป”


    เจียงหย่าหรูตอบสวนทางกับความรู้สึก ทั้งที่จริงแล้วเธออ่านนิยายเรื่องนี้ทั้งคืน ตาของเธอจึงมีวงดำอย่างกับหมีแพนด้านี่ไง 


    นิยายมีเนื้อหากระตุ้นอารมณ์เกินไปสำหรับเด็กมัธยมอย่างเธอ แต่ก็น่าแปลก มันยากจะจินตนาการว่าเซี่ยปิงคิดโครงเรื่องที่สมจริงออกมาได้อย่างไร คนที่เขียนนิยายแบบนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ช่ำชองเรื่องผู้หญิง หรือว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงมาตั้งแต่อายุสิบสอง พาผู้หญิงเข้าโรงแรมตั้งแต่อายุสิบห้า พออายุครบสิบแปด เขาก็สามารถฉันมทะเลแห่งความงามได้โดยไม่ทิ้งใบไม้สักใบไว้เบื้องหลัง 


    เจียงหย่าหรูอดคิดเรื่องพวกนี้ไม่ได้ เธอกับเขาอาจเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่จริงๆ แล้วมีหลายอย่างที่เธอไม่เคยรู้เกี่ยวกับเขามาก่อน  


    ตัวอย่างเช่น เธอไม่รู้เลยว่าเขาเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ขั้นสี่ตั้งแต่ตอนไหน  


    “มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง”


    เซี่ยปิงยกคิ้วขึ้น “เนี่ยละนะ ฉันถึงบอกเธอไงว่า ฉันเล่าไปเธอก็ไม่มีทางเข้าใจ มีแค่ผู้ชายอย่างเราๆ เท่านั้น”


    “ใครไม่เข้าใจหา!”


    พอได้ยินแบบนี้เธอก็อยากตะกุยหน้าเขาสักที “ฉันสามารถพูดได้เลยว่า มันไม่มีอะไรน่าภูมิใจสักนิด สิ่งที่คุณเรียกว่าศิลปะ มันก็มาจากชีวิตนั่นแหละ”


    เดี๋ยวก่อน! มันมาจากชีวิตเหรอ 


    เจียงหย่าหรูมีท่าทีตกใจ ราวกับได้ค้นพ้บเรื่องราวบางอย่างที่น่ากลัว ตัวเอกไป๋หรงในนิยายกับชิวซุยต่างก็เป็นอาจารย์เหมือนกัน 


    ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เธอต้องยอมรับว่าว่าอาจารย์ชิวซุยนั้นเป็นคนสวยและมีรูปร่างสมบูรณ์แบบดึงดูดเพศตรงฉันม ทุกวันนี้ถึงได้มีคนในโรงเรียนไล่ตามจีบเธอมากมาย ไม่เว้นกระทั่งเด็กนักเรียนด้วยกัน 


    การที่เซี่ยปิงชอบอาจารย์ชิวซุยไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าหากความชอบถูกพัฒนาไปในทางที่ผิดเพี้ยนจนเกิดเป็นนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา มันจะไม่ใช่เรื่องปกติ 


    พิจารณาจากชื่อของตัวละครหลัก ดูเหมือนจะมีบางอย่างสอดคล้องกัน  ‘ไป๋’ มีความหมายว่า ‘หิมะ’ ส่วนคำว่า ‘หรง’ ตรงกับว่า ‘ดอกชบา’ ที่ผลิบานเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง พอนำสองคำนี้มารวมกัน ความหมายมันตรงกับชื่ออาจารย์ชิวซู!


    ให้ตายสิ เจ้าสารเลวเซี่ยปิงมันจะชั่วร้ายเกินไปแล้วนะ!


    เขากำลังคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอาจารย์ชิวซูจริงๆ มิน่าล่ะ ด้วยเหตุนี้เอง อาจารย์ไป๋หรงถึงแต่งงานกับลูกศิษย์ของเธอในตอนจบ 


    ถ้าเกิดอาจารย์ชิวซูรู้ว่ามีนักเรียนแอบชอบเธอจนเก็บเรื่องของเธอไปเขียนนิยายละก็ เธอคงจะคลั่งแน่  


    ดูจากยอดผู้เข้าชมนิยายเรื่องนี้เกินหนึ่งร้อยล้านครั้ง แทบการันตีได้เลยว่ามันได้รับความนิยมมากแค่ไหน มีคนในโลกอินเทอร์เน็ตอ่านไปแล้วกี่คน 


    “นายมันบ้าโรคจิต นายกล้าทำแบบนี้ได้ไง ฉันมองนายผิดไปจริงๆ คิดสิ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอาจารย์รู้เรื่องนี้ นายจะรับผิดชอบยังไง”


    เจียงหย่าหรูตวัดหางตามองเซี่ยปิงด้วยความโกรธ


    “รับผิดชอบอะไร” เซี่ยปิงกะพริบตาปริบๆ เขาไม่เข้าใจคำพูดของเจียงหย่าหรูเลยสักประโยค เขาแค่เขียนนิยายเพื่อหาเงิน แล้วเขาจะต้องรับผิดชอบอะไรตรงไหน 


    แต่เมื่อเห็นเจียงหย่าหรูออกอาการโกรธขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองทำผิดอย่างมหันต์  


    คล้ายกับเรื่องระบบความเกลียดชัง ที่คุณอ่าน