ตอนที่ 19
หลังจากหลิงหรงหายตัวออกจากบ้านนี่ก็เป็เช้าของวันที่สี่แล้วที่ยังไม่มีใครได้พบเห็นนางเลย ทุกคนไม่รู้แล้วว่าจะออกไปตามหาหลิงหรนงได้ที่ใดหรือเป็เพราะเหตุใดนางถึงหายตัวไป คนที่ร้อนใจที่สุดคงมิพ้นบิดาและพี่ชายของนางอย่างเทียนหรงและหลี่หรง ทุกคนเมื่อได้ทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ตามไม่เจอจึงทำได้แต่รอคอยการกลับมาเองของหลิงหรงเองเท่านั้น
ทุกคนต่างก็พอเข้าใจว่าหลิงหรงนั้นพอมีวิชาและความสามารถอยู่บ้างแต่ก็ไม่รู้ได้ว่ามากน้อยเพียงใด แต่ที่ทุกคนรับรู้แน่นอนคือหลิงหรงหาใช่สตรีธรรมดาทั่วไปที่ใครๆจะมารังแกได้ง่ายๆแน่นอน แต่ด้วยความที่ว่าอย่างไรก็เป็คนในครอบครัวเดียวกันต่อให้มาอยู่และพบเจอกันได้ไม่นานทุกคนก็อดเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดี
“ท่านพ่อ ข้าว่าท่านควรที่จะทานอะไรหน่อยนะขอรับ ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงน้องแต่ว่าอย่างไรท่านก็ควรดูแลสุขภาพตนเองเสียก่อน เมื่ออาหลิงกลับมาเขาจะได้มิมาเคืองท่านทีหลังว่าที่เขารักษาท่านด้วยความยากลำบากแล้วท่านไม่รู้จักรักษาตัวเองไว้ให้ดีและเขาอาจจะมาโกรธท่านก็ได้”หลี่หรงที่นำข้าวออกมาให้ผู้เป็บิดาที่มักจะมานั่งรอหลิงหรงอยู่หน้าบ้านทุกวันก็เอ่ยขึ้น
“นั่นสินะ เอามาๆพ่อคงทำให้เ้าลำบากแล้ว แต่พ่อก็ไม่รู้ว่าเหตุใดน้องเ้าถึงหายไปหรือว่าเขามิพอใจเื่ใดกัน หรือว่าเขาอาจจะพบเจอเื่ร้ายและอาจจะได้รับาเ็ก็ได้ ทั้งๆที่พ่อพึ่งได้เขากลับมาเขาก็หายไปอีกแล้ว…”เทียนหรงเอ่ยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย
“ท่านอย่างไรน้องก็หาใช่คนธรรมดาอย่างน้อยเขาก็มีพลังและวิชาติดตัว บางทีเขาอาจจะไปทำธุระส่วนตัวแล้วยังไม่เรียบร้อยก็ได้จึงยังมิกลับมา ท่านก็รู้ว่าพวกเราออกตามหาบริเวณทั้งในเมืองและป่าเขารอบๆแล้วก็มิได้เจอเขา บางที่อาหลิงอาจจะไปทำธุระที่อื่นก็ได้และก่อนไปท่านก็ได้ยินนี่ว่าน้องจะไปทำธุระส่วนตัวไม่แน่บางที่เขาอาจจะกลับมาใกล้ถึงบ้านเราแล้วก็เป็ได้”หลี่หรงพยายามพูดคุยหลือเอ่ยในสิ่งที่ทำให้เทียนหรงสบายใจขึ้นทั้งๆที่ในใจของตนเองก็อดกังวลมิได้เช่นกัน
“อือ มาๆเ้ามากินข้าวพร้อมพ่อกันเ้าเองก็ยังมิได้ทานสิ่งใดเลยมิใช่หรือ…นั่งๆ”
“ขอรับท่านพ่อ”เมื่อหลี่หรงรับคำทั้งสองก็ลงมือกินข้าวที่หลี่หรงนำมากันจนหมดและเมื่อพากันกินข้าวหมดแล้วจู่ๆเทียนหรงก็เอ่ยถามบุตรชายคนโตขึ้น
“อาหรง เ้าคงมิน้อยใจพ่อใช่ไหมที่ออกอาการห่วงน้องถึงเพียงนี้จนทำให้เ้าต้องลำบากมาดูแลพ่อเช่นนี้?”
“ท่านพ่อก็อย่าได้คิดมากเลยขอรับข้าเข้าใจดีและมิเคยคิดจะอิจฉาน้อง อย่างไรแล้วเป็อาหลิงเสียอีกที่ต้องอิจฉาข้าที่ได้อยู่กับท่านต้องแต่เด็กต่างจากเขาที่ต้องอยู่กับใครไม่รู้แล้วยังคงลำบากมามากกว่าพวกเราเสียด้วยซ้ำไป ข้าเองั้แ่รู้ว่ามีน้องที่เป็ครอบครัวแท้ๆของข้านั้นข้าดีใจมากเลยขอรับ อย่างน้อยข้าก็มิได้เหลือเพียงท่านเพียงคนเดียว หากข้ามิกลายเป็คนธรรมดาป่านนี้ข้าคงได้ออกตามหาเขาและตามไปปกป้องอาหลิงในทุกๆที่ที่เขาไปแล้ว”หลี่หรงเอ่ยออกมาจากใจจริง เขาหยุดพูดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ
“ท่านพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้านั้นอยากมีน้องเป็ของตนเองมากเพียงใด ข้าได้เห็นพี่หยางมีเสี่ยวิเป็น้องนั้นข้าอิจฉาเขามากเพียงใด ข้าอยากจะเล่นกับน้องอยากถูเรียกท่านพี่พี่ใหญ่บ้างมันคงทำให้รู้สึกดีมิน้อย เมื่อข้ามีอาหลิงเป็น้องแม้เขาจะไม่ยอมเรียกข้าว่าพี่แต่เขาก็ทำให้ข้ารู้สึกว่ามิได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป ข้าจะพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งแล้วจะปกป้องน้องเพียงคนเดียวของข้าให้ได้ ข้าจะมิยอมให้ใครมาพรากน้องของข้าไปจากข้าได้อีก แต่ตอนนี้….”
“อะไรของเ้ากันอาหรง ไหนตอนแรกมาบอกให้พ่อไม่คิดมากแต่ไหนมาคิดมากเสียเองกันเล่า เฮ้อ…พ่อก็ไม่รู้อันใดเลยเช่นกันเกี่ยวกับตัวของน้องเ้า แต่พ่อก็รู้ได้ว่าอย่างไรอาหลิงก็จะปลอดภัยแล้วที่พ่อมานั่งรอน้องเ้าทุกวันมิใช่กังวลมากเช่นนั้นพ่อแค่เป็ห่วงเขาเพียงเท่านั้นอย่างไรเขาก็เป็…”เทียนหรงที่กำลังจะกล่าวว่าหลิงหรงเป็สตรีก็มิทันได้กล่าวเพราะมีเสียงของคนที่พวกเขามารออยู่หลายวันดังขึ้นเสียก่อน
“พวกท่านมานั่งทำอันใดที่นี่หรือขอรับ?”
“อาหลิง!!”เทียนหรงและหลี่หรงที่กำลังพูดคุยกันอยู่กล่าวขึ้นพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงคนที่พวกตนกำลังรอคอยอยู่ และใช่คนที่มาก็คือหลิงหรงนั่นเอง
หลิงหรงที่ออกมาจากป่าได้สักพักแล้วได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกันอย่างชัดเจนหากแต่เพียงยังไม่ออกมาแสดงตนเท่านั้น แต่พอได้ยินเทียนหรงที่จะเอ่ยในประโยคนั้นหลิงหรงจึงต้องได้ออกมาแสดงตนเสียก่อน เพราะบริเวณลอบบ้านหลังนี้ยามนี้มิได้มีแค่คนในครอบครัวของตนเองเท่านั้นแต่ยังมีคนอื่นๆอยู่ด้วยโดยเฉพาะองครักษ์เงาที่ตามสองผู้าุโที่มากกับจิ่นหยางนั่นเอง
“พวกท่านมานั่งทำอันใดที่นี่หรือขอรับ?”
“อาหลิง!!”เมื่อได้ยินพี่ชายและบิดาะโเรียกตนเสียงดังหลิงหรงก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่มันก็พอสะกดให้คนที่พบเห็นหยุดนิ่งได้โดยง่ายเช่นกัน และอีกเห็นผลหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองนิ่งค้างเมื่อเห็นรอยยิ้มน้อยของหลิงหรงเป็เพราะปกติหลิงหรงไม่ยิ้มได้แต่ทำหน้าปลายตายอยู่ทุกวี่วันนั่นแหละ
“….!!!”
“เอ่อ พวกท่านเป็อันใดเหตุใดถึงยืนนิ่งเช่นนั้นกัน? หรือว่าข้ามีสิ่งใดที่แปลกไป อือ…ก็ไม่มีนิ ช่างเถอะ ว่าแต่พวกท่านมาทำอันใดกันตรงนี้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวนอกบ้านรึ?”หลิงหรงทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกกลับถามออกไปอย่างกับตนเองมิรับรู้สิ่งใดเลยเสียอย่างนั้น
“อะ แฮ่ม อาหลิงเ้าหายไปที่ใดมาเหตุใดถึงหายไปเงียบๆนี่ก็เข้าวันที่สี่แล้วนะที่เ้ามิกลับบ้าน เ้ารู้หรือไม่ว่าทำให้พี่และท่านพ่อห่วงเ้ามากเพียงใดต่อไปเ้าอย่าหายไปอีกนะ อย่าหายไปอีกๆๆ”หลี่หรงกระแอมเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยกับหลิงหรงยาวเหยียดแล้วเดินเข้าไปรวบกอดหลิงหรงทันทีที่พูดจบพร้อมกับเอ่ยกับหลิงหรงซ้ำๆว่าอย่าหายไปอีก
หลิงหรงที่ทีแรกมิได้คิดสิ่งใดเมื่อมาเจอเข้ากับสถานการณ์เช่นนี้ก็ทำสิ่งใดมิถูกเช่นกัน นางมิคิดว่าตัวเองจะทำให้คนอื่นห่วงนางมากเช่นนี้พอถูกสวมกอดตอนแรกก็แกร็งเล็กน้อยพอได้ยินแฝดผู้พี่เอ่ยประโยคนั้นเดิมๆซ้ำๆก็ทำได้เพียงกอดตอบแล้วลูบหลังผู้เป็พี่เบาๆเพื่อเป็การปลอบ เพราะยามที่หลี่หรงเองออกมาราวกับว่าเ้าตัวจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ เหตุใดจึงขี้แยเช่นนี้มิใช่ว่าเมื่อครู่เอ่ยว่าจะคอยปกป้องข้าอยู่มิใช่หรือหลิงหรงได้แต่คิดในใจมิได้เอ่ยออกไป
“เอาล่ะมาๆนั่งก่อน ส่วนเ้าก็ปล่อยในน้องมานั่งพักก่อนพึ่งกลับมาถึงคงจะเดินทางมาเหนื่อยกระมัง”เทียนหรงที่เห็นบุตรชายกอดน้องสาวไม่ยอมปล่อยก็รีบเอ่ยขึ้นเมื่อตนนึกได้ว่าลูกสาวของตนพึ่งกลับมาถึงคงจะเหนื่อยจากการเดินทางเป็แน่ และอีกอย่างด้านหลังของหลิงหรงยังมีไป๋เซ่อและเฮยเซ่อที่ออกไปทำธุระหลายวันก่อนหน้านั้นแล้ว ธุระของหลิงหรงคงจะเกี่ยวกับสองคนนี้สินะเทียนหรงได้แต่คิดต่อในใจ
“อ๊ะ นั่นสิๆมาๆเ้านั่งนี่ก่อนเดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้ พวกท่านด้วยนะขอรับเชิญๆ”หลี่หรงที่พึ่งรู้ว่าตนได้แสดงสิ่งที่หน้าอายต่อหน้าคนอื่นออกไปก็รีบหาวิธีหลบตัวออกไปทันที และเมื่อกล่าวจบเขาก็รีบเข้าไปในเรือนเพื่อไปเอาน้ำตามที่ได้บอกไว้ก่อนหน้า
“หึหึ ช่างเป็พี่ชายที่น่ารักจังนะ แต่มันดูแปลกๆนะที่เห็นคนที่เหมือนกันทุกอย่างแสดงท่าทีเช่นนี้แต่กลับแตกต่างกันเช่นนี้”เฮยเซ่อเอ่ยออกมา และสิ่งที่ได้ตอบรับกลับมาคือหลิงหรงที่จ้องมองด้วยสายตาที่อาจจะฆ่าคนได้
“นั่นก็เป็ความผิดของเ้ามิใช่หรือที่ทำให้นางเป็เช่นนั้น”ไป๋เซ่อเอ่ยขึ้น
“หึหึ”เฮยเซ่อมิได้ตอบสิ่งใดต่ออีกเพราะอาจจะทำให้เกิดการโต้เถียงกันยืดยาวซึ่งตัวเขาเองรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็มิอาจจะสู้ฝีปากของไป๋เซ่อได้จึงเงียบปากลงเสียดีกว่า เมื่อไม่ตอบกลับเฮยเซ่อก็ได้ยินเสียงที่ส่งมาจากลำคอของหลิงหรงในเวลาต่อมาและนั่นยืนยันได้ว่าถามมันตอบกลับไปฝั่งนั้นจะมีคนร่วมมือตอบโต้ตัวเองแน่นอน
“เอาละอาหลิง ไหนเ้าลองตอบให้พ่อหายข้องใจหน่อยได้หรือไม่ว่าเ้าหายไปที่ใดมา พ่อมิได้จะตำหนิเ้าหรือจะกล่าวโทษเ้าหรอกนะ แต่เ้ารู้หรือไม่ว่าทุกคนเป็ห่วงเ้ามากเพียงใดหรือว่าเ้าไม่พอใจสิ่งใดหรือไม่เหตุใดถึงหายไปนานหลายวันมิส่งข่าวคราวมาบอกทางบ้านมั่งเลยหรือว่าเกิดสิ่งใดกับเ้า เ้าาเ็หรือไม่?”เทียนหรงเอ่ยออกไปด้วยความเป็ห่วงแต่ก็ยังรักษาท่าทีเอาไว้อยู่
“ข้าต้องขออภัยท่านพอด้วยที่ทำให้เป็ห่วงและกังวล ก็อย่างที่ข้าได้เอ่ยบอกไปก่อนออกไปนั่นแหละขอรับว่าข้าจำเป็ต้องออกไปทำธุระสำคัญมิได้เป็อันใด เื่ของข้ามิสำคัญหรอกขอรับว่าแต่เื่ที่อาหรงจะมีอาจารย์พวกท่านตัดสินใจหรือยังขอรับ”หลิงหรงพยายามเปลี่ยนเื่แพื่อไม่ให้เทียนหรงเอ่ยถามเื่ของตนไปมากกว่านี้เพราะนางก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเช่นกัน
“เอาเถิดหากเ้ามิอยากเอ่ยถึงเื่ของเ้าก็มิเป็ไร แต่เ้าจงรับรู้เอาไว้นะอาหลิงว่าเ้าสำคัญต่อพวกพ่อ หากเ้าหายไปพ่อก็ย่อมเป็กังวล พวกเราพึ่งได้พบกันแล้วหากพ่อเสียเ้าไปอีกพ่อจะทำเช่นไร เ้ามิาเ็ตรงไหนก็ดีแล้ว ส่วนเื่ของอาหรงนั้นเขายังมิได้ตัดสินใจพี่เ้าบอกว่าเขาอยากถามเ้าก่อนว่าเ้ามีความคิดเห็นเช่นไร แต่พ่อว่าที่พี่เ้าอยากไปแต่มิอยากจากเ้ามากกว่า หึหึ”เทียนหรงเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีขึ้นมากกว่าก่อนหน้า
“ข้ามิใช่มิอยากบอกท่านพ่อว่าไปทำสิ่งใดมาแต่มันไม่มีสิ่งอันตรายหรอกขอรับจึงมิได้กล่าวถึง แล้วส่วนเื่ที่อาหรงอยากจะรับท่านหมอเป็อาจารย์ข้าก็มิได้ขัดข้องอันใด ถ้าหากอาหรงอยากไปก็ให้เขาตกลงเถิดอย่างไรแล้วมันก็เป็ผลดีต่อตัวอาหรงเอง ส่วนท่านหมอข้าก็บอกได้ว่าเขาเป็คนมีความสามารถหากอาหรงรับเขาเป็อาจารย์ข้าคิดว่าอาหรงจะแข็งแกร่งขึ้นได้ในไม่ช้า แต่หากเขาไม่อยากไปข้าก็สามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกันทว่าทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียในตัวของมัน”หลิงหรงกล่าวตอบ
“อย่างไร?”เทียนหรงถาม
“ถ้าอาหรงไปกับท่านหมอเขาจะได้ทั้งความแข็งแกร่ง ความรู้ ได้เปิดหูเปิดตาในโลกกว้างแต่สิ่งที่อาหรงจะต้องแลกมาคือการจากครอบครัวไปและเขาจะต้องพบเจอผู้คนที่มากหน้าหลายตาซึ่งผู้คนเ่าั้เราจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะดีหรือชั่วนั่นก็ขึ้นอยู่ที่ว่าอาหรงจะพบเจอแบบใดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างไรอาหรงจะต้องได้พบเจอทั้งคนดีคนชั่วแน่นอนแต่เขาจะเลือกคบกับคนเช่นใดเท่านั้นเอง คบคนดีก็ดีไปหากคบคนไม่ดีเขาก็อาจจะลำบากได้”
“และหากเขาไม่ยอมไปแล้วให้พวกข้าช่วยเขาก็จะแข็งแกร่งได้เช่นกันพวกข้าให้เขาได้ทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่พวกข้าให้เขาไม่ได้คือประสบการณ์ชีวิตในโลกข้างนอกรั้วบ้านแห่งนี้ หากถามข้าข้าก็อยากให้เขาไปเพราะคนเราจะเติบโตได้ดีก็ต้องเผชิญเื่ราวต่างๆด้วยตัวเอง ยืนด้วยลำแข้งตัวเองส่วนครอบครัวมีไว้ส่งเสริมและคอยให้กำลังใจเขาก็พอช่วยได้เท่าที่ช่วยแต่เหนือสิ่งอื่นใดอาหรงจะต้องสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยตัวเองให้ได้”หลิงหรงเอ่ยในสิ่งที่ตนเองคิดออกไป
“เ้าโตเป็ผู้ใหญ่แล้วจริงๆอาหลิง หากมารดาเ้ายังอยู่นางคงจะภูมิใจในตัวเ้ามิใช่น้อย ส่วนอาหรงนั้นเขาก็มิได้เด็กน้อยหรอกนะแต่ที่เ้าเห็นเขาเป็เช่นนี้เพราะเขากำลังเห่อน้องเสียมากกว่า อาหรงนั้นั้แ่เด็กจนโตเขาก็พยายามมาด้วยตนเองตลอดนั่นเเหละ พ่ออยู่กับเขามาั้แ่เด็กเหตุใดพ่อจะมิรู้นิสัยของเขาอาหรงนะเขาไม่ต่างจากเสือห่มหนังแกะหรอกนะ พ่อไม่รู้ว่าเขาเหตุใดถึงแสดงออกเช่นนี้หลังจากมาอยู่ที่นี่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือเขาเป็รักครอบครัวและกตัญญูมาก…”
เทียนหรงเอ่ยบอกให้หลิงหรงได้รับรู้ตัวตนที่หลี่หรงเคยเป็มา เพราะก่อนที่เทียนหรงและหลี่หรงจะมาอยู่ที่นี่พวกเขาร่วมต่อสู้และดั้นด้นกันมาถึงที่นี่ได้ก็ผ่านการฆ่าสังหารมามากมายหลี่หรงมิได้เป็เด็กใส่ซื่อน่ารักและอ่อนแอเช่นที่เป็อยู่อย่างเช่นทุกวันนี้
“ข้ารู้ท่านพ่อ ในแววตาของอาหรงแม้เขาพยายามจะเก็บความรู้สึกไว้มากมายเช่นไรแต่เมื่อเขามีโทสะข้าก็มักจะเห็นมันแสดงออกมาทางสายตาอยู่บ้างและที่สำคัญข้ามิเคยคิดว่าเขาเป็เด็กมิประสาแน่นอน คนที่ผ่านเื่ราวเลวร้ายมาั้แ่เด็กข้ามิคิดว่าเขาจะมิทันคนและเรียบร้อยเช่นนี้ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงมิสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้”
“นี่ทั้งสองคนจะนินทาข้าระยะเผาขนเลยรึ ต่อให้ข้าจะเป็เช่นไรข้าก็เป็ลูกชายและพี่ชายอยู่ดี นี่น้ำของเ้าและนี่ของท่านทั้งสอง”หลี่หรงที่เดินมาหยุดฟังน้องสาวและบิดาเอ่ยถึงตนได้สักพักแล้วก็เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองยังคงพูดถึงตนเองต่อไปทั้งที่รู้ว่าตนเองกลับมาแล้ว
“…..”
“เื่ที่ข้าไม่อยากไปจากที่นี่เป็เพราะข้าห่วงทั้งสองนั่นแหละมิใช่คนใดคนหนึ่ง และต่อให้ข้าจะเป็เสือหรือแกะอย่างไรตอนนี้ข้าก็แค่กระต่ายขาหักที่รอคอยวันที่จะมีสัตว์ร้ายมาขย้ำโดยไร้หนทางหนีอยู่ดี อาหลิงพี่ต้องขอบคุณเ้าจริงๆที่รักษาพี่จนสามารถกลับมาฝึกฝนได้อีกครั้งและขอบคุณท่านทั้งสองด้วยที่ช่วยเหลือและดูแลน้องของข้ามาตลอด”หลี่หรงกล่าวจบก็หันไปคารวะจิ้งจอกหนุ่มทั้งสอง เพราะก่อนหน้านี้หลี่หรงยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณทั้งสองอย่างจริงจังเสียที
“เ้ามิต้องมาคารวะพวกข้าหรอกเพราะนี่ก็เป็หน้าที่ของพวกข้าที่จะต้องทำและพวกข้าเต็มใจทำไม่มีสิ่งใดต้องให้คิดมาก”เฮยเซ่อเอ่ยขึ้น
“อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณพวกท่านอยู่ดี เฮ้อ…หากเ้าว่าพี่ควรคารวะท่านหมอเป็อาจารย์พี่ก็จะทำ พี่ไม่รู้ว่าจะต้องจากไปฝึกฝนนานเท่าใดกว่าจะได้กลับมาและไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอสิ่งใดบ้างแต่พี่ก็จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้อย่างที่เ้ากล่าวออกมาก่อนหน้า เมื่อพี่กลับมาและแข็งแกร่งแล้วเ้าสัญญากับพี่ได้หรือไม่ว่าจะให้พี่อยู่ข้ากายเ้าและปกป้องเ้าในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง”หลี่หรงเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
“หึหึ ข้ามิได้จะคิดที่จะตัดสินใจแทนเ้าเพียงแสดงความคิดเห็นเท่านั้น แต่มันก็เป็ทางเลือกที่ดีหากเ้าจะทำให้ตนเองสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง หากเ้าตัดสินใจแล้วว่าจะรับท่านหมอเป็อาจารย์ข้าก็ยินดีด้วยและจะรอเ้ากลับมาปกป้องและเมื่อถึงเวลาที่เ้าสามารถทำได้แล้วข้าจะยอมเรียกเ้าว่าท่านพี่ดีหรือไม่?”หลิงหรงเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ
“ดีสิ! มันดีมาก ข้ามีน้องแค่คนเดียวข้าก็อยากให้น้องตัวเองยอมรับอยู่แล้ว ต่อให้ยามนี้เสี่ยวิจะเรียกข้าว่าพี่รองแต่การที่น้องแท้ๆของตนเองเรียกมันคงจะให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเป็ไหนๆ”หลี่หรงเอ่ยด้วยความดีใจ
“หากเ้าเอ่ยเช่นนั้นก็จงตั้งใจให้มากเล่าอาหรง เพราะหากเ้าทำไม่ได้เ้าก็จะไม่ได้ยินคำเรียกพี่จากน้องเ้าและเื่นี้พ่อเองก็ช่วยมิได้เช่นกัน เอาละเ้าเองก็ไปพักผ่อนได้แล้วพึ่งกลับมากันคงจะอยากพักผ่อนกันแล้ว ส่วนทั้งสองยามนี้ห้องพักของทั้งคู่มีแขกพักอยู่จะทำเช่นไรละทีนี้?”เทียนหรงกล่าวบอกเพื่อจะให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนแต่พึ่งคิดได้ว่าทั้งสองกลับมาแล้วแต่แขกยังอยู่แล้วจะพักที่ใดดีจึงเอ่ยถามต่อ
“ท่านพ่อมิต้องกังวลให้ทั้งสองนอนที่เปลตรงหลังบ้านเหมือนเดิมก่อนก็ได้ เอ่อไม่สิ เอาเป็ว่าให้ทั้งสองไปอยู่ห้องพวกท่านก็แล้วกันเพราะข้าจะให้ทั้งสองช่วยพวกท่านสร้างฐานพลังขึ้นมาใหม่ก่อนดีกว่า โดยเฉพาะอาหรงในเมื่อเ้าจะออกไปภายนอกแล้วหากยังมิมีสิ่งที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนคงมิปลอดภัย อาเฮยอาไป๋ไปจัดการทั้งสองให้ข้าทีเอาตามที่พวกเราได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้เลย”หลิงหรงพูดสั่งคนเดียวโดยไม่ถามความคิดเห็นของใครทั้งนั้นและไม่อธิบายให้ทั้งเทียนหรงและหลี่หรงได้เข้าใจในสิ่งที่นาง้าอีกด้วยพูดง่ายๆคือพูดเองเออเองเลยล่ะ โดยคนที่เข้าใจก็จะมีก็แต่จิ้งจอกทั้งสองเท่านั้น
“พวกข้าจะจัดการให้ท่านเอง ว่าแต่จะถึงขั้นไหนดี?”เฮยเซ่อถามขึ้น
“ได้เท่าไหนก็เท่านั้นสำหรับอาหรงเพราะเราไม่รู้ว่าท่านหมอจะไปเมื่อไหร่แต่ขอให้ได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนท่านพ่อก็เรื่อยๆได้เลย”
“พวกข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นแยกย้ายกันเถิดไปเด็กน้อยไปกับข้า”ไป๋เซ่อเอ่ยขึ้นพร้อมกับเรียกให้หลี่หรงตามตนเองไป และที่ไป๋เซ่อจะต้องฝึกให้หลี่หรงเป็เพราะหลิงหรง้าให้ไป๋เซ่อทำให้หลี่หรงมีระดับพลังที่สูงและมั่นคงที่สุด ซึ่งไป๋เซ่อสามารถทำได้โดยง่ายมาก
“เอ่อ นี่มันเื่อะไรกันอาหลิง”เทียนหรงเมื่อมีโอกาสก็เอ่ยถามขึ้น
“ท่านตามข้ามาเถอะประเดี๋ยวข้าจะบอกเอง มาสิ”เฮยเซ่อเอ่ยขึ้นแล้วเดินนำเทียนหรงไปยังห้องของเทียนหรง ซึ่งเ้าของห้องก็ตามไปด้วยความสับสน
หลังจากที่ทั้งสี่ออกไปจากตรงนั้นแล้วก็เหลือเพียงหลิงหรงเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก่อนจะหลับตาลงช้าๆทั้งๆที่ยังคงนั่งอยู่ ผ่านไปสักพักเปลือกตาที่เคยปิดไว้ก็ลืมขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้เมื่อลืมตาขึ้นมาหลิงหรงก็มิได้มีดวงตาสีดำเช่นที่พลางเอาไว้ แต่ทว่ามันกลับมาเป็ดวงตาสีเขียวมรกตแวววาวต่างจากที่เคยมีสีดำประกายเขียวตามสายที่ตนฝึกก่อนที่จะพลางเอาไว้ นี่บ่งบอกได้ว่าระดับพลังของนางนั้นสูงส่งและธาตุที่ได้อยู่นั่นพิเศษกว่าใคร
ดวงตาสีเขียวมรกตเมื่อลืมขึ้นมาก็จับจ้องไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่หากมองดูแล้วคนทั่วไปคงมิเห็นว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใต้ใบไม้กลุ่มหนาที่ปกคลุมอยู่เป็แน่ แต่มันไม่ใช่กับหลิงหรงที่มีธาตุไม้และมีระดับที่สูงส่งอีกด้วย
“จะหลบซ่อนไปอีกนานเท่าใดกัน หากพวกท่านยังมิออกมาอย่าหาว่าข้ามิเตือน…”สิ้นเสียงของหลิงหรงก็ยังมิมีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏตัวออกมาจากที่หลบซ่อน เห็นเช่นนั้นหลิงหรงก็ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยเสียงเบา
“กระชาก….”
อ๊าคคคคคค ตุบ ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~~~~~~~~
#งงไหมคะ ถ้างงก็คงต้องงงต่อไปอิอิ ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกเม้นท์นะคะเราอ่านทุกอันเลย ขอบคุณที่ชอบและสนุกไปด้วยกันค่าาาาา##